- หน้าแรก
- พรสวรรค์ไร้ขีดจำกัด อัปเกรดเคล็ดวิชาทะลวงสวรรค์
- บทที่ 20 - ระดับปรมาจารย์ที่น่าสะพรึงกลัว
บทที่ 20 - ระดับปรมาจารย์ที่น่าสะพรึงกลัว
บทที่ 20 - ระดับปรมาจารย์ที่น่าสะพรึงกลัว
บทที่ 20 - ระดับปรมาจารย์ที่น่าสะพรึงกลัว
พลังเลือดลมที่พลุ่งพล่านอยู่ในร่างกายของเขาแผดเสียงคำรามก้องดั่งมังกรพิโรธ พลังมหาศาลพุ่งทะยานขึ้นสู่กระหม่อมราวกับจะระเบิดออก
พลังต่อสู้พื้นฐานของเขากำลังเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่ง แม้จะเพิ่มขึ้นทีละนิด แต่เมื่อถูกคูณด้วยการเสริมพลัง 11 เท่า ความเร็วและความแข็งแกร่งของเขาก็ยิ่งทวีคูณความน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นไปอีก
ระหว่างทางเดินขึ้นเขานั้น ย่อมมีนักสู้ที่แข็งแกร่งปะปนอยู่ด้วย ไม่เว้นแม้แต่ระดับยอดนักสู้
บริเวณกลางเขา มีกลุ่มนักศึกษาในความดูแลของอาจารย์กำลังเดินขึ้นบันไดกันอย่างเหน็ดเหนื่อย นี่คือหนึ่งในหลักสูตรของมหาวิทยาลัย
ผู้ที่เดินนำหน้าสุดคือยอดนักสู้ในวัย 50 กว่าปี บนหน้าอกประดับด้วยเข็มกลัดยอดนักสู้ระดับต้นสีเงินซึ่งสะท้อนแสงแดดเป็นประกาย
เข็มกลัดสีดำหมายถึงนักสู้ สีเงินหมายถึงยอดนักสู้ สีทองหมายถึงปรมาจารย์ และสีคริสตัลหมายถึงมหาปรมาจารย์
ศาสตราจารย์ชราเดินเชิดหน้าอย่างภาคภูมิ ในฐานะอาจารย์มหาวิทยาลัย เขามีนักศึกษาในความดูแลถึง 30 กว่าคน ซึ่งในจำนวนนี้มีถึง 3 คนที่บรรลุระดับนักสู้แล้ว และถือเป็นตัวท็อปของโรงเรียนเลยทีเดียว
"เดินให้มันไวๆ หน่อยสิ เพิ่งจะเดินมาได้แป๊บเดียวเอง ดูสภาพพวกเธอแต่ละคนสิ"
ศาสตราจารย์ชราชี้หน้านักศึกษาด้วยความหงุดหงิดที่พวกเขาไม่เอาถ่านเอาเสียเลย
เสื้อผ้าของพวกเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ก็ยังต้องกัดฟันเดินต่อไป
"พวกเธอเป็นรุ่นที่แย่ที่สุดเท่าที่ฉันเคยสอนมาเลย ถ้าเที่ยงนี้ยังขึ้นไปไม่ถึงยอดเขา ก็ไม่ต้องกินข้าวเที่ยงกันแล้ว เอาข้าวไปให้พวกหนอนบ่อนไส้อย่างพวกเธอกินมันเสียของเปล่าๆ"
ศาสตราจารย์ชรายังคงบ่นกระปอดกระแปดอยู่ข้างหน้า ส่วนรั้งท้ายขบวนเป็นชายร่างอ้วนกับชายร่างผอมที่กำลังหอบแฮก เหงื่อท่วมตัว กัดฟันประคองกันเดินขึ้นไปทีละก้าวอย่างยากลำบาก
"จางเฮ่าไอ้ลูกหมาเอ๊ย ต้องรู้แน่ๆ ว่าวันนี้มีเรียนปีนเขา ถึงได้ชิงลางานไปก่อน โคตรเลวเลย ไหนสัญญากันไว้ว่าจะร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกันไงวะ เล่นขี้โกงนี่หว่า"
ชายร่างผอมบ่นกระปอดกระแปด
ชายร่างอ้วนปาดเหงื่อบนหน้า ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนบันไดดังแหมะ หอบหายใจแฮกๆ
"ไอ้เลวจางเฮ่า โคตรเหลี่ยมเลย ตกลงกันไว้แล้วแท้ๆ ว่าจะมาด้วยกัน ดันเบี้ยวซะงั้น รู้งี้ฉันก็ลางานบ้างดีกว่า ไม่เอาแล้วโว้ย เหนื่อยจะตายชัก อยากจะทำอะไรก็เชิญเลย ฉันไม่เดินต่อแล้ว"
"พวกเธอสองคนกำลังทำอะไรกันอยู่ฮะ"
เสียงตวาดดังลั่น
หน้าของทั้งสองคนซีดเผือดลงทันที เมื่อเห็นศาสตราจารย์ชราเดินหน้าดำคร่ำเครียดเข้ามาหา เขามองลงมาที่พวกเขาสองคนด้วยสายตาเกรี้ยวกราด
"ทำไม คิดจะก่อกบฏหรือไง ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้ แล้วเดินขึ้นไปต่อเดี๋ยวนี้เลยนะ"
"อาจารย์ครับ ผมไม่ยอม ทำไมจางเฮ่าถึงลาได้ แต่พวกผมลาไม่ได้ล่ะครับ"
ชายร่างอ้วนโวยวายเสียงดังด้วยความไม่พอใจ
"ใช่ครับ ผมก็ไม่ยอม ทำไมจางเฮ่าถึงเป็นคนเดียวที่ลาได้ล่ะครับ ผมก็รู้สึกไม่ค่อยสบายเหมือนกัน ผมขอลาด้วยครับ"
ชายร่างผอมรีบสนับสนุนทันที
ศาสตราจารย์ชรากำลังจะอ้าปากด่า แต่จู่ๆ ก็มีพลังเลือดลมที่น่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านมาจากทางตีนเขา พายุหมุนพัดกระหน่ำพร้อมกับเสียงคำรามดังกึกก้อง พุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว
นักศึกษาทุกคนต่างพากันหันไปมอง
พวกเขาเห็นชายคนหนึ่งก้าวข้ามบันไดรวดเดียว 20 กว่าขั้น ราวกับกำลังเหาะเหินเดินอากาศ ร่างของเขาทะยานขึ้นสูง ข้ามระยะทางนับร้อยเมตรไปได้อย่างง่ายดายเพียงไม่กี่ก้าว
และพุ่งเข้ามาใกล้ในชั่วพริบตา
ชายคนนั้นไม่ได้หยุดทักทายพวกเขาเลยแม้แต่น้อย เขาพุ่งผ่านพวกเขาไปอย่างรวดเร็ว และหายลับไปจากสายตาภายในชั่วพริบตา
แต่ในเสี้ยววินาทีที่เขาพุ่งผ่านไป สายตาอันเฉียบคมของเขาก็ตวัดมองชายร่างอ้วนกับชายร่างผอมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้ศาสตราจารย์ชราเป็นการทักทาย
ชายร่างอ้วนกับชายร่างผอมที่ถูกเจียงหยวนจ้องมอง ต่างก็รู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูก ราวกับถูกจับโยนลงไปในบ่อหลุมน้ำแข็ง พวกเขาสะดุ้งเฮือกและรีบลุกขึ้นยืนจากบันไดด้วยใบหน้าซีดเผือด
ผ่านไปพักใหญ่กว่าที่ทุกคนจะตั้งสติได้
"พระเจ้าช่วย กล้วยทอด... เมื่อกี้ใครกันน่ะ พลังเลือดลมมหาศาลสุดๆ ก้าวไม่กี่ทีก็เหาะได้แล้ว"
"พลังเลือดลมแผ่ซ่านราวกับดวงอาทิตย์แผดเผา แถมยังมีเสียงลมแหวกอากาศดังสนั่นอีกต่างหาก นี่มัน..."
"ระดับปรมาจารย์... ต้องเป็นระดับปรมาจารย์แน่ๆ ระดับเดียวกับท่านอธิการบดีเลยนะเนี่ย"
เสียงสูดลมหายใจด้วยความตกตะลึงดังระงมไปทั่ว
ศาสตราจารย์ชราเพิ่งจะได้สติ เขาก้มลงมองชายสองคนที่กองอยู่กับพื้นแล้วตวาดลั่น
"ยังไม่รีบลุกขึ้นมาอีก ดูสารรูปพวกเธอสองคนสิ"
ชายร่างอ้วนกับชายร่างผอมรีบพยักหน้ารัวๆ และก้มหน้างุด รู้สึกอับอายขายขี้หน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
ใครจะไปคิดล่ะว่าแค่มาปีนเขาจะบังเอิญเจอเข้ากับยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ได้
แถมยอดฝีมือระดับนี้ยังหันมามองแรงใส่พวกเขาสองคนตอนที่พุ่งผ่านไปอีกต่างหาก เล่นเอาพวกเขาใจหายใจคว่ำแทบแย่
"กลับไปถึงมหาวิทยาลัยเมื่อไหร่ พวกเธอสองคนเขียนรายงานสำนึกผิดมาส่งฉัน 10,000 คำด้วยล่ะ"
ศาสตราจารย์ชราถลึงตาใส่ทั้งสองคน แต่พอคิดถึงตอนที่ท่านปรมาจารย์คนนั้นพยักหน้าให้เขาก่อนจากไป เขาก็รู้สึกภาคภูมิใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"ปรมาจารย์เป็นถึงบุคคลระดับไหนกัน มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าลูกศิษย์ฉันมันห่วยแตกแค่ไหน ถึงได้ส่งสายตาให้กำลังใจฉันยังไงล่ะ ก็แหงล่ะ คลาสของฉันน่ะเป็นคลาสท็อปของมหาวิทยาลัยเลยนะเว้ย จะมีหนอนบ่อนไส้ปนมาบ้างสักตัวสองตัวก็ไม่เห็นจะแปลกเลย"
ศาสตราจารย์ชราคิดเข้าข้างตัวเองอย่างภาคภูมิใจ
ทางด้านเจียงหยวนที่เพิ่งพุ่งผ่านไปได้ไม่ไกล เขาก็ไม่รู้ตัวเลยว่าแค่สายตาของเขาเพียงแวบเดียว จะทำให้อาจารย์ที่ปรึกษาของลูกชายตัวเองหน้าบานเป็นจานเชิงไปแล้ว
เขาแค่รู้สึกว่าศาสตราจารย์ชราคนนั้นหน้าคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นตอนที่ไปโรงเรียนของลูกชายครั้งก่อน ก็เลยพยักหน้าทักทายไปตามมารยาทก็เท่านั้นเอง
ฟุ่บ
พร้อมกับเสียงลมที่ดังหวีดหวิว เจียงหยวนก็เร่งความเร็วในการปีนเขาขึ้นไปอีกขั้น
เขาสามารถมองเห็นยอดเขาได้ลางๆ แล้ว พลังเลือดลมในร่างกายก็เริ่มพลุ่งพล่านตอบสนองต่อความต้องการของเขาอย่างรุนแรง พลังทั้งหมดในร่างกายราวกับถูกส่งผ่านไปรวมกันที่ขาทั้งสองข้าง
[จบแล้ว]