เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 รู้สึกว่าขาดทุน

บทที่ 5 รู้สึกว่าขาดทุน

บทที่ 5 รู้สึกว่าขาดทุน


"คนพวกนี้น่ารำคาญจริงๆ ข้าก็แค่โผล่มาพูดประโยคเดียวเท่านั้น ทำไมถึงแห่กันมาหมดเลย? พวกเขาไม่พัฒนาดินแดนกันหรือไง? เพิ่มข้าเป็นเพื่อนแล้วจะมีประโยชน์อะไร ข้าไม่ช่วยพวกเขาหรอกนะ"

นี่ก็คือเทียนสื่อหย่าในช่องแชทระดับเขต

น้ำเสียงของนางเย็นชามาก ประกอบกับตอนนี้อารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

จึงยิ่งเย็นชาหนักเข้าไปอีก

ในฐานะเผ่าทูตสวรรค์ นางยังคงประเมินความนิยมของตนเองต่ำไป

ซึ่งสิ่งนี้ก็ส่งผลให้คำขอเพิ่มเพื่อนของนางระเบิดจนล้นทะลัก

"ไม่ได้การ ปฏิเสธไปให้หมดเลยดีกว่า... หืม? นี่มันอะไรกัน?"

【เจ้านครอวิ๋นเกอส่งคำขอเพิ่มเพื่อน, หมายเหตุ: พี่สาวทูตสวรรค์เอาป้ายคำสั่งอัปเกรดหรือไม่?】

"ป้ายคำสั่งอัปเกรด?"

"ป้ายคำสั่งอัปเกรดอะไรกัน? ท่านเจ้านครตีได้ป้ายคำสั่งอัปเกรดแล้วหรือ?"

วีรชนของเทียนสื่อหย่าก็เป็นทูตสวรรค์เช่นกัน ทว่าดูแล้วอายุมากกว่าเทียนสื่อหย่าเล็กน้อย

พอได้ยินคำพูดของเจ้านครตนเองก็เกิดความตื่นเต้นขึ้นมาทันที

ต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่มักจะทำให้การอัปเกรดดินแดนติดขัดนั้นไม่ใช่วัสดุพื้นฐาน

แต่เป็นป้ายคำสั่งอัปเกรดต่างหาก

วัสดุพื้นฐานขอเพียงใช้เวลาก็ย่อมต้องหามาได้

แต่ของอย่างป้ายคำสั่งอัปเกรดนั้นทำได้เพียงพึ่งพาดวงจากการตีสัตว์ประหลาดให้ดรอปออกมาเท่านั้น

ไม่เช่นนั้นก็ต้องไปหาซื้อจากผู้อื่น

แต่ปัญหาคือใครจะเอาของพรรค์นี้มาขายกันล่ะ?

ตัวเองไม่ต้องอัปเกรดหรือไง?

เทียนสื่อหย่าส่ายหน้าพลางกล่าว "ไม่ใช่ข้าที่ตีได้ แต่มีคนมาถามข้าว่าต้องการหรือไม่"

"หรือนี่ก็คือพวกลูกไล่สายเปย์ในตำนานของเผ่ามนุษย์? ถึงขนาดมอบป้ายคำสั่งอัปเกรดดินแดนให้กันได้เลยเชียว? รู้สึกเวทนาแทนวีรชนของเขาจริงๆ ที่ต้องมาพบเจอกับเจ้านครเช่นนี้"

วีรชนของเทียนสื่อหย่าจึงรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมแทนกานอวี่ขึ้นมาทันที

"เอาล่ะ หลิง พวกเขาจะเป็นอย่างไรก็ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเรา ในเมื่อเขาอยากจะให้ งั้นข้าก็จะเอาหินวิญญาณจ่ายซื้อมาก็แล้วกัน จะได้ไม่ติดค้างน้ำใจกัน"

เทียนสื่อหย่าพูดจบก็กดตกลง

แต่หารู้ไม่ว่า คนที่อวิ๋นเกอติดต่อไปนั้นไม่ได้มีแค่นางเพียงคนเดียว

ไม่ใช่อวิ๋นเกออยากจะฉวยโอกาสขึ้นราคาหรอกนะ

แต่เป็นเพราะป้ายคำสั่งในมือเขามันมีเยอะเกินไปต่างหาก

ของอย่างป้ายคำสั่งอัปเกรด คนหนึ่งซื้อแค่อันเดียวก็พอแล้ว

ซื้อเยอะไปก็ไม่มีประโยชน์ไม่ใช่หรือ

【เจ้านครอวิ๋นเกอส่งคำขอเพิ่มเพื่อน, หมายเหตุ: น้องสาวเผ่าจิ้งจอกเอาป้ายคำสั่งอัปเกรดหรือไม่?】

【...หมายเหตุ: พี่เฉาเอาป้ายคำสั่งอัปเกรดหรือไม่?】

【...หมายเหตุ: พี่เย่เอาป้ายคำสั่งอัปเกรดหรือไม่?】

【...หมายเหตุ: น้องสาวคนสวยเอาป้ายคำสั่งอัปเกรดหรือไม่?】

……

เขาส่งคำขอเพิ่มเพื่อนไปแปดคนรวด

เหลือเก็บไว้ใช้เองหนึ่งอัน และอีกหนึ่งอันก็ขายให้หลิงเกอในราคาถูกก็แล้วกัน

จะให้แจกฟรีน่ะเป็นไปไม่ได้หรอก

ตัวเขาเองก็ยังขาดแคลนหินวิญญาณอยู่นะ

เพื่อให้สามารถนอนเล่นเสวยสุขกับชีวิตได้อย่างเต็มที่ หินวิญญาณจึงเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้

อีกอย่างหนึ่ง

หลิงเกอจะว่าไปแล้วก็นับว่าเป็นเศรษฐินีตัวน้อย ไม่สะทกสะท้านกับหินวิญญาณแค่นี้หรอก

【ติ๊ง! เจ้านครเทียนสื่อหย่าตกลงรับคำขอเพิ่มเพื่อนของท่าน พวกท่านสามารถสนทนากันได้แล้ว】

เทียนสื่อหย่า: "ในมือเจ้ามีป้ายคำสั่งอัปเกรดดินแดนงั้นหรือ?"

อวิ๋นเกอ: "ใช่แล้ว พี่สาวทูตสวรรค์ต้องการไหม?"

เทียนสื่อหย่า: "เสนอราคามาสิ"

ซี๊ด! สมแล้วที่เป็นตัวท็อป ให้เสนอราคาได้ตามใจชอบเลยหรือ?

เช่นนั้นก็อย่ามาโทษว่าเขาไม่เกรงใจก็แล้วกัน อย่างไรเสียนี่ก็เป็นราคาที่เจ้าให้เขาเสนอเองนะ

อวิ๋นเกอ: "ถ้างั้นก็... หนึ่งแสนหินวิญญาณ?"

อวิ๋นเกอก็ไม่ค่อยเข้าใจราคาที่แน่ชัดของไอ้ของพรรค์นี้สักเท่าไหร่

ในหนังสือก็ไม่ได้เขียนบอกเอาไว้นี่นา!

หลักๆ เป็นเพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครเอาของสิ่งนี้มาขายเลย

ของสิ่งนี้หลังจากที่ดรอปออกมาหนึ่งครั้งแล้ว โอกาสที่จะดรอปออกมาอีกครั้งนั้นจะต่ำจนน่าขนลุก

ดังนั้นก่อนหน้านี้จึงไม่เคยได้ยินว่ามีใครนำป้ายคำสั่งอัปเกรดดินแดนมาขายมาก่อน

นี่จึงเป็นเหตุให้เขากำหนดราคาไม่ถูก ทำได้เพียงเสนอราคาสูงลิ่วส่งเดชไปเท่านั้น

โก่งราคาสูงลิบลิ่ว แล้วค่อยมาต่อรองราคากันไงล่ะ

ไม่มีปัญหาหรอก

หากเจ้าไม่พอใจก็สามารถต่อรองราคาได้นี่

เทียนสื่อหย่า: "เจ้าแน่ใจนะ?"

หมายความว่าอย่างไร?

ตั้งราคาสูงไปหรือต่ำไป?

อวิ๋นเกอก็ไม่รู้เหมือนกัน

แต่เขารู้ว่าราคานี้สำหรับเขานั้นถือว่าเป็นราคาสูงลิ่วแล้ว

หรือว่าจะลดลงมาหน่อยดี?

ยังไม่ทันที่เขาจะตอบกลับ เทียนสื่อหย่าก็ส่งข้อความมาอีกครั้ง

เทียนสื่อหย่า: "หนึ่งแสนก็หนึ่งแสน แต่จงอย่าหาว่าข้าไม่เตือนเจ้า โอกาสที่คนคนเดียวกันจะสามารถทำให้ป้ายคำสั่งอัปเกรดดินแดนดรอปออกมาได้อีกครั้งนั้นแทบจะเป็นศูนย์ ถึงตอนนั้นหากเจ้าต้องการอัปเกรดดินแดนอีกล่ะก็คงจะยากแล้ว เจ้าแน่ใจนะว่าจะขาย?"

ทูตสวรรค์ตนนี้ก็นิสัยดีเหมือนกันแฮะ ยังมีกะจิตกะใจมาช่วยเตือนด้วย

มิน่าเล่าเผ่าทูตสวรรค์ถึงได้รับความนิยมอย่างมากในสวรรค์หมื่นภพภูมิ

ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผลเสียทีเดียว

อวิ๋นเกอ: "ขาย!"

ในมือเขามีอยู่ตั้งสิบอัน ใช้ไม่หมดก็เสียเปล่าไม่ใช่หรือ

ไม่ขายแล้วจะเก็บไว้บูชาหรือไง?

เทียนสื่อหย่า: "ตกลง ในเมื่อเจ้ากล้าขาย แล้วข้ามีอะไรต้องไม่กล้าซื้อเล่า ทำการแลกเปลี่ยนกันเถอะ"

【เจ้านครเทียนสื่อหย่าส่งคำขอแลกเปลี่ยน, ยินยอมหรือไม่?】

"ยินยอม"

หลังจากที่กดตกลง ป้ายคำสั่งในช่องเก็บของก็ลดลงไปหนึ่งอันโดยอัตโนมัติ

สะดวกดีทีเดียวแฮะ

"ตั้งหนึ่งแสนหินวิญญาณเชียวนะ มากพอให้ทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง"

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น

แค่การสุ่มรางวัลของแท่นบูชาวีรชน ก็สามารถใช้หินวิญญาณมาแทนพลังวิญญาณได้แล้ว

เพียงแต่หินวิญญาณหนึ่งก้อนสามารถนับได้เป็นพลังวิญญาณเพียงหนึ่งแต้มเท่านั้น

ซึ่งมันไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย จึงไม่มีใครทำเช่นนี้กัน

เว้นแต่จะเป็นพวกโง่เขลาที่มีเงินเหลือใช้

ลองดูคนอื่นๆ ก่อนดีกว่าว่าต้องการจะซื้อหรือไม่

เทียนหูหลิงเอ๋อร์: "พี่ชายแน่ใจหรือว่าจะขายป้ายคำสั่งอัปเกรดดินแดน? ของสิ่งนี้หายากมากเลยนะ~"

"สมแล้วที่เป็นปีศาจจิ้งจอกของเผ่าจิ้งจอกสวรรค์ เพียงแค่ตัวอักษรก็ยังเผยให้เห็นถึงกลิ่นอายแห่งความยั่วยวน"

อวิ๋นเกอถึงกับตัวสั่นสะท้านขึ้นมาทันที

ดูท่าในภายภาคหน้าหากบังเอิญพบเจอเข้า คงต้องระวังรักษาระยะห่างเอาไว้ให้ดี

มิฉะนั้นวันดีคืนดีอาจถูกนางจิ้งจอกยั่วยวนเอาได้

"ยั่วยวนอะไรหรือ?"

กานอวี่จ้องมองหน้าต่างรายงานการต่อสู้ไปพลาง พร้อมกับมองดูแผนที่ไปพลาง

ในขณะเดียวกันก็กำลังครุ่นคิดถึงทิศทางการพัฒนาในลำดับต่อไป

นางไม่ได้ตั้งใจฟังสิ่งที่อวิ๋นเกอพูดเมื่อครู่นี้เท่าไหร่นัก

"ไม่มีอะไร ข้ากำลังขายป้ายคำสั่งอัปเกรดดินแดนน่ะ"

"อ้อ ของสิ่งนี้เอาไปขายก็ดีเหมือนกัน อย่างไรเสียมีเยอะไปก็ใช้ไม่หมดอยู่ดี"

กานอวี่พยักหน้าแล้วก็กลับไปครุ่นคิดต่อ

แค่ขายของนิดๆ หน่อยๆ ท่านเจ้านครน่าจะจัดการได้ ไม่จำเป็นต้องให้นางมาคอยเป็นห่วง

ส่วนอวิ๋นเกอก็ทำการตอบข้อความของนางปีศาจจิ้งจอกต่อไป

อวิ๋นเกอ: "ขาย เพียงแต่ไม่รู้ว่าน้องสาวเผ่าจิ้งจอกสวรรค์จะให้ราคาเท่าไหร่"

เขาเตรียมจะให้อีกฝ่ายเป็นคนเสนอราคามาเอง

จากนั้นค่อยมาดูว่าทางฝั่งเผ่าทูตสวรรค์นั้นเขาขาดทุนหรือได้กำไร

แม้ว่าไม่ว่าจะได้กำไรหรือขาดทุน การแลกเปลี่ยนก็ได้สำเร็จลุล่วงไปแล้ว ไม่มีทางกลับคำได้

แต่ในใจก็ควรจะมีตัวเลขเอาไว้เป็นบรรทัดฐานไม่ใช่หรือ

เช่นนี้ภายภาคหน้าจะได้สามารถนำมาใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงได้

แต่ทว่าเมื่อประโยคนี้ตกไปถึงหูของเทียนหูหลิงเอ๋อร์ นั่นกลับไม่ใช่คำพูดที่ดีสักเท่าไหร่นัก

"หึ ผู้ชาย ใช้ป้ายคำสั่งอัปเกรดเพียงอันเดียวก็คิดจะมาบงการข้างั้นหรือ? เห็นข้าเป็นอะไรกัน? คิดจริงๆ หรือว่าเผ่าจิ้งจอกสวรรค์ของข้าที่มีเสน่ห์ล้นเหลือ จะทำเป็นแค่ออดอ้อนขอร้องให้คนมาเลี้ยงดู? ฝันไปเถอะ"

แน่นอนว่า จะพูดแบบนี้ออกไปตรงๆ ย่อมไม่ได้อยู่แล้ว

เทียนหูหลิงเอ๋อร์: "ข้าเป็นเพียงคนยากจนคนหนึ่ง ย่อมไม่อาจหยิบยกของดีอะไรออกมาได้ มีก็เพียงหินวิญญาณเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ไม่ทราบว่าแปดหมื่นหินวิญญาณจะเพียงพอหรือไม่ล่ะ พี่ชาย~"

อืม อย่าถามเลย

ถ้าถามก็คงตอบได้แค่ว่านางไม่เข้าใจนัยยะที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อ

นางไม่ได้ขายศิลปะและไม่ได้ขายเรือนร่างเสียหน่อย

ยิ่งไปกว่านั้น แค่ป้ายคำสั่งอัปเกรดเพียงอันเดียว ยิ่งไม่มีทางทำให้นางต้องยอมขายเรือนร่างแน่ๆ

อวิ๋นเกอย่อมไม่ล่วงรู้เลยว่าความคิดในใจของนางจะฟุ้งซ่านได้ถึงเพียงนี้

เขากำลังคำนวณและครุ่นคิดเรื่องราคาอยู่

แปดหมื่น?

ถ้าเช่นนั้นดูเหมือนว่าทางฝั่งทูตสวรรค์จะไม่ขาดทุนแฮะ

อวิ๋นเกอพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

ลองดูสิว่าจะสามารถขอเพิ่มอีกสักหน่อยได้หรือไม่

อวิ๋นเกอ: "หนึ่งแสนหินวิญญาณ ขาดตัว"

เทียนหูหลิงเอ๋อร์: "ตกลง!"

"???"

ทำไมถึงรู้สึกว่าตัวเองขาดทุนอยู่เรื่อยเลยนะ?

ทำไมอีกฝ่ายถึงไม่คิดจะต่อราคาสักหน่อยล่ะ?

คนเรานะ ก็เป็นเสียแบบนี้

ตนเองอยากจะต่อรองราคาเพื่อเรียกร้องผลประโยชน์

แต่หากอีกฝ่ายตอบตกลงเร็วเกินไปล่ะก็

ต่อให้ผลประโยชน์ที่ตนได้รับจะมีมากแค่ไหน ก็ยังคงรู้สึกว่าตนเองขาดทุนอยู่ดี

อวิ๋นเกอก็ไม่ได้คิดจะกลับคำ

เขาเป็นคนบอกเองว่าเป็นราคาขาดตัว จะกลับคำก็คงไม่ดีนัก

การทำธุรกิจ ความซื่อสัตย์นั้นยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

จบบทที่ บทที่ 5 รู้สึกว่าขาดทุน

คัดลอกลิงก์แล้ว