- หน้าแรก
- มหายุคแห่งเจ้านครต่างโลก สุ่มบัฟวันละหนึ่งอย่าง
- บทที่ 5 รู้สึกว่าขาดทุน
บทที่ 5 รู้สึกว่าขาดทุน
บทที่ 5 รู้สึกว่าขาดทุน
"คนพวกนี้น่ารำคาญจริงๆ ข้าก็แค่โผล่มาพูดประโยคเดียวเท่านั้น ทำไมถึงแห่กันมาหมดเลย? พวกเขาไม่พัฒนาดินแดนกันหรือไง? เพิ่มข้าเป็นเพื่อนแล้วจะมีประโยชน์อะไร ข้าไม่ช่วยพวกเขาหรอกนะ"
นี่ก็คือเทียนสื่อหย่าในช่องแชทระดับเขต
น้ำเสียงของนางเย็นชามาก ประกอบกับตอนนี้อารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
จึงยิ่งเย็นชาหนักเข้าไปอีก
ในฐานะเผ่าทูตสวรรค์ นางยังคงประเมินความนิยมของตนเองต่ำไป
ซึ่งสิ่งนี้ก็ส่งผลให้คำขอเพิ่มเพื่อนของนางระเบิดจนล้นทะลัก
"ไม่ได้การ ปฏิเสธไปให้หมดเลยดีกว่า... หืม? นี่มันอะไรกัน?"
【เจ้านครอวิ๋นเกอส่งคำขอเพิ่มเพื่อน, หมายเหตุ: พี่สาวทูตสวรรค์เอาป้ายคำสั่งอัปเกรดหรือไม่?】
"ป้ายคำสั่งอัปเกรด?"
"ป้ายคำสั่งอัปเกรดอะไรกัน? ท่านเจ้านครตีได้ป้ายคำสั่งอัปเกรดแล้วหรือ?"
วีรชนของเทียนสื่อหย่าก็เป็นทูตสวรรค์เช่นกัน ทว่าดูแล้วอายุมากกว่าเทียนสื่อหย่าเล็กน้อย
พอได้ยินคำพูดของเจ้านครตนเองก็เกิดความตื่นเต้นขึ้นมาทันที
ต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่มักจะทำให้การอัปเกรดดินแดนติดขัดนั้นไม่ใช่วัสดุพื้นฐาน
แต่เป็นป้ายคำสั่งอัปเกรดต่างหาก
วัสดุพื้นฐานขอเพียงใช้เวลาก็ย่อมต้องหามาได้
แต่ของอย่างป้ายคำสั่งอัปเกรดนั้นทำได้เพียงพึ่งพาดวงจากการตีสัตว์ประหลาดให้ดรอปออกมาเท่านั้น
ไม่เช่นนั้นก็ต้องไปหาซื้อจากผู้อื่น
แต่ปัญหาคือใครจะเอาของพรรค์นี้มาขายกันล่ะ?
ตัวเองไม่ต้องอัปเกรดหรือไง?
เทียนสื่อหย่าส่ายหน้าพลางกล่าว "ไม่ใช่ข้าที่ตีได้ แต่มีคนมาถามข้าว่าต้องการหรือไม่"
"หรือนี่ก็คือพวกลูกไล่สายเปย์ในตำนานของเผ่ามนุษย์? ถึงขนาดมอบป้ายคำสั่งอัปเกรดดินแดนให้กันได้เลยเชียว? รู้สึกเวทนาแทนวีรชนของเขาจริงๆ ที่ต้องมาพบเจอกับเจ้านครเช่นนี้"
วีรชนของเทียนสื่อหย่าจึงรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมแทนกานอวี่ขึ้นมาทันที
"เอาล่ะ หลิง พวกเขาจะเป็นอย่างไรก็ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเรา ในเมื่อเขาอยากจะให้ งั้นข้าก็จะเอาหินวิญญาณจ่ายซื้อมาก็แล้วกัน จะได้ไม่ติดค้างน้ำใจกัน"
เทียนสื่อหย่าพูดจบก็กดตกลง
แต่หารู้ไม่ว่า คนที่อวิ๋นเกอติดต่อไปนั้นไม่ได้มีแค่นางเพียงคนเดียว
ไม่ใช่อวิ๋นเกออยากจะฉวยโอกาสขึ้นราคาหรอกนะ
แต่เป็นเพราะป้ายคำสั่งในมือเขามันมีเยอะเกินไปต่างหาก
ของอย่างป้ายคำสั่งอัปเกรด คนหนึ่งซื้อแค่อันเดียวก็พอแล้ว
ซื้อเยอะไปก็ไม่มีประโยชน์ไม่ใช่หรือ
【เจ้านครอวิ๋นเกอส่งคำขอเพิ่มเพื่อน, หมายเหตุ: น้องสาวเผ่าจิ้งจอกเอาป้ายคำสั่งอัปเกรดหรือไม่?】
【...หมายเหตุ: พี่เฉาเอาป้ายคำสั่งอัปเกรดหรือไม่?】
【...หมายเหตุ: พี่เย่เอาป้ายคำสั่งอัปเกรดหรือไม่?】
【...หมายเหตุ: น้องสาวคนสวยเอาป้ายคำสั่งอัปเกรดหรือไม่?】
……
เขาส่งคำขอเพิ่มเพื่อนไปแปดคนรวด
เหลือเก็บไว้ใช้เองหนึ่งอัน และอีกหนึ่งอันก็ขายให้หลิงเกอในราคาถูกก็แล้วกัน
จะให้แจกฟรีน่ะเป็นไปไม่ได้หรอก
ตัวเขาเองก็ยังขาดแคลนหินวิญญาณอยู่นะ
เพื่อให้สามารถนอนเล่นเสวยสุขกับชีวิตได้อย่างเต็มที่ หินวิญญาณจึงเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้
อีกอย่างหนึ่ง
หลิงเกอจะว่าไปแล้วก็นับว่าเป็นเศรษฐินีตัวน้อย ไม่สะทกสะท้านกับหินวิญญาณแค่นี้หรอก
【ติ๊ง! เจ้านครเทียนสื่อหย่าตกลงรับคำขอเพิ่มเพื่อนของท่าน พวกท่านสามารถสนทนากันได้แล้ว】
เทียนสื่อหย่า: "ในมือเจ้ามีป้ายคำสั่งอัปเกรดดินแดนงั้นหรือ?"
อวิ๋นเกอ: "ใช่แล้ว พี่สาวทูตสวรรค์ต้องการไหม?"
เทียนสื่อหย่า: "เสนอราคามาสิ"
ซี๊ด! สมแล้วที่เป็นตัวท็อป ให้เสนอราคาได้ตามใจชอบเลยหรือ?
เช่นนั้นก็อย่ามาโทษว่าเขาไม่เกรงใจก็แล้วกัน อย่างไรเสียนี่ก็เป็นราคาที่เจ้าให้เขาเสนอเองนะ
อวิ๋นเกอ: "ถ้างั้นก็... หนึ่งแสนหินวิญญาณ?"
อวิ๋นเกอก็ไม่ค่อยเข้าใจราคาที่แน่ชัดของไอ้ของพรรค์นี้สักเท่าไหร่
ในหนังสือก็ไม่ได้เขียนบอกเอาไว้นี่นา!
หลักๆ เป็นเพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครเอาของสิ่งนี้มาขายเลย
ของสิ่งนี้หลังจากที่ดรอปออกมาหนึ่งครั้งแล้ว โอกาสที่จะดรอปออกมาอีกครั้งนั้นจะต่ำจนน่าขนลุก
ดังนั้นก่อนหน้านี้จึงไม่เคยได้ยินว่ามีใครนำป้ายคำสั่งอัปเกรดดินแดนมาขายมาก่อน
นี่จึงเป็นเหตุให้เขากำหนดราคาไม่ถูก ทำได้เพียงเสนอราคาสูงลิ่วส่งเดชไปเท่านั้น
โก่งราคาสูงลิบลิ่ว แล้วค่อยมาต่อรองราคากันไงล่ะ
ไม่มีปัญหาหรอก
หากเจ้าไม่พอใจก็สามารถต่อรองราคาได้นี่
เทียนสื่อหย่า: "เจ้าแน่ใจนะ?"
หมายความว่าอย่างไร?
ตั้งราคาสูงไปหรือต่ำไป?
อวิ๋นเกอก็ไม่รู้เหมือนกัน
แต่เขารู้ว่าราคานี้สำหรับเขานั้นถือว่าเป็นราคาสูงลิ่วแล้ว
หรือว่าจะลดลงมาหน่อยดี?
ยังไม่ทันที่เขาจะตอบกลับ เทียนสื่อหย่าก็ส่งข้อความมาอีกครั้ง
เทียนสื่อหย่า: "หนึ่งแสนก็หนึ่งแสน แต่จงอย่าหาว่าข้าไม่เตือนเจ้า โอกาสที่คนคนเดียวกันจะสามารถทำให้ป้ายคำสั่งอัปเกรดดินแดนดรอปออกมาได้อีกครั้งนั้นแทบจะเป็นศูนย์ ถึงตอนนั้นหากเจ้าต้องการอัปเกรดดินแดนอีกล่ะก็คงจะยากแล้ว เจ้าแน่ใจนะว่าจะขาย?"
ทูตสวรรค์ตนนี้ก็นิสัยดีเหมือนกันแฮะ ยังมีกะจิตกะใจมาช่วยเตือนด้วย
มิน่าเล่าเผ่าทูตสวรรค์ถึงได้รับความนิยมอย่างมากในสวรรค์หมื่นภพภูมิ
ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผลเสียทีเดียว
อวิ๋นเกอ: "ขาย!"
ในมือเขามีอยู่ตั้งสิบอัน ใช้ไม่หมดก็เสียเปล่าไม่ใช่หรือ
ไม่ขายแล้วจะเก็บไว้บูชาหรือไง?
เทียนสื่อหย่า: "ตกลง ในเมื่อเจ้ากล้าขาย แล้วข้ามีอะไรต้องไม่กล้าซื้อเล่า ทำการแลกเปลี่ยนกันเถอะ"
【เจ้านครเทียนสื่อหย่าส่งคำขอแลกเปลี่ยน, ยินยอมหรือไม่?】
"ยินยอม"
หลังจากที่กดตกลง ป้ายคำสั่งในช่องเก็บของก็ลดลงไปหนึ่งอันโดยอัตโนมัติ
สะดวกดีทีเดียวแฮะ
"ตั้งหนึ่งแสนหินวิญญาณเชียวนะ มากพอให้ทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง"
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น
แค่การสุ่มรางวัลของแท่นบูชาวีรชน ก็สามารถใช้หินวิญญาณมาแทนพลังวิญญาณได้แล้ว
เพียงแต่หินวิญญาณหนึ่งก้อนสามารถนับได้เป็นพลังวิญญาณเพียงหนึ่งแต้มเท่านั้น
ซึ่งมันไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย จึงไม่มีใครทำเช่นนี้กัน
เว้นแต่จะเป็นพวกโง่เขลาที่มีเงินเหลือใช้
ลองดูคนอื่นๆ ก่อนดีกว่าว่าต้องการจะซื้อหรือไม่
เทียนหูหลิงเอ๋อร์: "พี่ชายแน่ใจหรือว่าจะขายป้ายคำสั่งอัปเกรดดินแดน? ของสิ่งนี้หายากมากเลยนะ~"
"สมแล้วที่เป็นปีศาจจิ้งจอกของเผ่าจิ้งจอกสวรรค์ เพียงแค่ตัวอักษรก็ยังเผยให้เห็นถึงกลิ่นอายแห่งความยั่วยวน"
อวิ๋นเกอถึงกับตัวสั่นสะท้านขึ้นมาทันที
ดูท่าในภายภาคหน้าหากบังเอิญพบเจอเข้า คงต้องระวังรักษาระยะห่างเอาไว้ให้ดี
มิฉะนั้นวันดีคืนดีอาจถูกนางจิ้งจอกยั่วยวนเอาได้
"ยั่วยวนอะไรหรือ?"
กานอวี่จ้องมองหน้าต่างรายงานการต่อสู้ไปพลาง พร้อมกับมองดูแผนที่ไปพลาง
ในขณะเดียวกันก็กำลังครุ่นคิดถึงทิศทางการพัฒนาในลำดับต่อไป
นางไม่ได้ตั้งใจฟังสิ่งที่อวิ๋นเกอพูดเมื่อครู่นี้เท่าไหร่นัก
"ไม่มีอะไร ข้ากำลังขายป้ายคำสั่งอัปเกรดดินแดนน่ะ"
"อ้อ ของสิ่งนี้เอาไปขายก็ดีเหมือนกัน อย่างไรเสียมีเยอะไปก็ใช้ไม่หมดอยู่ดี"
กานอวี่พยักหน้าแล้วก็กลับไปครุ่นคิดต่อ
แค่ขายของนิดๆ หน่อยๆ ท่านเจ้านครน่าจะจัดการได้ ไม่จำเป็นต้องให้นางมาคอยเป็นห่วง
ส่วนอวิ๋นเกอก็ทำการตอบข้อความของนางปีศาจจิ้งจอกต่อไป
อวิ๋นเกอ: "ขาย เพียงแต่ไม่รู้ว่าน้องสาวเผ่าจิ้งจอกสวรรค์จะให้ราคาเท่าไหร่"
เขาเตรียมจะให้อีกฝ่ายเป็นคนเสนอราคามาเอง
จากนั้นค่อยมาดูว่าทางฝั่งเผ่าทูตสวรรค์นั้นเขาขาดทุนหรือได้กำไร
แม้ว่าไม่ว่าจะได้กำไรหรือขาดทุน การแลกเปลี่ยนก็ได้สำเร็จลุล่วงไปแล้ว ไม่มีทางกลับคำได้
แต่ในใจก็ควรจะมีตัวเลขเอาไว้เป็นบรรทัดฐานไม่ใช่หรือ
เช่นนี้ภายภาคหน้าจะได้สามารถนำมาใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงได้
แต่ทว่าเมื่อประโยคนี้ตกไปถึงหูของเทียนหูหลิงเอ๋อร์ นั่นกลับไม่ใช่คำพูดที่ดีสักเท่าไหร่นัก
"หึ ผู้ชาย ใช้ป้ายคำสั่งอัปเกรดเพียงอันเดียวก็คิดจะมาบงการข้างั้นหรือ? เห็นข้าเป็นอะไรกัน? คิดจริงๆ หรือว่าเผ่าจิ้งจอกสวรรค์ของข้าที่มีเสน่ห์ล้นเหลือ จะทำเป็นแค่ออดอ้อนขอร้องให้คนมาเลี้ยงดู? ฝันไปเถอะ"
แน่นอนว่า จะพูดแบบนี้ออกไปตรงๆ ย่อมไม่ได้อยู่แล้ว
เทียนหูหลิงเอ๋อร์: "ข้าเป็นเพียงคนยากจนคนหนึ่ง ย่อมไม่อาจหยิบยกของดีอะไรออกมาได้ มีก็เพียงหินวิญญาณเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ไม่ทราบว่าแปดหมื่นหินวิญญาณจะเพียงพอหรือไม่ล่ะ พี่ชาย~"
อืม อย่าถามเลย
ถ้าถามก็คงตอบได้แค่ว่านางไม่เข้าใจนัยยะที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อ
นางไม่ได้ขายศิลปะและไม่ได้ขายเรือนร่างเสียหน่อย
ยิ่งไปกว่านั้น แค่ป้ายคำสั่งอัปเกรดเพียงอันเดียว ยิ่งไม่มีทางทำให้นางต้องยอมขายเรือนร่างแน่ๆ
อวิ๋นเกอย่อมไม่ล่วงรู้เลยว่าความคิดในใจของนางจะฟุ้งซ่านได้ถึงเพียงนี้
เขากำลังคำนวณและครุ่นคิดเรื่องราคาอยู่
แปดหมื่น?
ถ้าเช่นนั้นดูเหมือนว่าทางฝั่งทูตสวรรค์จะไม่ขาดทุนแฮะ
อวิ๋นเกอพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ลองดูสิว่าจะสามารถขอเพิ่มอีกสักหน่อยได้หรือไม่
อวิ๋นเกอ: "หนึ่งแสนหินวิญญาณ ขาดตัว"
เทียนหูหลิงเอ๋อร์: "ตกลง!"
"???"
ทำไมถึงรู้สึกว่าตัวเองขาดทุนอยู่เรื่อยเลยนะ?
ทำไมอีกฝ่ายถึงไม่คิดจะต่อราคาสักหน่อยล่ะ?
คนเรานะ ก็เป็นเสียแบบนี้
ตนเองอยากจะต่อรองราคาเพื่อเรียกร้องผลประโยชน์
แต่หากอีกฝ่ายตอบตกลงเร็วเกินไปล่ะก็
ต่อให้ผลประโยชน์ที่ตนได้รับจะมีมากแค่ไหน ก็ยังคงรู้สึกว่าตนเองขาดทุนอยู่ดี
อวิ๋นเกอก็ไม่ได้คิดจะกลับคำ
เขาเป็นคนบอกเองว่าเป็นราคาขาดตัว จะกลับคำก็คงไม่ดีนัก
การทำธุรกิจ ความซื่อสัตย์นั้นยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก