- หน้าแรก
- หวนคืนบัลลังก์จักรพรรดิเซียน
- บทที่ 57 ต่อรองราคา
บทที่ 57 ต่อรองราคา
บทที่ 57 ต่อรองราคา
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนมองไปทางหมัวเฮย "ผู้อาวุโส ท่านคือผู้อาวุโสขอบเขตโอสถเทพ เป็นที่เคารพนับถืออย่างสูง ข้าเป็นเพียงผู้เยาว์ขอบเขตเบิกชีพจร ข้าจะมีสิ่งใดกล่าวกับผู้อาวุโสได้เล่า?"
"เจ้า เมื่อครู่เจ้าไม่ได้กล่าวถึงข้า ข้ามีอาการ อาการเช่นนั้นหรอกหรือ?" หมัวเฮยใบหน้ากระตุกขณะมองเซวียนหยวนฮ่าวเทียน
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนร้องอ้อออกมาคำหนึ่ง "ข้าเพียงพูดไปเรื่อยเปื่อย ผู้อาวุโสโปรดอย่าใส่ใจ!" เขากล่าวพลางประสานมือคารวะโยวจี "โยวจี ลาก่อน!"
กล่าวจบเขาก็เตรียมจะหันหลังเดินจากไป
หมัวเฮยพลิ้วกายวูบเดียวพุ่งไปถึงหน้าประตู "ห้ามไป วันนี้หากเจ้าไม่พูดให้กระจ่าง ก็ห้ามไป!"
"ผู้อาวุโสช่างมีอำนาจบารมียิ่งนัก จุ๊ๆ ข้าสมควรต้องรู้สึกหวาดกลัวหรือไม่?" เซวียนหยวนฮ่าวเทียนยิ้มอย่างเหยียดหยาม ในดวงตาดุจดวงดารามีประกายเย็นชาพาดผ่านสายหนึ่ง
"ทำไม? เจ้าคิดว่าชายชราผู้นี้ไม่กล้าหรือ?" หมัวเฮยเผยจิตสังหารทางแววตา
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนแค่นยิ้ม "ย่อมคิดว่าท่านไม่กล้า!"
หมัวเฮยคำรามต่ำ สนามพลังขอบเขตโอสถเทพแผ่ขยายออกไป ทำให้ทั่วทั้งห้องเต็มไปด้วยปราณกระบี่ที่ตัดสลับกันไปมาในชั่วพริบตา "ไอ้หนู เจ้ากำลังรนหาที่ตาย!"
โยวจีเหงื่อเย็นเยียบเปียกชุ่มไปเกือบทั้งแผ่นหลัง นางไม่รู้ว่าเหตุใดเซวียนหยวนฮ่าวเทียนถึงต้องยั่วยุให้หมัวเฮยเดือดดาล
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนเมินเฉยต่อการล็อคเป้าหมายด้วยกลิ่นอายของหมัวเฮยอย่างสิ้นเชิง เขาเพียงหันหลังไปหาเก้าอี้แล้วนั่งลง "หมัวเฮย ท่านเชื่อหรือไม่ หากท่านกล้าลงมือกับข้า ภายในสามวัน ท่านต้องตายอย่างแน่นอน!"
หมัวเฮยหัวเราะฮ่าๆ อย่างเย็นชา "ไม่เชื่อ!"
"เช่นนั้นท่านก็ลองดูได้! ข้ารับรองว่าท่านฆ่าข้าไม่ได้ และหลังจากนี้สามวัน ข้าจะเหยียบย่ำอยู่บนศพของท่าน!" เซวียนหยวนฮ่าวเทียนกางมือทั้งสองข้างออก ทำท่าทางราวกับให้หมัวเฮยลงมือ
จิตสังหารในดวงตาของหมัวเฮยพลุ่งพล่านไม่หยุด แต่ท้ายที่สุดเขาก็ยังคงอดกลั้นไว้ "ตกลงเจ้าหมายความว่าอย่างไร?"
"ท่านตั้งใจว่าหลังจากออกจากที่นี่ไปแล้ว จะใช้ผงจุ้ยเซียนในทันทีใช่หรือไม่?"
"แน่นอน!"
"ผู้อื่นใช้ผงจุ้ยเซียนได้ แต่หากท่านใช้ผงจุ้ยเซียน ภายในสามวันจะต้องตายอย่างแน่นอน!" เซวียนหยวนฮ่าวเทียนเผยรอยยิ้มอันอ่อนโยน แต่คำพูดที่กล่าวออกมากลับทำให้หมัวเฮยและโยวจีล้วนตกตะลึง
"หรือว่าท่านไม่พบเลยว่าปราณวิญญาณในร่างกายของท่านตอนนี้เริ่มไม่เสถียรแล้ว? จุดเสินเชวีย จุดจงหว่าน จุดไป่จู๋หลี่ ตำแหน่งเหล่านี้รู้สึกเจ็บปวดลึกๆ ใช่หรือไม่?"
หมัวเฮยสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างหนัก "หรือว่าเจ้าวางยาพิษในผงจุ้ยเซียน?"
"ผงจุ้ยเซียนสำหรับผู้อื่นแล้วคือโอสถวิเศษแห่งการรู้แจ้ง สำหรับท่านแล้วก็คือยันต์เร่งทวงวิญญาณ หากท่านไม่เชื่อ ก็เชิญตามสบาย! อย่างไรเสียสามวันให้หลังข้าก็จะได้ศพขอบเขตโอสถเทพหนึ่งร่างมาใช้หลอมโอสถ นี่ก็นับว่าได้ทุนของผงจุ้ยเซียนคืนแล้ว!"
การใช้ศพผู้ฝึกตนมาหลอมโอสถ นั่นเป็นวิธีการของผู้ฝึกมาร
"ใช้ร่างของชายชราผู้นี้หลอมโอสถหรือ? ช่างอวดดีเสียจริง เจ้าเป็นผู้ฝึกมารหรือ?" สีหน้าของหมัวเฮยเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
เซวียนหยวนฮ่าวเทียน "ผู้ฝึกมาร? มิกล้ารับหรอก แต่สิ่งใดคือผู้ฝึกมาร? สิ่งใดคือวิถีธรรม? คำพูดและการกระทำของผู้อาวุโสเช่นนี้ ก็สามารถเรียกว่าวิถีธรรมได้อย่างนั้นหรือ?"
กลิ่นอายบนร่างของหมัวเฮยพลันชะงักงัน
ในชั่วพริบตา เขาก็รู้สึกเจ็บปวดที่หน้าอก กลิ่นอายของคนทั้งร่างพลันพังทลายลงในคราวเดียว
"ท่านดูสิ ทุกครั้งที่ท่านเกิดความสงสัยในใจ ก็จะเป็นเช่นนี้ และทุกครั้งก็จะรุนแรงยิ่งขึ้น ข้าบอกว่าท่านจิตใจไม่ซื่อตรง ความคิดไม่ปลอดโปร่ง ตอนนี้ท่านเชื่อหรือยังเล่า?" เซวียนหยวนฮ่าวเทียนหยิบถ้วยชาบนโต๊ะขึ้นมาจิบคำหนึ่ง
"ตกลงเจ้ารู้อะไรกันแน่? ตกลงข้าเป็นอะไรไป?" หมัวเฮยกุมหน้าอก อาการผิดปกตินี้ตามหลอกหลอนเขามาตลอดสามสิบปีเต็มแล้ว
เป็นดังที่เซวียนหยวนฮ่าวเทียนกล่าว ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อระดับพลังฝึกตนของเขา แต่เมื่ออาการหนักขึ้น เขากระทั่งร่วงหล่นจากขอบเขตโอสถเทพขั้นสี่ลงมาอยู่ที่ขั้นสามโดยตรง
นี่ก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงต้องได้ผงจุ้ยเซียนมาให้จงได้ กระทั่งยอมบากหน้าอันแก่ชรามาเล่นแง่ นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของเขาแล้ว
เขาได้รู้สรรพคุณของผงจุ้ยเซียนจากตำราโบราณเล่มหนึ่ง หลังจากรู้ว่างามประมูลของโยวจีจะมีผงจุ้ยเซียน เขาก็รีบเร่งมาในทันที เพื่อดูว่าผงจุ้ยเซียนที่นำมาประมูลนี้ใช่ผงจุ้ยเซียนที่เขาต้องการหรือไม่
ผลปรากฏว่าเป็นสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ ดังนั้นจึงเกิดเรื่องราวในเวลาต่อมา
แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่า เซวียนหยวนฮ่าวเทียนจะกล่าวว่าผงจุ้ยเซียนเป็นยันต์เร่งทวงวิญญาณสำหรับเขา
และตอนนี้ ร่างกายของเขาก็เกิดปัญหาขึ้นอีกครั้งจริงๆ ต่อให้เขาไม่อยากยอมรับเพียงใด ในเวลานี้ก็อดที่จะเชื่อไปสามส่วนไม่ได้แล้ว
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนแบมือออก "เหตุใดข้าต้องบอกท่านด้วย? เรื่องนี้มีข้อดีอันใดต่อข้าหรือ? ผู้อาวุโส หากเปลี่ยนท่านเป็นข้า ท่านจะพูดหรือไม่? ท่านเป็นผู้อาวุโส ท่านเป็นยอดฝีมือ ท่านอยากแย่งของของข้าก็จะแย่งของของข้า แย่งของไปแล้วยังจะให้ข้าบอกท่านอีกว่าเหตุใดท่านจึงใช้ของสิ่งนี้ไม่ได้ ท่านคิดว่ามันเป็นไปได้หรือ?"
ทุกครั้งที่เซวียนหยวนฮ่าวเทียนกล่าวประโยคหนึ่ง สีหน้าของหมัวเฮยก็ดูไม่ได้ขึ้นอีกส่วนหนึ่ง
ไม่เพียงแต่เขารู้สึกอับอายอยู่บ้าง ที่สำคัญกว่านั้นคือคำพูดของเซวียนหยวนฮ่าวเทียนราวกับมีมนต์ขลัง เมื่อกล่าวออกมาประโยคหนึ่ง อาการเจ็บหน้าอกของเขาก็รุนแรงขึ้นอีกส่วนหนึ่ง
หากไม่ใช่เพราะความอดทนของขอบเขตโอสถเทพของเขานั้นไม่ธรรมดา ป่านนี้คงเจ็บปวดจนลงไปกลิ้งกับพื้นแล้ว
"ตกลง เจ้าต้องการให้ชายชราผู้นี้ทำเช่นไร?" หมัวเฮยกล่าว
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนยิ้ม "มอบผงรวบปราณให้ข้าหนึ่งแสนขวด หรือไม่ก็มาเป็นผู้คุ้มกันให้ข้าหนึ่งเดือน ข้าถึงจะบอกท่านว่าเหตุใดท่านจึงใช้ผงจุ้ยเซียนไม่ได้! มอบผงรวบปราณให้ข้าสามแสนขวด หรือไม่ก็มาเป็นผู้คุ้มกันให้ข้าสามเดือน ข้าถึงจะบอกวิธีแก้ปัญหานี้แก่ท่าน!"
"หากท่านมาเป็นผู้คุ้มกันให้ข้าหนึ่งปี ข้ารับรองว่าอาการบาดเจ็บเก่าของท่านจะหายดี ระดับพลังทะลวงผ่าน และภายในห้าปี ท่านจะกลายเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตเทพสวรรค์คนแรกในดินแดนรกร้างแห่งนี้!"
อย่าว่าแต่หมัวเฮยเลย กระทั่งโยวจียังอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
พวกเขาล้วนคิดว่าตนเองฟังผิดไป หากไม่ใช่เช่นนั้นก็คงเป็นคำพูดของคนบ้าของเซวียนหยวนฮ่าวเทียนแล้ว
ทว่าเซวียนหยวนฮ่าวเทียนกลับไม่ใส่ใจต่อสีหน้าของทั้งสองคน "คิดดีแล้วหรือยัง? อาการเจ็บหน้าอกของท่านหากปล่อยไว้ต่อไป คงต้องเสียหน้าแล้วล่ะ อ้อ ผงรวบปราณหนึ่งแสนขวด สำหรับผู้อาวุโสแล้วเป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่ง ท่านหยิบของสิ่งใดออกมาส่งเดชก็สามารถนำมาหักล้างกันได้แล้ว!"
หมัวเฮยหน้าดำทะมึนดุจน้ำหมึก "ไอ้หนู เจ้ากำลังดูถูกข้าหรือ?"
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนส่ายหน้า "การค้าที่ยุติธรรม ไม่ใช่หรือไร? ข้ามั่นใจว่าหากผู้อาวุโสมาอยู่ในจุดเดียวกับข้า ก็จะทำสิ่งเดียวกันอย่างแน่นอน ถูกหรือไม่?"
หมัวเฮยจ้องมองเซวียนหยวนฮ่าวเทียนด้วยสีหน้าขุ่นเคือง ความหยิ่งผยองไม่ยอมก้มหัวให้ใครบนใบหน้าของอีกฝ่ายนั้นช่างเหมือนกับตัวเขาในปีนั้นไม่มีผิด
ในที่สุด หมัวเฮยก็กัดฟันกรอด "ตกลง ชายชราผู้นี้จะเป็นผู้คุ้มกันให้เจ้าหนึ่งเดือน!"
เขาไม่อาจนำผงรวบปราณหนึ่งแสนขวดออกมาได้จริงๆ สิ่งเดียวที่มีค่าบนร่างของเขาก็คือกระบี่คู่กายเล่มนั้น แต่ของสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เขายอมตายแต่ไม่ยอมมอบให้ผู้อื่นเด็ดขาด
"ดี! เช่นนั้นสัญญาก็เป็นอันตกลง ทว่าผู้อาวุโสเป็นถึงขอบเขตโอสถเทพ หากท่านเกิดกลับคำ ผู้เยาว์ก็คงทำอะไรท่านไม่ได้ ดังนั้นขอให้ผู้อาวุโสกล่าวคำสาบานมารในใจเถิด!" เซวียนหยวนฮ่าวเทียนยังคงราบเรียบดุจผิวน้ำ
หมัวเฮยกัดฟันกรอด กล่าวคำสาบานมารในใจ
คำสาบานมารในใจสำหรับผู้ฝึกตนแล้วถือเป็นคำสาบานที่เด็ดขาดอย่างยิ่ง ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าผู้ใดที่ฝ่าฝืนคำสาบานมารในใจแล้วจะจบสิ้นด้วยดี
"ตอนนี้พูดได้แล้วกระมัง?" หมัวเฮยกัดฟันกรอดมองเซวียนหยวนฮ่าวเทียน
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนยิ้มบาง ปรบมือหนึ่งครั้ง นับตัวเลขหนึ่งครั้ง "หนึ่ง สอง สาม... แปด เก้า สิบ!"
จะว่าไปก็แปลก ในตอนที่เซวียนหยวนฮ่าวเทียนนับถึงสิบ อาการเจ็บหน้าอกของหมัวเฮยก็หายดี อีกทั้งการโคจรปราณวิญญาณในร่างกายของเขาก็กลับมาเป็นปกติ ซ้ำยังปกติดีกว่าช่วงก่อนที่จะมีอาการกำเริบเสียอีก
"นี่ ตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่?" หมัวเฮยมีใบหน้างุนงงไปหมด