- หน้าแรก
- หวนคืนบัลลังก์จักรพรรดิเซียน
- บทที่ 56 กระตุ้นความอยาก
บทที่ 56 กระตุ้นความอยาก
บทที่ 56 กระตุ้นความอยาก
เบื้องหลังของสมาคมการค้าเทียนซิงก็คือสำนักเทียนซิง เป็นสำนักการค้าที่ยึดถือคำขวัญในการมอบบริการคุณภาพสูงให้แก่ผู้ฝึกตนทั้งหมดในดินแดนรกร้าง ประมุขสำนักเป็นศิษย์สืบทอดของสำนักกระบี่เจ็ดดารา สำนักเทียนซิงถูกก่อตั้งขึ้นภายใต้การสั่งการของสำนักกระบี่เจ็ดดารานั่นเอง
กล่าวโดยง่าย สำนักเทียนซิงก็คือช่องทางธุรกิจที่สำนักกระบี่เจ็ดดาราสร้างขึ้น เป็นวิธีการที่สามที่สำนักกระบี่เจ็ดดาราใช้ควบคุมทั่วทั้งดินแดนรกร้าง นอกเหนือจากเส้นทางราชวงศ์และกำลังรบ
ดังนั้นในดินแดนรกร้าง จึงยังไม่มีผู้ใดที่ไม่ลืมหูลืมตากล้าวิ่งมาปล้นชิงสมาคมการค้าเทียนซิง
เช่นนั้นปัญหาก็ตามมา สมาคมการค้าเช่นนี้ ยังต้องการผู้คุ้มกันขอบเขตโอสถเทพอีกหรือ?
เห็นได้ชัดว่าหมัวเฮยกำลังเล่นแง่แล้ว
เมื่อเซวียนหยวนฮ่าวเทียนได้ฟังโยวจีกล่าวเช่นนี้ ในใจก็ร้องว่าอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด ก่อนหน้านี้เขาคาดเดาจุดนี้ได้แล้ว สายตาของเขากวาดมองหมัวเฮยอย่างราบเรียบ แล้วเผยรอยยิ้มบางๆ
"ผู้อาวุโสหมัวเฮย ผงจุ้ยเซียนขวดนี้ข้าเป็นคนพบในเทือกเขาเทียนซ่า ตามข้อตกลงของข้ากับโยวจี สิ่งที่ได้จากการประมูลผงจุ้ยเซียนย่อมตกเป็นของข้า เช่นนั้น ความหมายของท่านก็คือ ท่านตั้งใจจะเป็นผู้คุ้มกันให้ข้าหนึ่งเดือนอย่างนั้นหรือ?"
ตอนนั้นสีหน้าของหมัวเฮยพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย
การเป็นผู้คุ้มกันของสมาคมการค้าเทียนซิงกับการเป็นผู้คุ้มกันส่วนตัวของเซวียนหยวนฮ่าวเทียนนั้น เป็นสองเรื่องที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
อย่างแรกจะไม่มีผู้ใดกล่าวหาว่าหมัวเฮยเป็นอย่างไรได้ กระทั่งสำนักกระบี่เจ็ดดาราเมื่อทราบเรื่องแล้วยังจะมอบค่าตอบแทนให้เขาอย่างงามเพื่อดึงตัวเขาไว้ด้วยซ้ำ
แต่หากเป็นอย่างหลัง เกรงว่าใบหน้าแก่ชรานี้คงจะอับอายจนหมดสิ้นแล้ว
เขาที่เป็นถึงยอดฝีมือรุ่นอาวุโสขอบเขตโอสถเทพผู้สง่างาม จะให้ไปเป็นผู้คุ้มกันให้ผู้เยาว์ขอบเขตเบิกชีพจรขั้นเก้าคนหนึ่งหรือ? หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ภายหน้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด?
ยิ่งไปกว่านั้นสมาคมการค้าเทียนซิงทำมาค้าขาย ย่อมไม่เป็นฝ่ายออกไปก่อเรื่องก่อนแน่
แต่เซวียนหยวนฮ่าวเทียนตัวคนเดียว หากเขาฉวยโอกาสในหนึ่งเดือนนี้วิ่งลึกเข้าไปในเทือกเขาเทียนซ่า หมัวเฮยที่เป็นผู้คุ้มกันผู้นี้จะตามไปหรือไม่เล่า?
"ชายชราผู้นี้จะเป็นเพียงผู้คุ้มกันของสมาคมการค้าเทียนซิงเท่านั้น หากเทพธิดาจื่อโยวไม่ยินยอม เช่นนั้นก็ไม่ใช่ว่าชายชราผู้นี้ผิดสัญญาแล้ว ส่วนเจ้าเด็กเหม็น แม้ว่าเจ้าจะมีพรสวรรค์ในด้านการหลอมโอสถอยู่บ้าง แต่เจ้าคิดจะให้ชายชราผู้นี้ไปขวางความซวยจากตระกูลเหอให้เจ้าอย่างนั้นหรือ? ไม่มีทาง! ชายชราผู้นี้ไม่ใช่คนที่เจ้าจะเชิญได้หรอกนะ!"
เห็นได้ชัดว่าหมัวเฮยจำเสียงของเซวียนหยวนฮ่าวเทียนได้แล้ว ดังนั้นเขาจึงเข้าใจผิดว่าการที่เซวียนหยวนฮ่าวเทียนต้องการให้เขาเป็นผู้คุ้มกันนั้น ก็เพื่อจะให้เขาช่วยรับหน้าการหาเรื่องจากตระกูลเหอที่จะตามมา
สามารถจินตนาการได้เลยว่า เหอหลงเสียหน้าอย่างหนักที่นี่ หลังจากนี้ย่อมไม่มีทางเลิกราง่ายๆ แน่
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนยิ้มบาง "ตกลง เช่นนั้นผงจุ้ยเซียนขวดนี้ก็ถือเป็นของขวัญมอบให้ผู้อาวุโสก็แล้วกัน ผู้อาวุโสเชิญเถิด!"
เมื่อคำพูดนี้กล่าวออกมา อย่าว่าแต่หมัวเฮยเลย กระทั่งโยวจียังอึ้งงันไป
นี่คิดจะทำสิ่งใดกันแน่?
"เจ้าเด็กเหม็น เจ้าพูดจริงหรือ?" หมัวเฮยกวาดสายตามองเซวียนหยวนฮ่าวเทียนขึ้นลง
เซวียนหยวนฮ่าวเทียน "แน่นอน เซวียนหยวนฮ่าวเทียนผู้นี้พูดคำไหนคำนั้นเสมอ ในเมื่อผู้อาวุโสไม่ยินยอมเป็นผู้คุ้มกันของข้า เช่นนั้นท่านก็ไปเถิด ผงจุ้ยเซียนถือเสียว่าข้ามอบให้ท่านก็แล้วกัน!"
หมัวเฮยมีสีหน้าแปลกประหลาด "เจ้าเด็กเหม็น เจ้าวางแผนอะไรอยู่? เจ้าคิดจะถอยเพื่อรุกอย่างนั้นหรือ? เฮอะ เจ้าคิดว่าแผนนี้จะใช้กับชายชราผู้นี้ได้ผลหรือ?"
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนทำเป็นไม่มองหมัวเฮยเลยแม้แต่น้อย "โยวจี หักบัญชีรายได้ของวันนี้เถิด ผงจุ้ยเซียนถือเสียว่าไม่เคยมีมาก่อน ท่านพ่อกับพวกโหรวเอ๋อร์ยังรอข้าอยู่!"
โยวจีไม่รู้ว่าเซวียนหยวนฮ่าวเทียนต้องการทำสิ่งใด แต่นางยังคงพยักหน้ารับอย่างให้ความร่วมมือ "ตกลง ครั้งนี้หากไม่รวมผงจุ้ยเซียน รายได้จากสินค้าประมูลทั้งหมดรวมเป็นเก้าหมื่นเจ็ดพันหกร้อยห้าสิบขวดผงรวบปราณ!"
"ตามข้อตกลงคือแบ่งกันคนละครึ่ง เช่นนั้นน้องฮ่าวเทียนของเจ้าก็คือสี่หมื่นแปดพันแปดร้อยยี่สิบห้าขวด! น้องฮ่าวเทียนเจ้ารอประเดี๋ยว พี่สาวจะไปนำมาให้เจ้าเดี๋ยวนี้!"
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนโบกมืออย่างใจกว้าง "ให้ข้าสี่หมื่นแปดพันขวดก็พอแล้ว ที่เหลือก็ถือเป็นค่าเหนื่อยของท่านในวันนี้ก็แล้วกัน!"
โยวจีหัวเราะคิกคักเบาๆ "น้องฮ่าวเทียนช่างรู้จักห่วงใยคนจริงๆ เจ้าต้องรักษาความดีนี้ไว้นะ ภายหน้าอย่าได้กลายเป็นพวกตุกติกไร้ยางอายไปเสียล่ะ!"
คำพูดนี้มีความนัยแฝงอยู่ เห็นได้ชัดว่าจงใจพูดให้หมัวเฮยที่เงี่ยหูฟังอยู่ด้านข้างได้ยิน
ทว่าหมัวเฮยหน้าหนา ฟังแล้วก็ทำเป็นไม่ได้ยิน
เซวียนหยวนฮ่าวเทียน "ย่อมไม่เป็นเช่นนั้น ข้าจะไม่ยอมทำลายอนาคตของตนเองเพียงเพื่อผลประโยชน์เล็กน้อยแค่นี้หรอก จิตใจไม่ซื่อตรง ความคิดไม่ปลอดโปร่ง ต่อให้มีของวิเศษจากฟ้าดิน โอสถวิเศษมากมายเพียงใด ก็ไม่อาจก้าวหน้าได้แม้แต่ครึ่งก้าว!"
หมัวเฮยหน้าดำทะมึน "เจ้าเด็กเหม็น เจ้าหมายความว่าอย่างไร? เจ้ากล้าว่าชายชราผู้นี้จิตใจไม่ซื่อตรงหรือ?"
พอเฒ่าประหลาดโมโห ทั่วทั้งห้องด้านในก็พลันมืดครึ้มเยือกเย็น รอยปราณกระบี่อันคมกริบปรากฏขึ้นรอบกายหมัวเฮยสายแล้วสายเล่า
หมัวเฮยเป็นผู้ฝึกกระบี่ มีพลังฝีมือแข็งแกร่ง พอโกรธเกรี้ยวขึ้นมา ปราณกระบี่ก็พุ่งทะยานไปทั่วอย่างแท้จริง
ทว่าเซวียนหยวนฮ่าวเทียนกลับทำราวกับไม่รู้สึกถึงสิ่งใด เขาแฝงรอยยิ้มที่ไม่อาจอธิบายได้มองไปยังหมัวเฮย "ผู้อาวุโส ในช่วงสามสิบปีมานี้ ทุกครั้งที่พลังฝีมือใกล้จะทะลวงผ่าน ท่านจะรู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกอย่างยิ่งยวด จนไม่อาจรวบรวมสมาธิได้เลยใช่หรือไม่?"
ปราณกระบี่รอบกายหมัวเฮยพลันหดเก็บริบหายไปจนหมดจดในชั่วพริบตา ดวงตาทั้งสองเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมา "เจ้ารู้ได้อย่างไร?"
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนก็ไม่ตอบ "ผู้อาวุโส ทุกวันนี้ทุกครั้งที่ท่านเดินพลังอย่างเต็มที่ ท่านจะรู้สึกหน้ามืดตาลาย จิตใจว้าวุ่นรำคาญใช่หรือไม่?"
ร่างกายของหมัวเฮยเริ่มสั่นสะท้านขึ้นมา
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนกล่าวอีก "ผู้อาวุโส ท่านยังไม่อาจควบคุมความปรารถนาในการเข่นฆ่าของตนเองได้เป็นบางครั้งบางคราว จนก่อเรื่องที่ทำให้ต้องมานึกเสียใจภายหลังใช่หรือไม่?"
หมัวเฮยพุ่งเข้าไปตรงหน้าเซวียนหยวนฮ่าวเทียนโดยตรง คว้าคอเสื้อยกตัวเขาขึ้นมา "ไอ้หนู เจ้าตกลงรู้อะไรกันแน่?"
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนทำเพียงมองอีกฝ่ายอย่างไม่ใส่ใจ ดวงตาดุจดวงดาราคู่นั้นราวกับมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ราวกับท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว ไร้ขอบเขตและลึกล้ำสุดหยั่ง
ภายใต้การจ้องมองของดวงตาคู่นี้ หมัวเฮยถึงกับเกิดความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาสายหนึ่ง
"เจ้า เป็นใครกันแน่?" หมัวเฮยวางเซวียนหยวนฮ่าวเทียนลง
"เมืองกูหยาง ตระกูลเซวียนหยวน เซวียนหยวนฮ่าวเทียน!"
หมัวเฮยกลอกตา "เซวียนหยวนฮ่าวเทียน? เจ้าหนูที่ถูกตาเฒ่าจักรพรรดิเอ่ยชมว่าเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเทียนอวี่ในปีนั้นน่ะหรือ? เจ้าไม่ได้เบิกชีพจรปุถุชนระดับหนึ่งหรอกหรือ?"
"ชีพจรปุถุชนระดับหนึ่งแล้วอย่างไร? เหอลีกุ่ยจื่อก่อนที่ข้าจะลงมือ ก็ไม่มีผู้ใดคิดว่าจะสามารถขจัดพิษออกไปได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่ใช่หรือ?" เซวียนหยวนฮ่าวเทียนยิ้มอย่างหยิ่งผยอง
หมัวเฮยชะงักไป จากนั้นก็หัวเราะลั่นขึ้นมา "ช่างเป็นเจ้าหนูที่น่าสนใจยิ่งนัก ดี ชายชราผู้นี้จะลองฟังดูว่าเจ้าจะพูดอะไรออกมาได้! หากทำให้ชายชราผู้นี้พอใจ มอบผลประโยชน์ให้เจ้าบ้างก็ย่อมได้!"
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนยิ้มบาง หันไปมองโยวจี "โยวจี คนในครอบครัวของข้ายังรอข้าอยู่นะ!"
โยวจีชะงักไป จากนั้นก็หัวเราะเบาๆ "คิกคิก เช่นนั้นน้องฮ่าวเทียนเจ้ารอพี่สาวประเดี๋ยว!" กล่าวนางก็พลิ้วกายจากไป เพื่อไปนำส่วนแบ่งมาให้
หมัวเฮยยังคิดว่าการที่เซวียนหยวนฮ่าวเทียนไล่โยวจีออกไป ก็เพื่อจะเก็บความลับให้ตน ในตอนแรกยังรู้สึกพอใจที่เซวียนหยวนฮ่าวเทียนรอบคอบ ทว่าใครจะรู้ว่าหลังจากโยวจีจากไปแล้ว เซวียนหยวนฮ่าวเทียนกลับไม่กล่าวสิ่งใดออกมาเลย ทำเพียงหลับตาพักผ่อนเท่านั้น
ครู่ต่อมา โยวจีก็กลับมา นางถือถุงเก็บของใบหนึ่งวางลงในมือของเซวียนหยวนฮ่าวเทียน "น้องฮ่าวเทียน เจ้าเอาถุงเก็บของของพี่สาวไปห้าใบแล้วนะ ใบนี้คงให้เจ้าไม่ได้แล้วล่ะ"
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนหัวเราะฮ่าๆ "ได้ ข้าไม่เอาของท่านหรอก ภายหน้าข้าจะคืนใบที่ใหญ่กว่านี้ให้ท่านก็แล้วกัน!" กล่าวจบเขาก็ถ่ายผงรวบปราณในถุงเก็บของมาใส่ในถุงเก็บของของตนเอง แล้วหันหลังเตรียมจะจากไป
"เดี๋ยวก่อน ไอ้หนู เจ้าจะไม่มีสิ่งใดพูดกับชายชราผู้นี้เลยหรือ?" หมัวเฮยนั่งไม่ติดแล้ว