- หน้าแรก
- หวนคืนบัลลังก์จักรพรรดิเซียน
- บทที่ 3 โอหังบ้าบิ่น
บทที่ 3 โอหังบ้าบิ่น
บทที่ 3 โอหังบ้าบิ่น
หลังจากจัดการพี่น้องเซวียนหยวนเฉียงทั้งสองคนเสร็จสิ้น เซวียนหยวนฮ่าวเทียนก็เดินเชิดหน้าก้าวฉับๆ ออกไปด้านนอก
ตลอดทาง คนของตระกูลเซวียนหยวนที่พบเห็นล้วนแสดงสีหน้าดูแคลนเซวียนหยวนฮ่าวเทียน พากันหลีกหนีไปให้ไกล ราวกับว่าเซวียนหยวนฮ่าวเทียนเป็นมูลสุนัขเหม็นโฉ่ก็มิปาน
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนไม่สนใจเรื่องนี้ เมื่อออกจากจวนสกุลเซวียนหยวน เขาก็อาศัยความทรงจำมุ่งหน้าตรงไปยังสมาคมการค้าเทียนซิง ซึ่งเป็นโรงประมูลที่ใหญ่ที่สุดในเมืองกูหยางทันที
ยามนี้ ดวงตะวันเพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้า สาดแสงสีทองอร่าม ภายในเมืองกูหยาง บนถนนหนทางคลาคล่ำไปด้วยผู้คน คึกคักเป็นอย่างยิ่ง
และก็เป็นไปตามคาด เมื่อคนเหล่านี้เห็นเซวียนหยวนฮ่าวเทียน ต่างก็ชี้ไม้ชี้มือ ใบหน้าเต็มไปด้วยความดูถูกและเย้ยหยัน
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนไม่สนใจพวกคนธรรมดาสามัญเหล่านี้ ยังคงก้าวเดินต่อไป
หนึ่งเค่อให้หลัง เขาก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าหอระฟ้าอันหรูหราแห่งหนึ่ง หอระฟ้าแห่งนี้กินพื้นที่กว้างขวาง แบ่งออกเป็นสามชั้น สร้างขึ้นจากไม้หนานมู่ เหนือประตูบานใหญ่แขวนป้ายจารึกขอบทอง สลักตัวอักษรขนาดใหญ่สี่ตัวว่า 'สมาคมการค้าเทียนซิง'
สมาคมการค้าเทียนซิงทำธุรกิจกับผู้บำเพ็ญเพียรเท่านั้น โดยวางขายของวิเศษ โอสถ เคล็ดวิชา และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ สำหรับการบำเพ็ญเพียร
สมาคมการค้าแห่งนี้มีสถานะอยู่เหนือล้ำ เพราะมีสำนักบำเพ็ญเพียรคอยหนุนหลัง ดังนั้นต่อให้เป็นเจ้าถิ่นของเมืองกูหยางอย่างสี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองกูหยาง ก็ยังถูกสมาคมการค้าแห่งนี้กดข่มอยู่หนึ่งขั้น
บริเวณประตูสมาคมการค้าเทียนซิง มีผู้คุ้มกันสวมชุดเกราะสีเงิน เหน็บกระบี่หนักไว้ที่เอว ยืนเรียงรายอยู่นับสิบคน แต่ละคนมีสีหน้าขึงขัง กลิ่นอายไม่ธรรมดา ระดับต่ำสุดล้วนอยู่ในขอบเขตเบิกชีพจรขั้นที่สาม หว่างคิ้วแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายสังหาร มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นกองกำลังที่เคยผ่านการนองเลือดมาแล้วจริงๆ
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนปรายตามองสมาคมการค้าแห่งนี้ พลางพยักหน้าเงียบๆ ความโอ่อ่านี้ยังเหนือกว่าตระกูลเซวียนหยวนอยู่หลายส่วน
ทันทีที่เซวียนหยวนฮ่าวเทียนก้าวเท้าเข้าไปในสมาคมการค้าเทียนซิง ก็เห็นชายหนุ่มหญิงสาวหน้าตาดีคู่หนึ่งเดินควงแขนกันเข้ามา ทั้งสองดูสนิทสนมกันมาก กำลังพูดคุยกันด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
ชายหญิงคู่นี้ ฝ่ายหญิงมีใบหน้างดงาม รูปร่างอรชร เรียวขายาวสลวย เรือนผมยาวสลวยสีดำขลับปล่อยสยายเคลียคลอไหล่ ส่วนฝ่ายชายรูปร่างสูงใหญ่ องอาจผ่าเผย พวกเขาคือเซวียนหยวนรั่วหลานกับเซวียนหยวนเวยนั่นเอง
เมื่อเห็นทั้งสองคนอยู่ด้วยกันอย่างสนิทสนมขนาดนี้ ส่วนลึกในจิตใจของเซวียนหยวนฮ่าวเทียนก็พลันบังเกิดความโกรธเกรี้ยวพวยพุ่งขึ้นมา ทำให้เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะสะกดข่มอารมณ์นั้นเอาไว้อย่างรวดเร็ว
เมื่อครู่เป็นเพียงจิตสำนึกที่หลงเหลืออยู่ในร่างกายกำลังก่อกวน คนทั้งสองที่อยู่ตรงหน้า คนหนึ่งคือเพื่อนสมัยเด็กของเจ้าของร่างเดิม ส่วนอีกคนคือสหายสนิท การที่จู่ๆ ได้มาเห็นทั้งสองคนสนิทสนมกันถึงเพียงนี้ จิตสำนึกที่หลงเหลืออยู่ในร่างกายของเซวียนหยวนฮ่าวเทียนในยามนี้จะเกิดการต่อต้านก็ถือเป็นเรื่องปกติอย่างยิ่ง
คล้ายกับจะรับรู้ได้ ทั้งสองคนจึงกวาดสายตามองมาที่เซวียนหยวนฮ่าวเทียน
"น้องฮ่าวเทียน เจ้าไปเที่ยวสถานที่เริงรมย์แห่งนั้น ได้ยินมาว่าเกิดเรื่องขึ้น พี่ชายยังไม่มีเวลาไปเยี่ยมเจ้าเลย เป็นอย่างไรบ้าง เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่!" เมื่อเห็นว่าเซวียนหยวนฮ่าวเทียนยังมีชีวิตอยู่ นัยน์ตาของเซวียนหยวนเวยก็ทอประกายเย็นชาที่ซ่อนเร้นเอาไว้วูบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงด้วยใบหน้ากระตือรือร้น
"เซวียนหยวนฮ่าวเทียน เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่? คราวก่อนข้าบอกเจ้าไปแล้วไม่ใช่หรือ? ว่าวันหลังอย่ามาตามตื๊อข้าอีก เหตุใดเจ้าถึงต้องตามติดข้าเป็นแมลงวันด้วย"
ทันทีที่เซวียนหยวนรั่วหลานเห็นเซวียนหยวนฮ่าวเทียน บนใบหน้างดงามก็ปรากฏแววตารำคาญใจขึ้นมาหลายส่วน เมื่อได้ยินคำพูดของเซวียนหยวนเวย นางก็ยิ่งดูแคลนเซวียนหยวนฮ่าวเทียนมากยิ่งขึ้น
เซวียนหยวนฮ่าวเทียนไม่ตอบคำ เขาเพียงแค่มองไปที่เซวียนหยวนเวย คนผู้นี้เป็นสหายของเจ้าของร่างเดิม ทว่ากลับนำยาปลุกกำหนัดชนิดรุนแรงที่ต่อให้เป็นวัวกินเข้าไปก็ยังต้องสูญเสียแก่นโลหิตจนตาย มาให้เจ้าของร่างเดิมกินเพื่อให้ไปเสพสุขที่หอนางโลม เห็นได้ชัดว่าภายในใจของเขานั้นชั่วร้ายเพียงใด
มาตอนนี้เพียงพริบตาเดียวก็หันมาคว้าคนรักเก่าของสหาย คนผู้นี้ช่างเป็นจอมเสแสร้งตัวยง เป็นบุคคลอันตรายอย่างแท้จริง
ทว่าเซวียนหยวนฮ่าวเทียนกลับไม่ได้เห็นคนผู้นี้อยู่ในสายตา ต่อหน้าความแข็งแกร่งอันสมบูรณ์แบบ แผนการร้ายใดๆ ล้วนไร้ผล ผู้แข็งแกร่งไม่เคยลดตัวไปใช้แผนสกปรก หากจะใช้ก็มีเพียงแผนการที่เปิดเผยเท่านั้น
เมื่อเห็นเซวียนหยวนฮ่าวเทียนไม่ตอบ เซวียนหยวนรั่วหลานก็คิดว่าตนเองพูดแทงใจดำเขา ยามที่มองเซวียนหยวนฮ่าวเทียน แววตาดูแคลนในดวงตากลมโตก็ยิ่งฉายชัด
นางกล่าวต่อไปว่า "เซวียนหยวนฮ่าวเทียน เจ้าจงรู้สถานะของตนเองไว้เถิด เจ้ากับข้าไม่ได้เป็นคนโลกเดียวกันอีกแล้ว ตอนนี้มีเพียงพี่เซวียนหยวนเวยเท่านั้นที่คู่ควรจะเป็นคู่ครองของข้า"
"โย่ๆ ข้าก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็เป็นไอ้ขยะเซวียนหยวนฮ่าวเทียนนี่เอง เบิกได้ชีพจรสวรรค์ขยะไร้ค่า ยังกล้าใฝ่สูงอยากจะอยู่กับแม่นางเซวียนหยวนรั่วหลานอีก ไม่ยอมชะโงกดูเงาตัวเองในน้ำเสียบ้าง ว่าตัวเองมีสภาพเยี่ยงไร"
"แม่นางเซวียนหยวนรั่วหลานกับคุณชายเซวียนหยวนเวยต่างหากที่เป็นคู่สวรรค์สร้าง ทั้งสองต่างก็เป็นตัวตนที่เบิกชีพจรวิญญาณระดับห้าออกมาได้ ถือเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยากในรอบสองร้อยปีของเมืองกูหยางเราเชียวล่ะ"
"จุ๊ๆ! บางคนเบิกได้แค่ชีพจรสวรรค์ขยะไร้ระดับ ไม่รู้ไปเอาความกล้ามาจากไหนถึงได้มาตามตื๊อแม่นางเซวียนหยวนรั่วหลาน"
การที่เซวียนหยวนรั่วหลานด่าทอเซวียนหยวนฮ่าวเทียน ดึงดูดความสนใจของผู้คนรอบข้างในทันที พวกเขาต่างพากันประจบสอพลอเซวียนหยวนรั่วหลานและเซวียนหยวนเวย พร้อมกับกล่าวเย้ยหยันเซวียนหยวนฮ่าวเทียนไปในคราวเดียวกัน
เมื่อได้ยินคำเยินยอจากทุกคน บนใบหน้าของเซวียนหยวนรั่วหลานก็ปรากฏความลำพองใจ สายตาที่มองไปยังเซวียนหยวนฮ่าวเทียนยิ่งเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
"พวกหน้าโง่!" เซวียนหยวนฮ่าวเทียนเอามือไพล่หลัง ปรายตามองเซวียนหยวนรั่วหลาน ก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
เขาไม่คิดเลยว่าสตรีผู้นี้จะหลงตัวเองถึงเพียงนี้ พอเจอกันปุ๊บก็หาว่าเขามาตามตื๊อนาง ชาติก่อนต่อให้เป็นโฉมงามอันดับหนึ่งแห่งหมื่นโลกหล้า ก็ยังไม่อาจทำให้เซวียนหยวนฮ่าวเทียนลุ่มหลงได้เลย
สตรีผู้นี้มีหน้าตาเพียงแค่นี้ กลับกล้าพูดจาเช่นนี้ออกมา หากไม่ใช่พวกหน้าโง่แล้วจะเป็นอันใดได้
"เซวียนหยวนฮ่าวเทียน! เจ้าคนไร้ยางอาย เมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะ!"
เมื่อเซวียนหยวนรั่วหลานได้ยิน ใบหน้าก็พลันแดงก่ำ ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว นางเป็นถึงหญิงงาม ปกติบุรุษคนใดเห็นนาง ต่างก็พยายามแสดงด้านที่ดีที่สุดออกมาต่อหน้านาง เพื่อหวังให้นางแย้มยิ้ม นางเคยพบเจอเรื่องเช่นนี้เสียที่ไหนกัน
ผู้คนรอบข้างที่มุงดูต่างก็โกรธเกรี้ยวเช่นกัน การที่เซวียนหยวนฮ่าวเทียนดูหมิ่นเทพธิดาในดวงใจของพวกเขา ทำให้พวกเขารู้สึกเดือดดาลจนแทบทนไม่ไหว
ในตอนนั้นเอง เซวียนหยวนฮ่าวเทียนก็กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ข้าไม่ได้หมายถึงเจ้าเพียงคนเดียวเสียหน่อย"
เมื่อเซวียนหยวนฮ่าวเทียนเอ่ยประโยคนี้ออกมา สีหน้าของเซวียนหยวนรั่วหลานก็ดูดีขึ้นเล็กน้อย ทว่านางก็ยังไม่ยอมเลิกรา "เซวียนหยวนฮ่าวเทียน เจ้าต้องขอโทษข้าเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่นึกถึงเยื่อใยในอดีต ทำให้เจ้าต้องอับอายขายหน้าต่อหน้าผู้คน"
"น้องฮ่าวเทียน ในฐานะลูกผู้ชาย ข้าเข้าใจความเจ็บปวดในใจของเจ้า การที่เจ้าอยากเรียกร้องความสนใจจากน้องรั่วหลานด้วยวิธีนี้ มีแต่จะทำให้น้องรั่วหลานรังเกียจเจ้ามากยิ่งขึ้น ตอนนี้น้องรั่วหลานมีข้าคอยดูแลแล้ว ข้าขอแนะนำให้เจ้าตัดใจเสีย แล้วกลับไปเป็นคนธรรมดาอย่างสงบสุขเถิด"
เซวียนหยวนเวยมองเซวียนหยวนฮ่าวเทียนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ราวกับว่าเขามองทะลุปรุโปร่งถึงตัวตนของเซวียนหยวนฮ่าวเทียน จู่ๆ เขาก็พูดแทรกขึ้นมา สั่งสอนเซวียนหยวนฮ่าวเทียนด้วยท่าทีของผู้ใหญ่
"แค่ขยะชิ้นหนึ่ง กล้าคิดฝันถึงยอดบุปผาแห่งสวรรค์ ช่างเป็นคางคกอยากกินเนื้อหงส์เสียจริง!"
"คนผู้นี้มันก็แค่มูลสุนัขเหม็นโฉ่กองหนึ่ง ไม่รู้จักประมาณตนเอาเสียเลย"
เมื่อทุกคนได้ยินคำพูดของเซวียนหยวนเวยก็ 'ตระหนักรู้แจ้ง' ทันที ก่อนจะหันมาเย้ยหยันเซวียนหยวนฮ่าวเทียนด้วยความประสงค์ร้ายมากยิ่งขึ้น
"ทุกท่าน คำพูดของข้าเมื่อครู่ ไม่ได้เจาะจงไปที่เซวียนหยวนรั่วหลานเพียงคนเดียวหรอกนะ ข้าหมายความว่า ทุกคนที่อยู่ที่นี่ ล้วนเป็นพวกหน้าโง่ทั้งนั้น!" เซวียนหยวนฮ่าวเทียนรอจนคนเหล่านี้พูดจบ จึงกวาดสายตามองทุกคน เลิกคิ้วขึ้น นัยน์ตาสาดประกายเจิดจ้า กล่าวด้วยน้ำเสียงดุดันและโอหัง
"มารดามันเถอะ ไอ้ขยะ เจ้ารนหาที่ตาย!"
"เซวียนหยวนฮ่าวเทียน รีบคุกเข่าโขกศีรษะให้ข้าเดี๋ยวนี้ เรียกข้าว่าท่านปู่ แล้วถอนคำพูดของเจ้าซะ มิฉะนั้นวันนี้เจ้าจะต้องตายศพไม่สวยแน่"
ทันทีที่เซวียนหยวนฮ่าวเทียนเอ่ยจบ ก็ราวกับจุดชนวนระเบิดไปทั่วบริเวณ ในชั่วพริบตา ผู้คนต่างพากันแผดเสียงคำราม แต่ละคนดวงตาแดงก่ำดั่งโลหิต ความโกรธเกรี้ยวในใจไม่อาจพรรณนาออกมาเป็นคำพูดได้
การถูกขยะชิ้นหนึ่งหยามเกียรติ ทำให้พวกเขารู้สึกอัปยศอดสูอย่างใหญ่หลวง
เมื่อเห็นคนเหล่านี้คลุ้มคลั่ง เซวียนหยวนฮ่าวเทียนก็เผยสีหน้าดูแคลน ที่แท้คนกลุ่มนี้ก็รู้จักโกรธแค้นเวลาถูกหยามเกียรติด้วยเช่นกัน แล้วเหตุใดเมื่อครู่ถึงไม่รู้จักระวังปากระวังคำเสียบ้างเล่า
จากนั้นเซวียนหยวนฮ่าวเทียนก็สะบัดแขนเสื้อกว้าง กล่าวด้วยน้ำเสียงห้าวหาญ "ผู้ใดอยากรนหาที่ตาย ก็เข้ามาประลองกันได้เลย"
ประโยคนี้ยิ่งเป็นการเติมเชื้อไฟ ทำให้ทุกคนคลุ้มคลั่งขึ้นมาทันที แต่ละคนปลดปล่อยกลิ่นอายอันทรงพลัง ใช้ออกด้วยยอดวิชาอันแข็งแกร่ง หมายจะพุ่งเข้าสังหารเซวียนหยวนฮ่าวเทียน