- หน้าแรก
- ผมเป็นแค่ขันที แต่ขอสั่งการทั้งแผ่นดิน
- บทที่ 1 - ตัวแทนของผู้บัญชาการซีฉ่าง
บทที่ 1 - ตัวแทนของผู้บัญชาการซีฉ่าง
บทที่ 1 - ตัวแทนของผู้บัญชาการซีฉ่าง
ราชวงศ์ต้าเฉียน ณ หน่วยซีฉ่าง ภายในห้องที่ตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา
"คิ้วดุจกระบี่นัยน์ตาดั่งดวงดาว ใบหน้าหล่อเหลาราวกับหยกประดับ เครื่องหน้าประณีตดั่งหยกขาวสลัก บุรุษผู้หนึ่งเหตุใดจึงเกิดมางดงามได้ถึงเพียงนี้ ชนิดที่ว่างดงามล่มเมืองยิ่งกว่าสตรีเสียอีก"
หลินอีชิวจ้องมองตัวเองในกระจกทองเหลืองแล้วอดไม่ได้ที่จะเดาะลิ้นชื่นชมออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
รูปโฉมงดงามเหนือล้ำ ท่วงทีสง่างามสูงศักดิ์ ใบหน้านี้เรียกได้ว่าเอาชนะพวกดาราหนุ่มหน้าใสในชาติก่อนได้อย่างขาดลอย
อีกทั้งยังมีกลิ่นอายความเย็นชาและเย่อหยิ่ง ! ราวกับเป็นบัวหิมะบนยอดเขาเทียนซานที่ปลีกวิเวกตัดขาดจากโลกภายนอกและไร้ซึ่งมลทินใดๆ
แน่นอนว่าบุคลิกเช่นนี้ไม่ได้ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่ถูกขัดเกลาขึ้นมาในภายหลัง และเป็นการจงใจฝึกฝนโดยฝีมือของใครบางคน !
ซึ่งผู้ที่ขัดเกลาหลินอีชิวก็คือผู้บัญชาการซีฉ่างแห่งราชวงศ์ต้าเฉียน นามว่าอวี่ฮว่าเฉิน
หลินอีชิวคือผู้ข้ามมิติ เมื่อสามปีก่อนอุบัติเหตุบางอย่างทำให้เขาหลุดมิติมายังราชวงศ์ต้าเฉียนแห่งนี้
แต่หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้พบกับคนผู้หนึ่ง ซึ่งคนผู้นั้นกลับมีหน้าตาคล้ายคลึงกับเขาถึงเก้าส่วน ตอนนั้นทั้งสองคนต่างก็ตกตะลึง ก่อนที่ในเวลาต่อมาหลินอีชิวจะถูกพาตัวมายังซีฉ่างอย่างลับๆ
เพราะว่าคนผู้นั้นก็คือผู้บัญชาการซีฉ่างอวี่ฮว่าเฉินนั่นเอง
หลินอีชิวรู้ดีว่าอวี่ฮว่าเฉินต้องการทำสิ่งใด
อีกฝ่ายต้องการปั้นให้เขาเป็นตัวแทนของตัวเอง !
ท้ายที่สุดแล้วการมีตัวตายตัวแทนอย่างลับๆ ย่อมมีความหมายอย่างยิ่งสำหรับอวี่ฮว่าเฉิน หรือแม้กระทั่งในยามวิกฤตก็สามารถโยนหลินอีชิวออกไปเพื่อใช้แผนจักจั่นลอกคราบเอาตัวรอดได้
หากใช้งานได้อย่างเหมาะสม หลินอีชิวก็คือชีวิตที่สองของเขา
และด้วยเหตุนี้เอง
ภายใต้การจัดการอย่างลับๆ ของอวี่ฮว่าเฉิน หลินอีชิวจึงได้เข้ามาอาศัยอยู่ในห้องลับอันหรูหรา หรือจะเรียกว่าเป็นกรงขังอันหรูหราก็ว่าได้ อีกทั้งต่อให้อวี่ฮว่าเฉินจะยุ่งวุ่นวายเพียงใด เขาก็ยังแวะมาที่ห้องลับแห่งนี้ทุกๆ สองสามวันเพื่อสอนวิชายุทธ์บางอย่างให้กับหลินอีชิว
แน่นอนว่าสิ่งที่อวี่ฮว่าเฉินให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือกิริยาท่าทางของหลินอีชิวที่จะต้องเหมือนกับตัวเขาให้มากที่สุด แม้กระทั่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างการปรายตามองหรือรอยยิ้ม !
ดังนั้นหลังจากผ่านการเคี่ยวเข็ญมาถึงสามปี
หลินอีชิวจึงมีบุคลิกที่เย่อหยิ่งเย็นชาราวกับบัวหิมะบนยอดเขาเทียนซานเช่นนี้
เพราะฉะนั้นหลินอีชิวจึงเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของตัวเองเป็นอย่างดีว่าอันที่จริงแล้วมันไม่ได้ดีนัก หรืออาจจะเรียกได้ว่าอันตรายอย่างยิ่งเลยทีเดียว
เลี้ยงทหารพันวันใช้งานชั่วข้ามครู่ ช้าเร็วอวี่ฮว่าเฉินก็ต้องโยนเขาออกไปรับเคราะห์แทนอยู่ดี
ในจุดนี้ !
หลินอีชิวรู้กระจ่างแก่ใจมาโดยตลอด แต่เขาก็หมดหนทางที่จะแก้ไข
เนื่องจากอวี่ฮว่าเฉินมีอำนาจบารมีล้นฟ้า อีกทั้งยังมีวรยุทธ์สูงส่งสุดหยั่งคาด ตัวเขาจึงไม่มีต้นทุนอะไรไปต่อต้านอวี่ฮว่าเฉินได้เลย
ทว่าตอนนี้โอกาสมาถึงแล้ว !
เมื่อช่วงพลบค่ำของเมื่อวาน จู่ๆ อวี่ฮว่าเฉินก็เข้ามาในห้องลับ ดูเหมือนว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัสและจำเป็นต้องเก็บตัวรักษาอาการบาดเจ็บทันที จึงตัดสินใจเรียกใช้งานตัวแทนอย่างหลินอีชิวก่อนกำหนด เพื่อให้มาทำหน้าที่ควบคุมซีฉ่างแทนเขาเป็นการชั่วคราว
มิเช่นนั้นหลินอีชิวคงต้องติดคุกอยู่ในห้องลับแห่งนั้นต่อไป
"ช้าเร็วอวี่ฮว่าเฉินก็ต้องทิ้งข้าให้ไปรับเคราะห์แทนเขา หรือไม่ก็อาจจะลงมือสังหารข้าด้วยตัวเอง"
"แล้วตอนนี้ควรทำอย่างไรดี ?"
"หรือว่า ... จะหนีดี ?"
หลินอีชิวครุ่นคิดอยู่เงียบๆ ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้า
เป็นไปไม่ได้ ! ซีฉ่างมีอิทธิพลกว้างขวาง หูตาแพร่กระจายไปทั่วแผ่นดิน แล้วตัวเขาจะหนีไปที่ใดได้ ?
"ตอนนี้ข้าก็เหมือนกับซุนหงอคงที่หนีไม่พ้นฝ่ามือของพระยูไลอย่างอวี่ฮว่าเฉิน เช่นนี้แล้วควรทำอย่างไรดี ?"
และในตอนที่หลินอีชิวกำลังคิดจนหัวหมุนอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงที่ราวกับเครื่องจักรดังขึ้นในหัวของเขา
"ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ระบบทำการผูกมัดสำเร็จแล้ว"
ระบบงั้นหรือ ?
หลินอีชิวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
ในฐานะนักอ่านนิยายออนไลน์ตัวยงในชาติก่อน มีหรือที่เขาจะไม่เข้าใจว่าระบบคืออะไร นั่นมันสูตรโกงฝืนลิขิตฟ้าพลิกชะตาชีวิตสำหรับผู้ที่ทะลุมิติมาเกิดใหม่ทุกคนเลยนะ
"ของโกงจงมา !" หลินอีชิวอยากจะตะโกนออกมาดังๆ เหลือเกิน
สามปีแล้ว !
รุ่นพี่นักข้ามมิติไม่หลอกลวงข้าจริงๆ ระบบอาจจะมาสายไปบ้าง แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็จะไม่มีวันขาดหายไป
"ระบบ รีบบอกมาเถอะว่าเจ้ามีฟังก์ชันอะไรบ้าง ?" หลินอีชิวไม่อาจระงับความตื่นเต้นในใจไว้ได้
"ติ๊ง เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบันของโฮสต์แล้ว ตอนนี้ระบบมีตัวเลือกสองข้อดังต่อไปนี้ ทุกครั้งที่ทำการเลือกคือช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนชะตาชีวิต ขอให้โฮสต์โปรดเลือกอย่างระมัดระวัง"
"ตัวเลือกที่หนึ่ง หลบหนีออกจากซีฉ่างและออกไปท่องโลกกว้าง"
"รางวัลที่จะได้รับ เคล็ดวิชาเท้าสายลมล่องลอย (วิชาตัวเบาขั้นสุดยอดที่แข็งแกร่งกว่าวิชาเท้าท่องคลื่นถึงสิบเท่า เหมาะสำหรับการหลบหนีเอาชีวิตรอดขั้นสุด)"
"ตัวเลือกที่สอง รั้งอยู่ซีฉ่างต่อไปและทำตัวเป็นขันทีปลอม"
"รางวัลที่จะได้รับ เคล็ดวิชาสรรพสิ่งหมื่นวิถี (สุดยอดวิชามารที่สามารถดูดซับได้ทั้งกำลังภายในและวิชายุทธ์ของผู้อื่น)"
เมื่อเผชิญหน้ากับตัวเลือกทั้งสองข้อนี้ หลินอีชิวก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกลำบากใจ
ไม่ต้องสงสัยเลย
เขาก็แค่อยากจะเหมาหมดทั้งสองอย่างจริงๆ
แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าเราไม่สามารถได้ทั้งปลาและอุ้งตีนหมีในเวลาเดียวกัน นี่แหละคือความเป็นจริง
"ควรจะเลือกอันไหนดีนะ ?" หลินอีชิวเริ่มรู้สึกลังเลใจขึ้นมา
หากเลือกข้อหนึ่ง เขาจะได้รับสุดยอดวิชาตัวเบา อีกทั้งตอนนี้อวี่ฮว่าเฉินก็กำลังเก็บตัวรักษาอาการบาดเจ็บ เขาจึงสามารถออกไปท่องยุทธภพได้อย่างแน่นอน และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ... เขาก็จะกลายเป็นหลินจอมเผ่นผู้ทรงเกียรติแห่งยุทธภพงั้นหรือ ?
หากเลือกข้อสอง เขาจะได้รับสุดยอดวิชามาร เหอะ ... ถุย ! สุดยอดวิชามารอะไรกัน วิชาสรรพสิ่งหมื่นวิถีที่สามารถดูดซับได้ทั้งกำลังภายในและวิชายุทธ์ของผู้อื่น มันคือสุดยอดวิชาเทพชัดๆ เลยไม่ใช่หรือยังไง ?!
หากต้องการเพิ่มระดับการฝึกตน ก็แค่ไปปอกลอกเอาจากคนอื่นก็พอแล้ว ! ทั้งประหยัดเวลาและประหยัดแรง
ตราบใดที่ดูดซับพลังจากผู้คนจำนวนมากพอและทำได้เร็วพอ การยกระดับการฝึกตนก็สามารถรวดเร็วกว่าคนอื่นได้ถึงพันเท่าหมื่นเท่า
"ข้าขอเลือกตัวเลือกที่สอง" หลินอีชิวกัดฟันตัดสินใจ
ตัวเลือกแรกดูเหมือนจะปลอดภัย แต่ภายใต้หล้าล้วนเป็นแผ่นดินของกษัตริย์ ซีฉ่างคือกองกำลังของราชวงศ์ ต่อให้หนีไปสุดหล้าฟ้าเขียวก็ยังต้องหลบๆ ซ่อนๆ อยู่ดี
สู้ลองเสี่ยงดวงดูสักตั้งดีกว่า ! ลอบดูดซับวรยุทธ์ของผู้อื่นไปเรื่อยๆ รอจนกว่าจะแข็งแกร่งไร้เทียมทานแล้วค่อยกำจัดอวี่ฮว่าเฉินทิ้ง จากนั้นเขาก็จะขึ้นกุมอำนาจด้วยตัวเอง !
"ติ๊ง ! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับสุดยอดวิชามาร สรรพสิ่งหมื่นวิถี"
ทันทีที่หลินอีชิวตัดสินใจ เสียงตอบรับจากระบบก็ดังก้องขึ้นในหัวของเขาทันที
ซี้ด !
แทบจะพร้อมๆ กับเสียงของระบบที่ดังขึ้น ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ก็ได้หลั่งไหลเข้าสู่สมองของหลินอีชิวอย่างไม่ขาดสาย หลินอีชิวเกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในชั่วพริบตาจนอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึก
นั่นคือวิชาสรรพสิ่งหมื่นวิถี !
ต้องบอกเลยว่าระบบนี้เอาใจใส่ดีจริงๆ
ของรางวัลที่มันมอบให้ไม่จำเป็นต้องให้หลินอีชิวไปเสียเวลาฝึกฝนใหม่ตั้งแต่ต้น แต่สามารถรับมาใช้งานได้เลยทันที ช่างสมกับเป็นระบบที่แสนรู้ใจของท่านพ่อโฮสต์เสียจริงๆ
"เชี่ย ! นี่มันจะไม่เจ๋งเกินไปหน่อยหรือ ?!"
หลังจากได้รับวิชาสรรพสิ่งหมื่นวิถีมาอย่างสมบูรณ์แล้ว หลินอีชิวก็สูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้ง บนใบหน้าอันงดงามหล่อเหลาปรากฏแววตาประหลาดใจออกมาอย่างอดไม่อยู่
สรรพสิ่งหมื่นวิถี ! ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าสามารถรวบรวมทุกสรรพสิ่งเอาไว้ด้วยกันได้ราวกับมหาสมุทรที่รองรับแม่น้ำทุกสาย
ไม่เพียงแต่สามารถรองรับพลังลมปราณและวิชายุทธ์ประเภทต่างๆ เพื่อนำมาเปลี่ยนเป็นของตัวเองและรวบรวมเอาไว้ในร่างเดียวได้เท่านั้น แต่ประเด็นสำคัญที่สุดก็คือมันจะไม่ก่อให้เกิดการปะทะหรือการต่อต้านกันเลยแม้แต่น้อย
หลินอีชิวเคยได้ยินมาว่าในยุทธภพก็มีวิชาแขนงหนึ่งที่มีชื่อว่ามหาเวทดูดดาว ซึ่งสามารถดูดซับวรยุทธ์ของผู้อื่นมาเป็นของตัวเองได้เช่นกัน
ก่อนหน้านี้หลินอีชิวยังสงสัยว่าวิชาสรรพสิ่งหมื่นวิถีกับมหาเวทดูดดาวมันต่างกันอย่างไร แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว มหาเวทดูดดาวสามารถดูดซับได้เฉพาะวรยุทธ์ประเภทเดียวกันเท่านั้น
มิเช่นนั้นพลังลมปราณในร่างกายจะต่อต้านกันเอง ซึ่งเสี่ยงต่อการธาตุไฟแตกซ่านและร่างระเบิดจนตายได้ง่ายๆ
แต่วิชาสรรพสิ่งหมื่นวิถีกลับสามารถดูดซับได้อย่างไร้ข้อกังขา อยากจะดูดอะไรก็ดูดได้ตามใจชอบ โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น
ไม่เพียงแค่นั้น ในตอนที่ดูดซับวรยุทธ์ของคนอื่น วิชายุทธ์ต่างๆ ของคนผู้นั้นก็จะถูกกวาดต้อนมาจนหมดเกลี้ยงอีกด้วย
เมื่ออยู่ต่อหน้าวิชาสรรพสิ่งหมื่นวิถีแล้ว มหาเวทดูดดาวอันเลื่องชื่อในยุทธภพก็เป็นได้แค่เศษขยะเท่านั้น
หลินอีชิวข่มความตื่นเต้นดีใจในอกเอาไว้
"เด็กๆ ตามข้าผู้เป็นบัญชาการไปยังคุกสวรรค์แห่งซีฉ่าง !"
ที่นั่นมีจอมยุทธ์ยอดฝีมือถูกคุมขังอยู่ไม่น้อย
ล้วนแล้วแต่เป็นแกะอ้วนท้วนสมบูรณ์ทั้งนั้นเลย
จบแล้ว