- หน้าแรก
- หนี้เลือดเจ็ดปี ปฐมบทการล้างบางของเย่จวินหลิน
- บทที่ 2 - การหยามเกียรติขั้นสุด
บทที่ 2 - การหยามเกียรติขั้นสุด
บทที่ 2 - การหยามเกียรติขั้นสุด
บทที่ 2 - การหยามเกียรติขั้นสุด
เมืองเจียงไห่ ทางตอนใต้ มีคฤหาสน์เก่าแก่หลังหนึ่งที่ถูกทิ้งร้างมาเนิ่นนาน วัชพืชขึ้นรกชัฏ แผ่ซ่านความอ้างว้างอันไร้ที่สิ้นสุด
ที่แห่งนี้คือที่ตั้งของตระกูลเย่ในอดีต
เย่จวินหลินเดินทางมาถึงที่นี่ เขามองดูบ้านที่เคยใช้ชีวิตมานับสิบปีด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว "พ่อครับ แม่ครับ พี่ครับ ผมกลับมาแล้ว พวกท่านวางใจเถอะ ผมจะลากคอคนที่เคยทำร้ายพวกท่าน มาคุกเข่าสำนึกผิดและชดใช้กรรมที่นี่ให้จงได้!"
หืม?
ทันใดนั้น เย่จวินหลินก็สังเกตเห็นว่าที่ด้านข้างของคฤหาสน์ร้าง มีป้ายหลุมศพสี่แผ่นตั้งอยู่ เขาเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่าชื่อที่สลักไว้บนนั้นคือชื่อของพ่อแม่ พี่สาว และชื่อของเขาเอง!
"ใครเป็นคนตั้งป้ายพวกนี้?"
เย่จวินหลินมองป้ายหลุมศพทั้งสี่แผ่นพลางขมวดคิ้ว
ตอนที่ตระกูลเย่ประสบภัย ไม่มีใครที่เคยคบค้าสมาคมกับตระกูลเย่กล้าโผล่หัวมายื่นมือช่วยเหลือเลยสักคน แล้วใครกันที่จะกล้ามาตั้งป้ายวิญญาณให้ตระกูลเย่ของเขา?
"ออกมา!"
เย่จวินหลินสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขาตวาดลั่น "ออกมา!"
พรึ่บ! พรึ่บ!
ชายหญิงคู่หนึ่งปรากฏตัวขึ้นด้านหลังเย่จวินหลิน ชายแต่งกายด้วยชุดสีดำ ใบหน้าเย็นชา ส่วนหญิงสวมชุดสีขาว หน้าตาสะสวยหมดจด
ทั้งสองคุกเข่าลงต่อหน้าเย่จวินหลินทันที "เหลิ่งเฟิง เยียนเอ๋อร์ แห่งหอเทียนจี ขอคารวะนายน้อย!"
เย่จวินหลินหันไปมองทั้งสองแล้วเอ่ยถาม "อาจารย์สามส่งพวกเจ้ามาหรือ?"
ประมุขหอเทียนจีก็คืออาจารย์คนที่สามของเย่จวินหลินนั่นเอง!
"เจ้าค่ะ ท่านประมุขส่งพวกเราสองคนมาคอยรับคำสั่งจากนายน้อย!"
หญิงสาวที่ชื่อเยียนเอ๋อร์ตอบกลับ
"รู้ไหมว่าใครเป็นคนตั้งป้ายหลุมศพพวกนี้?"
เย่จวินหลินยิงคำถามทันที
"เรียนนายน้อย ป้ายหลุมศพเหล่านี้ ซูเสวี่ยเอ๋อร์ คุณหนูใหญ่ตระกูลซูเป็นผู้ตั้งให้เจ้าค่ะ!"
เยียนเอ๋อร์ตอบ
"เสวี่ยเอ๋อร์~"
เมื่อได้ยินชื่อนี้ สีหน้าของเย่จวินหลินก็เปลี่ยนไป ภาพความทรงจำในอดีตหวนกลับมาอีกครั้ง
"พี่จวินหลิน รอให้เสวี่ยเอ๋อร์โตก่อนนะ เสวี่ยเอ๋อร์จะต้องแต่งงานกับพี่ให้ได้เลย!"
ณ ริมชายหาดแห่งหนึ่ง เด็กสาวหน้าตาสะสวยหมดจด ผมยาวสยาย ซบไหล่เด็กหนุ่มพลางเอ่ยด้วยแววตาเปี่ยมความหวัง
"ได้สิ ถึงตอนนั้น พี่จะจัดงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้เสวี่ยเอ๋อร์เลย!"
เด็กหนุ่มกุมมือเด็กสาวเบาๆ แล้วตอบกลับ
เด็กหนุ่มและเด็กสาวคู่นี้ก็คือเย่จวินหลินและซูเสวี่ยเอ๋อร์ ตระกูลซูก็เป็นหนึ่งในตระกูลใหญ่ของเมืองเจียงไห่ และยังเป็นตระกูลที่สนิทสนมกับตระกูลเย่มานาน ทั้งสองจึงถือเป็นเพื่อนสมัยเด็กที่มีความผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง
"เฮ้อ~"
เย่จวินหลินถอนหายใจยาว หากไม่มีเรื่องเมื่อเจ็ดปีก่อน เขาและเสวี่ยเอ๋อร์คงแต่งงานกันไปนานแล้ว
"เสวี่ยเอ๋อร์... ตอนนี้นางสบายดีไหม?"
ครู่ต่อมา เย่จวินหลินก็อดไม่ได้ที่จะถามเยียนเอ๋อร์
"นายน้อย คุณหนูซูนาง..."
เยียนเอ๋อร์มีสีหน้าลังเล
เย่จวินหลินเห็นท่าทีของเยียนเอ๋อร์ก็ขมวดคิ้ว ตวาดเสียงเย็น "เสวี่ยเอ๋อร์เป็นอะไร? พูดมา!"
"คุณหนูซูแอบมาตั้งป้ายหลุมศพให้ครอบครัวนายน้อย จึงถูกคุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋ประจานต่อหน้าธารกำนัล แถมยังถูกทำลายโฉมหน้าด้วยเจ้าค่ะ!"
เยียนเอ๋อร์ตอบกลับไป
ตู้ม!!!
ทันใดนั้น สีหน้าของเย่จวินหลินก็ดำทะมึน รังสีอำมหิตพวยพุ่งขึ้นฟ้า!
"ไป๋จื่อรั่ว? นางกล้าทำถึงขนาดนี้เชียวหรือ?"
"แล้วตระกูลซูล่ะ? ทำไมตระกูลซูถึงไม่ปกป้องเสวี่ยเอ๋อร์?"
เย่จวินหลินตวาดถามด้วยความโกรธจัด
ในอดีต ตระกูลไป๋ ตระกูลเย่ ตระกูลซู และอีกสองตระกูลใหญ่ ถูกขนานนามร่วมกันว่าเป็นห้าตระกูลใหญ่แห่งเจียงไห่ และไป๋จื่อรั่วก็คือคุณหนูใหญ่ของตระกูลไป๋
"นายน้อย หลังจากตระกูลเย่ถูกกวาดล้าง ตระกูลไป๋ก็ฮุบทรัพย์สินส่วนใหญ่ของตระกูลเย่ไป ก้าวขึ้นเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของเมืองเจียงไห่ทันที แม้แต่ตระกูลซูก็ไม่กล้าล่วงเกิน ยิ่งไปกว่านั้น ตระกูลซูกลัวว่าเรื่องที่คุณหนูซูมาตั้งป้ายหลุมศพให้ตระกูลเย่จะไปกระตุ้นความโกรธของนายน้อยผู้นั้นเมื่อเจ็ดปีก่อนเข้า พวกเขาจึงรีบตัดหางปล่อยวัดคุณหนูซูทันที นับประสาอะไรกับการปกป้องล่ะเจ้าคะ"
เยียนเอ๋อร์เล่ารายละเอียดให้ฟังทีละเรื่อง
กรอดๆๆ!!!
เย่จวินหลินกำหมัดแน่นจนกระดูกลั่นกรอบแกรบ แววตาสาดประกายความเย็นชา ความโกรธแค้นพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด
"แถมยัง..."
เยียนเอ๋อร์ชำเลืองมองเย่จวินหลิน มีท่าทีอึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไรต่อ
"แถมยังอะไร?"
"พูดมา!!!"
เย่จวินหลินตวาดลั่นดั่งสายฟ้าฟาด
"แถมวันนี้ คุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋ยังจะจัดงานหาคู่ให้คุณหนูซูที่โรงแรมเจียงไห่แกรนด์อีกด้วย แต่ได้ยินมาว่าคนที่นางหามาให้ล้วนเป็นพวกคนไร้บ้านและขอทานทั้งนั้นเลยเจ้าค่ะ!"
เยียนเอ๋อร์ก้มหน้าตอบ
ตู้ม!!!
วินาทีนี้ จิตสังหารและความโกรธเกรี้ยวในตัวเย่จวินหลินไม่อาจสะกดกลั้นได้อีกต่อไป มันระเบิดออกมาราวกับภูเขาไฟปะทุ กวาดล้างไปทั่วรัศมีนับร้อยลี้!
เหลิ่งเฟิงและเยียนเอ๋อร์ถูกแรงกดดันจากรังสีอำมหิตจนต้องคุกเข่าลงกับพื้น ใบหน้าซีดเผือด รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
พรึ่บ!
จากนั้น เย่จวินหลินก็ก้าวเท้าออกไปและหายตัวไปในพริบตา
ณ โรงแรมเจียงไห่แกรนด์!
เวลานี้ บริเวณโถงของโรงแรมคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ล้วนเป็นเหล่าผู้ลากมากดี เศรษฐี นายน้อย และคุณหนูตระกูลดังของเมืองเจียงไห่
ตรงกลางวงล้อม มีหญิงสาวในชุดกระโปรงสีแดง แต่งหน้าจัดจ้านยืนอยู่ เธอคือ ไป๋จื่อรั่ว คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลไป๋
ข้างกายไป๋จื่อรั่ว มีหญิงสาวอีกคนยืนอยู่ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัวราวกับไส้เดือนตัวเล็กๆ ชอนไชไปทั่ว ดูอัปลักษณ์และชวนขนลุกยิ่งนัก
เธอคือ ซูเสวี่ยเอ๋อร์ คุณหนูแห่งตระกูลซู!
"ทุกท่านคะ ฉันคิดว่าทุกคนคงรู้จักคุณผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างฉันคนนี้ดีนะคะ เธอคือ ซูเสวี่ยเอ๋อร์ คุณหนูตระกูลซูแห่งเมืองเจียงไห่ของเรานี่เอง ตอนนี้คุณหนูซูก็ถึงวัยออกเรือนแล้ว แต่กลับยังหาคู่ครองไม่ได้เสียที วันนี้ฉันก็เลยจัดงานหาคู่ให้คุณหนูซู เพื่อช่วยให้เธอได้พบกับรักแท้ของตัวเองค่ะ!"
ไป๋จื่อรั่วมองกวาดสายตาไปรอบๆ พลางส่งยิ้มให้ทุกคน
ทันทีที่พูดจบ เสียงหัวเราะเยาะเย้ยก็ดังระงมไปทั่วบริเวณ
"หน้าตาอย่างซูเสวี่ยเอ๋อร์เนี่ยนะ สงสัยคงมีแต่คนตาบอดเท่านั้นแหละที่เอา!"
"ถุย อย่าดูถูกคนตาบอดสิ อัปลักษณ์ขนาดนี้ ต่อให้ตาบอดก็ไม่เอาหรอก!"
"ซูเสวี่ยเอ๋อร์นี่หน้าหนาซะจริง สภาพแบบนี้ยังมีหน้ามายืนเสนอหน้าให้คนอื่นดูอีก หนังหน้าแบบนี้เด็กเห็นยังร้องไห้เลย!"
บรรดานายน้อยและคุณหนูในงานต่างพ่นคำสบประมาทและถ้อยคำหยาบคายใส่ซูเสวี่ยเอ๋อร์อย่างไม่ปรานี ถ้อยคำเหล่านั้นทิ่มแทงเข้าหูซูเสวี่ยเอ๋อร์ ทำให้เรือนร่างของเธอสั่นสะท้าน เธอได้แต่ก้มหน้า หยาดน้ำตารื้นขึ้นมาในดวงตา
เมื่อไป๋จื่อรั่วได้ยินเสียงเยาะเย้ยถากถางเหล่านั้น รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งกว้างขึ้น เธอพูดต่อ "วันนี้ เพื่อให้คุณหนูซูได้พบกับรักแท้ ฉันได้คัดเลือกคนกลุ่มหนึ่งมาให้เธอเลือกเป็นพิเศษเลยนะคะ!"
แปะ! แปะ!
ไป๋จื่อรั่วพูดจบก็ตบมือสองครั้ง
ทันใดนั้น ชายกลุ่มหนึ่งจำนวนหลายสิบคนก็เดินออกมาจากมุมหนึ่งของโรงแรม พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นชายแก่รุ่นราวคราวหกสิบขึ้นไป ผมเผ้ารุงรัง เสื้อผ้าขาดกะรุ่งกะริ่ง ผิวคล้ำดำเกรียม ส่งกลิ่นเหม็นหึ่ง แถมบางคนยังขาเป๋ บางคนก็หลังค่อม บางคนก็ฟันหลอหมดปาก ดูปุ๊บก็รู้ทันทีว่าไม่ใช่คนไร้บ้านก็ต้องเป็นขอทาน!
ผู้คนที่มามุงดูต่างพากันเอามือปิดจมูกพร้อมทำหน้าขยะแขยง
"คุณหนูซูคะ นี่คือว่าที่สามีที่ฉันหามาให้คุณ ลองดูสิคะว่าถูกใจคนไหนบ้าง ฉันจะเป็นคนจัดงานแต่งงานให้พวกคุณเอง!"
ไป๋จื่อรั่วมองซูเสวี่ยเอ๋อร์พลางยิ้มเยาะ
ทุกคนในงานต่างลอบถอนหายใจ ไป๋จื่อรั่วช่างร้ายกาจเสียจริง ไม่เพียงทำลายโฉมหน้าซูเสวี่ยเอ๋อร์ แต่ยังใช้วิธีนี้มาทรมานหยามเกียรติเธออีก นี่มันฆ่ากันให้ตายทั้งเป็นชัดๆ!
ซูเสวี่ยเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นมองกลุ่มคนไร้บ้านและขอทานเหล่านั้น เรือนร่างของเธอสั่นเทา หยาดน้ำตาคลอเบ้า เธอมองไป๋จื่อรั่วด้วยแววตาเจ็บปวดทรมาน "ไป๋จื่อรั่ว เธอจะทำกันถึงขนาดนี้เชียวหรือ? ฉันไปทำอะไรให้เธอเจ็บช้ำน้ำใจหนักหนา? เธอทำลายใบหน้าฉันไปแล้ว ทำไมยังต้องทำกับฉันแบบนี้อีก?"
"ทำไมงั้นเหรอ?"
ไป๋จื่อรั่วแค่นเสียงเย็น "เมื่อก่อนใครๆ ก็ยกย่องเธอเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเจียงไห่ มีแต่คนคอยรุมล้อมเอาใจ แม้แต่เย่จวินหลินก็ด้วย แล้วมีใครเคยชายตามองฉันบ้างไหม?"
"ตอนนี้ฉันจะทำให้ทุกคนได้เห็นว่า ซูเสวี่ยเอ๋อร์ ไม่เพียงกลายเป็นยัยอัปลักษณ์ แต่ยังต้องได้ผัวเป็นขอทานข้างถนน ฉันจะทำให้เธอเป็นคนที่ต่ำต้อยที่สุดในเมืองเจียงไห่ ให้เธอต้องทนทุกข์ทรมานเหมือนตกนรกไปตลอดชีวิต!"
"อยากรู้จังว่าถ้าเย่จวินหลินมันยังไม่ตาย แล้วมาเห็นน้องเสวี่ยเอ๋อร์สุดที่รักของมันกำลังจะถูกพวกขอทานชั้นต่ำย่ำยี มันจะรู้สึกยังไงน้า?"
เวลานี้ แววตาของไป๋จื่อรั่วเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาและอาฆาตแค้น แฝงไปด้วยความสะใจโรคจิตจนน่าขนลุก!
ในอดีต เธอคือคุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋ ผู้มีฐานะสูงส่ง แต่สายตาของทุกคนกลับจับจ้องไปที่ซูเสวี่ยเอ๋อร์เพียงคนเดียว ไม่มีใครสนใจเธอเลย
แม้แต่เย่จวินหลิน ชายที่เธอแอบหลงรักมาตลอด ก็ยังมอบความอ่อนโยนให้ซูเสวี่ยเอ๋อร์เพียงผู้เดียว สิ่งนี้ทำให้จิตใจของไป๋จื่อรั่วบิดเบี้ยวและขาดสมดุลอย่างรุนแรง
และหลังจากที่ตระกูลเย่ล่มสลาย ตระกูลไป๋ก้าวขึ้นมาเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของเจียงไห่แทน ไป๋จื่อรั่วก็สบโอกาสระบายความแค้นเสียที เธออาศัยเรื่องที่ซูเสวี่ยเอ๋อร์แอบไปตั้งป้ายหลุมศพให้ตระกูลเย่ มาเป็นข้ออ้างทำลายใบหน้าที่เธออิจฉามาตลอด
ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา ไป๋จื่อรั่วคอยกลั่นแกล้งทรมานซูเสวี่ยเอ๋อร์ไม่หยุดหย่อน เพื่อสนองความสะใจของตัวเอง เธอยังคิดแผนให้ซูเสวี่ยเอ๋อร์แต่งงานกับขอทาน เพื่อเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของอีกฝ่ายให้จมดิน ทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงที่ต่ำต้อยที่สุดในเจียงไห่!
"ต่อให้ต้องตาย ฉันก็ไม่ยอมให้เธอมาย่ำยีเกียรติกันแบบนี้หรอก!"
ซูเสวี่ยเอ๋อร์มองไป๋จื่อรั่ว แววตาเด็ดเดี่ยวฉายชัด
"ตายเหรอ? ถ้าเธอตาย ฉันจะสั่งให้คนไปจัดการกับตระกูลซูทันที ถึงตอนนั้น พ่อแม่เธอแล้วก็คนตระกูลซูทั้งหมดจะต้องตายตามเธอไป!"
ไป๋จื่อรั่วขู่เสียงเย็น
คำพูดของเธอทำให้ซูเสวี่ยเอ๋อร์ที่คิดจะปลิดชีพตัวเองต้องล้มเลิกความคิดนั้นทันที เธอตายได้ แต่จะลากครอบครัวมาซวยด้วยไม่ได้!
ไป๋จื่อรั่วพูดต่อเสียงเย็น "คุณหนูซูคะ ฉันจะช่วยเลือกให้ก็แล้วกันนะคะ"
"เอาคนนี้แหละ!"
ไป๋จื่อรั่วชี้ไปที่ขอทานแก่หัวล้าน ขาเป๋ หลังค่อม แถมยังตัวเหม็นหึ่งคนหนึ่ง
"ทุกคนคิดว่าหมอนี่คู่ควรกับคุณหนูซูของเราไหมคะ?"
ไป๋จื่อรั่วหันไปถามแขกในงานพร้อมรอยยิ้ม
"ยัยอัปลักษณ์คู่กับขอทาน เหมาะสมกันที่สุดเลยล่ะ!"
"ใช่ๆ กิ่งทองใบหยกชัดๆ!"
"ฮ่าๆๆ วันนี้คุณหนูไป๋ทำบุญใหญ่เลยนะเนี่ย!"
บรรดานายน้อยและคุณหนูทั้งหลายพากันหัวเราะร่วนอย่างไม่เกรงใจ
ส่วนซูเสวี่ยเอ๋อร์ตัวสั่นเทาไม่หยุด เธอกัดริมฝีปากจนเลือดซึม น้ำตาหยดแหมะๆ ลงพื้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและอิดโรย!
วินาทีนี้ ซูเสวี่ยเอ๋อร์ปรารถนาเหลือเกินว่าหากเจ็ดปีก่อนเธอได้ตายไปพร้อมกับพี่จวินหลิน เธอก็คงไม่ต้องมาทนรับความอัปยศอดสูเช่นนี้!
"วันนี้ หล่อนเป็นของแกแล้ว!"
ไป๋จื่อรั่วหันไปสั่งขอทานที่ตนเลือกไว้
"ได้จ้ะ ได้จ้ะ!"
ขอทานคนนั้นอายุหกสิบกว่าแล้ว ไม่เคยได้ลิ้มรสผู้หญิงมาก่อน พอเห็นหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับซูเสวี่ยเอ๋อร์ แม้ใบหน้าจะเสียโฉม แต่เขาก็ยังตื่นเต้นจนน้ำลายหก เดินลากขาเข้าไปหาซูเสวี่ยเอ๋อร์ด้วยสีหน้าหื่นกระหาย
"คุณหนูซูคะ ต่อไปนี้เขาคือสามีของคุณแล้ว ปรนนิบัติสามีให้ดีๆ ล่ะ!"
ไป๋จื่อรั่วมองซูเสวี่ยเอ๋อร์ด้วยแววตาขบขัน
เมื่อเห็นขอทานนั่นเดินเข้ามาใกล้ ร่างของซูเสวี่ยเอ๋อร์ก็ยิ่งสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือด น้ำตาคลอเบ้า เธอต้องทนแบกรับความอัปยศอันไร้ที่สิ้นสุด จิตใจกำลังจะแหลกสลาย
เธออยากตาย แต่เพื่อตระกูลซู เธอตายไม่ได้!
วินาทีนี้ ซูเสวี่ยเอ๋อร์รู้สึกว่าอยู่สู้ตายเสียยังดีกว่า!
"พี่จวินหลิน!"
ซูเสวี่ยเอ๋อร์รำพึงในใจ แววตาเปี่ยมไปด้วยความสิ้นหวัง
"ไป๋จื่อรั่ว รนหาที่ตายนักนะ!!!"
ทันใดนั้น เสียงตวาดเย็นชาที่แฝงไปด้วยรังสีอำมหิตก็ดังกึกก้องมาจากนอกโรงแรม
(จบแล้ว)