- หน้าแรก
- ยอดหมอเทวดาไร้เทียมทาน
- บทที่ 412 - จะชักช้าไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว!
บทที่ 412 - จะชักช้าไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว!
บทที่ 412 - จะชักช้าไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว!
บทที่ 412 - จะชักช้าไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว!
จูหยามองดูสภาพของไป่หลี่ปิงแล้วก็ปวดใจจนถึงที่สุด รีบคว้ามือของไป่หลี่ปิงเอาไว้ "ปิงเอ๋อร์ ตอนนี้คุณอาไป่หลี่ยังมีชีวิตอยู่ สิ่งที่เราต้องทำไม่ใช่การมาระบายอารมณ์ แต่ต้องรีบหาตัวคุณอาไป่หลี่ให้เจอ เวลาแบบนี้เธอต้องตั้งสตินะ"
ไป่หลี่ปิงพยักหน้า ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ สายตาของเธอจึงหยุดลงที่ร่างของเย่เฉิน
วินาทีต่อมา เสียง "ตุบ!" ก็ดังขึ้น เธอคุกเข่าลงตรงหน้าเย่เฉินทันที
"คุณเย่ ฉันรู้ว่าการเดินทางครั้งนี้มันอันตราย แต่ขอร้องให้คุณเย่ช่วยออกโรงช่วยพ่อฉันด้วย ขอเพียงคุณเย่ช่วยพ่อฉันได้ ฉันยินดีจะเป็นวัวเป็นม้ารับใช้คุณไปตลอดชีวิต!"
สิ้นเสียง ศีรษะของไป่หลี่ปิงก็โขกลงกับพื้น
เมื่อเย่เฉินเห็นภาพตรงหน้า เขาก็ตวัดแขนเบาๆ คลื่นพลังอันแข็งแกร่งม้วนตัวขึ้นจากพื้นดิน ดันร่างของไป่หลี่ปิงให้ลุกขึ้นยืนโดยพลัน
"เธอไม่ต้องคุกเข่าให้ฉันหรอก พ่อของเธอฉันต้องช่วยอยู่แล้ว ฉันกับกรมการยุทธ์แห่งหัวเซี่ยมีความแค้นต่อกันมานาน เจิ้งเหรินเจวี๋ยฉันต้องฆ่า พ่อของเธอและนักรบที่รอดชีวิตฉันก็จะช่วยพวกเขาให้ได้ ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงแล้ว เราเข้าไปกันเถอะ"
ดวงตาของไป่หลี่ปิงทอประกายตื่นเต้น เธอพยักหน้าอย่างแรง "ขอบคุณมากค่ะคุณเย่!"
เย่เฉินไม่พูดพร่ำทำเพลง หยิบก้อนหินธรรมดาๆ ขึ้นมาจากพื้นสองก้อน
นิ้วมือประสานมุทรา รวบรวมพลังยันต์วิเศษ ตัวอักษรโบราณสองตัวถูกสลักลงบนก้อนหิน ก้อนหินธรรมดาๆ กลับแผ่กลิ่นอายของยันต์วิเศษออกมาบางเบา
เขามอบก้อนหินให้จูหยากับไป่หลี่ปิงคนละก้อน พร้อมกับกำชับว่า "เก็บก้อนหินสองก้อนนี้ไว้ ถ้าเจออันตราย ก็ให้ปาหินก้อนนี้ออกไป อย่างน้อยก็พอจะแก้ปัญหาได้บ้าง"
จูหยากับไป่หลี่ปิงรับก้อนหินมา แม้จะสงสัยอยู่บ้าง แต่ก็รู้ดีว่าเย่เฉินไม่มีทางมอบของไร้ประโยชน์ให้พวกเธอแน่นอน
ทั้งสองกำก้อนหินไว้แน่น
"ขอบคุณค่ะคุณเย่!"
"จะชักช้าไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว! รีบเข้าไปกันเถอะ"
เย่เฉินกุมกระบี่ทลายมังกรไว้ในมือ แล้วมุ่งหน้าเข้าไปในส่วนลึก
บริเวณรอบๆ เริ่มมีไอพลังเส้นชีพจรมังกรแผ่ซ่านออกมาแล้ว การปรากฏตัวของพลังเส้นชีพจรมังกรนี้ทำให้เส้นชีพจรมังกรขนาดเล็กในสุสานจุติวัฏสงสารของเขาสั่นสะเทือนขึ้นมาเช่นกัน
ล้วนเป็นพลังงานต้นกำเนิดเดียวกัน ความตื่นเต้นของเส้นชีพจรมังกรขนาดเล็กย่อมเหมือนกับการได้พบเจอพวกพ้องของมัน
เย่เฉินรู้ดีว่าข้างในนั้นอันตรายมาก การโจมตีที่รุนแรงที่สุดของเขาในตอนนี้คือการผสานมังกรโลหิตเข้ากับกระบี่ที่หนึ่งของเจตจำนงกระบี่ทลายสวรรค์ แต่กระบี่นี้หากต้องรับมือกับยอดฝีมือมากมายขนาดนี้ คงเป็นไปได้ยาก ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ฝึกตนที่อยู่ข้างในนั้นมีพลังฝีมือสูงกว่าพวกโจวเหยียนอยู่มากโข
หากจวนตัวจริงๆ เขาก็คงต้องลองใช้กระบี่ที่สองของเจตจำนงกระบี่ทลายสวรรค์ดู
กระบี่ที่สองเขาไม่เคยใช้มาก่อน แต่ตอนที่เต้าจวินวิถีสังหารใช้ออกมา กลับเกิดปรากฏการณ์วิปริตมากมาย เห็นได้ชัดว่าน่าสะพรึงกลัวเพียงใด!
เพียงแต่ต้องแลกมาด้วยผลกระทบบางอย่าง!
...
ในขณะเดียวกัน ห่างจากเย่เฉินไปด้านหลังสิบลี้ ขุมกำลังอีกกลุ่มหนึ่งก็กำลังรุดหน้าเข้าไปในส่วนลึกเช่นกัน
ผู้นำกลุ่มไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเจียงเจี้ยนเฟิง!
ด้านหลังเจียงเจี้ยนเฟิงมียอดฝีมือเร้นกายของตระกูลเจียงหลายคนติดตามมาด้วย รวมถึงเจียงไห่ซานด้วย
เจียงเจี้ยนเฟิงรู้สึกมาตลอดว่าเรื่องนี้มันไม่ชอบมาพากล นายท่านผู้เฒ่าเร่งรีบให้เขามาที่เทือกเขาฉินหลิ่ง บอกว่าได้รับข่าวมาว่า ขุมกำลังมากมายได้ส่งคนเข้าไปในเทือกเขาฉินหลิ่ง เพียงเพื่อจะขอมีส่วนแบ่งในครั้งนี้ด้วย
ส่วนเรื่องส่วนแบ่งที่ว่ามันคืออะไร เขาก็ไม่รู้เลยสักนิด
ไม่นานนัก โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น เจียงเจี้ยนเฟิงขมวดคิ้ว พอเห็นเบอร์ก็รู้ทันทีว่าเป็นของนายท่านผู้เฒ่า
เขากดรับสาย
"พ่อ ให้ผมมาที่เทือกเขาฉินหลิ่งนี่ตกลงจะให้ทำอะไรกันแน่ พวกเราเจอศพที่นี่เยอะมาก ดูเหมือนจะเกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ เทือกเขาฉินหลิ่งเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจังและแหบพร่า "เจี้ยนเฟิง เส้นชีพจรมังกรฉินหลิ่งถูกทำลายแล้ว ขุมกำลังและตระกูลนับไม่ถ้วนต่างพากันบุกเข้าไป ฉันสั่งให้แกนำยอดฝีมือตระกูลเจียงเข้าไปในเทือกเขาฉินหลิ่ง ก็เพื่อช่วงชิงผลประโยชน์จากโอกาสทองในครั้งนี้!"
"เส้นชีพจรมังกรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดของหัวเซี่ย ผู้ใดได้เส้นชีพจรมังกรไปครอบครอง ย่อมสามารถทำให้ตระกูลผงาดอยู่ได้นับพันปีโดยไม่ล่มสลาย"
สีหน้าของเจียงเจี้ยนเฟิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ "พ่อ หมายความว่ายังไง พ่อจะให้ผมไปปกป้องเส้นชีพจรมังกร หรือว่า..."
พูดยังไม่ทันจบ นายท่านผู้เฒ่าตระกูลเจียงก็พูดแทรกขึ้นมาว่า "ปกป้องเส้นชีพจรมังกร? หึ! ฉันได้มอบของวิเศษชิ้นหนึ่งให้เจียงไห่ซานแล้ว ของชิ้นนี้น่าจะสามารถบรรจุเส้นชีพจรมังกรได้บางส่วน ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง ฉันต้องการให้แกชิงเส้นชีพจรมังกรมาให้ได้มากที่สุด! ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม! ทันทีที่แกทำสำเร็จ อีกไม่นาน ตำแหน่งผู้นำตระกูลเจียงก็จะเป็นของแก!"
เมื่อได้ยินประโยคนี้ เจียงเจี้ยนเฟิงก็รู้สึกไม่ชอบมาพากลอย่างหนัก เขาคาดไม่ถึงเลยว่านายท่านผู้เฒ่าจะหมายตาเส้นชีพจรมังกรฉินหลิ่ง!
นี่มันบ้าไปแล้วชัดๆ!
หากเส้นชีพจรมังกรถูกทำลาย ปราศจากอำนาจกดทับ เมืองทั้งหมดบริเวณรอบเส้นชีพจรมังกรอาจจะพังทลายลงมาได้!
สำหรับหัวเซี่ยแล้ว นี่ถือเป็นภัยพิบัติครั้งใหญ่เลยทีเดียว
"พ่อ แต่เส้นชีพจรมังกรมัน..."
"ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น แกไม่มีสิทธิ์เลือก! รีบเข้าไปข้างในให้ไว ไป่หลี่สยงน่าจะอยู่ได้อีกไม่นานหรอก เท่าที่ฉันรู้ ข้างในนั้นมีเงาของกรมการยุทธ์แห่งหัวเซี่ยอยู่ด้วย ไม่แน่ว่าพวกมันอาจจะทรยศไปนานแล้ว แกเสียเวลาไปหนึ่งนาที ก็เท่ากับสูญเสียโอกาสไปส่วนหนึ่ง! รีบไป!"
"ถ้าฉันเดาไม่ผิด ตอนนี้ข้างในกำลังตะลุมบอนกันอยู่ นี่คือโอกาสทองของแก แฝงตัวเข้าไปเลย เป้าหมายของพวกแกไม่ใช่การฆ่าคน แต่เป็นเส้นชีพจรมังกรฉินหลิ่ง!"
สายถูกตัดไปดื้อๆ
เจียงไห่ซานเดินเข้ามาใกล้เจียงเจี้ยนเฟิง แล้วพูดขึ้นว่า "นายน้อย ชักช้าไม่ได้แล้วนะครับ พวกเราออกเดินทางกันเถอะ นายท่านผู้เฒ่าให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก อีกอย่าง ถึงเราจะไม่เอาเส้นชีพจรมังกร ขุมกำลังอื่นๆ ก็ต้องเอาอยู่ดี เส้นชีพจรมังกรสายนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อทิศทางของเมืองหลวงหรอก คนธรรมดาตายไปก็ช่างมันเถอะ ผลประโยชน์ของตระกูลเจียงต้องมาก่อนสิครับ"
เจียงเจี้ยนเฟิงถอนหายใจยาว แต่ก็ยังคงมุ่งหน้าลึกเข้าไป ตอนนี้คงทำได้แค่เดินหน้าต่อไปเท่านั้น
ถ้าถึงตอนนั้นตระกูลเจียงมีโอกาสจริงๆ เขาก็จะหาทางขัดขวางให้จงได้
ชีวิตนี้ของเขาไม่ได้โปร่งใสนัก ฆ่าคนมาก็เยอะ ทำร้ายคนมาก็แยะ แต่จะให้เขาทำเรื่องผิดมโนธรรมแบบนี้ เขาทำไม่ได้จริงๆ
...
ในขณะเดียวกัน เย่เฉินก็สัมผัสได้ถึงไอพลังของเส้นชีพจรมังกรที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
ยิ่งเข้าใกล้ด้านในมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งรับรู้ถึงความผิดปกติในสุสานจุติวัฏสงสารได้ชัดเจนขึ้น
ความผิดปกตินี้ไม่ได้มาจากเส้นชีพจรมังกรขนาดเล็กเส้นนั้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากป้ายสุสานบานนั้นด้วย
รอยร้าวบนป้ายสุสานขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมีพลังบางอย่างกำลังจะพุ่งทะลุออกมา
หรือว่าสุดยอดฝีมือท่านนั้นกำลังจะปรากฏตัวออกมาเองอีกแล้ว?
ขณะที่เย่เฉินกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวของเขา!
"ไอ้หนู ถ้าได้เส้นชีพจรมังกรข้างในนั่นมา สุสานจุติวัฏสงสารกับตัวแกจะได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลเลยล่ะ!"
เย่เฉินแทบจะกระอักเลือดออกมา เขาปฏิเสธอย่างเด็ดขาด "เส้นชีพจรมังกรเส้นนี้ ท่านอย่าได้หวังเลย ถ้าผลประโยชน์ของฉันต้องแลกมากับความเป็นความตายของประชาชนชาวหัวเซี่ยหลายร้อยล้านคนล่ะก็ ฉันไม่ขอรับไว้ดีกว่า!"
เสียงแหบพร่านั้นไม่ได้ดังขึ้นอีก ราวกับจมดิ่งลงสู่ความเงียบงัน
เย่เฉินไม่สนใจอีกฝ่ายอีกต่อไป เขาสาดสายตามองลงไปยังหุบเขาเบื้องล่าง
ด้านนอกหุบเขามีคนนับร้อยยืนเรียงราย พวกเขายืนคุมเชิงอย่างเคร่งครัด เฝ้าปากถ้ำแห่งหนึ่งไว้แน่นหนา
เหนือปากถ้ำ มีภาพวาดมังกรยักษ์ที่ดูราวกับมีชีวิตสลักไว้
เย่เฉินเคยได้ยินมาว่าเส้นชีพจรมังกรทั้งหกแห่งของหัวเซี่ย แต่ละแห่งล้วนมีค่ายกลที่ฝืนลิขิตฟ้าคอยปกปักษ์รักษาอยู่
ภายในค่ายกลนั้นเป็นแท่นบูชาขนาดใหญ่ แท่นบูชานั้นคือจุดเริ่มต้นของเส้นชีพจรมังกร
เมื่อพลังของแท่นบูชาถูกทำลาย พลังปกป้องเส้นชีพจรมังกรก็จะอ่อนแอลงหลายส่วน
ดูเหมือนว่าภายใต้กระแสธารแห่งกาลเวลา ค่ายกลที่ปกป้องเส้นชีพจรมังกรฉินหลิ่งจะอ่อนแอลงไปมาก พวกขุมกำลังเหล่านั้นไม่รู้ว่าไปได้ของวิเศษอะไรมา ถึงสามารถทำลายค่ายกลลงได้
(จบแล้ว)