- หน้าแรก
- ยอดหมอเทวดาไร้เทียมทาน
- บทที่ 411 - หากแกแน่จริง ก็มาสู้กับฉันสิ!
บทที่ 411 - หากแกแน่จริง ก็มาสู้กับฉันสิ!
บทที่ 411 - หากแกแน่จริง ก็มาสู้กับฉันสิ!
บทที่ 411 - หากแกแน่จริง ก็มาสู้กับฉันสิ!
เย่เฉินได้ประจักษ์ถึงความแข็งแกร่งของไป่หลี่สยงในภาพนิมิต
ทั้งพลังและประสบการณ์การต่อสู้นี้ อยู่เหนือกว่าเขามากนัก
การโจมตีแต่ละครั้งของไป่หลี่สยง แทบจะสามารถปลิดชีพยอดฝีมือได้ถึงสามสี่คนเลยทีเดียว!
กระสุนปืนสาดกระหน่ำยิงเข้าใส่พวกเขาอย่างไม่ขาดสาย ทว่าไป่หลี่สยงกลับไม่มีทีท่าว่าจะหลบหลีก พลังปราณแท้จริงรอบกายถูกปลดปล่อยออกมา เมื่อกระสุนปะทะเข้ากับร่างของเขา ก็บิดเบี้ยวผิดรูปไปในทันที เห็นได้ชัดว่าเขาแข็งแกร่งเพียงใด!
วินาทีนี้ไป่หลี่สยงเปรียบเสมือนรถถังแห่งการสังหาร ใครก็ตามที่กล้าทำร้ายกองกำลังค่ายเลือดเหล็ก ล้วนต้องตายสถานเดียว!
เขาไม่มีความปรานีเลยแม้แต่น้อย!
เขาไม่ได้เป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ แต่ยังเป็นทหารหาญผู้แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า!
สำหรับคนทรยศชาติบ้านเมืองเช่นนี้ เขาไม่มีความเห็นอกเห็นใจให้หรอก
"เจิ้งเหรินเจวี๋ย! หากแกแน่จริง ก็มาสู้กับฉันสิ!"
เสียงคำรามดังกึกก้องของไป่หลี่สยงดังสะท้าน! เขากำดาบใหญ่ที่ชุ่มไปด้วยเลือดไว้แน่น แล้วพุ่งทะยานเข้าหาเจิ้งเหรินเจวี๋ยโดยไม่ลังเล!
ดาบนี้ลากเงาดาบยาวเหยียด ส่องประกายแสงสีแดงอมดำ พายุหมุนพัดกระหน่ำไปทั่วบริเวณ ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ใกล้เคียงถึงกับหักโค่นลงมา แสดงให้เห็นถึงอานุภาพอันน่าเกรงขาม!
เจิ้งเหรินเจวี๋ยเห็นเช่นนั้น มุมปากกลับปรากฏรอยยิ้ม เขารู้ตัวดีว่าไม่ใช่คู่มือของไป่หลี่สยง แต่เขาไม่ได้ตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
เขาสาดสายตามองไปที่ชายชราหลายคนที่อยู่ข้างกาย "ใต้เท้าทุกท่าน บนตัวไป่หลี่สยงน่าจะมีของเกี่ยวกับเส้นชีพจรมังกรที่ทางการหัวเซี่ยมอบให้เขาอยู่ รบกวนใต้เท้าทุกท่านช่วยลงมือจัดการคนผู้นี้ด้วยเถอะครับ"
หนึ่งในชายชราที่ผมบางเบาพยักหน้ารับ "หากได้เส้นชีพจรมังกรมาเมื่อไหร่ สำนักสับวิญญาณของเราต้องได้แปดส่วน ส่วนอีกสองส่วนที่เหลือ พวกขุมกำลังต่างๆ ของพวกเจ้าก็เอาไปแบ่งกันเอง"
เมื่อได้ยินประโยคนี้ สีหน้าของเจิ้งเหรินเจวี๋ยก็เปลี่ยนไป แววตาแฝงไว้ด้วยจิตสังหารวูบหนึ่ง เพียงแต่จิตสังหารนั้นหายไปในชั่วพริบตา เขายิ้มรับแล้วตกลงทันที "สำนักสับวิญญาณได้แปดส่วน ก็สมควรแล้วครับ"
ชายชราเหล่านั้นพยักหน้า วินาทีต่อมา ก็พุ่งทะยานเข้าหาไป่หลี่สยง!
ถึงแม้ไป่หลี่สยงจะแข็งแกร่งมาก แต่ในสายตาของพวกเขาแล้ว ก็ยังห่างชั้นอยู่อีกไกล!
เสียงโลหะปะทะกันดังกังวาน ไป่หลี่สยงถูกผู้ฝึกตนจากสำนักสับวิญญาณล้อมกรอบในพริบตา ไร้ซึ่งทางรอดใดๆ!
เขาปรายตามองพี่น้องกองกำลังค่ายเลือดเหล็กที่อยู่ด้านหลัง ล้มตายและบาดเจ็บกันระเนระนาด!
เส้นเลือดบนลำคอของเขาปูดโปน โกรธแค้นจนถึงขีดสุด
ใครจะไปคาดคิดว่า เรื่องในครั้งนี้จะเป็นกับดัก!
เป็นพวกไส้ศึกที่ร่วมมือกับคนนอก!
ไอ้พวกคนทรยศ! ไอ้พวกเดรัจฉาน!
พี่น้องกองกำลังค่ายเลือดเหล็กเหล่านี้ติดตามเขามานานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ สังหารผู้บุกรุกมาแล้วตั้งเท่าไหร่ เพื่อปกป้องความสงบสุขของหัวเซี่ย! แต่ตอนนี้กลับต้องมาถูกคนชาติเดียวกันเข่นฆ่าอย่างเลือดเย็น!
"ไสหัวไปซะ!"
เขาแผดเสียงคำราม ยกดาบยาวขึ้นต้านทานเอาไว้
ตึง...
เสียงปะทะดังกังวานราวกับเสียงระฆังใบยักษ์ดังก้องไปทั่ว
ร่างของไป่หลี่สยงสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
วิกฤตอันใหญ่หลวงแผ่ปกคลุม ท่ามกลางเสียงคำราม ไป่หลี่สยงฝืนยกดาบขึ้นต้านทานอย่างสุดกำลัง!
"เอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง ไม่รู้จักเจียมตัว!"
เมื่อมองดูดาบใหญ่ที่ตวัดขวางเข้ามา ยอดฝีมือจากสำนักสับวิญญาณเหล่านั้นก็เผยสีหน้าเหยียดหยาม
สายลมพัดกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง
จิตสังหารคำรามกึกก้อง ม้วนพัดพาพายุสีดำทะมึนขึ้นเต็มท้องฟ้า!
ฝุ่นทรายและก้อนหินปลิวว่อน พายุลูกนั้นราวกับสัตว์ประหลาดร่างยักษ์ พุ่งทะยานเข้ากลืนกินจากทุกทิศทุกทาง
ไป่หลี่สยงแทบจะต้องรับมือกับคนนับสิบเพียงลำพัง แต่เมื่อต้องเผชิญกับลูกไม้ตุกติกสารพัดของสำนักสับวิญญาณ เขาก็เริ่มอ่อนแรงลง ทั่วร่างเต็มไปด้วยบาดแผลนับไม่ถ้วนในชั่วพริบตา เลือดไหลอาบไปทั่วตัว สภาพดูไม่ได้เลยสักนิด!
แต่ถึงแม้จะสะบักสะบอม เขาก็ยังสามารถสังหารยอดฝีมือของสำนักสับวิญญาณไปได้ถึงสามคน!
เสียงคำรามถูกแทนที่ด้วยเสียงของมีคมแทงทะลุเนื้อ
ศีรษะหลุดลอย เลือดพุ่งกระฉูดเป็นสายน้ำ!
ส่วนไป่หลี่สยงก็กระเด็นลอยออกไป กลายเป็นมนุษย์เลือดคนหนึ่ง!
"ท่านนายพล!"
นักรบกองกำลังค่ายเลือดเหล็กสี่คนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต่างก็เข้าคุ้มกันไป่หลี่สยงอย่างสุดชีวิต! แววตาเด็ดเดี่ยวแน่วแน่!
หากท่านนายพลต้องพลีชีพในสนามรบ พวกเขาก็ยินดีที่จะหลั่งเลือดสู้ตายเช่นกัน!
ทั้งสี่คนต่อสู้อย่างดุเดือดจนตาแดงก่ำ หนึ่งในนั้นแขนขาดไปข้างหนึ่ง แต่ก็ยังคงปกป้องไป่หลี่สยงเอาไว้
โลกทั้งใบเงียบสงัดลงในวินาทีนี้
ตอนนี้ไป่หลี่สยงกับยอดฝีมือกองกำลังค่ายเลือดเหล็กอีกสี่คนที่เหลือ ถูกยอดฝีมือนับไม่ถ้วนล้อมกรอบเอาไว้ ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับความตาย
ไป่หลี่สยงกระอักเลือดออกมา แววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
ตอนนั้นเอง เจิ้งเหรินเจวี๋ยก็เดินออกมาจากฝูงชน เอ่ยเสียงเรียบว่า "ไป่หลี่สยง แกเองก็เป็นถึงนายพล มีอนาคตอันสดใสรออยู่ ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยล่ะ? ถึงแม้พลังฝีมือของแกจะยืนอยู่บนจุดสูงสุดของแวดวงผู้ฝึกยุทธ์หัวเซี่ย แต่คนที่แกกำลังเผชิญหน้าอยู่คือขุมกำลังจากส่วนลึกของภูเขาคุนหลุน ถึงพวกเขาจะไม่ใช่ยอดฝีมือจากมิติแดนคุนหลุน แต่พวกเขาก็เคยไปที่มิติแดนคุนหลุนกันมาแล้วทั้งนั้น ของบางอย่าง มันไม่ใช่สิ่งที่แกอยากจะต่อต้านก็ต่อต้านได้หรอกนะ"
"แกลองดูสิ พี่น้องที่อยู่ข้างหลังแกตายไปกี่คนแล้ว คนพวกนี้ก็ตายเพราะแกทั้งนั้นแหละ"
"ฉันรู้ว่าบนตัวแกมีของที่เกี่ยวกับเส้นชีพจรมังกรฉินหลิ่ง ที่ท่านหมายเลขหนึ่งของหัวเซี่ยมอบให้ เอาออกมาซะ แล้วฉันจะเหลือศพที่สมบูรณ์ไว้ให้แก"
ในสายตาของเจิ้งเหรินเจวี๋ย เขาได้ยืนอยู่บนจุดที่ไม่มีวันพ่ายแพ้แล้ว
การได้เห็นไป่หลี่สยงผู้โด่งดังแห่งหัวเซี่ยตกอยู่ในสภาพน่าสมเพชเช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกเบิกบานใจยิ่งนัก!
นี่คือความสะใจที่ได้เหยียบย่ำผู้อื่น เป็นความปีติยินดีของผู้ชนะ
ไป่หลี่สยงถ่มเลือดทิ้ง "ถุย! ไอ้เดรัจฉานอย่างแกไม่รู้หรือไงว่าถ้าเส้นชีพจรมังกรถูกเอาไป มณฑลและเมืองแถบเทือกเขาฉินหลิ่งของหัวเซี่ยจะเกิดปัญหาทั้งหมด ประชาชนหัวเซี่ยหลายร้อยล้านคนจะต้องได้รับผลกระทบ แกอยากจะให้ชื่อเสียงอันฉาวโฉ่ของแกเป็นที่ล่วงรู้ไปทั่วทั้งหัวเซี่ยเลยหรือไง!"
เจิ้งเหรินเจวี๋ยหัวเราะเยาะ "คนตายเก็บความลับได้ดีที่สุดแหละ หลังจากที่พวกแกตายกันหมดแล้ว ใครจะไปรู้ล่ะ? ฉันก็ยังนั่งอยู่ในตำแหน่งหัวหน้ากรมการยุทธ์แห่งหัวเซี่ยตามเดิม ไม่แน่ว่าพอพลังฝีมือฉันแกร่งกล้าขึ้น ตำแหน่งของแกก็อาจจะตกเป็นของฉันก็ได้ แกไม่ต้องห่วงนะ ถึงตอนนั้นฉันจะไปร่วมงานศพแกด้วย"
พูดแค่นั้นยังไม่พอ มุมปากของเขายังปรากฏรอยยิ้มอันแสนเหี้ยมเกรียมออกมา
"ได้ยินมาว่าแกมีลูกสาวคนเล็กหน้าตาสะสวยอยู่คนหนึ่ง ถึงตอนนั้นฉันจะไปสู่ขอนะ พอดีเลย ลูกชายฉันตอนนี้กลายเป็นคนพิการไปแล้ว ให้ลูกสาวหน้าตาสะสวยของแกแต่งงานกับลูกชายฉันก็เหมาะเจาะพอดี ฮ่าๆๆ! เธอคงไม่มีวันรู้หรอกว่า พ่อสามีของตัวเองก็คือคนที่ฆ่าพ่อบังเกิดเกล้าของเธอ!"
เจิ้งเหรินเจวี๋ยพูดจบก็จ้องมองสีหน้าของไป่หลี่สยง อยากจะดูว่าอีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อได้ยินเรื่องนี้
ดวงตาของไป่หลี่สยงแดงฉาน! แม้จะโกรธแค้นจนแทบคลั่ง แต่เขาก็รู้สถานการณ์ของตัวเองดี! เขาจะต้องมีชีวิตรอดต่อไปให้ได้!
วินาทีต่อมา ในมือของเขาก็ปรากฏยันต์สีทองแผ่นหนึ่ง เลือดของเขาหยดลงบนยันต์แผ่นนั้น ก่อนที่เขาจะขว้างมันออกไปทันที!
พริบตานั้น ฝุ่นควันคลุ้งตลบ บดบังทัศนวิสัยจนมิด!
"พวกเราไป!"
ไป่หลี่สยงพานักรบกองกำลังค่ายเลือดเหล็กอีกสี่คนที่เหลือพุ่งทะยานเข้าไปในส่วนลึก!
คิดจะหนีงั้นหรือ? ไม่หมูขนาดนั้นหรอก!
"ตาม!"
เจิ้งเหรินเจวี๋ยพร้อมกับเงาร่างนับไม่ถ้วนเบื้องหลัง พุ่งทะยานติดตามไปอย่างรวดเร็ว!
เสียงอึกทึกครึกโครมดังสนั่น!
...
ภาพนิมิตเลือนหายไป
ความตกตะลึงและความโกรธแค้นในใจเย่เฉินนั้นทวีคูณจนยากจะพรรณนา เขากับเจิ้งเหรินเจวี๋ยมีความแค้นต่อกันอยู่แล้ว
เดิมทีเขาคิดว่าอีกฝ่ายก็แค่มุ่งเป้ามาที่เขาเพียงคนเดียว แต่นึกไม่ถึงเลยว่าไอ้พวกหนอนบ่อนไส้เหล่านี้ จะเลวทรามต่ำช้าได้ถึงเพียงนี้!
ไป่หลี่สยงในฐานะพลเอกแห่งหัวเซี่ย ส่วนกองกำลังค่ายเลือดเหล็กก็เป็นกองกำลังสำคัญในการปกป้องประเทศชาติ เจิ้งเหรินเจวี๋ยผู้นี้กลับไม่แยแสเลยแม้แต่น้อย ทำทุกวิถีทางเพื่อสนองความมักใหญ่ใฝ่สูงของตัวเอง!
คนผู้นี้หากไม่ตาย สวรรค์คงไม่ยอม!
เขาหันไปมองไป่หลี่ปิง ตอนนี้ไป่หลี่ปิงกำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าไปในเนื้อจนเลือดซึมออกมาโดยไม่รู้ตัว แววตาของเธอเย็นเยียบถึงขีดสุด ใบหน้าที่ซีดเซียวมีเพียงความโกรธแค้นเท่านั้น!
"เจิ้งเหรินเจวี๋ย!"
ไป่หลี่ปิงชกหมัดใส่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่อยู่ข้างๆ อย่างแรง จนหมัดแตกเลือดสาด
เธอโกรธแค้นจนถึงขีดสุด!
(จบแล้ว)