เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 403 - ความแข็งแกร่งของเขา!

บทที่ 403 - ความแข็งแกร่งของเขา!

บทที่ 403 - ความแข็งแกร่งของเขา!


บทที่ 403 - ความแข็งแกร่งของเขา!

"แม่ครับ ไม่ต้องแล้ว เอาที่นี่แหละ ผมพอจะรู้จักกับลูกสาวของไป่หลี่สยงอยู่ น่าจะพอหาทางเจรจาได้บ้าง"

เมื่อเห็นเย่เฉินพูดยืนยันเช่นนั้น เจียงเพ่ยหรงก็ไม่คิดจะเอ่ยสิ่งใดอีก

เรื่องบางเรื่อง ต้องปล่อยให้เฉินเอ๋อร์ลงมือทำด้วยตัวเอง เขาถึงจะรู้ว่ามันยากลำบากแค่ไหน

อารมณ์ร้ายกาจของไป่หลี่สยงไม่ด้อยไปกว่าผู้อาวุโสเจียงเลยแม้แต่น้อย ที่สำคัญคืออีกฝ่ายกุมอำนาจกองกำลังค่ายเลือดเหล็กเอาไว้ แม้แต่บุคคลหมายเลขหนึ่งของหัวเซี่ยก็ยังต้องไว้หน้าอยู่บ้าง การที่เฉินเอ๋อร์คิดจะล้วงคองูเห่านั้นยากยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์เสียอีก

ช่วงสายของวันรุ่งขึ้น ณ มหาวิทยาลัยครุศาสตร์เมืองหลวง

เย่เฉินได้รับสายจากเหลยซู่เหว่ย จึงเดินตรงไปที่ประตูหน้ามหาวิทยาลัย

ก่อนออกมา เขามอบโอสถและเคล็ดวิชายุทธ์กองใหญ่ให้แม่ เขารู้ดีว่าแม่มุ่งมั่นที่จะก้าวเข้าสู่วิถีแห่งการบำเพ็ญเพียร ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เขาย่อมต้องมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้เธอ ถือเป็นการสนับสนุนความฝันของแม่อีกทางหนึ่ง

พอเดินมาถึงประตูหน้า ก็เห็นรถยนต์หงฉีที่ถูกดัดแปลงมาเป็นพิเศษจอดรออยู่ ดูเผินๆ ค่อนข้างเรียบง่าย แต่ก็ดึงดูดสายตาผู้คนได้ไม่น้อย

ประตูรถหงฉีเปิดออก เหลยซู่เหว่ยเองก็นั่งอยู่ด้านใน

"คุณเย่"

เย่เฉินพยักหน้ารับแล้วก้าวขึ้นรถ จากนั้นรถก็แล่นมุ่งหน้าลงใต้ไปโดยตรง

"คุณเย่ครับ เดี๋ยวพอได้เจอท่านผู้นั้นแล้ว คุณต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ดีๆ นะครับ..." เหลยซู่เหว่ยเอ่ยเตือน

เขาล่ะกลัวใจเย่เฉินจริงๆ หมอนี่เป็นพวกไม่เกรงกลัวฟ้าดินเสียด้วยซ้ำ ต่อให้เป็นหน้าของท่านผู้นั้น ก็อาจจะไม่ยอมไว้หน้าให้ด้วยซ้ำ!

พอไปถึงที่นั่น หากเย่เฉินวู่วามทำอะไรบุ่มบ่ามลงไป ย่อมต้องถูกสังหารทิ้งในทันทีอย่างแน่นอน!

เพราะยอดฝีมือที่นั่นล้วนเป็นยอดมนุษย์ที่ซ่อนเร้นกาย ไม่ได้ถูกจัดอันดับอยู่ในทำเนียบปรมาจารย์หัวเซี่ย!

หากวัดกันที่ความแข็งแกร่ง พวกเขาก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับท็อปไฟว์ของหัวเซี่ยมาตั้งนานแล้ว!

เย่เฉินพยักหน้า "ผมรู้ตัวดี ครั้งนี้ผมมีเรื่องต้องขอร้องท่านผู้นั้น ย่อมต้องรู้จักสำรวมอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าท่านจะยอมให้คำตอบผมหรือเปล่า"

เหลยซู่เหว่ยพรูลมหายใจยาว "คุณเย่พูดแบบนี้ ผมก็ค่อยเบาใจหน่อย"

เย่เฉินนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถามว่า "เหลยซู่เหว่ย คุณรู้เรื่องไป่หลี่สยงมากน้อยแค่ไหน?"

เมื่อได้ยินชื่อนี้ แววตาของเหลยซู่เหว่ยก็ฉายแววประหลาดใจ หรือว่าคุณเย่จะมีเรื่องบาดหมางกับไป่หลี่สยง?

ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ล่ะก็ ถือว่างานเข้าชุดใหญ่เลยล่ะ!

เพราะอีกฝ่ายไม่ใช่คนที่ใครจะไปแหยมได้ง่ายๆ เลยนะ

"คุณเย่ คุณถามแบบนี้..."

เย่เฉินรู้ตัวว่าเหลยซู่เหว่ยกำลังเข้าใจผิด จึงรีบพูดแก้เคล็ด "ผมแค่ถามดูเฉยๆ ไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอะไรกันหรอก แค่ได้ยินมาว่าคนคนนี้ร้ายกาจไม่เบาเลย"

ก้อนหินที่ถ่วงอยู่ในใจของเหลยซู่เหว่ยร่วงหล่นลงทันที เขาเหลือบมองชายที่ทำหน้าที่ขับรถแวบหนึ่ง ก่อนจะลดเสียงลงต่ำ "ถ้ามองแค่เรื่องอำนาจและตำแหน่งหน้าที่ ไป่หลี่สยงอยู่สูงกว่าผมมาก ถึงขั้นที่เราอยู่กันคนละระดับเลยล่ะ!"

"เพราะตระกูลไป่หลี่คือตระกูลขุนศึกชื่อดังของหัวเซี่ย! แผ่นดินกว่าครึ่งของหัวเซี่ยก็ตกเป็นของตระกูลไป่หลี่ด้วยน้ำมือของนายท่านผู้เฒ่านั่นแหละ! ถ้าเป็นสมัยโบราณ ตำแหน่งนี้ก็คือแม่ทัพใหญ่เชียวนะ เดิมทีแค่มีนายท่านผู้เฒ่าตระกูลไป่หลี่คอยหนุนหลัง ตระกูลไป่หลี่ก็ไร้ผู้ต่อต้านอยู่แล้ว"

"แต่ใครจะไปคาดคิดว่าเมื่อหลายสิบปีก่อน ไป่หลี่สยงจะโผล่พรวดขึ้นมาสร้างชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว! เขาเก่งกาจมาก เก่งระดับไหนน่ะเหรอ? เมื่อหลายสิบปีก่อน เขาเคยผงาดขึ้นครองอันดับหนึ่งในทำเนียบปรมาจารย์หัวเซี่ยในช่วงเวลาสั้นๆ มาแล้ว!"

"ช่วงเวลาสั้นๆ? อันดับหนึ่ง?" เย่เฉินขมวดคิ้ว

เหลยซู่เหว่ยอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ตอนนี้อันดับหนึ่งของหัวเซี่ยไม่ใช่ไป่หลี่สยงแน่นอนครับ ตอนที่เขาขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในทำเนียบปรมาจารย์ เพียงแค่สิบนาทีเท่านั้น ทางการก็สั่งปลดชื่อเขาออก! เพราะเขาเพิ่งได้รับการเลื่อนยศเป็นพลเอกแห่งหัวเซี่ยหมาดๆ! ด้วยสถานะพิเศษเช่นนี้ ย่อมไม่อาจปรากฏชื่อบนทำเนียบปรมาจารย์ได้"

"ตำแหน่งพลเอกในหัวเซี่ยนี่ ถือเป็นตำแหน่งที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเลยล่ะครับ"

"คุณเย่ คุณมียศเป็นพลตรี ก็นับว่าเป็นการเลื่อนขั้นแบบก้าวกระโดดแล้ว ส่วนตำแหน่งของไป่หลี่สยงในตอนนั้น สูงกว่าคุณถึงสองขั้นเต็มๆ ยิ่งไปกว่านั้น ถ้านับกันที่ความสามารถทางวรยุทธ์ คุณอาจจะไม่ใช่คู่มือของเขาด้วยซ้ำ"

เย่เฉินแอบตกใจอยู่ลึกๆ นึกไม่ถึงเลยว่าไป่หลี่สยงจะมีภูมิหลังยิ่งใหญ่ขนาดนี้ เขาถึงกับเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนที่แม่เอ่ยชื่อสามพยางค์นี้ แววตาของเธอถึงเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น

ดูท่าแล้วการที่ตระกูลทั่วไปไม่กล้าเข้าไปวุ่นวายกับพื้นที่ที่ไป่หลี่สยงคุ้มกันอยู่ ย่อมมีเหตุผลที่สมควรแล้วจริงๆ

"ถ้าผมอยากพบไป่หลี่สยง คุณช่วยแนะนำให้หน่อยได้ไหม?" เย่เฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้คนฟังถึงกับสะดุ้ง

เหลยซู่เหว่ยรู้ดีว่าเย่เฉินไม่ใช่พวกพูดอะไรเรื่อยเปื่อย เขาส่ายหน้าด้วยความจนใจ "มีเรื่องหนึ่งที่คุณอาจจะยังไม่รู้ ในมือของไป่หลี่สยงกุมกองกำลังที่มีความสำคัญต่อหัวเซี่ยอย่างมหาศาล ซึ่งเอาไปเทียบกับหน่วยวิญญาณมังกรไม่ได้เลย หน่วยวิญญาณมังกรมีหน้าที่จัดการกับเหตุการณ์พิเศษบางอย่าง แต่กองกำลังในมือเขามีหน้าที่จัดการลงดาบปราบปรามโดยตรง! การปราบปรามที่ว่านี้อาจจะหมายถึงตัวบุคคล หรืออาจจะหมายถึงระดับประเทศเลยก็ได้!"

"ผมมีเบอร์โทรศัพท์ที่ห้องทำงานของเขา แต่โทรไปก็คงไม่ติดหรอก ผมได้ยินมาว่าเมื่อเดือนก่อน ไป่หลี่สยงเหมือนจะเดินทางเข้าสู่เทือกเขาฉินหลิ่ง น่าจะไปจัดการเรื่องอะไรบางอย่าง ไม่รู้ว่ากลับมาหรือยัง"

"เรื่องที่คุณอยากพบเขา มาถามผมไปก็ไร้ประโยชน์ สู้ไปคุยกับลูกสาวเขาดีกว่า ไป่หลี่ปิงถูกเลี้ยงดูแบบปล่อยปละละเลยมาตลอด ไป่หลี่สยงแทบจะไม่เคยก้าวก่ายเรื่องของเธอเลย นั่นก็เพื่อเป็นการขัดเกลาไป่หลี่ปิง นี่คือธรรมเนียมของตระกูลไป่หลี่ หากยังไม่ถึงคราวคับขันจริงๆ ลูกหลานในตระกูลห้ามใช้เส้นสายหรืออำนาจของตระกูลส่งเดชเด็ดขาด!"

"แต่ถึงยังไง ไป่หลี่สยงก็ยังให้ความสำคัญกับลูกสาวคนนี้มาก ถ้าคุณอยากพบไป่หลี่สยง นี่คือช่องทางเดียวที่คุณจะเจาะเข้าไปได้"

เย่เฉินพยักหน้า ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาหลับตาลงเพื่อพักผ่อน

ไม่นานนัก รถก็แล่นมาจอดนิ่งสนิท พวกเขามาถึงสถานที่ที่นัดหมายกับท่านหมายเลขหนึ่งแล้ว

เย่เฉินกับเหลยซู่เหว่ยลงจากรถ โดยมีชายในชุดเครื่องแบบทหารเป็นคนนำทางเดินเข้าไปในตำหนักด้านข้าง เดินผ่านโถงทางเดินยาวเหยียด ทะลุผ่านประตูบานใหญ่หลายบาน จนกระทั่งมาถึงสวนหย่อมในร่มแห่งหนึ่ง

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่สวนหย่อม เย่เฉินก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันเย็นเยียบสิบกว่าสายที่พุ่งเป้ามา!

จิตสังหารนี้แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายอันแข็งแกร่งถึงขีดสุด ราวกับว่าหากเขาขยับตัวเพียงนิดเดียว ก็มีสิทธิ์ตายสถานเดียว!

"คุณเย่ ผมไม่เข้าไปข้างในนะครับ จำสิ่งที่ผมเตือนบนรถเมื่อกี้ให้ดีล่ะ" เหลยซู่เหว่ยยืนอยู่ตรงหน้าประตูแล้วเอ่ยขึ้น

เขายังคงไม่ค่อยวางใจเท่าไหร่ แต่ตัวเองก็เข้าไปฟังด้วยไม่ได้ ช่างน่าร้อนใจเสียจริงๆ

เย่เฉินไม่ตอบรับ เขาก้าวเท้าเดินเข้าไปด้านในทันที

ตรงกลางสวนหย่อม มีชายชราสวมชุดจงซานยืนอยู่ ชายชราคนนั้นยืนหลังตรงสง่างาม ในมือถือบัวรดน้ำกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่

พอมองจากที่ไกลๆ เขาไม่เหมือนชายชราผู้กุมอำนาจล้นฟ้าเลยสักนิด กลับดูไม่ต่างอะไรกับคนธรรมดาทั่วไป

ชายชรารู้สึกตัวว่ามีคนมา จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า "พูดตามตรง การจะได้เจอตัวเธอนี่มันยากจริงๆ"

เขาวางบัวรดน้ำลง เอามือไพล่หลัง จ้องมองเย่เฉินด้วยดวงตาที่ฝ้าฟาง แต่กลับมีประกายความเฉียบคมวาบผ่าน

"ช่วงนี้ฉันได้ยินวีรกรรมของเธอจากลูกน้องมาตลอดเลยนะ ทั้งที่ลานประลองยุทธ์เจียงเฉิง หมู่บ้านอวิ๋นหูในมณฑลเจียงหนาน มณฑลฮุยอัน ทะเลสาบอวิ๋นเหอของมหาวิทยาลัยครุศาสตร์เมืองหลวง คุกวิญญาณแค้น... ว่าไม่ได้นะ ในช่วงหลายสิบปีมานี้ นอกจากไป่หลี่สยงแล้ว ก็ยังไม่มีใครทำเรื่องแบบนี้ได้เลยจริงๆ"

"เธอทั้งอายุน้อยกว่า มีพลังเปี่ยมล้นกว่าเขา แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัด นั่งลงสิ"

ชายชราทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หิน รินน้ำชาสองถ้วย ก่อนจะผลักถ้วยชาใบหนึ่งออกไปเบาๆ กระแสปราณบางเบาปกคลุมถ้วยชานั้นไว้ เย่เฉินชะงักไปเล็กน้อย รีบเอื้อมมือไปคว้าถ้วยชาเอาไว้

คลื่นพลังอันมหาศาลปะทะเข้าใส่ใบหน้า เย่เฉินกระทืบเท้าลงพื้น ปราณโลหิตพวยพุ่ง คลื่นพลังนั้นพลันแตกซ่านไปในพริบตา

คราวนี้ถึงคราวที่เย่เฉินต้องประหลาดใจบ้าง ใครจะไปนึกว่าชายชราผู้กุมอำนาจสูงสุดในหัวเซี่ยผู้นี้ จะเป็นผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่ง! ที่สำคัญคือมีความแข็งแกร่งไม่ธรรมดาเลยทีเดียว!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 403 - ความแข็งแกร่งของเขา!

คัดลอกลิงก์แล้ว