เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 - วิญญาณมนุษย์เงินเดือน!

บทที่ 30 - วิญญาณมนุษย์เงินเดือน!

บทที่ 30 - วิญญาณมนุษย์เงินเดือน!


บทที่ 30 - วิญญาณมนุษย์เงินเดือน!

แต่แฟนคลับตัวยงในห้องไลฟ์สดไม่ยอมให้ใครมาหยามสตรีมเมอร์ของพวกเขาหรอก

【พวกเกรียนคีย์บอร์ดพอได้แล้วนะ ถ้าไม่อยากดูก็ไสหัวไป ไม่มีใครบังคับให้พวกแกดูสักหน่อย】

【นั่นสิ หมาที่ไหนมาเห่าหอนอยู่ตรงนี้ คิดว่าพวกเราไม่มีตัวตนหรือไง?】

【พวกช่างแซะทั้งหลาย ขอบอกไว้ก่อนเลยนะ อย่ามาแหยมกับฉันเชียว ฉันเป็นติ่งตัวแม่ในวงการแฟนคลับนะยะ】

【ฉันเป็นถึงหัวหน้าด้อมของดาราดังเลยนะ ขืนมาแหยมล่ะก็ ฉันจะแคปประจานให้ยับเลยคอยดู】

พอพวกแฟนคลับระดับตัวท็อปออกโรง พวกเกรียนคีย์บอร์ดก็ถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว

ใครจะไปรู้ล่ะว่า ในกลุ่มแฟนคลับของสตรีมเมอร์สายดูดวง จะมีพวกติ่งตัวแม่ซ่อนอยู่ด้วย

เรื่องดูดวงกับวงการแฟนคลับนี่มันคนละเรื่องกันเลยนะ

ต้องเข้าใจก่อนว่า พวกติ่งตัวแม่ในวงการแฟนคลับน่ะ สกิลการด่าของพวกหล่อนอยู่ในระดับเทพ หนึ่งรุมพันก็ยังไหว

ถ้าได้เปิดศึกแล้วล่ะก็ พวกหล่อนจะด่ากราดไม่เว้นหน้าอินทร์หน้าพรหม ถ้าด่าจนอีกฝ่ายจมดินไม่ได้ ก็ไม่มีวันยอมเลิกราเด็ดขาด

แต่พวกเกรียนคีย์บอร์ดก็ไม่ยอมถอยง่ายๆ หรอก เสียหน้าแย่เลย

ก็เลยเถียงกลับไปสักสองสามประโยค

【พวกเราก็แค่แสดงความคิดเห็นส่วนตัว ผิดตรงไหน? เปิดไลฟ์สดให้คนดู แต่ไม่ให้คนแสดงความคิดเห็นเหรอ?】

【ใช่ๆๆ นี่มันพื้นที่สาธารณะ ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการพูดนะ】

【ฉันอยากจะพูดอะไรมันก็เรื่องของฉัน พวกแกยุ่งอะไรด้วย】

ในตอนนั้นเอง ซูเฉินก็เห็นคอมเมนต์ของพวกเกรียนคีย์บอร์ดเข้าพอดี

มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นมาบางๆ

บรรดาแฟนคลับในห้องไลฟ์สดนึกว่าซูเฉินจะโกรธเสียอีก

【ไอ้พวกเกรียนคีย์บอร์ด ฉันล่ะยอมใจในความพยายามของพวกแกจริงๆ กัดไม่ปล่อยเลยนะ】

【คืนนี้นอนก็ระวังตัวไว้ให้ดีล่ะ ระวังผีจะไปหา】

【เพิ่งเคยเห็นคนกล้าลองดีกับอาจารย์หมอดูแบบโจ่งแจ้งขนาดนี้ แค่เขากระดิกนิ้วนิดเดียว พวกแกก็ซวยไปทั้งชาติแล้ว เก่งมาจากไหนยะ!】

【หัดระวังปากระวังคำซะบ้าง คิดก่อนพูดนะ】

แต่ผิดคาด ซูเฉินหันไปพูดกับผีชายวัยกลางคนว่า "พวกนั้นหาว่าท่านแกล้งทำเป็นผี ไม่ใช่ผีจริงๆ แกล้งโง่หลอกลวงชาวบ้าน"

พวกเกรียนคีย์บอร์ด: "??"

พี่ชาย แค่ด่ากันนิดๆ หน่อยๆ ถึงกับต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ?

นี่มันฟ้องผีชัดๆ!

พฤติกรรมแบบนี้มันเด็กสามขวบชัดๆ เลยนะเว้ย!

แถมยังไปฟ้องผีอีก คิดว่าผีจะมุดทะลุจอมาหลอกพวกเราได้หรือไง?

ยังจะกล้าเรียกตัวเองว่าอาจารย์อีกเหรอ?

ไม่เห็นจะมีราศีความเป็นอาจารย์เลยสักนิด

ถุย!

เด็กสามขวบ: ถุย ซวยชะมัด!

ทว่า วินาทีต่อมา

ผีชายวัยกลางคนที่เมื่อครู่ยังดูซื่อๆ บื้อๆ จู่ๆ ก็แผ่รังสีอำมหิตออกมา หมอกควันสีดำลอยคลุ้งไปทั่วร่าง

"ใครพูดวะ?"

ต่อให้เป็นผีที่ใจดีแค่ไหนก็ต้องมีโกรธกันบ้างแหละ การเป็นผีมันใช่เรื่องสนุกซะที่ไหน

พวกเกรียนคีย์บอร์ด: "!!!"

นี่แกฟังภาษาคนรู้เรื่องด้วยเหรอ?

ไหนล่ะมารยาทของอาจารย์ผู้ทรงศีล?

ถ้าไม่ใช่ภาษาคน หรือว่าจะเป็นภาษาผี?

วิถีแห่งเต๋าคือความเป็นไปตามธรรมชาติ ซูเฉินแค่อยากจะบอกว่า ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามกรรม!

มือที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะของเขาร่ายเวทอย่างรวดเร็ว ปล่อยรังสีอำมหิตที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าพุ่งออกไป

ยึดคติที่ว่า ถ้าไม่ยอมก็จัดไป ไม่งั้นเดี๋ยวเขาจะหงุดหงิดเอาเปล่าๆ

ในขณะเดียวกัน บรรดาเกรียนคีย์บอร์ดที่อยู่ตามที่ต่างๆ ก็รู้สึกเจ็บจี๊ดที่ข้อมือขึ้นมาพร้อมกัน ราวกับถูกตัวอะไรสักอย่างกัดเข้าอย่างจัง

ไม่มีบาดแผล ไม่มีเลือดออก แต่กลับรู้สึกเจ็บปวดอย่างประหลาด

พอจะพิมพ์ด่าสตรีมเมอร์ต่อ มือก็พาลไม่มีแรงเอาดื้อๆ

พวกเราก็แค่ด่าไปงั้นๆ ถ้าไม่พอใจก็ด่ากลับมาสิ จะมาแกล้งกันแบบนี้ได้ไงเนี่ย?

ซูเฉินแอบยิ้มมุมปาก

สั่งสอนพวกเกรียนคีย์บอร์ดนิดๆ หน่อยๆ ให้พวกเขารู้จักหลาบจำเสียบ้าง

โลกอินเทอร์เน็ตไม่ใช่สถานที่ที่จะทำอะไรตามอำเภอใจได้หรอกนะ

ในขณะนั้นเอง ชาวเน็ตคนอื่นๆ ในห้องไลฟ์สดต่างก็พากันหัวเราะชอบใจ

【ฮ่าฮ่าฮ่า ตอนแรกฉันก็กลัวว่าสตรีมเมอร์จะเสียเปรียบ ที่ไหนได้ พวกเราคิดมากไปเองแหละ】

【ฉันลืมไปเลยว่า สตรีมเมอร์ไม่ใช่คนธรรมดานะ เขาเป็นถึงปรมาจารย์ปราบผีเชียวนะ! แค่พวกคนธรรมดาสามัญ ไม่ระคายผิวสตรีมเมอร์หรอก】

【พวกเราด่ากันอย่างมากก็แค่ปล่อยหมาไปกัด แต่ระดับอาจารย์น่ะ ปล่อยผีไปกัดเลยจ้า ถามหน่อยว่าแค้นไหมล่ะ?】

【ใครจะด่าใครในเน็ตก็ด่าไปเถอะ แต่มาด่าอาจารย์หมอดูของจริงแบบนี้ ก็เตรียมตัวตายได้เลย!】

【แค่เขากระดิกนิ้วนิดเดียว พวกแกก็อยู่ไม่สู้ตายแล้ว】

ทีมงานแพลตฟอร์มที่ซุ่มดูอยู่: ฉันควรจะส่งเสียงหน่อยดีไหมเนี่ย ขืนเงียบต่อไป พวกเขาคงคิดว่าฉันไม่มีตัวตนแน่ๆ

ทีมงานแพลตฟอร์ม: อะแฮ่มๆ... กรุณารับชมไลฟ์สดด้วยความสุภาพ ห้ามปล่อยหมา และห้าม... ปล่อยผีด้วยนะครับ

"ช่างเถอะ พวกปากเก่งเดี๋ยวก็ได้รับกรรมของมันเองแหละ"

ซูเฉินไม่ได้สนใจอะไรมากนัก

เมื่อพวกเกรียนคีย์บอร์ดเห็นคอมเมนต์เหล่านั้น ประกอบกับอาการเจ็บปวดที่ข้อมือ พวกเขาก็เริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจริงๆ

ยังไงซะคนคนนี้ก็คือปรมาจารย์ตัวจริงเสียงจริง

แถมยังปล่อยผีมาทำร้ายพวกเขาได้อีก ดูหน้าตาผีชายวัยกลางคนสิ โคตรน่ากลัวเลย ถึงแจ้งตำรวจไปก็คงช่วยอะไรไม่ได้หรอก

กลัวแล้วจ้า กลัวแล้ว

รีบเผ่นดีกว่า

ไม่นานนัก พวกเกรียนคีย์บอร์ดก็พากันหางจุกตูดเผ่นหนีออกจากห้องไลฟ์สดไปจนหมด

กลัวว่าถ้าชักช้าไปก้าวเดียว จะโดนซูเฉินปล่อยของสกปรกมาแก้แค้นเอา

หลังจากจัดการพวกเกรียนคีย์บอร์ดเสร็จแล้ว

ซูเฉินก็หันกลับมามองผีชายวัยกลางคนอีกครั้ง แล้วถามว่า "เอาล่ะ ทีนี้เล่ามาสิ ทำไมตอนกลางคืนถึงได้มาเปิดคอมพิวเตอร์ของคนอื่นเขา?"

"ข้าดูแล้ว ท่านก็ไม่เคยทำร้ายใครเลยนี่นา แล้วทำไมถึงยังวนเวียนอยู่บนโลกมนุษย์ ไม่ยอมไปรายงานตัวที่ยมโลกอีกล่ะ"

เขามองออกว่า ผีชายวัยกลางคนตนนี้ไม่เพียงแต่ไม่เคยทำร้ายใคร แถมยังเป็นผีที่ขี้ขลาดตาขาวอีกต่างหาก

เมื่อผีชายวัยกลางคนได้ยินแบบนั้น ก็ทำหน้าประหลาดใจเล็กน้อย

ซูเฉินรินน้ำชาให้ตัวเองอย่างใจเย็น จิบไปอึกหนึ่ง แล้วพูดว่า "เอาล่ะ เริ่มเล่าเรื่องของท่านมาได้เลย"

ผีชายวัยกลางคน: "..."

ท่านอาจารย์ ท่านไม่เห็นจะต้องทำตัวโดดเด่นขนาดนี้เลย

【เริ่มกินเผือกได้เลย】

【ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ได้แทะเมล็ดแตงโมไปด้วยก็ถือว่าดีแค่ไหนแล้ว】

【ฉันกำลังแทะเมล็ดแตงโมดูผีอยู่ โคตรเพลินเลย】

【ผีชายวัยกลางคน: เพื่อนๆ ใครเข้าใจความรู้สึกผมบ้าง วันนี้เจออาจารย์ที่โคตรจะแหวกแนวเลย】

ผีชายวัยกลางคนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะชี้ไปที่เสี่ยวหวังที่ยังคงทำหน้างงๆ อยู่ แล้วเล่าว่า "เรียกข้าว่าเหล่าอวี๋ก็แล้วกัน โปรแกรมที่เขากำลังทำอยู่น่ะ มันคือโปรแกรมที่ข้าเป็นคนเขียนขึ้นมาเอง"

"ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาสำคัญของโปรเจกต์ โปรแกรมยังไม่ทันเสร็จ ข้าก็ดันมาด่วนจากไปเสียก่อน ทางบริษัทก็เลยต้องรีบหาคนมาแทน เพื่อไม่ให้โปรเจกต์ล่าช้า และเขาก็คือคนที่มารับช่วงต่อจากข้า"

"ตอนแรกข้าก็คิดว่า โปรเจกต์นี้น่าจะพร้อมเปิดตัวในเร็วๆ นี้แล้ว แต่พอดูเขาทำงานมาหลายวัน กลับไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย"

พอพูดถึงตรงนี้ เหล่าอวี๋ก็เหลือบมองเสี่ยวหวังอย่างอดไม่ได้

เสี่ยวหวัง: ลูกพี่ ผมก็เสียหน้าเป็นเหมือนกันนะ

ช่องคอมเมนต์เงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะ 'ฮ่าฮ่าฮ่า' ออกมาเต็มหน้าจอ

【ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันขำจนท้องแข็งแล้วเนี่ย!】

【สุดยอดเลย ขนาดตายไปแล้วยังเป็นห่วงงาน นี่มันวิญญาณมนุษย์เงินเดือนแท้ๆ เลย!】

【ศิลปะสะท้อนชีวิตจริงๆ เรื่องนี้มันยิ่งกว่าละครน้ำเน่าซะอีก】

【เจ้านาย: ขอบใจมากนะ ที่รักบริษัท รักงานขนาดนี้ ต้องขึ้นเงินเดือนให้แล้วล่ะ】

【อย่าให้พวกนายทุนเห็นเด็ดขาดนะ ไม่งั้นพวกมันคงจะบอกว่าขนาดผียังทำงานเก่งกว่าพวกแกเลย แถมไม่ต้องจ่ายเงินเดือนด้วย】

【คนทำไม่ได้ ก็ให้ผีทำแทนสิ!】

เหล่าอวี๋ถอนหายใจยาว ก่อนจะเล่าต่อไป

"ข้าร้อนใจมาก ก็เลยต้องรอให้ทุกคนกลับไปหมดก่อน แล้วค่อยลงมือเขียนโค้ดแก้บั๊กให้"

"วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะต้องปิดโปรเจกต์แล้ว ดันมีคนมาเจอเข้าเสียได้..."

เสี่ยวหวัง: ผมมันไม่ได้เรื่อง โทษผมเองแหละ!

ซูเฉินเข้าใจแล้ว ที่ผีตนนี้ยังไม่ยอมไปเกิดใหม่ ก็เพราะยังมีห่วงอยู่นี่เอง ต้องรอให้ทำงานชิ้นนี้เสร็จเรียบร้อย ปลดเปลื้องความกังวลใจไปได้ ถึงจะยอมไปเกิดใหม่

เสี่ยวหวังถามด้วยความสงสัย "คุณตายงั้นเหรอ? ทำไมผมไม่เคยได้ยินเพื่อนร่วมงานในบริษัทพูดถึงเรื่องนี้เลยล่ะครับ?"

"ก็เพราะข้าทำงานล่วงเวลาจนหัวใจวายตายคาโต๊ะไงล่ะ กว่าจะมีคนมาเจอก็เช้าวันรุ่งขึ้นแล้ว"

"ไม่มีใครกล้ามานั่งโต๊ะข้า หรือมารับช่วงต่องานของข้าหรอก บริษัทก็เลยต้องรับพนักงานใหม่เข้ามาแทน แถมยังสั่งปิดปากพนักงานทุกคน ห้ามเอาเรื่องนี้ไปพูดต่อเด็ดขาด คุณเพิ่งเข้ามาใหม่ก็เลยไม่รู้เรื่องน่ะสิ จะได้มานั่งทำงานที่โต๊ะข้าได้อย่างสบายใจไง"

"ที่ข้ารีบช่วยเขียนโค้ดให้ ก็เพราะไม่อยากให้คุณต้องมาทำโอทีจนตายตามข้าไปอีกคน ข้าไม่ได้ตั้งใจจะหลอกคุณเลยจริงๆ นะ"

เหล่าอวี๋ทำหน้าเศร้าสลด

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 30 - วิญญาณมนุษย์เงินเดือน!

คัดลอกลิงก์แล้ว