เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 - ตามหาญาติ? หรือบีบบังคับทางศีลธรรม?

บทที่ 21 - ตามหาญาติ? หรือบีบบังคับทางศีลธรรม?

บทที่ 21 - ตามหาญาติ? หรือบีบบังคับทางศีลธรรม?


บทที่ 21 - ตามหาญาติ? หรือบีบบังคับทางศีลธรรม?

"สตรีมเมอร์คะ..."

ขอบตาของหลี่หลานที่แดงก่ำอยู่แล้ว พลันแดงเรื่อขึ้นไปอีก

"เจอมาแล้วเหรอ?" ซูเฉินถาม

"อืม เจอมาแล้วค่ะ" หลี่หลานพยักหน้าหนักแน่น ก่อนจะพูดต่อ "แต่ไม่มีคนของสถานีโทรทัศน์มานะคะ"

"วางใจเถอะ อีกเดี๋ยวพวกเขาก็มา"

ซูเฉินเพิ่งจะพูดจบ เสียงเอะอะโวยวายก็ดังเล็ดลอดออกมาจากหน้าจอฝั่งตรงข้ามทันที

"พวกคุณยังจะมาทำไมอีก หลานหลานบอกแล้วไงว่าไม่อยากกลับไปกับพวกคุณ"

"พวกคุณก็เห็นใจเราเถอะนะ พวกเราสองผัวเมียแก่ๆ ขอกราบล่ะ คืนลูกสาวให้พวกเราเถอะ พวกเราตามหามาเป็นสิบๆ ปีแล้ว"

"โอ๊ย พวกคุณอย่าทำแบบนี้ ฉันรับไม่ไหวหรอก" อวี๋ลี่หัวเบี่ยงตัวหลบ

หลี่หลานรีบวิ่งพุ่งออกจากห้องทันที

"พวกคุณจะทำอะไร ห้ามมารังแกแม่ของฉันนะ ฉันเป็นคนตัดสินใจเองว่าจะไม่กลับไป"

ภายในภาพไลฟ์สดปรากฏร่างของคนแปลกหน้าหลายคน

ผู้ชายคนหนึ่งถือกล้องวิดีโอ ชายหนุ่มสวมแว่นตาอีกคนถือไมโครโฟน เสื้อผ้าที่สวมใส่มีโลโก้ของสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งประทับอยู่ นอกจากนี้ยังมีคู่ตายายวัยชราอีกสองคน

หญิงชราผมหงอกขาวเผ้าผมรุงรัง ดวงตาเว้าลึกลงไปในเบ้าตา สองมือสั่นเทาเล็กน้อย

ชายชราใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอย ร่างกายงุ้มงอ สวมเสื้อเชิ้ตสีมอๆ ดูซื่อๆ ทึ่มๆ

เมื่อเห็นหลี่หลานเดินออกมา ชายที่ถือไมโครโฟนก็พูดขึ้น:

"คุณคือหลี่หลานใช่ไหมครับ สวัสดีครับ ผมคือเย่ฝาน นักไกล่เกลี่ยจากรายการสายใยรักเฝ้ารอครับ"

"พ่อแม่ของคุณต้องฝ่าฟันความยากลำบากมามากมายเพื่อตามหาคุณ คุณดูสิครับว่าพวกเขาซูบผอมและแก่ชราลงไปมากแค่ไหน"

【รายการนี้ฉันรู้จัก เป็นรายการดังของเมือง X พ่อแม่ฉันชอบดูมาก】

【ยังกล้าเรียกตัวเองว่านักไกล่เกลี่ยอีกเหรอ? ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรก็วิ่งแจ้นมาไกล่เกลี่ยถึงหน้าบ้าน? สมองมีปัญหาหรือเปล่าเนี่ย?】

【ถ้าฉันเป็นพ่อแม่บุญธรรมนะ ฉันจะไล่ตะเพิดออกไปให้หมดเลย】

【ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวไม่ใช่เหรอ ที่นักไกล่เกลี่ยพยายามเกลี้ยกล่อมให้ภรรยาที่ถูกทำร้ายร่างกายยอมให้อภัยสามี แถมสามียังบอกว่าคราวหน้าจะตีให้เบาลงหน่อย นักไกล่เกลี่ยก็ยังช่วยพูดเข้าข้าง สุดท้ายโดนพี่ชายของฝ่ายหญิงต่อยเข้าให้ แล้วยังมาขู่ว่าจะฟ้องร้องเขาอีก】

【ก็นั่นแหละน้า ถ้าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง ก็ไม่มีทางรู้หรอกว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน ไม่มีใครมานั่งเข้าใจความรู้สึกของคนอื่นได้จริงๆ หรอก】

【สนใจแต่จะไกล่เกลี่ย ไม่สนใจว่าใครถูกใครผิด ไม่สนความจริงอะไรทั้งนั้น】

"เจาตี้ เพื่อตามหาลูก พ่อกับแม่กินไม่ได้นอนไม่หลับมาตลอด ตามหามาตั้งหลายปี ในที่สุดก็หาลูกเจอเสียที โฮๆๆ..."

【แม่เจ้าโว้ย ร้องไห้ได้น่าสงสารจับใจจริงๆ】

【ตามหามาเป็นสิบๆ ปี มันไม่ง่ายเลยนะ จะไม่ยอมรับจริงๆ เหรอ?】

【ยอมรับบ้าบออะไรล่ะ? ไม่ได้ยินชื่อเหรอ เจาตี้ (เรียกน้องชาย) มีแต่ครอบครัวที่เห็นผู้ชายดีกว่าผู้หญิงเท่านั้นแหละที่ตั้งชื่อแบบนี้】

【เจาตี้เหรอ ฉันยังอยากจะเรียกพ่อมันมาด่าเลย ตั้งชื่อแบบนี้ให้ลูกผู้หญิง มันหยามเกียรติกันชัดๆ】

หลี่หลานเบะปาก "ที่พวกเขาซูบผอม ไม่ใช่เพราะฉันหรอก แต่เป็นเพราะลูกชายคนโตที่ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวต่างหาก"

เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่หลาน แววตาของชายชราก็ฉายแววลุกลี้ลุกลน

เย่ฝานตาเป็นประกายวาบ รีบหันไปสั่งตากล้อง:

"เร็ว จับภาพ ซูมหน้าเข้าไปใกล้ๆ เลย"

หญิงชรารีบหุบน้ำตา สีหน้าเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยว แล้วแหกปากโวยวายขึ้นมาทันที

"แกรังเกียจที่พวกเราจนใช่ไหมล่ะ พ่อแม่บุญธรรมของแกมีเงินมากกว่าพวกเรา แกก็เลยไม่อยากยอมรับพวกเราใช่ไหมล่ะ ฮึ?"

เพื่อนบ้านละแวกนั้นเริ่มถูกเสียงเอะอะดึงดูดให้เข้ามามุงดูและชี้ไม้ชี้มือ

หลี่หลานยังเด็กอยู่มาก จึงรู้สึกอับอายจนหน้าแดงก่ำ

เมื่อเห็นว่าคนเริ่มเยอะขึ้น นักไกล่เกลี่ยเย่ฝานก็ยิ่งตื่นเต้น

เขายื่นไมโครโฟนจ่อปากหลี่หลาน "น้องหลี่หลานครับ ดูสิครับว่าครอบครัวลำบากขนาดนี้ พ่อแม่ของคุณก็ยังไม่ลืมที่จะตามหาคุณ"

"ถ้าคุณไม่ยอมรับพวกเขา คุณจะรู้สึกผิดต่อชีวิตที่พวกเขามอบให้ และความพยายามที่ตามหาคุณมาตลอดโดยไม่ยอมหยุดพักเลยนะครับ"

"ใช่แล้วลูก กลับบ้านกับพวกเราเถอะ พ่อกับแม่จะรักและทะนุถนอมลูกเป็นอย่างดี พี่ชายของลูกก็รออยู่ที่บ้านนะ" หญิงชราคว้าแขนหลี่หลานไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

หลี่หลานตั้งตัวไม่ทัน จึงถูกสวมกอดเอาไว้แน่น

【นี่มันอะไรกันเนี่ย กำลังเล่นบทบีบบังคับทางศีลธรรมอยู่เหรอ?】

【นักไกล่เกลี่ยคนนี้รับเงินใต้โต๊ะมาใช่ไหมเนี่ย?】

【ถ้ามีคนมาอ้างตัวว่าเป็นพ่อแม่แท้ๆ แล้วก็ต้องยอมกลับไป แบบนี้มันไม่ยุติธรรมกับพ่อแม่บุญธรรมเลยนะ】

"เมื่อเช้าก็พูดกันรู้เรื่องแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าหลานหลานไม่อยากไป เชิญพวกคุณกลับไปเถอะ!"

อวี๋ลี่หัวพุ่งเข้าไปดึงลูกสาวมาหลบอยู่ด้านหลังเพื่อปกป้อง

"ตอนนี้พวกคุณก็ไม่ได้ยากจนแล้วนี่ เงินที่โรงพยาบาลกับผู้ใจบุญบริจาคให้ตอนนั้น ก็ยังใช้ไม่หมดไม่ใช่เหรอ?" ซูเฉินเอ่ยแทรกขึ้นมา

คนแก่ที่เมื่อครู่ยังแหกปากร้องห่มร้องไห้ พอได้ยินประโยคนี้ แววตาก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เสียงร้องไห้คร่ำครวญก็หยุดชะงักลงทันที

เธอชี้หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่หลี่หลานถืออยู่ "ใครหน้าไหนมาพูดจาพล่อยๆ อยู่ตรงนี้? หวังจะฮุบเงินบ้านฉันใช่ไหมล่ะ? นั่นมันเงินของลูกชายฉัน ใครก็อย่าหวังจะมาแย่งไปได้"

หญิงชราพูดพลางพยายามจะพุ่งเข้าไปแย่งโทรศัพท์มือถือ

หลี่หลานเม้มริมฝีปากแน่น ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายแย่งไปได้

"หันกล้องไปที่ยัยแก่นั่น!" ซูเฉินสั่งเสียงเฉียบขาด

หลี่หลานทำตามทันที

"หวังกุ้ยอิง สวี่โหย่วไฉ ตาข่ายฟ้ากว้างใหญ่ ไร้ช่องโหว่ให้หลบหนี พฤติกรรมชั่วช้าของพวกแก ข้ารู้หมดแล้ว ทำเรื่องเลวทรามขนาดนี้ ไม่กลัวตกนรกหรือไง?" ซูเฉินกดเสียงต่ำ

หญิงชราถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าบนหน้าจอเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่ง

ตกนรกบ้าบออะไรกัน เธอไม่เชื่อเรื่องพวกนี้หรอก!

"ไอ้เด็กเมื่อวานซืน พ่อแม่ไม่สั่งสอนหรือไง? พูดพล่อยอะไรของแก? ปากพล่อยไปทั่ว ระวังเถอะลูกเกิดมาจะไม่มีรูทวาร หัวใจเน่าเฟะ..."

【โธ่เว้ย โคตรโมโหเลย อยากจะทะลุจอไปซัดหน้ามันจริงๆ!】

【อาจารย์ บอกที่อยู่พวกมันมาที ฉันจะนั่งเครื่องบินด่วนไปช่วยกระทืบให้】

【คนพรรค์นี้ ฉันไม่เชื่อเด็ดขาดว่าจะออกตามหาลูกสาวมาเป็นสิบๆ ปี ไม่มีทาง!】

ปกติซูเฉินไม่ค่อยโกรธใครง่ายๆ นอกเสียจากว่าจะโกรธจริงๆ

เขาร่ายเวทประทับยันต์แล้วซัดออกไปทันที

หญิงชรายังอ้าปากด่าไม่ทันจบ ก็รู้สึกปวดร้าวที่ปากอย่างรุนแรง

พออ้าปากจะด่าต่อ ฟันก็งับเข้าที่ลิ้นตัวเองอย่างจัง เจ็บจนร้อง 'อ๊ากๆๆๆ' โหยหวนออกมา

"ยายเฒ่า เป็นอะไรไป? แกทำอะไรเมียฉันหะ?" ชายชราเห็นภรรยาพูดไม่ออก ก็เริ่มลุกลี้ลุกลน

"ไม่ได้ทำอะไร แค่ช่วยสอนให้รู้จักระวังปากระวังคำก็เท่านั้น"

"ในเมื่อพวกแกพูดไม่ออก งั้นข้าจะพูดแทนให้เอง"

"สิบห้าปีก่อน พวกแกคลอดลูกสาวออกมาก็เพื่อจะเอามาต่อชีวิตให้ลูกชายคนโต พอผ่าตัดสำเร็จ ก็แอบเอาเด็กไปทิ้ง ตอนนั้นเป็นช่วงฤดูหนาวที่หนาวเหน็บ ทารกเพิ่งเกิดได้ไม่นานกลับถูกนำไปทิ้งไว้ข้างนอก แค่นี้ก็รู้แล้วว่าพวกแกกะจะปล่อยให้เด็กหนาวตายชัดๆ"

"ตอนที่สถานีตำรวจประกาศตามหาญาติ พวกแกก็รู้ว่าเด็กยังไม่ตาย แถมยังถูกครอบครัวคนรวยรับไปเลี้ยงดู ก็เลยกะจะรอให้เด็กโตทำงานหาเงินได้ ค่อยมาแสดงตัวรับกลับไป แล้วจับแต่งงานเพื่อเรียกค่าสินสอดก้อนโตอีกต่อหนึ่ง"

"ที่รีบมาแสดงตัวรับลูกกลับไปในครั้งนี้ ก็แค่เพราะโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวของลูกชายคนโตมันกำเริบขึ้นมาอีกครั้ง แล้วต้องการคนมาบริจาคไขกระดูกให้ก็เท่านั้นแหละ"

ซูเฉินตวาดเสียงกร้าว

【อาจารย์โคตรเท่!】

【ถ้าอาจารย์ซูไม่คำนวณออกมาล่ะก็ พวกสถานีโทรทัศน์ก็คงไม่รู้ความจริงหรอก】

【นี่รายการอะไรก็ให้คนมาออกได้หมดเลยเหรอ ไม่มีการตรวจสอบประวัติกันก่อนเลยหรือไง?】

【ตรวจสอบเหรอ? ต่อให้รู้ว่ามีปัญหาก็ยังให้มาออกรายการอยู่ดีนั่นแหละ ขอแค่มีกระแส พวกสถานีโทรทัศน์ก็ไม่สนอะไรทั้งนั้นแหละ】

【มีนักแสดงหญิงคนหนึ่ง พ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่เธออายุสองขวบ พอพ่อแก่ตัวลงไม่มีเงิน ก็มาออกรายการ บังคับให้ลูกสาวจ่ายค่าเลี้ยงดูปีละห้าสิบล้าน สถานีโทรทัศน์ก็รู้ทั้งรู้ว่าพ่อคนนี้มีปัญหา แต่ก็ยังให้มาออกรายการหน้าตาเฉย】

【เรื่องนี้ฉันก็รู้ ไม่เคยเลี้ยงดูมาแท้ๆ ไม่รู้เอาหน้าหนาๆ ที่ไหนมาขอเงิน】

【ฉันโทรไปร้องเรียนสถานีโทรทัศน์แล้ว】

【ร้องเรียนไปที่กรมวิทยุกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์เรียบร้อยแล้วจ้า】

ในเวลานี้ ยอดผู้ชมในห้องไลฟ์สดพุ่งทะลุหลักแสนไปแล้ว

"ครอบครัวพรรค์นี้ สถานีโทรทัศน์ของพวกคุณยังจะไปเกลี้ยกล่อมให้เด็กกลับไปอีกเหรอ? ในฐานะสื่อมวลชนที่คอยนำเสนอข่าวสาร จะยอมละทิ้งอุดมการณ์ของสื่อเพียงเพื่อแลกกับกระแสและยอดวิวอย่างนั้นหรือ!" ซูเฉินพูดต่อ

แต่คราวนี้เขาพุ่งเป้าไปที่คนของรายการทั้งสองคน

เย่ฝานเพิ่งจะอ้าปากเตรียมแก้ตัว โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นเสียก่อน

ตอนแรกเขาตั้งใจจะกดตัดสาย แต่พอเห็นว่าเป็นเบอร์ของหัวหน้าสถานีโทรทัศน์ก็ต้องจำใจรับ

ทันทีที่กดรับสาย เสียงตวาดลั่นก็ดังทะลุออกมา "เย่ฝาน ฉันจะบอกแกให้นะ รายการเราโดนร้องเรียนหนักมาก ถ้าเกิดรายการโดนถอด พวกแกสองคนเตรียมตัวเก็บข้าวของไสหัวออกไปได้เลย!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 21 - ตามหาญาติ? หรือบีบบังคับทางศีลธรรม?

คัดลอกลิงก์แล้ว