- หน้าแรก
- ให้คุณไปไลฟ์สดดูดวง แต่ดันไปแย่งวิญญาณจากพญายมเนี่ยนะ
- บทที่ 20 - มีเงินซะอย่าง ก็ตามใจตัวเองได้!
บทที่ 20 - มีเงินซะอย่าง ก็ตามใจตัวเองได้!
บทที่ 20 - มีเงินซะอย่าง ก็ตามใจตัวเองได้!
บทที่ 20 - มีเงินซะอย่าง ก็ตามใจตัวเองได้!
จ้าวเฉิงหลงผลักประตูเข้าไป
"หัวหน้าจ้าว"
พอตำรวจในห้องเห็นเขาปุ๊บ ก็รีบยืนตรงแหน็วกันเป็นแถวทันที
"นี่พวกนายว่างกันนักหรือไง ถึงได้ไม่มีอะไรทำน่ะ? มาสุมหัวอะไรกันอยู่ที่นี่"
สิ้นเสียงตวาดของเขา ทุกคนในห้องก็แตกฮือราวกับผึ้งแตกรัง เผ่นหนีกันไปคนละทิศคนละทางทันที
มีเพียงคนเดียวที่ใจกล้าหน้าด้าน เอ่ยปากรายงานขึ้นมาว่า:
"หัวหน้าจ้าวครับ อาจารย์ซูมาถึงแล้วครับ"
พูดจบก็เผ่นแน่บตามไปอีกคน
"อาจารย์ซู?"
ก็คนที่ไลฟ์สดดูดวงคนนั้นไงล่ะ
จ้าวเฉิงหลงถึงเพิ่งสังเกตเห็นซูเฉินที่นั่งอยู่ และยังจำเขาไม่ได้ในแวบแรก
ใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงลำลองสีน้ำเงิน รูปร่างหน้าตาดูเป็นหนุ่มหน้าหวาน ผิดแผกจากภาพลักษณ์ของปรมาจารย์ตามธรรมเนียมดั้งเดิมไปไกลลิบ
ดูยังไงก็... ยังเด็กเกินไปจริงๆ นั่นแหละ
ถึงแม้จ้าวเฉิงหลงจะไม่อยากยอมรับ แต่ความจริงที่ว่าแก๊งลักพาตัวถูกจับกุมได้สำเร็จมันก็วางหราอยู่ตรงหน้า
เรื่องนี้ทำให้สายตาที่เขามองซูเฉินเต็มไปด้วยความซับซ้อนยากจะอธิบาย
ตามหลักแล้วเขาควรจะเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์สิ เรื่องดูดวงไสยศาสตร์อะไรพวกนี้มันก็แค่ความเชื่อล้าหลัง เป็นกลอุบายหลอกลวงคนทั้งนั้นแหละ
แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าดันมีรถบัสคันนั้นอยู่จริงๆ แถมพอดิบพอดีที่ในรถก็มีทั้งเหยื่อที่ถูกหลอกและพวกนายหน้าที่พกปืนมาด้วยอีกต่างหาก
ทุกรายละเอียดถูกซูเฉินคำนวณเอาไว้ได้อย่างแม่นยำเป๊ะๆ
เล่นเอาเขาถึงกับพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเลยทีเดียว
แต่เขาทำงานสายนี้มาสิบกว่าปีแล้ว เรื่องบางเรื่องก็ต้องเชื่อไว้ก่อนดีกว่าไม่เชื่อล่ะนะ
จ้าวเฉิงหลงปรับสีหน้าให้เป็นงานเป็นการ "คุณซูครับ พวกเราต้องขอขอบคุณคุณมากๆ เลยนะครับสำหรับเบาะแสที่แจ้งมา เพียงแต่เงินรางวัลคราวนี้มันอาจจะไม่ได้เยอะมากมายอะไร"
"ไม่เป็นไรครับ จะมากจะน้อยก็ถือว่าเป็นน้ำใจ แล้วตอนนี้ผมรับเงินได้เลยไหมครับ?"
ซูเฉินจ้องมองจ้าวเฉิงหลงด้วยดวงตาที่เป็นประกายวิบวับ
"เอ่อ เงินรางวัลต้องรอให้คดีสิ้นสุด และได้รับการอนุมัติจากเบื้องบนก่อนถึงจะเบิกจ่ายให้ได้น่ะครับ"
"เข้าใจแล้วครับ ก็เป็นไปตามขั้นตอนปกตินั่นแหละเนอะ"
"วันหลังถ้ามีเรื่องดีๆ แบบนี้อีก ก็อย่าลืมเรียกใช้บริการผมอีกนะครับ"
รอไปอีกหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก ขอแค่สุดท้ายเงินมันเข้ากระเป๋าเขาก็พอแล้ว
จ้าวเฉิงหลงไม่รู้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงพูดแบบนั้น แต่พอนึกถึงความสามารถของเขา ประกอบกับแฟ้มคดีที่ยังจับคนร้ายไม่ได้ซึ่งกองพะเนินอยู่ในห้องเก็บเอกสาร...
จู่ๆ เขาก็ปิ๊งไอเดียเจ๋งๆ ขึ้นมาได้
คดีเก่าๆ คดีสำคัญๆ ในอดีตที่ยังปิดไม่ลงเพราะปัจจัยหลายๆ อย่าง ต่อให้ไม่มีงบประมาณ เขาก็ต้องหน้าด้านไปตื๊อขออนุมัติจากเบื้องบนมาให้ได้
"จริงสิครับคุณซู ผมมีเรื่องสงสัยอยากจะให้คุณช่วยไขข้อข้องใจให้หน่อยน่ะครับ"
"ว่ามาได้เลยครับ ถ้าผมรู้ ผมก็จะบอกให้หมดเปลือกเลยครับ" ซูเฉินตอบกลับ
"คุณรู้ได้ยังไงครับว่าบริษัทแห่งนั้นเป็นบริษัทเถื่อนที่เปิดบังหน้าเพื่อค้ามนุษย์? แล้วตอนนั้นทำไมจู่ๆ ลูกปืนนั่นถึงได้เบี่ยงวิถีหลบไปได้ล่ะครับ?"
ในที่สุดจ้าวเฉิงหลงก็อดรนทนไม่ไหว ต้องเอ่ยปากถามข้อสงสัยที่เก็บซ่อนไว้ในใจออกมาจนได้
"ความลับสวรรค์มิอาจแพร่งพรายได้ครับ!" ซูเฉินตอบหน้าตาเฉย
"..." บนใบหน้าของจ้าวเฉิงหลงมีคำถามแปะอยู่ตัวเบ้อเร่อว่า นี่เหรอที่บอกว่าจะบอกให้หมดเปลือก?
ซูเฉินแอบรู้สึกกระดากใจเล็กน้อย
"คุณตำรวจจ้าวครับ เรื่องนี้ผมคำนวณออกมาได้เองครับ ส่วนเรื่องที่ว่าผมใช้วิธีคำนวณยังไง ถึงบอกไปคุณก็ไม่เข้าใจหรอกครับ"
???
จ้าวเฉิงหลง: พูดตรงดีนะ นี่เห็นว่าฉันไม่รู้เรื่องก็เลยรังแกกันชัดๆ นี่นา
หลังจากเดินออกจากสถานีตำรวจ ซูเฉินก็มุ่งหน้าตรงไปยังห้างสรรพสินค้าใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ ทันที
ต่อให้จะเป็นวันธรรมดา แต่ในห้างก็มีคนเดินจับจ่ายซื้อของกันขวักไขว่อยู่ดี
ดูท่าทางคงจะมีแต่เศรษฐีมีเงินกันทั้งนั้น มีแต่เขาคนเดียวนี่แหละที่เป็นคนจน
บ่นพึมพำกับตัวเองอยู่สองสามประโยค ซูเฉินก็ก้าวเท้ายาวๆ เดินเข้าไปในห้าง
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไป ไอเย็นฉ่ำก็ปะทะเข้ากับใบหน้าอย่างจัง
แอร์เย็นฉ่ำขนาดนี้ เดือนนึงค่าไฟคงปาเข้าไปเป็นหมื่นหยวนแน่ๆ
ระหว่างที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ ซูเฉินก็รีบสาวเท้าเดินไปยังร้านอาหารที่นัดหมายกับพนักงานของแพลตฟอร์มโต้วซาเอาไว้
"สวัสดีครับอาจารย์ซู ผมเสี่ยวสวี ที่ติดต่อกับคุณไปก่อนหน้านี้ไงครับ"
ซูเฉินยื่นมือไปจับมือกับเสี่ยวสวีทักทาย "สวัสดีครับ"
หลังจากทั้งสองคนนั่งลงเรียบร้อยแล้ว เสี่ยวสวีก็หยิบสัญญาฉบับหนึ่งออกมายื่นให้ซูเฉิน พร้อมกับอธิบายว่า "อาจารย์ซูครับ ทางบริษัทของเราให้ความสำคัญกับคุณมากเลยนะครับ สัญญาฉบับนี้เป็นสัญญาเกรด S ที่ท่านประธานของเราเป็นคนร่างขึ้นมาเองกับมือเลยนะครับ"
ซูเฉินรับสัญญามาเตรียมจะเปิดอ่าน แต่จู่ๆ ท้องของเขาก็ส่งเสียงร้องจ๊อกๆ ขึ้นมาเสียก่อน
"โธ่เอ๊ย ดูผมสิ ผมนี่แย่จริงๆ เลย อาจารย์ครับ พวกเราสั่งอาหารมากินกันก่อนดีกว่า แล้วค่อยคุยกันต่อนะครับ" เสี่ยวสวีทำหน้าเจื่อนด้วยความรู้สึกผิด
เขาอุตส่าห์นึกว่าปรมาจารย์ระดับนี้จะสำเร็จวิชาปี้กู่งดอาหารไปแล้วเสียอีก ดูท่าทางเรื่องที่เขียนไว้ในนิยายคงจะเป็นเรื่องโกหกทั้งนั้นแหละ
ที่แท้ ต่อให้เป็นปรมาจารย์ที่เก่งกาจขนาดไหน ก็ยังต้องกินข้าวอยู่ดีสินะ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
"สิบล้านหยวน?? ไม่ได้พิมพ์ตัวเลขผิดใช่ไหมเนี่ย?"
ซูเฉินจ้องมองสัญญาในมือด้วยความตกตะลึง
"ไม่ผิดหรอกครับ คืออย่างนี้นะครับ นอกจากรายได้จากของขวัญโดเนททั้งหมดจะตกเป็นของคุณอย่างที่ผมเคยบอกไปทางโทรศัพท์แล้ว ทางบริษัทก็ยังตัดสินใจเพิ่มค่าเซ็นสัญญาให้คุณจาก 5 ล้านหยวน เป็น 10 ล้านหยวนด้วยครับ"
พอพูดถึงตัวเลขสิบล้านหยวนขึ้นมา เสี่ยวสวีก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
เมื่อวานตอนที่ท่านประธานเสนอตัวเลข 5 ล้านหยวน พวกผู้ถือหุ้นต่างก็พากันคัดค้านหัวชนฝา
จนกระทั่งเมื่อเช้านี้ พอมีประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมตำรวจออกมา ยอดผู้ใช้งานที่เข้ามาสมัครสมาชิกบนแพลตฟอร์มก็พุ่งกระฉูด ทำเอาพวกที่เคยคัดค้านก่อนหน้านี้ถึงกับหุบปากเงียบกริบไปเลย
ท่านประธานจึงถือโอกาสนี้ ทุบโต๊ะฟันธงอนุมัติเพิ่มค่าเซ็นสัญญาจาก 5 ล้านหยวน เป็น 10 ล้านหยวนซะเลย
คราวนี้ไม่มีใครกล้าปริปากค้านเลยแม้แต่คนเดียว คนที่มีหัวคิดหน่อยต่างก็รู้ดีว่า แพลตฟอร์มของพวกเขากำลังจะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งแล้ว
จากตอนแรกที่คุยกันไว้ 5 ล้านหยวน ตอนนี้อัปราคาเพิ่มเป็น 10 ล้านหยวนรวดเดียวเลย
นอกจากรายได้ทั้งหมดจะตกเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวแล้ว ยังได้ค่าเซ็นสัญญาอีกปีละ 10 ล้านหยวน แถมยังไม่มีข้อผูกมัดหรือข้อจำกัดเรื่องการไลฟ์สดใดๆ อีกด้วย
ซูเฉินจรดปากกาเซ็นชื่อลงไปในสัญญาด้วยความรู้สึกประหลาดใจระคนงุนงง
จึ๊ๆๆ...
ท่านประธานของโต้วซานี่ช่างรู้ใจซะจริง วันหลังถ้าอีกฝ่ายมีเรื่องเดือดร้อนอะไรล่ะก็ เขาจะยอมให้ส่วนลดพิเศษสักครั้งก็แล้วกัน
เมื่อเห็นซูเฉินเซ็นสัญญาอย่างง่ายดาย เสี่ยวสวีก็ยิ้มแก้มปริด้วยความดีใจ
"อาจารย์ซูครับ วันหลังถ้ามีปัญหาอะไรเกี่ยวกับการไลฟ์สด ก็ติดต่อมาหาผมได้ตลอดเวลาเลยนะครับ"
หลังจากพูดคุยแลกเปลี่ยนกันอีกสักพัก เสี่ยวสวีก็ขอตัวกลับไปอย่างอารมณ์ดี เขาต้องรีบกลับไปรายงานข่าวดีนี้ให้ผู้จัดการทราบ
ส่วนซูเฉินก็จัดการดูดน้ำอัดลมในแก้วจนหมดเกลี้ยง ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากร้านไป
การทำงานของโต้วซานี่รวดเร็วทันใจดีจริงๆ
เขาเพิ่งจะเดินออกมาได้ไม่ทันไร เงินค่าเซ็นสัญญา 10 ล้านหยวนก็ถูกโอนเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้ว
เมื่อสองวันก่อน เขายังต้องมานั่งกลุ้มใจเรื่องค่าเช่าบ้านอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับมีเงินสดก้อนโตนอนนิ่งอยู่ในบัญชี รู้สึกเหมือนกำลังฝันไปไม่มีผิด
นี่เขาพอจะเรียกตัวเองว่าเป็นเศรษฐีกับเขาได้แล้วหรือยังนะ?
ความฝันในวัยเด็กที่อยากจะซื้อน้ำเต้าหู้มาสองแก้ว แก้วหนึ่งเอาไว้กิน อีกแก้วหนึ่งเอาไว้เททิ้งเล่น ในที่สุดก็เป็นจริงเสียที!
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดสั่งชานมไข่มุกมาสองแก้วรวด!
ไม่ทิ้งหรอกนะ จะกินให้หมดทั้งสองแก้วนั่นแหละ!
มีเงินซะอย่าง ก็ตามใจตัวเองได้!
พอกลับมาถึงบ้าน
เวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงบ่ายสามโมงแล้ว
ซูเฉินเปิดระบบเพื่อเริ่มต้นการไลฟ์สด
แทบจะทันทีที่เขาเปิดไลฟ์สด บรรดาชาวเน็ตที่เฝ้ารอคอยมาเนิ่นนานต่างก็พากันแห่แหนเข้ามาในห้องไลฟ์สดราวกับคลื่นน้ำหลาก
เด็กสาวผู้ชื่นชอบไอศกรีม เข้าสู่ห้องไลฟ์สด
ดวงดาวดวงหนึ่ง เข้าสู่ห้องไลฟ์สด
【วู้ฮู้! แย่งแถวหน้าได้สำเร็จ วันนี้ฉันเป็นคนแรกที่กดเข้ามาดูเลย พอไลฟ์จบปุ๊บ ฉันจะรีบพุ่งตัวไปซื้อลอตเตอรี่ฉลองเลยล่ะ!】
【เหอะ อาจารย์บอกแล้วไงว่าการดูดวงต้องอาศัยวาสนา เข้ามาเป็นคนแรกก็ใช่ว่าจะได้ดูหรอกย่ะ!】
【ห้องไลฟ์สดนี้คึกคักจังเลยนะ เพิ่งจะเปิดไลฟ์แท้ๆ แต่มีคนเข้ามาดูเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?】
【คอมเมนต์บนเป็นคนมาใหม่ใช่ไหมล่ะ? ดูทรงแล้วคงยังไม่เคยดูไลฟ์สดของอาจารย์มาก่อนแน่ๆ ลองไปหาดูคลิปย้อนหลังได้เลยนะ ระดับอาจารย์น่ะได้รับการรับรองจากหน่วยงานของรัฐ แถมยังได้เงินรางวัลมาแล้วด้วยนะ ขอบอก】
【...】
คอมเมนต์ในห้องไลฟ์สดไหลเวียนกันอย่างคึกคัก
แฟนคลับตัวยงหลายคนพอเห็นว่ามีหน้าใหม่หลงเข้ามา ก็รีบสวมบทบาทเป็นไกด์อธิบายสรรพคุณของอาจารย์ให้ฟังทันที
ซูเฉินมองดูคอมเมนต์พวกนั้น มุมปากก็ยกยิ้มขึ้นมาน้อยๆ
ทว่าเขากลับไม่ได้เริ่มแจกถุงโชคดีตั้งแต่เนิ่นๆ
ซูเฉินมองกล้องแล้วเอ่ยว่า "บ่ายวันนี้จะยังไม่มีการไลฟ์สดดูดวงนะครับ เพราะเดี๋ยวจะมีคนเข้ามาขอความช่วยเหลือน่ะครับ"
ทุกคนต่างก็งงเป็นไก่ตาแตก
【ใครเหรอคะ?】
【อ้าว ยังไม่ได้เชื่อมต่อสายกันเลยนี่นา แล้วอาจารย์รู้ได้ยังไงล่ะ?】
แต่ไม่นานก็มีคนนึกออก
【อ๋อๆ ก็น้องสาวที่อยากจะตามหาพ่อแม่ที่แท้จริงคนนั้นไง】
เมื่อมีชาวเน็ตคนนี้เตือนความจำ คนอื่นๆ ถึงเพิ่งจะนึกออก
【จริงด้วย ฉันก็เพิ่งนึกออก ถ้าอาจารย์ซูคำนวณไม่ผิดล่ะก็ งั้นเช้านี้พวกเขาก็คงจะได้เจอกันแล้วใช่ไหม?】
【ตั้งตารอเลย อยากรู้จังว่าสุดท้ายจะเป็นฉากจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งครอบครัวสุขสันต์ หรือว่าจะเป็นการต้มตุ๋นครั้งมโหฬารกันแน่?】
ท่ามกลางความคาดหวังของทุกคน ชานมที่ซูเฉินสั่งไว้ก็มาส่งพอดี
เขาเสียบหลอดแล้วดูดชานมเข้าไปอึกใหญ่ ความรู้สึกเดียวที่อธิบายได้ในตอนนี้ก็คือ ฟินสุดๆ
บรรดาชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดมองดูสีหน้าฟินจัดของซูเฉิน
จู่ๆ ก็รู้สึกว่าขนมและน้ำชาในมือของตัวเองมันหมดอร่อยไปซะดื้อๆ
ชานมของอาจารย์ซูต้องอร่อยกว่าของพวกเขาแน่ๆ เลย
【ว่าแต่ ไม่รู้ว่าน้องสาวคนนั้นจะเข้ามาในห้องไลฟ์สดด้วยหรือเปล่านะ?】
ข้อความคอมเมนต์หนึ่งทำลายความเงียบขึ้นมา
"เธอมาแน่" ซูเฉินกล่าว
ผ่านไปไม่นาน ก็มีคำขอเชื่อมต่อสายดังขึ้น
ผู้ใช้งานบัญชีชื่อ 'ผู้หญิงที่ชอบยิ้มจะโชคดี' ซึ่งก็คือหลี่หลาน เด็กสาวที่อยากจะตามหาพ่อแม่ที่แท้จริงคนนั้นนั่นเอง
(จบแล้ว)