- หน้าแรก
- เกิดใหม่คืนล้างตระกูล เส้นทางทวงแค้นของซาสึเกะ
- บทที่ 35 - สัตว์ประหลาดในใจของซาสึเกะ?
บทที่ 35 - สัตว์ประหลาดในใจของซาสึเกะ?
บทที่ 35 - สัตว์ประหลาดในใจของซาสึเกะ?
บทที่ 35 - สัตว์ประหลาดในใจของซาสึเกะ?
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───
และในเวลานี้ เค้าโครงใบหน้าของประติมากรรมตรงหน้าซาสึเกะก็เริ่มนูนเด่นและชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ขาดเพียงแค่ดวงตาเท่านั้น
คำกล่าวที่ว่า 'วาดมังกรแต้มตา' มังกรคือรูปร่าง ส่วนตามังกรคือจิตวิญญาณ
ต้องทำดวงตาให้เสร็จสมบูรณ์เสียก่อน จึงจะถือว่าได้มอบจิตวิญญาณให้กับมันแล้ว
ข้อนี้ก็ใช้กับการแกะสลักประติมากรรมได้เช่นกัน
แต่ทว่าซาสึเกะยกมีดสั้นขึ้นมาจ่อที่ดวงตาของประติมากรรมหิน แล้วก็หยุดชะงักไป หลังจากเงียบไปพักใหญ่
จู่ๆ เขาก็เก็บมีดสั้นในมือเข้าฝัก นัยน์ตามีแสงสีแดงวาบผ่าน และการมองเห็นทั้งหมดของเขาก็กลับคืนมาเป็นปกติ
พรสวรรค์ของคุรามะ ยาคุมะนั้นแข็งแกร่งมาก เป็นขีดจำกัดสายเลือดที่ผนึกสัมผัสทั้งห้าได้เช่นเดียวกัน
เมื่อเธอใช้มันออกมา จะทรงพลังกว่าคนอื่นๆ ในตระกูลคุรามะที่ปลุกขีดจำกัดสายเลือดผนึกสัมผัสทั้งห้าได้มากนัก เมื่อเทียบกันแล้วก็เหมือนความแตกต่างระหว่างเนตรวงแหวนธรรมดากับเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา
ทว่าคุรามะ ยาคุมะในตอนนี้ยังไม่เติบโตพอ ถือว่ามีแค่พรสวรรค์ระดับกระจกเงาหมื่นบุปผาเท่านั้น ยังไม่ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์
พลังจิตวิญญาณของซาสึเกะเองก็ไม่ได้อ่อนแอเลยแม้แต่น้อย การปิดผนึกสัมผัสทั้งห้าของคุรามะ ยาคุมะสามารถผนึกเขาในสภาพปกติได้
แต่เพียงแค่ซาสึเกะเบิกเนตรวงแหวน พลังหยินอันบริสุทธิ์และมหาศาลก็สามารถทะลวงผนึกที่คุรามะ ยาคุมะประทับไว้บนตัวเขาได้ในพริบตา
"ฟู่!"
ซาสึเกะพ่นลมหายใจเบาๆ ปัดเศษฝุ่นหินออก ประติมากรรมหินก็เผยรูปร่างให้เห็นทั้งหมด ซาสึเกะสลักรูปชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาๆ ที่ไม่ได้โดดเด่นอะไร รายละเอียดและเส้นสายบนใบหน้าทุกจุดถูกสลักออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพียงแต่ไม่ได้สลักดวงตาเอาไว้ ทำให้ประติมากรรมรูปชายหนุ่มขาดจิตวิญญาณและความมีชีวิตชีวาไป
"ซาสึเกะคุง จะไม่ทำผลงานชิ้นนี้ให้เสร็จเหรอคะ?" คุรามะ ยาคุมะที่วาดภาพเสร็จแล้วเดินเข้ามาถามด้วยความสงสัย
ซาสึเกะส่ายหัวแล้วเอ่ย "ช่างมันเถอะ ตอนนี้ผมยังไม่มั่นใจว่าจะถ่ายทอดจิตวิญญาณลงไปในผลงานชิ้นนี้ได้"
คุรามะ ยาคุมะพินิจดูประติมากรรมหินครู่หนึ่ง แล้วถามเสียงเบา "ผู้ชายคนนี้คือคนสำคัญในใจซาสึเกะคุงเหรอคะ?"
เมื่อได้ยิน ซาสึเกะก็ยิ้มออกมา "จะว่าอย่างนั้นก็ได้ หรือจะเรียกว่าตัวตนที่พิเศษก็ได้ครับ"
เป็นคนในตระกูลอุจิวะของซาสึเกะคุงหรือเปล่านะ?
คุรามะ ยาคุมะพยักหน้าอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก แน่นอนว่าเธอไม่มีทางเดาได้เลยว่าสิ่งที่ซาสึเกะสลักนั้นไม่ใช่คนของตระกูลอุจิวะ หรือแม้กระทั่งไม่ใช่ใครหน้าไหนในโลกนี้เลย
แต่มันคือตัวเขาในชาติก่อน!
ซาสึเกะจ้องมองประติมากรรมหินชิ้นนี้ครู่หนึ่ง หันไปมองคุรามะ ยาคุมะที่อยู่ข้างๆ แล้วยิ้ม "ยาคุมะ ร่างกายและจิตใจของคุณตอนนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ เลยนะ ดูเหมือนโยคะจะเหมาะกับคุณมากจริงๆ"
โยคะเป็นการออกกำลังกายที่ผ่อนคลายมากๆ ไม่มีการเคลื่อนไหวที่รุนแรงอะไรเลย มีเพียงแค่ท่าทางในการปรับสมดุลร่างกาย การกำหนดลมหายใจเข้าออก และการทำสมาธิปรับสภาพจิตใจ เพื่อฝึกความยืดหยุ่น ความสมดุล และความอดทนของร่างกาย โดยผ่านการปรับปรุงความสามารถทางสรีรวิทยา จิตวิทยา อารมณ์ และจิตวิญญาณ เพื่อให้ร่างกาย จิตใจ และวิญญาณผสานเป็นหนึ่งเดียวกัน
การออกกำลังกายชนิดนี้เหมาะอย่างยิ่งกับคุรามะ ยาคุมะที่มีสภาพร่างกายอ่อนแอ
คุรามะ ยาคุมะยิ้มบางๆ เอ่ยขอบคุณเสียงเบา "ต้องขอบคุณซาสึเกะด้วยนะคะ ที่ถ่ายทอดทักษะการฝึกฝนอันล้ำค่านี้ให้ฉัน"
โยคะเหมาะกับคุรามะ ยาคุมะมากจริงๆ เธอฝึกฝนมาได้ 2 ปีกว่าแล้ว และรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าร่างกายของตัวเองแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ
แม้กระทั่งการควบคุมวิชาลวงตาก็ทำได้อย่างคล่องแคล่วขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ทั้งเธอและพ่อแม่ดีใจจนแทบเนื้อเต้น
หากไม่ใช่เพราะซาสึเกะเคยบอกเธอไว้ว่า โยคะเป็นการฝึกฝนที่ต้องใช้เวลา แม้ร่างกายของเธอตอนนี้จะดีขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงในระดับรากฐาน
ดังนั้นเขาจึงแนะนำให้เธอรอจนถึงช่วงวัยรุ่นที่ร่างกายเริ่มเจริญเติบโตเต็มที่ก่อน ค่อยไปเป็นนินจา มิฉะนั้นเธอคงแทบรอไม่ไหวที่จะไปเป็นนินจาแล้วในตอนนี้
ถึงแม้จะร้อนใจ แต่เธอก็อดทนมาได้ตั้งหลายปี คุรามะ ยาคุมะก็ไม่เกี่ยงที่จะอดทนต่อไปอีกสัก 2-3 ปี
ซาสึเกะไม่ได้บอกเธอว่าทักษะวิชาโยคะนี้ได้มาจากไหน และคุรามะ ยาคุมะก็ไม่เคยถาม เพียงแต่รู้สึกว่าทักษะนี้คล้ายคลึงกับวิธีการฝึกตนของพวกนักบวชมาก
เธอเดาเอาเองว่าซาสึเกะน่าจะได้มาจากในตระกูล เพราะท้ายที่สุดแล้วอุจิวะก็เป็นหนึ่งในตระกูลเก่าแก่ที่สุดในโลกนินจา มีตำราโบราณมากมายนับไม่ถ้วน
"เกรงใจไปได้ สองปีมานี้คุณก็ช่วยผมไว้เยอะเหมือนกัน"
นอกจากจะใช้ขีดจำกัดสายเลือดปิดกั้นการมองเห็นของซาสึเกะ เพื่อช่วยจำลองความรู้สึกตอนที่เขาสูญเสียการมองเห็นแล้ว คุรามะ ยาคุมะยังใช้พลังเขาวงกตลวงตามาช่วยเสริมการฝึกวิชาลวงตาให้ซาสึเกะอีกด้วย
แม้ทั้งสองจะเป็นเพื่อนกัน แต่ซาสึเกะก็เป็นคนที่ถือคติการตอบแทนบุญคุณมาบุญคุณกลับ นอกจากโยคะแล้ว ซาสึเกะยังถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการฝึกนินจาและประสบการณ์วิชาลวงตาของอุจิวะให้กับยาคุมะบ้างด้วย
เขาก็ทำกับนารูโตะเช่นเดียวกัน นอกจากจะทำให้ตัวเองมีกระสอบทรายและคู่ต่อสู้เพิ่มขึ้นแล้ว เขาก็มีความคิดที่จะลงทุนแฝงอยู่ด้วย
และจากข้อมูลที่นารูโตะมาบอกเขาเมื่อคืน การลงทุนนี้ดูเหมือนจะผลิดอกออกผลเร็วๆ นี้เสียแล้ว
"คำพูดเกรงใจก็ไม่ต้องพูดให้มากความหรอกนะ เริ่มกันเถอะ ยาคุมะ"
เมื่อได้ยิน ใบหน้าของคุรามะ ยาคุมะก็ฉายแววลังเลและสับสน เอ่ยถามขึ้นมา "ต้องทำแบบนี้จริงๆ เหรอคะ? ซาสึเกะคุง"
ซาสึเกะพยักหน้า ตอบเสียงเรียบ "ฝากด้วยนะ!"
แม้จะเป็นน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ระลอกคลื่น แต่กลับแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
เมื่อเห็นว่าซาสึเกะตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว คุรามะ ยาคุมะก็ถอนหายใจในใจ ทำได้เพียงรับปาก "ก็ได้ค่ะ"
สิ้นเสียง คุรามะ ยาคุมะก็ประสานอิน แล้วร้องตะโกน "วิชาลวงตา——แดนลวงตาในจิตใจ!"
"ที่นี่คือโลกในใจของซาสึเกะคุงเหรอคะ?"
ที่นี่คือป่าเขาลำเนาไพรในยามค่ำคืน รอบด้านเต็มไปด้วยดอกไม้ใบหญ้าที่เหี่ยวเฉาตายซาก และต้นไม้ที่แห้งกรังยืนต้นตายเรียงราย ราวกับมีสัตว์ประหลาดสูบเอาพลังชีวิตและความมีชีวิตชีวาของผืนดินแถบนี้ไปจนหมดสิ้น
และบนท้องฟ้าเบื้องบนนั้น มีพระจันทร์เต็มดวงสีเลือดดวงมหึมาลอยเด่น สาดส่องแสงสีแดงฉานลงมาบนผืนดิน
สำหรับพระจันทร์สีเลือดแล้ว คุรามะ ยาคุมะไม่ได้รู้สึกแปลกประหลาดอะไร ในหนังสือบอกไว้ว่าเป็นเพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มหัศจรรย์อย่างหนึ่งเท่านั้น
แต่ทว่าดวงจันทร์สีเลือดตรงหน้านี้ ทำให้คุรามะ ยาคุมะตกใจมากจริงๆ ความรู้สึกไม่เป็นมงคลแผ่ซ่านมาจากพระจันทร์สีเลือดนั้น
และแสงจันทร์สีเลือดที่สาดส่องลงบนพื้นดินที่แห้งแล้ง ก็ก่อให้เกิดเงาที่บิดเบี้ยวและดิ้นทุรนทุราย ดูคล้ายกับสัตว์ประหลาดสิบหางที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเลือนราง
ในเสี้ยววินาทีที่คุรามะ ยาคุมะมองเห็นสัตว์ประหลาดตัวนั้นอย่างเลือนราง เธอก็รู้สึกได้ถึงความปรารถนาด้านลบที่เต็มไปด้วยความบิดเบี้ยว โหดเหี้ยม บ้าคลั่ง ทำลายล้าง และช่วงชิงทุกสิ่ง พุ่งทะลวงเข้าสู่สมองราวกับคลื่นยักษ์ถาโถม
"นั่นมันสัตว์ประหลาดอะไรกัน!?"
ดวงตาของคุรามะ ยาคุมะสั่นระริก เธอตะโกนถามด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"ไม่ต้องเกร็งไป" ในตอนที่คุรามะ ยาคุมะกำลังหวาดกลัวสุดขีดนั้นเอง ซาสึเกะก็มาปรากฏตัวอยู่ข้างกายเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และเอ่ยปลอบประโลม
"แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก" คุรามะ ยาคุมะหอบหายใจหนักๆ ไปหลายครั้ง ถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ "ซาสึเกะคุง นี่คือโลกในใจของคุณจริงๆ เหรอคะ?"
"ความน่ากลัวขนาดนี้..."
ยังพูดไม่ทันจบ คุรามะ ยาคุมะก็กลืนคำพูดที่เหลือลงคอไป ถอนหายใจเฮือกใหญ่ในใจ
อย่างที่คิด ซาสึเกะคุงไม่ได้สงบอย่างที่แสดงออกให้เห็นภายนอกเลย คนปกติทั่วไปหลังจากเจอเรื่องแบบนั้นมา จะยังคงความสงบในใจไว้ได้อย่างไร?
ซาสึเกะคุงคงต้องเผชิญกับความเจ็บปวดสุดขีดและความกดดันอันมหาศาล ในใจถึงได้ก่อเกิดสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวขนาดนี้ขึ้นมาใช่ไหม?
"จะเรียกว่าเป็นโลกในใจของผมก็คงไม่ถูกนักหรอก เรียกว่าเป็นชิ้นส่วนยีนส่วนลึกในตัวผมคงจะเหมาะสมกว่า" ซาสึเกะส่ายหน้าแล้วเอ่ยเรียบๆ
"แต่ว่านะ" เขาเปลี่ยนเรื่องคุย "การถือกำเนิดของมัน ก็เกี่ยวข้องกับการที่ผมจงใจผลักดันมันออกมานั่นแหละ"
"ยาคุมะ!" ซาสึเกะมองไปที่คุรามะ ยาคุมะที่มีสีหน้าเหลือเชื่อและหวาดกลัว แล้วพูดอย่างจริงจัง "ผมต้องการให้คุณใช้ขีดจำกัดสายเลือดของคุณ เปลี่ยนมันให้กลายเป็นความจริง!"
"อะไรนะคะ!?"
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───