- หน้าแรก
- เกิดใหม่คืนล้างตระกูล เส้นทางทวงแค้นของซาสึเกะ
- บทที่ 14 - สวัสดี ฉันคือคุรามะ ยาคุมะ
บทที่ 14 - สวัสดี ฉันคือคุรามะ ยาคุมะ
บทที่ 14 - สวัสดี ฉันคือคุรามะ ยาคุมะ
บทที่ 14 - สวัสดี ฉันคือคุรามะ ยาคุมะ
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───
ภูเขาด้านหลังปกคลุมไปด้วยพืชพรรณและหญ้าป่า มีต้นไม้สูงตระหง่านหลายชนิดเติบโตอยู่ ซาสึเกะเดินไปถึงเนินเขาเล็กๆ สูงไม่กี่เมตรก็หยุดลง ใต้เนินเขายังมีก้อนหินขนาดเท่าศีรษะคนปกติวางเรียงรายอยู่
ซาสึเกะชักมีดสั้นออกมา ควงเล่นในมือ 2-3 รอบเพื่อหาจังหวะ จากนั้นก็เลือกก้อนหินขึ้นมา 1 ก้อน
สิ่งที่ซาสึเกะจะทำในตอนนี้ก็คือการแกะสลัก!
ถ้าจะให้พูดอย่างเจาะจงก็คือการใช้จักระในการแกะสลัก!
หลังจากการสนทนากับซากุระจบลง ซาสึเกะก็หยิบเอาทักษะการแกะสลักที่เขาทิ้งไปหลายปีในชาติก่อนกลับมาอีกครั้ง
ในชาติก่อนเขาไม่ได้เกิดในตระกูลช่างแกะสลัก พ่อของเขาเป็นเพียงช่างหินธรรมดาๆ ในชนบท ที่รับงานแกะสลักป้ายหลุมศพ แกะสลักตัวอักษร แกะสลักลวดลายทั่วไปเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวในชีวิตประจำวัน
พ่อของเขาเป็นคนหยาบกระด้างที่อ่านหนังสือไม่ออกเลยแม้แต่ตัวเดียว แม้แต่การรับงานแกะสลักตัวอักษรบนป้ายหิน ส่วนใหญ่ก็ทำตามกระดาษที่เจ้าภาพให้มา แกะสลักตัวอักษรลงไปเหมือนกับการวาดภาพ ตัวอักษรที่แกะสลักออกมามีความตื้นลึกพอดี ดูมีชีวิตชีวาและงดงาม
แม้จะอ่านหนังสือไม่ออกเลยสักตัว แต่ในเมืองนั้นพ่อของเขากลับเป็นช่างหินที่ได้รับความนิยมที่สุด มีงานมากที่สุด แทบจะทำไม่ทัน จนกระทั่งในเวลาต่อมามีเครื่องแกะสลักหินโผล่ขึ้นมา จึงค่อยๆ เสื่อมความนิยมลงไป
เหมือนกับพ่อครัวติงชำแหละวัว อาจกล่าวได้ว่าพ่อในชาติก่อนใช้ทั้งชีวิตทุ่มเทจิตใจให้กับการแกะสลัก แม้เขาจะไม่ใช่ทายาทตระกูลช่างแกะสลัก ไม่ใช่ลูกหลานตระกูลดัง และไม่เข้าใจเรื่องแนวทางศิลปะใดๆ เลย
แต่หินธรรมดาๆ ก้อนหนึ่งกลับสามารถถูกใช้งานได้อย่างคล่องแคล่วและชำนาญในมือของเขา ในสายตาของเขาในตอนนั้น ผลงานของพ่อสวยงามกว่าชิ้นงานศิลปะของพวกที่ถูกเรียกว่าปรมาจารย์ตั้งไม่รู้กี่เท่า
แม้ว่าพ่อจะเชี่ยวชาญฝีมือนี้ แต่ก็ไม่ได้มีความคิดที่จะให้เขาสืบทอดเลย ในสายตาของคนรุ่นพ่อ การเรียนหนังสือต่างหากที่จะมีอนาคตที่สุด และมีหน้ามีตาที่สุด
ในตอนนั้นเขาก็ไม่ทำให้พ่อผิดหวัง สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ดีมากแห่งหนึ่งได้สำเร็จ
แต่ด้วยความที่คลุกคลีอยู่ใกล้ชิดพ่อมาตั้งแต่เด็ก และตัวเองก็ช่วยงานอยู่บ่อยๆ เขาจึงไม่แปลกหน้ากับฝีมือการแกะสลักนี้เลย หรืออาจกล่าวได้ว่าการแกะสลักคือฝีมือที่เขาคุ้นเคยที่สุด
การกระทำทุกอย่างล้วนเป็นวิธีฝึกฝน การใช้ชีวิตในทุกที่ก็คือการฝึกฝน
นำการฝึกฝนมาผสานเข้ากับชีวิตประจำวัน สิ่งที่ซาสึเกะจะทำในตอนนี้ก็คือสิ่งนี้นี่เอง
การแกะสลักซึ่งเป็นงานฝีมือดั้งเดิมนี้ต้องการความละเอียดอ่อนสูง ไม่ว่าจะเป็นการแกะสลักตัวอักษรหรือลวดลาย รายละเอียดแม้แต่น้อยก็ห้ามผิดพลาด
เมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา ก็จะทำลายหินก้อนนั้นทั้งก้อน ทั้งเสียวัสดุ และเสียเวลา ดังนั้นความต้องการทักษะของช่างหินจึงค่อนข้างสูง
เครื่องมือทั่วไปของช่างหิน ได้แก่ หินเจียรเพชร ขวาน เลื่อย ค้อน สกัด มีด ฯลฯ แต่ตอนนี้ซาสึเกะอยากใช้แค่สิ่งเดียวเท่านั้น
นั่นก็คือ — มีด!
มีดสั้นโลหะจักระในมือของเขานี่แหละ!
ใช้เครื่องมือที่เรียบง่ายที่สุด สกัดเอาพื้นผิวและลวดลายบนก้อนหินออกมา เพื่อเผยให้เห็นถึงรูปลักษณ์ที่งดงามและเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์
พิจารณารูปทรงและพื้นผิวของก้อนหินในมือครู่หนึ่ง ซาสึเกะก็เตรียมลงมือ
ขั้นตอนแรกของเขาคือตั้งใจจะแกะสลักตัวอักษรลงไปก่อน
อัดฉีดจักระเข้าไปในมีดสั้น มีดสั้นก็เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำในพริบตา มีควันสีขาวบางๆ พวยพุ่งออกมาพร้อมกับเสียงดังซีดๆ เบาๆ
หากกล่าวว่าอาวุธมาตรฐานส่วนใหญ่เป็นสารกึ่งตัวนำหรือฉนวนกันความร้อนสำหรับจักระ อาวุธโลหะจักระก็เกือบจะเทียบเท่ากับสิ่งที่มีความต้านทานเป็นศูนย์เลยทีเดียว
ไม่เพียงแต่อาวุธจะมีความเหนียวแน่นทนทานเกินกว่าอาวุธทั่วไปอย่างมาก แต่ยังสามารถอัดฉีดจักระเข้าไปได้อย่างอิสระไร้สิ่งกีดขวางแทบจะตามใจนึก
แครก!
ซาสึเกะเพิ่งจะนำมีดสั้นไปสัมผัสก้อนหิน เตรียมจะแกะสลักตัวอักษรตัวแรก หินก้อนนั้นก็แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ในพริบตา
"ใส่จักระมากเกินไป!"
ซาสึเกะคิดในใจ หลังจากสรุปประสบการณ์แล้ว เขาก็โยนก้อนหินที่พังทิ้งไว้ข้างๆ ก่อนจะหยิบหินอีกก้อนขึ้นมาแกะสลักต่อ
เขาใช้จักระในการแกะสลัก ไม่เพียงแต่จะฝึกความสามารถในการควบคุมจักระได้เท่านั้น แต่ยังช่วยฝึกกำลังข้อมือและวิชาดาบของตัวเองได้อีกด้วย!
เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกถึง 3 ตัว!
เวลาผ่านไปทีละนาทีทีละวินาที ตั้งแต่เช้าจรดเที่ยง ในระหว่างนั้นซาสึเกะทำลายก้อนหินไปหลายก้อน แต่การควบคุมน้ำหนักมือกลับยิ่งชำนาญมากขึ้นเรื่อยๆ
หินก้อนใหม่อีกก้อนหนึ่ง ซาสึเกะเริ่มด้วยการใช้มีดสั้นเฉือนเศษหินที่เป็นเหลี่ยมมุมรอบๆ ออกทีละชิ้นจนกลายเป็นพื้นผิวเรียบ จากนั้นก็เตรียมแกะสลักตัวอักษรตัวแรกลงไปอีกครั้ง
หืม?
มีคนอยู่?
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่กำลังจับจ้อง ซาสึเกะก็เงยหน้ามองไปตามทิศทางนั้น ก็เห็นเด็กหญิงคนหนึ่งอายุไม่เกิน 8-9 ขวบ รูปร่างหน้าตาน่ารักงดงาม ไว้ผมยาวประบ่าสีน้ำตาล สวมเสื้อกิโมโนตัวนอกสีอ่อน ภายในสวมชุดจูบังลายตาข่าย ในมือยังถือกระดานวาดภาพและกล่องจานสีกำลังมองเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็นอยู่ไกลๆ
เมื่อเห็นซาสึเกะมองมา เด็กหญิงหน้าแดงระเรื่อ เอ่ยปาก "ขอโทษนะคะ ฉันรบกวนคุณหรือเปล่า?"
"ไม่ครับ"
ซาสึเกะส่ายหน้า เห็นว่าเป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ก็ทำมือเป็นสัญญาณว่าให้ตามสบาย จากนั้นก็หันกลับมาตั้งใจทำธุระของตัวเองต่อ
เด็กหญิงเดินถือกระดานวาดภาพไปไกลๆ กางมันออก ดูเหมือนเป้าหมายที่เธอมาที่นี่คือเพื่อมาสเก็ตช์ภาพวาดรูป
วาดไปพลาง เธอก็ยื่นหน้ามองไปทางซาสึเกะด้วยความอยากรู้อยากเห็นเป็นระยะๆ
เขาคืออุจิวะ ซาสึเกะหรือเปล่านะ?
เขากำลังแกะสลักงั้นเหรอ?
แต่ว่า ได้ยินมาว่าเขาเป็นอัจฉริยะของโรงเรียนนินจาไม่ใช่หรือไง?
ทำไมถึงมาทำเรื่องแบบนี้ล่ะ?
เด็กหญิงรู้สึกสับสนในใจ
สำหรับสายตาที่อยากรู้อยากเห็นของเธอ ซาสึเกะทำตัวราวกับไม่รู้สึกตัว เพ่งความสนใจทั้งหมดไปที่แผ่นป้ายหิน ปล่อยใจให้ดำดิ่งไปกับมัน เหงื่อบนหน้าผากแทบจะไหลเข้าตา เขาก็ทำเป็นไม่รู้สึก ยังคงใช้มีดสั้นเล่มนั้นได้อย่างคล่องแคล่วราวกับเป็นแขนขาของตัวเอง
ในชั่วพริบตานั้น ซาสึเกะควบคุมจักระได้อย่างคล่องแคล่วชำนาญยิ่งขึ้น ความเร็วของมีดสั้นในมือก็ยิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะร่ายรำเป็นภาพติดตา ตัวอักษรที่แกะสลักลงบนแผ่นป้ายหินก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ตั้งแต่ต้นจนจบ รวดเดียวจบ!
เวลาผ่านไปทีละนาทีทีละวินาที เมื่อพระอาทิตย์ลอยเด่นอยู่กลางฟ้า มีดในมือซาสึเกะจึงหยุดลงในที่สุด
"ฟู่!"
ซาสึเกะพ่นลมหายใจยาวออกมา ใช้มือปาดเหงื่อบนตัว ก่อนจะปัดเศษผงบนป้ายหินให้ปลิวไป ตัวอักษรที่แกะสลักอย่างลึกตื้นพอดี มีมิติสวยงามก็ปรากฏสู่สายตา
อย่างที่คิด ผลลัพธ์ออกมายอดเยี่ยมมาก!
ในเวลานี้ซาสึเกะพบว่าตัวเองพัฒนาขึ้นในด้านการควบคุมจักระเล็กน้อย แม้แต่กำลังข้อมือและฝีมือการใช้มีดก็เพิ่มขึ้นไม่น้อย หากทำต่อไปเรื่อยๆ ย่อมส่งผลให้ความแข็งแกร่งของเขาพัฒนาขึ้นอย่างเด่นชัดแน่นอน
"ขอฉันดูได้ไหมคะ?"
ในเวลานี้เอง เด็กหญิงก็ค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และเอ่ยถามเสียงเบา
"ได้ครับ ไม่ใช่ของสลักสำคัญอะไร"
ซาสึเกะพยักหน้าและเบี่ยงตัวหลบให้
"จักรพรรดิองค์ก่อนก่อตั้ง..."
เด็กหญิงชะโงกหน้าเข้าไป เพิ่งจะมองดูได้ครู่หนึ่ง ก็พบว่าตัวอักษรบางตัวบนนั้นตัวเองพออ่านออก บางตัวก็พอจะเข้าใจความหมายคร่าวๆ และมีบางตัวที่เธอไม่เข้าใจความหมายเลยแม้แต่น้อย จนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วมุ่น
นี่คืออักษรลับของนินจาเหรอ?
หรือว่าเป็นตัวอักษรของตระกูลอุจิวะ?
คิดไม่ออก เด็กหญิงจึงหันไปถาม "ขอโทษนะคะ สิ่งนี้เรียกว่าอะไรเหรอคะ?"
"ฎีกาออกศึก!"
"ฎีกาออกศึก..."
เด็กหญิงพึมพำเบาๆ ที่มุมปาก
เฮ้อ เป็นคำศัพท์ที่ไม่เข้าใจความหมายอีกแล้ว
เห็นเด็กหญิงทำหน้าตาเหมือนกำลังกลุ้มใจและไม่เข้าใจ ซาสึเกะก็อธิบายให้ฟังลวกๆ "ก็แค่งานที่ทำไปตามอารมณ์ของฉันเท่านั้น ไม่ต้องไปคิดมากหรอก"
"ค่ะ!" เด็กหญิงพยักหน้า จากนั้นก็กวาดสายตามองซาสึเกะตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง แล้วเอ่ยปาก "คุณคืออุจิวะ ซาสึเกะใช่ไหมคะ?"
"สวัสดี ฉันคือคุรามะ ยาคุมะ"
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───