- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในโลกที่สิ้นประวัติศาสตร์ ผมจึงเป็นคนเดียวที่อัญเชิญวีรชนระดับตำนานได้
- บทที่ 26 - อดีตของจางหมิงเซิง
บทที่ 26 - อดีตของจางหมิงเซิง
บทที่ 26 - อดีตของจางหมิงเซิง
รถประจำทางมาถึงป้าย หลิวเสวียนก็ลงจากรถแล้วก้าวเดินฉับๆ มุ่งหน้าไปยังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
เดินไปได้ครึ่งทาง เขาก็หยุดชะงักและรีบหันขวับกลับไปมองที่ถนนด้านหลัง
"ไม่มีคนเหรอ หรือว่าฉันจะคิดไปเอง"
เมื่อกี้หลิวเสวียนรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังเดินตามเขามาจากถนนด้านหลัง
แต่พอจู่ๆ เขาหยุดเดินแล้วหันกลับไปตรวจสอบ กลับไม่พบความผิดปกติใดๆ เลย
ตั้งแต่ทำพันธสัญญากับจ้าวอวิ๋น ประสาทสัมผัสทางจิตของหลิวเสวียนก็พัฒนาขึ้นมาก จนบางครั้งเขาก็สามารถรับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย
เขาปล่อยพลังจิตออกไปตรวจสอบล่วงหน้าอยู่หลายวินาที เมื่อไม่พบความเคลื่อนไหวใดๆ เขาจึงก้าวเดินต่อไป
เขาทักทายคุณปู่จางที่หน้าประตูก่อนจะเดินเข้าไปในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
สิ่งที่หลิวเสวียนไม่รู้ก็คือ หลังจากที่เขาเดินจากไปได้เพียงหนึ่งนาที
ตรงหัวมุมถนน แสงจันทร์สาดส่องลงมา เผยให้เห็นร่างเงาสายหนึ่งปรากฏขึ้นมาจากกำแพง
"ประสาทสัมผัสไวขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย"
"ดูเหมือนว่าตาแก่นั่นจะเก็บเด็กเหลือขอที่มีพรสวรรค์ไม่เลวมาเลี้ยงไว้แฮะ"
"แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ว่าถ้ามันตายไป ตาแก่นั่นจะเสียใจหรือเปล่า"
"หึหึ ... "
เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังแว่วมา
ร่างสีดำนั้นหันหลังก้าวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
...
"ผู้อำนวยการครับ ค่ายติวเข้มของเมืองจิงเฉิงรอบนี้จัดเร็วขึ้นน่ะครับ พวกเราต้องออกไปเข้าค่ายตั้งสองสัปดาห์ ช่วงสองสัปดาห์นี้คุณไม่ต้องรอผมกลับบ้านทุกวันหรอกนะครับ"
หลิวเสวียนเดินมาที่ห้องโถงของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเพื่อบอกเรื่องค่ายติวเข้มให้จางหมิงเซิงฟัง
ทุกวันจางหมิงเซิงมักจะมานั่งดูทีวีและรอหลิวเสวียนกลับบ้านอยู่ที่นี่เสมอ
หลิวเสวียนพูดอยู่ที่หน้าประตูห้องโถง แต่ทางจางหมิงเซิงกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆ เลย
ด้วยความสงสัย หลิวเสวียนจึงเดินเข้าไปในห้องโถงและมองตามสายตาของจางหมิงเซิงไปยังหน้าจอโทรทัศน์
"วันที่ 15 มีนาคม โรงเรียนมัธยมหูเฉิงแห่งที่หนึ่งในมณฑลเป่ยเหลียวถูกสมาชิกของ 'โส่วถิง' โจมตี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 รายและบาดเจ็บ 15 ราย"
"สมาชิกหน่วยล่าปีศาจของสมาคมผู้ใช้วิญญาณเมืองหูเฉิงได้สังหารผู้ก่อเหตุทั้งหมดแล้ว"
"ต่อไปนี้คือรายชื่อผู้ก่อเหตุ"
" ... "
ภาพบนหน้าจอโทรทัศน์ตัดไปพร้อมกับรายชื่อแผ่นหนึ่งที่ปรากฏขึ้นมา
ในนั้นนอกจากจะมีชื่อของสมาชิก 'โส่วถิง' (ศาลอสูร) แล้ว ก็ยังมีรูปภาพของพวกเขาด้วย
รายชื่อไม่ได้ยาวมากนัก จางหมิงเซิงอ่านจบอย่างรวดเร็ว และไม่รู้ทำไมจู่ๆ เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ตอนที่เขาหยิบรีโมทขึ้นมาเตรียมจะเปลี่ยนช่อง เขาถึงเพิ่งสังเกตเห็นหลิวเสวียนที่ยืนอยู่ข้างๆ
"หลิวเสวียน เธอกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย"
หลิวเสวียน " ... "
"เพิ่งกลับมาถึงเมื่อกี้เองครับ"
หลิวเสวียนยิ้มเจื่อน
เห็นได้ชัดว่าเมื่อกี้จางหมิงเซิงมัวแต่ดูทีวีเพลินจนไม่ได้สังเกตเห็นเขาเลย
"ช่วงสองสัปดาห์หลังจากนี้ผมคงไม่ได้กลับบ้านนะครับ"
หลิวเสวียนเล่าเรื่องค่ายติวเข้มให้ฟังอีกรอบ
จางหมิงเซิงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับ
"ค่ายติวเข้มจัดเร็วขึ้นเหรอเนี่ย แต่สำหรับเธอมันก็ถือเป็นเรื่องดีแหละนะ"
"ได้เผชิญหน้ากับภูตผีปีศาจบ่อยๆ จะได้คุ้นเคยกับนิสัยของพวกมันเอาไว้ก็ดีเหมือนกัน"
ระหว่างที่จางหมิงเซิงกำลังพูดอยู่นั้น จางเมิ่งเจียวก็เดินเข้ามาจากข้างนอก พอเห็นหลิวเสวียนเธอก็ยิ้มให้
"หลิวเสวียนกลับมาแล้วเหรอ วันนี้ฝึกฝนเป็นยังไงบ้างล่ะ"
"ก็ดีครับ"
หลิวเสวียนยิ้มพลางมองพวงกุญแจในมือของจางเมิ่งเจียว
"เด็กๆ หลับกันหมดแล้วเหรอครับ"
จางเมิ่งเจียวถอนหายใจอย่างจนปัญญา
"เด็กหลายคนกำลังอยู่ในวัยกำลังซนเลยล่ะ กว่าจะกล่อมให้หลับได้ก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน"
เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย นอกจากคุณปู่จางที่เป็นยามแล้ว สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ก็ไม่มีพนักงานคนอื่นอีกเลย
ทุกๆ วันตอนประมาณสามทุ่มครึ่ง จางเมิ่งเจียวก็จะต้องไปกล่อมเด็กๆ ให้เข้านอนด้วยตัวเองเสมอ
"พอดีเลย งั้นก็ให้น้าจางของเธอไปช่วยเก็บของก็แล้วกัน"
จางหมิงเซิงเล่าเรื่องของหลิวเสวียนให้ฟัง
ตอนแรกหลิวเสวียนตั้งใจจะปฏิเสธ เขาโตป่านนี้แล้ว จะให้จางเมิ่งเจียวมาช่วยเก็บของได้ยังไงกันล่ะ
แต่พอนึกถึงข่าวที่ออกทีวีเมื่อครู่นี้ บวกกับสีหน้าของจางหมิงเซิง หลิวเสวียนก็ยิ้มแล้วเอ่ยปาก
"งั้นก็รบกวนน้าจางด้วยนะครับ"
"จะมาเกรงใจอะไรกับน้าล่ะ ไปกันเถอะ"
จางเมิ่งเจียวเดินนำออกไป หลิวเสวียนก็เดินตามไปติดๆ
พอเดินออกมาห่างจากห้องโถงได้ระยะหนึ่ง หลิวเสวียนก็เปิดปากถาม
"น้าจางครับ น้ารู้จัก 'โส่วถิง' ไหมครับ"
พอได้ยินแบบนั้น สีหน้าของจางเมิ่งเจียวก็เปลี่ยนไปทันที
"อยู่ดีๆ ทำไมถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมาล่ะ"
หลิวเสวียนลังเลอยู่สองวินาที ก่อนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องโถงเมื่อครู่นี้ให้ฟัง
นี่คือเหตุผลที่เขายอมให้จางเมิ่งเจียวมาช่วยเก็บของอยู่แล้ว มันไม่มีอะไรต้องปิดบังนี่นา
เมื่อจางเมิ่งเจียวรู้เรื่องราว คิ้วของเธอก็ขมวดเข้าหากันทันที
"ตาแก่นี่ ยังจดจำไอ้ลูกหมาป่าเลี้ยงไม่เชื่องคนนั้นอยู่อีกเหรอ"
"ลูกหมาป่าเหรอครับ"
หลิวเสวียนรู้สึกสงสัย
จางเมิ่งเจียวนิ่งคิดไปสองวินาที
"เธอเองก็โตป่านนี้แล้ว แถมยังเป็นผู้ใช้วิญญาณแล้วด้วย จะเล่าให้ฟังก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง"
จางเมิ่งเจียวค่อยๆ เอื้อนเอ่ยเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้หลิวเสวียนฟัง
หลิวเสวียนถึงกับกระจ่างแจ้งในทันที
เมื่อสี่สิบปีก่อน ในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ จางหมิงเซิงได้รับเลี้ยงเด็กกำพร้าคนหนึ่งที่พ่อแม่เสียชีวิตไปหมดแล้ว
ด้วยความเห็นใจที่พ่อแม่ของเด็กคนนั้นตายด้วยน้ำมือของภูตผีปีศาจ จางหมิงเซิงจึงคอยดูแลเด็กคนนั้นเป็นอย่างดี
ก็คล้ายๆ กับที่ดูแลหลิวเสวียนนั่นแหละ ในสถานการณ์ที่การเงินเอื้ออำนวย เขาก็ยอมทุ่มเททรัพยากรทุกอย่างให้เด็กคนนั้นอย่างเต็มที่
สิบแปดปีต่อมา เด็กคนนั้นก็สามารถทำพันธสัญญากับวีรชนระดับทหารได้สำเร็จ
แต่ตั้งแต่ทำพันธสัญญากับวีรชน นิสัยของเด็กคนนั้นก็เปลี่ยนไป
กลายเป็นคนหยิ่งยโสโอหัง และเริ่มดูถูกคนธรรมดาทั่วไป
แม้แต่กับคุณปู่จางที่เป็นยาม เขาก็ยังแสดงท่าทีเหยียดหยามและไม่เห็นหัว
มองว่าคุณปู่จางทำพันธสัญญาได้แค่วีรชนระดับสามัญ จึงไม่คู่ควรให้เขาให้ความเคารพอีกต่อไป
หลิวเสวียนนึกไปถึงคำพูดที่จางหมิงเซิงเคยบอกกับเขาในคืนที่เขาทำพันธสัญญากับจ้าวอวิ๋น
"มิน่าล่ะตอนนั้นผู้อำนวยการถึงพูดแบบนั้นกับฉัน"
ก่อนหน้านี้หลิวเสวียนยังรู้สึกสงสัยอยู่เลย ตอนนี้ในที่สุดก็เข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว
"แล้วหลังจากนั้นเขาเป็นยังไงบ้างครับ"
"หลังจากนั้นเหรอ หึ!"
จางเมิ่งเจียวแค่นเสียงเย็นชา
"พอเขาเป็นผู้ใช้วิญญาณแล้วนิสัยก็ก้าวร้าวมาก แถมยังคอยสร้างเรื่องให้พวกเราอยู่บ่อยๆ"
"เสี่ยวจางต้องวิ่งวุ่นไปโรงเรียนอยู่แทบทุกวัน"
"นี่ยังไม่เท่าไหร่นะ"
"หลังจากนั้นเขาไปรู้มาจากไหนก็ไม่รู้"
"ว่าเสี่ยวจางสนิทกับเฟิงอวี้ซิวที่อยู่มหาวิทยาลัยเย่ว์เจียง เขาก็บังคับให้เสี่ยวจางหาทางส่งเขาเข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเย่ว์เจียงให้ได้"
มหาวิทยาลัยเย่ว์เจียงคือมหาวิทยาลัยผู้ใช้วิญญาณที่ติดอันดับหนึ่งในห้าของต้าเซี่ย
หลิวเสวียนย่อมต้องรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของที่นี่เป็นอย่างดี
"ได้ยินมาว่าเกณฑ์ขั้นต่ำในการรับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเย่ว์เจียงเมื่อปีที่แล้ว เหมือนจะต้องเป็นคนที่ทำพันธสัญญากับวีรชนระดับขุนพลขึ้นไปนะ"
หลิวเสวียนเคยติดตามข้อมูลการรับเข้าศึกษาของปีที่แล้วมาบ้าง
การที่คนมีวีรชนแค่ระดับทหารจะอยากเข้าไปเรียนที่เย่ว์เจียง มันก็เหมือนพวกฝันกลางวันชัดๆ
"เฟิงอวี้ซิว ชื่อนี้ ... คุ้นๆ แฮะ"
หลิวเสวียนหยิบมือถือขึ้นมาค้นหาข้อมูลแล้วก็ต้องตกใจ
"เฟิงอวี้ซิว อธิการบดีมหาวิทยาลัยเย่ว์เจียง"
"ผู้ใช้วิญญาณขั้นเจ็ด!"
ผู้ใช้วิญญาณขั้นเจ็ด นั่นหมายความว่าวีรชนที่เขาทำพันธสัญญาด้วยจะต้องเป็นระดับราชันเท่านั้น
นี่คือยอดฝีมือที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของต้าเซี่ยเลยนะเนี่ย
"ผู้อำนวยการรู้จักกับคนระดับนี้ด้วยเหรอ ฟังจากที่น้าจางพูด เหมือนสองคนนี้จะสนิทกันมากด้วยใช่ไหมครับ"
หลิวเสวียนรู้สึกประหลาดใจมาก
จางเมิ่งเจียวเห็นข้อมูลบนหน้าจอมือถือของหลิวเสวียน
"หมอนี่ตอนนี้ได้เป็นอธิการบดีแล้วเหรอเนี่ย"
"สิบปีก่อนยังเป็นแค่รองอธิการบดีอยู่เลย"
"แต่ก็สมควรแหละ วีรชนที่เขาทำพันธสัญญาด้วย ตอนนั้นฝีมือก็เป็นรองฉันแค่นิดเดียวเอง"
"เมื่อก่อนเสี่ยวจางกับเฟิงอวี้ซิวเป็นศิษย์ร่วมสำนักกันน่ะ ทั้งสองคนเคยเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเย่ว์เจียงมาก่อน"
หลิวเสวียนพยักหน้าเงียบๆ
"ไอ้ 'หมอนั่น' ที่น้าจางพูดถึง น่าจะหมายถึงวีรชนของเฟิงอวี้ซิวแน่ๆ"
"นั่นก็แปลว่า น้าจางเป็นวีรชนระดับราชันงั้นเหรอ"
เมื่อก่อนหลิวเสวียนก็พอจะรู้ว่าจางหมิงเซิงกับจางเมิ่งเจียวไม่ธรรมดา แต่ไม่นึกเลยว่าฝีมือของพวกเขาจะเก่งกาจขนาดนี้!?
"ในเมื่อฝีมือเก่งกาจขนาดนี้ แล้วทำไมถึงมาหมกตัวอยู่ในเมืองเล็กๆ อย่างจิงเฉิงล่ะครับ"
หลิวเสวียนถามด้วยความสงสัย
จางเมิ่งเจียวส่ายหน้าอย่างจนปัญญา
"ตอนหนุ่มๆ เขามีความมุ่งมั่นทะเยอทะยานสูงมาก มักจะบุกเข้าไปสู้รบตบมือกับพวกภูตผีปีศาจกลางดงศัตรูอยู่บ่อยๆ"
"แต่สุดท้ายในภารกิจหนึ่ง เขากลับพลัดหลงเข้าไปอยู่ท่ามกลางวงล้อมของพวกมัน"
"กว่ากำลังเสริมจะไปถึง การที่ถูกพวกปีศาจโจมตี บวกกับการต่อสู้ที่ยืดเยื้อจนต้องดึงพลังจากจุดกำเนิดมาใช้จนเกินขีดจำกัด"
"ก็ส่งผลให้ระดับพลังของเขาหยุดชะงักอยู่ที่ขั้นสี่ และไม่สามารถก้าวหน้าไปได้อีกเลยจนถึงทุกวันนี้"
"อย่าเห็นว่าตอนนี้เขาดูเป็นคนใจดีเข้าถึงง่ายเชียวนะ"
"ตอนนั้นเขาเป็นคนหยิ่งทะนงมาก พอรู้ว่าตัวเองไม่สามารถก้าวหน้าได้อีก เขาก็เลยเลือกที่จะเดินจากมา"
"แล้วก็ต้องใช้เวลาตั้งสิบกว่าปีกว่าเขาจะยอมรับความจริงได้"
"จนกลายมาเป็นแบบทุกวันนี้นี่แหละ"
ในความทรงจำของหลิวเสวียน สุขภาพของจางหมิงเซิงมักจะมีปัญหามาโดยตลอด
โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว เขามักจะไออยู่บ่อยๆ
ในฐานะผู้ใช้วิญญาณ นี่ถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติมาก
เมื่อก่อนหลิวเสวียนเคยถามเขาเรื่องนี้ แต่จางหมิงเซิงก็มักจะหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วเปลี่ยนเรื่องคุย ไม่เคยตอบตรงๆ เลยสักครั้ง
ตอนนี้หลิวเสวียนก็พอจะเข้าใจสาเหตุแล้ว
"พูดออกทะเลไปซะไกลเลย เมื่อกี้ยังพูดเรื่องไอ้ลูกหมาป่านั่นอยู่ดีๆ ไหงกลายเป็นพูดเรื่องอดีตของเสี่ยวจางไปได้ล่ะเนี่ย"
จางเมิ่งเจียวแกล้งทำเป็นโบกมือปัดอย่างใจกว้าง
"ด้วยพรสวรรค์ของหมอนั่น ยังไงก็ไม่มีทางสอบเข้าเย่ว์เจียงได้หรอก"
"แต่เพื่อเขา เสี่ยวจางก็ยอมบากหน้าไปติดต่อกับเฟิงอวี้ซิวที่ไม่ได้ติดต่อกันมานานถึงห้าสิบปี"
"และด้วยความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคน ก็ทำให้เขาสามารถเข้าไปเรียนที่เย่ว์เจียงได้จริงๆ"
"แต่ไอ้หมอนั่นกลับไม่รู้จักเจียมตัว คิดจะอาศัยเส้นสายของเฟิงอวี้ซิวเพื่อกอบโกยทรัพยากรให้ตัวเองมากขึ้น"
"แต่ที่นั่นคือเย่ว์เจียง ที่ที่ต้องใช้ความสามารถในการพิสูจน์ตัวเอง"
"หลังจากโดนเพื่อนร่วมรุ่นสั่งสอนไปหลายรอบ เขาก็ถึงกับเล่นสกปรก คิดจะทำร้ายนักศึกษาที่มีปัญหากับเขา"
"โชคดีที่ทางเฟิงอวี้ซิวรู้เรื่องก่อน ก็เลยขัดขวางเอาไว้ได้ทัน"
"แต่ก็เพราะเรื่องนี้แหละ เฟิงอวี้ซิวก็เลยส่งตัวเขากลับมา"
"เนื่องจากถูกไล่ออก เขาก็เลยไม่สามารถไปเรียนต่อที่โรงเรียนอื่นได้อีก"
"เสี่ยวจางก็เลยตั้งใจจะสั่งสอนเขาด้วยตัวเอง"
"แต่สุดท้ายไอ้หมอนั่นก็ไปพัวพันกับพวก 'โส่วถิง' มาจากไหนก็ไม่รู้"
"เขาทิ้งฐานะผู้ใช้วิญญาณไปดื้อๆ แล้วก็หนีออกจากเมืองจิงเฉิงไปเข้าร่วมกับพวก 'โส่วถิง'"
ฟังมาถึงตรงนี้ หลิวเสวียนก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
หลังจากจางเมิ่งเจียวช่วยหลิวเสวียนเก็บเสื้อผ้าเสร็จ เธอก็เดินออกจากห้องไป
หลิวเสวียนนั่งอยู่ภายในห้องพลางครุ่นคิดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น
"การที่หมอนั่นไปเข้าร่วมกับโส่วถิง ตอนนี้เขาก็คงไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้วสินะ"
หลิวเสวียนเคยค้นข้อมูลมาแล้ว
'โส่วถิง' คือองค์กรชั่วร้ายที่เคลื่อนไหวอยู่ทางตอนเหนือ
สมาชิกขององค์กรนี้คือมนษย์ที่ไม่สามารถทำพันธสัญญากับวีรชนได้ และอาศัยการฉีดเลือดของภูตผีปีศาจเข้าสู่ร่างกายเพื่อยกระดับขีดจำกัดของสิ่งมีชีวิต
สโลแกนของพวกเขาคือ ก้าวเข้าสู่อ้อมกอดของเทพแห่งสัตว์ป่า และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการวิวัฒนาการอันรุ่งโรจน์
"เคลื่อนไหวอยู่ทางเหนือ เมืองจิงเฉิงอยู่ภาคกลางของต้าเซี่ย ตอนนี้คงยังไม่ได้ไปเจอกับพวกมันหรอกมั้ง"
"ไว้คราวหลังค่อยลองหาทางสอบเข้าโรงเรียนทางตอนเหนือดูดีกว่า"
หลิวเสวียนเติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า จางหมิงเซิงกับจางเมิ่งเจียวก็เปรียบเสมือนครอบครัวของเขา
จากการพูดคุยกับจางเมิ่งเจียว หลิวเสวียนก็สัมผัสได้ไม่ยากเลยว่าจางเมิ่งเจียวเกลียดชังไอ้คนที่ไปเข้าร่วมกับโส่วถิงเข้าไส้
ในเมื่อเป็นแบบนี้ หลิวเสวียนก็คงต้องหาทางจัดการกับหมอนั่นซะแล้ว
"แต่ด้วยความสามารถของฉันในตอนนี้ คงยังไม่แกร่งพอหรอก"
หมอนั่นเข้าร่วมโส่วถิงมาตั้งสิบกว่าปีแล้ว
ฝีมือตอนนี้คงเก่งกว่าตอนนั้นเยอะแน่ๆ
ถ้าหลิวเสวียนอยากจะจัดการเขา ก็ต้องพัฒนาฝีมือตัวเองให้เก่งกว่านี้ซะก่อน
"พักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้ค่อยไปล่าพวกภูตผีปีศาจที่แหล่งรวมตัวของพวกมัน!"
ภูตผีปีศาจจำนวนมหาศาลที่แหล่งรวมตัว จะช่วยให้หลิวเสวียนได้รับความเข้ากันได้อย่างมากมายมหาศาล และทำให้เขาพัฒนาฝีมือได้อย่างรวดเร็ว