- หน้าแรก
- เถ้าแก่สำนักคุ้มภัยไม่ธรรมดา ณ ต่างโลก
- บทที่ 13 เดาเอา
บทที่ 13 เดาเอา
บทที่ 13 เดาเอา
บทที่ 13 เดาเอา
"ข่าวลืออะไรหรือ?"
"เมื่อไม่กี่วันก่อนมีข่าวลือว่าสำนักคุ้มภัย 'กวงเวย' ของพวกท่านถูกโจรภูเขาซุ่มโจมตีจนสูญเสียอย่างหนัก ข้ายังคิดว่าเป็นแค่ข่าวลือเสียอีก" เถ้าแก่เนี๊ยะซูกล่าว "มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นจริงๆ หรือ?"
หยวนจวินพยักหน้า
แม้อำเภอชางหลิวจะอยู่ห่างจากอำเภออวิ๋นหลินพอสมควร แต่ข่าวสารก็ไม่ได้ถูกตัดขาดไปเสียทีเดียว นักเดินทางที่สัญจรผ่านไปมา พ่อค้าแม่ค้าที่เดินทางข้ามอำเภอ หรือบรรดาผู้คุ้มภัย ฯลฯ ล้วนนำข่าวสารจากที่อื่นมาบอกเล่าที่นี่ การที่เถ้าแก่เนี๊ยะซูจะได้ยินเรื่องของสำนักคุ้มภัย 'กวงเวย' จึงถือเป็นเรื่องปกติ
เถ้าแก่เนี๊ยะซูทอดถอนใจเล็กน้อย แต่ไม่นานก็กลับมาเป็นปกติ ในฐานะเถ้าแก่โรงเตี๊ยม นางต้องต้อนรับและส่งแขกมากมายในแต่ละวัน ได้ฟัง "เรื่องราว" ต่างๆ จากปากคนเหล่านี้มานับไม่ถ้วน คนที่เผชิญเหตุการณ์เลวร้ายยิ่งกว่าสำนักคุ้มภัย 'กวงเวย' ก็ใช่ว่าจะไม่มี นางจึงชินชากับเรื่องเหล่านี้ไปนานแล้ว
"น้องชายท่านนี้ดูหน้าไม่คุ้นเลย คนใหม่ที่สำนักเพิ่งรับเข้ามาหรือ?" เถ้าแก่เนี๊ยะซูกลอกกลิ้งดวงตางาม ก่อนจะเบนสายตามายังโจวชิง
"นี่คือนายน้อยของพวกเราขอรับ" หยวนจวินแนะนำ "หลังจากที่เถ้าแก่ใหญ่เสียชีวิตไป ตอนนี้นายน้อยก็เป็นผู้ดูแลสำนักคุ้มภัยแทน"
"นายน้อย?" เถ้าแก่เนี๊ยะซูเผยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบางๆ พลางเอ่ย "รูปงามไม่เบาเลยนะเจ้าคะ"
"เถ้าแก่เนี๊ยะซู รบกวนช่วยเร่งเอาอาหารมาให้พวกเราสักหน่อยเถอะ" หยวนจวินกล่าว "อีกอย่าง ช่วยจัดห้องให้พวกเราสองห้อง แล้วก็ต้มน้ำร้อนให้ด้วยนะ"
"ไม่มีปัญหาเจ้าค่ะ" เถ้าแก่เนี๊ยะซูยิ้มรับ ก่อนจะปรายตามองโจวชิงอีกครั้ง แล้วจึงบิดกายเดินจากไป
"นี่คือเถ้าแก่เนี๊ยะซูงั้นหรือ?" โจวชิงจิบชาแล้วเอ่ยถาม
"อืม" หยวนจวินพยักหน้า
"ไม่คิดเลยว่าจะยังสาวและสวยขนาดนี้" โจวชิงกล่าว
"นายน้อย ท่านอย่าได้ดูถูกนางเชียว" หยวนจวินเอ่ย "เถ้าแก่เนี๊ยะซูก็เป็นคนอาภัพ ครอบครัวสามีของนางคือตระกูลหนิง ซึ่งเป็นตระกูลใหญ่ในท้องถิ่นนี้ ทว่า ตระกูลหนิงแต่งนางเข้ามาโดยมีจุดประสงค์แอบแฝง คุณชายใหญ่หนิงป่วยหนักนอนซมอยู่บนเตียงมาหลายปี ฮูหยินผู้เฒ่าหนิงเชื่อคำแนะนำของหมอ จึงจัดงานแต่งงานนี้ขึ้นเพื่อแก้เคล็ดต่อดวงชะตาให้กับคุณชายใหญ่หนิง แต่ใครจะคาดคิดว่า ในวันแต่งงาน อาการป่วยของคุณชายใหญ่หนิงกลับทรุดหนักลง และสิ้นใจตายไปต่อหน้าต่อตา ฮูหยินผู้เฒ่าหนิงเชื่อว่าเป็นเพราะเถ้าแก่เนี๊ยะซูดวงไม่ดี เป็นตัวกาลกิณีที่กินสามี จึงขับไล่นางออกจากตระกูลหนิง และเพื่อไม่ให้เป็นที่ครหาของชาวบ้าน จึงมอบโรงเตี๊ยมซอมซ่อแห่งหนึ่งให้นาง แล้วปล่อยให้นางดิ้นรนเอาชีวิตรอดเอาเอง"
"โรงเตี๊ยมแห่งนั้นก็คือโรงเตี๊ยมถงฝูนี่งั้นหรือ?" โจวชิงถาม
"ถูกต้องขอรับ" หยวนจวินพยักหน้า "โรงเตี๊ยมถงฝูฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ด้วยน้ำมือของเถ้าแก่เนี๊ยะซู กิจการดีวันดีคืน จนตอนนี้กลายเป็นหนึ่งในสามโรงเตี๊ยมที่มีกิจการดีที่สุดในตัวเมืองอำเภอชางหลิวไปแล้ว"
"การที่ผู้หญิงคนหนึ่งสามารถทำได้ถึงขนาดนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ" โจวชิงกล่าว
สังคมในยุคนี้ไม่ได้เป็นมิตรกับชาวบ้านตาดำๆ อยู่แล้ว ยิ่งเถ้าแก่เนี๊ยะซูเป็นเพียงสตรีผู้หนึ่ง การจะยืนหยัดอยู่ได้ย่อมเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างแสนสาหัส
"นั่นน่ะสิขอรับ" หยวนจวินเอ่ย "เถ้าแก่เนี๊ยะซูเป็นคนเก่งกาจ ทว่า การที่สตรีผู้หนึ่งต้องออกมาพบปะผู้คนตลอดทั้งวัน ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกนินทาว่าร้าย ยิ่งกิจการของโรงเตี๊ยมถงฝูดีถึงเพียงนี้ คนที่นินทาเถ้าแก่เนี๊ยะซูลับหลังก็ย่อมมีมากขึ้น มีคำพูดนินทาว่าร้ายที่ฟังไม่เข้าหูอยู่มากมายเลยทีเดียว"
ไม่ต้องให้หยวนจวินอธิบายรายละเอียด โจวชิงก็สามารถเดาได้ว่าคำนินทาว่าร้ายเหล่านั้นมีเนื้อหาอย่างไร แม้แต่ในโลกเดิมก่อนที่เขาจะข้ามมิติมา เมื่อผู้หญิงคนหนึ่ง โดยเฉพาะผู้หญิงสวยๆ ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ก็มักจะทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย บางครั้งก็มีข่าวลือที่ฟังดูแย่ๆ ออกมา นับประสาอะไรกับยุคสมัยที่ความคิดยังหัวโบราณอยู่เช่นในตอนนี้
ในตอนนั้นเอง อาหารและสุราของโจวชิงกับหยวนจวินก็ถูกยกมาเสิร์ฟ ทั้งสองคนจึงหยุดการสนทนาลง
หลังจากกินข้าวเสร็จ ทั้งสองคนก็ขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องพัก ภายในห้องมีถังไม้ใบหนึ่ง ซึ่งภายในถังก็มีน้ำร้อนที่กำลังพ่นควันฉุยอยู่
โจวชิงถอดเสื้อผ้าแล้วลงไปแช่ในถัง น้ำอุ่นๆ ค่อยๆ ท่วมท้นร่างกายของเขา ท้ายที่สุดก็เหลือเพียงแค่ศีรษะที่โผล่พ้นผิวน้ำ
"สบาย สบายจริงๆ"
โจวชิงอดไม่ได้ที่จะหลับตาลง บนใบหน้าเต็มไปด้วยความเพลิดเพลิน
การคุ้มภัยไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หลายวันมานี้ พวกเขากินไม่อิ่ม นอนก็ไม่ค่อยหลับ ส่วนเรื่องอาบน้ำน่ะลืมไปได้เลย ไม่ใช่แค่เนื้อตัวมอมแมมสกปรกเท่านั้น แต่ยังมีกลิ่นเหม็นแปลกๆ ที่อธิบายไม่ถูกอีกด้วย ตอนนี้ในที่สุดก็ได้อาบน้ำเสียที ช่างเป็นความรู้สึกสบายที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้เลยจริงๆ
โจวชิงแช่น้ำอยู่นานถึงครึ่งชั่วโมงเต็มๆ กว่าจะยอมลุกออกจากน้ำ ร่างกายของเขารู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
ในขณะที่โจวชิงกำลังสวมเสื้อผ้า เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงของหยวนจวินจากด้านนอก:
"นายน้อย ข้าจะออกไปซื้อของใช้ที่จำเป็น ท่านมีอะไรจะสั่งความหรือไม่ขอรับ?"
เสบียงที่ทั้งสองคนพกติดตัวมาตอนที่ออกจากสำนักมีจำกัด เพียงพอให้ประทังชีวิตมาถึงอำเภอชางหลิวแห่งนี้เท่านั้น ก่อนเดินทางกลับย่อมต้องซื้อเสบียงตุนไว้บ้าง นอกจากนี้ ของใช้จำเป็นอื่นๆ อย่างเสื้อผ้าและน้ำก็ต้องซื้อด้วยเช่นกัน
"ไม่มี ท่านลุงหยวนจัดการตามที่เห็นสมควรได้เลย" โจวชิงบอก
"ขอรับ"
เสียงฝีเท้าดังขึ้น หยวนจวินเดินลงไปชั้นล่างและออกจากโรงเตี๊ยมไปแล้ว
โจวชิงสวมเสื้อผ้าเสร็จแล้ว แต่เขายังไม่รู้สึกง่วง จึงเดินออกจากห้องพักไปเช่นกัน
ในตอนนี้ ภายในโถงชั้นล่างของโรงเตี๊ยมมีผู้คนนั่งอยู่ไม่น้อย สมกับที่หยวนจวินบอกว่ากิจการของโรงเตี๊ยมถงฝูดีมากจริงๆ
โจวชิงหาที่นั่งว่างๆ สั่งให้เสี่ยวเอ้อยกน้ำชามาให้หนึ่งกา แล้วจิบชาไปพลางแอบฟังลูกค้าโต๊ะรอบๆ คุยกันไปพลาง
ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไม่เจริญรุ่งเรืองเช่นนี้ เหลาอาหาร โรงน้ำชา โรงเตี๊ยม และหอบุปผา คือสถานที่ที่เป็นแหล่งรวมข้อมูลข่าวสารมากที่สุด โจวชิงอยากจะลองฟังดู เผื่อว่าจะได้ยินข้อมูลที่มีประโยชน์บ้าง
ระหว่างที่จิบชาและแอบฟังอยู่นั้น โจวชิงก็มองเห็นร่างอรชรที่กำลังเดินทักทายลูกค้าแต่ละโต๊ะ ไม่ว่าจะเผชิญหน้ากับใคร นางก็มักจะหาเรื่องมาสนทนาได้อย่างเหมาะสม และสามารถพูดคุยหัวเราะกับลูกค้าทุกโต๊ะได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ร่างอรชรนี้ ย่อมเป็นเถ้าแก่เนี๊ยะซูแห่งโรงเตี๊ยมถงฝูผู้นี้อย่างแน่นอน
ไม่นานนัก เถ้าแก่เนี๊ยะซูก็เดินมาที่โต๊ะของโจวชิง นางรินน้ำชาให้โจวชิงพลางเอ่ยถาม "นายน้อยเพิ่งออกคุ้มภัยเป็นครั้งแรกหรือเจ้าคะ?"
"ไม่ใช่หรอก" โจวชิงตอบ "นี่เป็นครั้งที่สองแล้ว"
"มิน่าล่ะถึงไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน" เถ้าแก่เนี๊ยะซูกล่าว "เถ้าแก่โจวเป็นคนดี เรื่องที่เกิดขึ้นช่างน่าเศร้าจริงๆ เจ้าค่ะ"
โจวชิงจิบชาแล้วพยักหน้าช้าๆ
"ข้าดูนายน้อยรูปงามสง่า ท่าทางองอาจผ่าเผย เชื่อว่าสำนักคุ้มภัย 'กวงเวย' ในมือนายน้อยจะต้องกลับมารุ่งเรืองได้อีกครั้งอย่างแน่นอน" เถ้าแก่เนี๊ยะซูกล่าว
"ขอยืมคำอวยพรของเถ้าแก่เนี๊ยะซูด้วยก็แล้วกัน" โจวชิงเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างกะทันหันพลางเอ่ยถาม "เถ้าแก่เนี๊ยะซู ช่วงนี้ท่านอยากจะส่งจดหมายไปที่บ้านเดิมของท่านหรือไม่?"
"ท่านรู้ได้อย่างไร?" เมื่อเถ้าแก่เนี๊ยะซูได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที แม้จะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว แต่ความประหลาดใจและความระแวดระวังในดวงตาก็ยังสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน
"ถ้าข้าบอกว่าเดาเอา เถ้าแก่เนี๊ยะซูจะเชื่อไหมล่ะ?" โจวชิงกล่าว
"ท่านคิดว่าข้าจะเชื่อหรือ?" เถ้าแก่เนี๊ยะซูถามกลับ
"ข้าเดาเอาจริงๆ" โจวชิงกล่าว "ข้าได้ยินมาว่าช่วงนี้เถ้าแก่เนี๊ยะซูใช้ชีวิตไม่ค่อยราบรื่นนัก ครอบครัวสามีของท่านจงใจกลั่นแกล้ง ท่านอยู่ที่นี่ตัวคนเดียวไร้ญาติขาดมิตร ย่อมต้องอึดอัดใจเป็นธรรมดา จึงเดาว่าท่านอาจจะเขียนจดหมายไปหาคนในครอบครัว เพื่อระบายความทุกข์ใจในจดหมาย"
สีหน้าของเถ้าแก่เนี๊ยะซูเปลี่ยนไปเล็กน้อย นางมองโจวชิงด้วยความเคลือบแคลงสงสัย คล้ายกับต้องการจะมองหาร่องรอยบางอย่างจากสีหน้าของเขา
ผ่านไปพักใหญ่ เถ้าแก่เนี๊ยะซูจึงเอ่ยขึ้น "นายน้อยช่างฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก"
"แสดงว่าข้าเดาถูกงั้นสิ?" โจวชิงถาม
เถ้าแก่เนี๊ยะซูพยักหน้าช้าๆ
"ถ้าอย่างนั้น เถ้าแก่เนี๊ยะซูจะเชื่อใจสำนักคุ้มภัย 'กวงเวย' ของพวกเรา ให้พวกเรานำจดหมายฉบับนี้ไปส่งให้ได้หรือไม่?" โจวชิงซักถามต่อ