- หน้าแรก
- ระบบเซียนหุ้น: มีแค่ผมที่มองเห็นข้อมูลลับ!
- บทที่ 40 น้ำนิ่ง
บทที่ 40 น้ำนิ่ง
บทที่ 40 น้ำนิ่ง
บทที่ 40 น้ำนิ่ง
“คะ คุณเฉินคะ คุณล้อฉันเล่นแล้วล่ะค่ะ” ซีอวิ้นหรูพูดด้วยใบหน้าแดงก่ำ
“อะแฮ่ม...... ชะ ใช่แล้ว ผมก็แค่ล้อเล่นน่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า......”
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ เฉินเซียวกับซีอวิ้นหรูก็แยกย้ายกันที่หน้าร้านอาหาร
ขืนยังอยู่ด้วยกันต่อไป เฉินเซียวรู้สึกว่าตัวเองคงต้องอกแตกตายแน่ ๆ
ตอนแรกเขาตั้งใจจะไปปลดปล่อยพลังงานที่ฟิตเนสสักหน่อย แต่พอลองคิดดู ฟิตเนสของโรงแรมระดับนี้ มันคงไม่ใช่ฟิตเนสธรรมดา ๆ แน่เลย
เผลอ ๆ อาจจะทำให้เขารู้สึกอึดอัดกว่าเดิมซะอีก
ถึงแม้จะยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อความสุขได้ก็เถอะ
แต่ไอ้พวกที่ผ่านประสบการณ์โชกโชนพวกนี้ มันจะปลอดภัยจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้
ถ้าเกิดพลาดพลั้งขึ้นมา ชีวิตอันแสนวิเศษที่เหลืออยู่คงต้องมาจบเห่ก่อนวัยอันควรแน่ ๆ ขืนเป็นแบบนั้นมันจะไม่ขาดทุนย่อยยับไปหน่อยเหรอ?
พอกลับไปถึงห้อง เขาก็อาบน้ำให้เย็นสบาย เปิดทีวีหาหนังเก่าสุดคลาสสิกดูสักเรื่อง
ดูไปดูมา เฉินเซียวก็ผล็อยหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้
เช้าวันรุ่งขึ้น เขาตื่นไปวิ่งออกกำลังกายที่ฟิตเนสตั้งแต่เช้าตรู่
เพราะมีแค่ช่วงเวลานี้แหละ ที่ฟิตเนสจะสงบและเงียบที่สุด
หลังจากออกกำลังกายจนเหงื่อท่วมตัว ซูถังก็มาถึงพอดี
เธอถือแก้วน้ำอุ่นอยู่ในมือ ยืนมองดูเฉินเซียวที่กำลังวิ่งเหยื่อท่วมตัวอยู่บนลู่วิ่งด้วยสายตาที่เป็นประกาย
เจ้านายของเธอคนนี้ ไม่เพียงแต่จะอายุน้อยและร่ำรวยเท่านั้น แต่ยังมีหน้าตาที่หล่อเหลาเอาการ แถมหุ่นก็ยังดีขนาดนี้อีก
ก็ไม่แปลกใจเลยที่มีสาวสวยมากมายพร้อมใจกันพุ่งเข้าหา ใครเห็นแล้วจะไม่ใจเต้นแรงบ้างล่ะ
สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ เมื่อก่อนเฉินเซียวไม่ได้มีเสน่ห์ดึงดูดใจขนาดนี้หรอก
แต่ด้วยพื้นฐานหน้าตาที่ค่อนข้างดีอยู่แล้ว พอมีเงินทองมาประดับบารมี มันก็ยิ่งทำให้เขาดูโดดเด่นและเปล่งประกายมากขึ้นไปอีก
“ฟู่~~~”
เฉินเซียวพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด ก่อนจะปรับความเร็วของลู่วิ่งให้เป็นโหมดเดินช้า ๆ
ซูถังรีบยื่นผ้าขนหนูให้ทันที เฉินเซียวรับมาเช็ดเหงื่อพลางเดินช้า ๆ ต่อไป
“เดี๋ยวค่อยไปเปิดบัญชีเพิ่มให้อีกสองบัญชีนะ”
“รับทราบค่ะเจ้านาย”
บัญชีที่เฉินเซียวพูดถึง ก็คือบัญชีซื้อขายหุ้นนั่นแหละ ซึ่งคนหนึ่งสามารถเปิดได้สูงสุดสามบัญชี
สาเหตุที่เขาไม่ยอมจดทะเบียนบริษัท แล้วใช้ชื่อบริษัทในการเปิดบัญชี ก็เป็นเพราะว่าเมื่อบัญชีของบริษัทมีผลกำไร ภาษีที่ต้องจ่ายมันสูงมากนั่นเอง
เมื่อกลับไปล้างหน้าล้างตาที่โรงแรม แล้วเปลี่ยนมาใส่ชุดใหม่ที่ซูถังเตรียมมาให้ เฉินเซียวก็ขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังของรถอี300
สิบกว่านาทีต่อมา เฉินเซียวก็เดินทางมาถึงออฟฟิศ
หวังเผิงกับเซียวซวี่มาถึงก่อนแล้ว นอกจากนี้ในออฟฟิศยังมีพนักงานทำความสะอาดเพิ่มมาอีกสองคน และผู้หญิงหน้าตาสะสวยอีกคนหนึ่ง อายุประมาณยี่สิบเจ็ดถึงยี่สิบแปดปี ดูเป็นผู้ใหญ่และมีความสุขุมนุ่มลึก
ซูถังอธิบายว่า “อ้อ พอดีช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ฉันมีเวลาว่าง ก็เลยไปลองหาพนักงานใหม่มาเพิ่มสามคนน่ะค่ะ เห็นว่าไม่ได้เป็นตำแหน่งที่สำคัญอะไรมาก ฉันก็เลยตัดสินใจรับเข้ามาเลย เจ้านายจะขอดูประวัติของพวกเขาหน่อยไหมคะ?”
เฉินเซียวส่ายหน้าปฏิเสธ “คุณทำได้ดีมาก ผมไม่ต้องดูหรอก วันหลังถ้ามีอะไรให้คุณตัดสินใจได้เลย”
“รับทราบค่ะ”
“พนักงานชงชาคนนั้น...... เธอเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวน่ะค่ะ ฉันเห็นว่าเธอมีนิสัยอ่อนโยน หน้าตาก็สะสวย ก็เลย......”
“อะแฮ่ม”
เฉินเซียวรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ นี่เธอจะเน้นย้ำเรื่องหน้าตาสะสวยทำไมเนี่ย?
“เอ่อ งั้นเอาเป็นว่า... เตรียมตัวเริ่มงานกันได้เลยนะ”
“รับทราบค่ะ”
......
หุ้นบริษัทไห่ซานอวี๋เย่ที่เฉินเซียวซื้อไว้ตอนแรกมีราคาเปิดอยู่ที่ 15.7 หยวน ซึ่งวันนี้ก็เปิดตลาดมาด้วยราคานี้เช่นกัน
เขาลองคำนวณดูแล้ว หากราคาหุ้นพุ่งขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ 6.69% ราคาของมันก็จะไปหยุดอยู่ที่ 16.49 หยวน
“หน้าที่ของเราในวันนี้ก็คือ จับตาดูตลาดให้ดี ทันทีที่ราคาหุ้นบริษัทไห่ซานอวี๋เย่ขยับขึ้นไปถึง 16 หยวน ก็ให้เทขายล้างพอร์ตทันที ห้ามปล่อยให้ราคาเกิน 16 หยวนเด็ดขาด”
หวังเผิงกับเซียวซวี่ถึงกับอึ้ง หุ้นตัวนี้มันนิ่งสนิทมาเป็นปีแล้ว วันนี้มันจะขยับขึ้นมาได้จริงเหรอ?
แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่พวกเขาก็ไม่ได้เอ่ยปากถามออกมา
“รับทราบครับเจ้านาย”
......
หวังเผิงและเซียวซวี่จ้องมองราคาหุ้นที่นิ่งสนิทราวกับน้ำนิ่งในสระด้วยความเคร่งเครียด ภายในใจอดรู้สึกกังวลไม่ได้
ไอ้หุ้นบ้านี่ มันจะขึ้นจริง ๆ เหรอเนี่ย?
หนึ่งชั่วโมงต่อมา......
หวังเผิงกับเซียวซวี่ยกมือขึ้นขยี้ตาที่เริ่มจะเมื่อยล้า แล้วหันไปมองเฉินเซียวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
“อะแฮ่ม......” เฉินเซียวเริ่มรู้สึกทำตัวไม่ถูก “ใจเย็น ๆ นะ รอดูไปก่อน รับรองว่ายังไงก็ขึ้นแน่ ๆ”
ในขณะเดียวกันก็แอบสบถด่าในใจว่า แม่งเอ๊ย ข่าวดีบ้าบออะไรทำไมยังไม่หลุดออกมาอีกวะเนี่ย?
“เจ้านายคะ เพื่อน ๆ ทุกคน มาทานผลไม้กันก่อนเถอะค่ะ”
ผู้หญิงที่มีบุคลิกร่าเริงและอ่อนโยนคนนั้น เดินถือจานผลไม้เข้ามาเสิร์ฟให้ทุกคนถึงโต๊ะ
เฉินเซียวชะงักไปเล็กน้อย น้ำเสียงของเธอช่างอ่อนหวานนุ่มนวลสมกับนิสัยจริง ๆ
“ขอบคุณครับพี่เหวิน......”
หวังเผิงกับเซียวซวี่เอ่ยขอบคุณ
“ไม่ต้องเกรงใจค่ะ พวกคุณทำงานกันต่อเถอะ”
เธอพยักหน้าให้เฉินเซียวเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกจากห้องเทรดไป
ทั้งสามคนนั่งกินผลไม้ไปพลาง จับตาดูความเคลื่อนไหวของตลาดไปพลาง เซียวซวี่ก็คอยกดรีเฟรชหน้าข่าวสารเกี่ยวกับบริษัทไห่ซานอวี๋เย่เป็นระยะ ๆ
แต่ตลอดทั้งช่วงเช้า ราคาหุ้นก็ขยับขึ้นมาแค่ศูนย์จุดกว่า ๆ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งถือเป็นความผันผวนตามปกติ ปริมาณการซื้อขายก็เบาบางจนน่าใจหาย
เฉินเซียวรู้สึกหมดคำพูด “ไปพักกินข้าวกันก่อนเถอะ กินเสร็จแล้วก็พักผ่อนกันสักหน่อย บ่ายนี้มันต้องขึ้นแน่ ๆ!”
พูดจบ เขาก็เดินกลับเข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง
โต๊ะทำงานและเก้าอี้ผู้บริหารของเฉินเซียว เป็นอุปกรณ์สำนักงานชิ้นแรกที่ซูถังซื้อเข้ามา
ทำจากไม้เนื้อแข็งแท้ แกะสลักลวดลายอย่างประณีตบรรจง เคลือบด้วยสีคุณภาพเยี่ยม ชุดโต๊ะเก้าอี้ชุดนี้สนนราคาอยู่ที่ห้าหมื่นกว่าหยวน ดูหรูหราและภูมิฐานมาก
เฉินเซียวรู้สึกพอใจกับมันมาก แต่สภาพจิตใจของเขากลับไม่ค่อยจะดีนัก
ถึงแม้จะรู้ดีว่าช่วงบ่ายราคาหุ้นจะต้องพุ่งขึ้นอย่างแน่นอน แต่การที่โม้เอาไว้ซะดิบดีเมื่อเช้า กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกหักหน้ายังไงก็ไม่รู้
เขาทิ้งตัวลงนอนบนเก้าอี้ผู้บริหารแสนสบาย ยกขาทั้งสองข้างขึ้นพาดขอบโต๊ะทำงาน คาบบุหรี่ไว้ในปากแต่ก็ไม่ได้จุดไฟ
ซูถังเคาะประตูเดินเข้ามา พอเห็นท่าทางของเฉินเซียว เธอก็ยิ้มอย่างอ่อนโยน หยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดไฟ แล้วยื่นไปจ่อที่ปลายบุหรี่ของเขา
เฉินเซียวสูดควันเข้าปอดลึก ๆ
ซูถังเอาที่เขี่ยบุหรี่มาวางไว้ข้าง ๆ เขาแล้ว
จากนั้นเธอก็เดินอ้อมไปด้านหลัง ใช้สองมือนวดคลึงศีรษะของเฉินเซียวอย่างเบามือ
“ช่วงเช้าการเทรดไม่ค่อยราบรื่นเหรอคะ?”
เฉินเซียวตอบกลับ “จะเรียกว่าไม่ราบรื่นก็คงไม่ใช่หรอก แค่มันผิดไปจากที่คาดการณ์ไว้หน่อยนึงน่ะ”
“การเปลี่ยนแปลงของตลาดหุ้นมันคาดเดายากอยู่แล้วล่ะค่ะ การที่คุณทำได้ขนาดนี้ ก็ถือว่าสุดยอดมากแล้วนะคะ”
“ก็พอถูไถไปได้แหละ มื้อเที่ยงจัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?”
“อืม ต่งเสวี่ยเหวินสั่งอาหารมาให้ทุกคนแล้วค่ะ แต่เธอบอกว่าถ้าบริษัทเรามีห้องครัวก็คงจะดี เพราะฝีมือทำอาหารของเธออร่อยกว่าไปซื้อเขากินซะอีก”
“อ้อ?” เฉินเซียวรู้สึกประหลาดใจนิดหน่อย แต่ในตึกสำนักงานแบบนี้คงทำอาหารไม่ได้หรอก “ช่วงนี้ก็สั่งมากินกันไปก่อนแล้วกัน วันหลังค่อยว่ากันใหม่ เอามาเผื่อผมด้วยที่นึงนะ”
“ได้ค่ะ”
หลังจากกินมื้อเที่ยงแบบง่าย ๆ เสร็จ เฉินเซียวก็มานั่งพักในห้องทำงาน เขาทอดสายตามองดูเรือที่สัญจรไปมาในแม่น้ำฉางเถิงผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่
นั่งตากแอร์เย็นฉ่ำ รับแสงแดดอุ่น ๆ ปรับเก้าอี้ผู้บริหารให้เอนนอน แล้วเฉินเซียวก็ค่อย ๆ ผล็อยหลับไป
จนกระทั่งบ่ายโมงตรง ซูถังก็เข้ามาปลุกเขาเบา ๆ
“เจ้านายคะ ตลาดหุ้นช่วงบ่ายเปิดแล้วค่ะ”
เฉินเซียวบิดขี้เกียจ “โอเค”
“อ้อ จริงสิ บัญชีของคุณเปิดเสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ”
เฉินเซียวชะงัก “ทำไมเร็วจัง?”
“อืม พอดีฉันฝากเพื่อนติดต่อคนรู้จักให้น่ะค่ะ ก็เลยจัดการได้เร็วหน่อย”
“อืม เยี่ยมมาก ไปกันเถอะ ไปที่ห้องเทรดกัน”
ตอนนี้มีบัญชีทั้งหมดสามบัญชี หวังเผิงกับเซียวซวี่รับผิดชอบคนละบัญชี ส่วนบัญชีที่สาม ซูถังก็ล็อกอินเตรียมไว้ให้เฉินเซียวเรียบร้อยแล้ว
แบบนี้การซื้อขายในครั้งต่อไปก็จะรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
บ่ายโมงครึ่ง แม้ว่าซูถังจะมั่นใจในตัวเฉินเซียวมากแค่ไหน แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะแอบชำเลืองมองเขาอยู่บ่อย ๆ
เฉินเซียวแทบจะพูดไม่ออก แม่งเอ๊ย นี่มันกะจะดึงเช็งไปจนถึงนาทีสุดท้ายแล้วค่อยพุ่งพรวดเดียวเลยใช่ไหมเนี่ย?
“เอาอย่างนี้นะ หวังเผิง เซียวซวี่ พวกนายตั้งคำสั่งขายครึ่งหนึ่งของพอร์ตไว้ที่ราคา 16.3 หยวนเลย”