- หน้าแรก
- ระบบเซียนหุ้น: มีแค่ผมที่มองเห็นข้อมูลลับ!
- บทที่ 39 ดินเนอร์ใต้แสงเทียน
บทที่ 39 ดินเนอร์ใต้แสงเทียน
บทที่ 39 ดินเนอร์ใต้แสงเทียน
บทที่ 39 ดินเนอร์ใต้แสงเทียน
โดยปกติแล้ว ขั้นตอนการซื้อรถต้องใช้เวลาดำเนินการถึงหนึ่งวันเต็ม แต่ถ้ามีคนรู้จักคอยช่วยเหลือ ทุกอย่างก็จะเป็นไปอย่างรวดเร็ว
ยิ่งเป็นเพื่อนคนสำคัญของเจ้านายด้วยแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
บนชั้นสองของศูนย์บริการรถยนต์ ถังเส้าเฟยมีห้องจัดเลี้ยงส่วนตัวสุดพิเศษอยู่หนึ่งห้อง
การตกแต่งภายในนั้นหรูหราอลังการเป็นอย่างมาก
เฉินเซียวพาซูถังมาด้วย ส่วนถังเส้าเฟยก็มีสาวสวยคอยนั่งปรนนิบัติอยู่ข้างกายเช่นกัน
เมื่ออาหารมาเสิร์ฟจนครบ สาวสวยที่อยู่ข้างกายถังเส้าเฟยก็รินเหล้าให้ทั้งสองคนจนเต็มแก้ว
ถังเส้าเฟยชูแก้วขึ้น “มาน้องชาย แก้วนี้ดื่มฉลองให้กับการได้รู้จักกันนะ”
เฉินเซียวชนแก้วกับเขาเบา ๆ “ดื่มให้กับการได้รู้จักกันครับ”
จากนั้นก็ดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว
เหล้าเหมาไถรุ่นเฟยเทียนปี 10 ดื่มแล้วรู้สึกดีสุด ๆ ไปเลย
ขนาดเฉินเซียวที่ไม่ค่อยชอบดื่มเหล้าขาว ยังหลงรักรสชาติแบบนี้เลย
ดื่มไปได้หนึ่งแก้ว ถังเส้าเฟยก็หันไปมองซูถัง แล้วถามขึ้นว่า “ไม่ใช่แฟนจริง ๆ เหรอ?”
ซูถังยิ้มบาง ๆ แล้วหันไปมองเฉินเซียว
เฉินเซียวตอบกลับ “ไม่ใช่แฟนจริง ๆ ครับ”
“อ้อ งั้นฉันก็สบายใจแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า” ถังเส้าเฟยหันไปพูดกับสาวสวยที่นั่งอยู่ข้างกาย “เสี่ยวเหม่ย ฉันจะบอกอะไรให้นะ วิธีที่ฉันกับเฉินเซียวได้มารู้จักกันน่ะ มันน่าสนใจมากเลยล่ะ”
“วันนั้นเขาพาสาวมาด้วยคนนึง...... แน่นอนว่าไม่ใช่คุณซูถังคนนี้นะ”
“ที่หน้าห้างสรรพสินค้าจีเต๋อนั่นน่ะ......”
......
มื้ออาหารนี้กินเวลาไปเกือบสองชั่วโมง
ทั้งสองคนดื่มกันอย่างสนุกสนาน หมดเหล้าไปคนละครึ่งชั่ง แล้วก็ไม่ได้ดื่มต่อ
ไม่ได้มีการคะยั้นคะยอให้ดื่มแต่อย่างใด เป็นการพูดคุยสังสรรค์กันตามประสาเพื่อนฝูง ดื่มไปคุยไปอย่างสบายอารมณ์
“น้องชาย คราวหน้าถ้าฉันชวนดื่มอีก นายปฏิเสธไม่ได้แล้วนะ”
“พี่ถังวางใจได้เลยครับ ต่อให้ต้องโดดเรียนผมก็จะมา”
“ฮ่าฮ่าฮ่า แบบนั้นไม่ได้สิ นายต้องตั้งใจเรียนหนังสือนะ ปิดเทอมเมื่อไหร่เราค่อยมาดื่มกัน”
เฉินเซียว “......”
สงสัยพี่แกจะเมาแล้วจริง ๆ ถึงขั้นมาเป็นห่วงเรื่องการเรียนของเขาซะงั้น
“โอเคครับ สบายใจได้เลย”
“อืม ดีมาก น้องซูถัง ดูแลน้องชายของฉันให้ดีล่ะ”
“ได้เลยค่ะคุณถัง ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”
เสี่ยวเหม่ยที่คอยประคองถังเส้าเฟยอยู่ พูดขึ้นว่า “น้องซูถัง ขับรถอี300 กลับไปเลยนะ เดี๋ยวว่าง ๆ เราค่อยคุยกันอีกทีนะ ฉันจะส่งคนเอารถของเธอไปให้ที่บ้านเอง”
“โอเคค่ะพี่เสี่ยวเหม่ย รบกวนด้วยนะคะ”
“ไม่ต้องเกรงใจจ้ะ”
ซูถังช่วยพยุงเฉินเซียวไปนั่งที่เบาะหลัง ก่อนจะเดินไปสตาร์ทรถ แล้วกล่าวลาถังเส้าเฟยกับเสี่ยวเหม่ย ก่อนจะขับรถออกจากศูนย์บริการไป
ระหว่างทาง ซูถังพูดขึ้นว่า “เจ้านายคะ รถคันนี้เป็นรุ่นท็อป ราคาเต็มอยู่ที่ 850,000 หยวน แต่ทางศูนย์ลดให้ 100,000 หยวน เบ็ดเสร็จแล้วราคา 750,000 หยวนค่ะ”
“อืม”
เฉินเซียวพยักหน้ารับบุญคุณนี้ไว้ เดี๋ยวค่อยหาโอกาสตอบแทนก็แล้วกัน
เมื่อมองดูการตกแต่งภายในที่หรูหราและประณีตของรถอี300 คันใหม่เอี่ยม เขาก็อดรู้สึกตื้นตันใจไม่ได้
ในชาติก่อน ทั้งชีวิตเขาไม่เคยได้ขับรถหรูแบบนี้เลย ไม่คิดเลยว่าชาตินี้จะสามารถสานฝันให้เป็นจริงได้เร็วขนาดนี้
ภายในรถมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของรถใหม่ลอยอบอวลอยู่
การตกแต่งภายในทั้งหมดผสมผสานระหว่างหนังแท้สีน้ำตาลกับลายไม้ ฝีมือการประกอบนั้นประณีตบรรจง รอยเย็บสวยงาม ดูหรูหรามีระดับเป็นอย่างมาก
ระบบเก็บเสียง ระบบกันสะเทือน และสมรรถนะของเครื่องยนต์ ล้วนอยู่ในระดับเฟิร์สคลาส
พื้นที่เบาะหลังกว้างขวางพอที่จะนั่งไขว่ห้างได้อย่างสบาย ๆ
ซูถังขับรถอย่างระมัดระวัง แม้ว่าเจ้านายของเธอจะมีท่าทีที่ดูผ่อนคลายและสงบนิ่ง แต่เธอกลับรู้สึกตื่นเต้นอยู่ลึก ๆ ในใจ
เมื่อกลับมาถึงใต้ตึกออฟฟิศ เดิมทีเธอตั้งใจจะไปเปิดห้องพักให้เฉินเซียวได้พักผ่อน แต่พอหันไปมองด้านหลัง ก็เห็นเขานอนหลับปุ๋ยพิงพนักพิงไปซะแล้ว
ซูถังชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะลงจากรถฝั่งคนขับ แล้วย้ายมานั่งที่เบาะหน้าคู่คนขับ เธอค่อย ๆ ประคองศีรษะของเฉินเซียวมาวางบนไหล่ของเธอ จัดท่าทางให้เขานอนสบายขึ้น ก่อนจะมองดูเขานอนหลับอย่างมีความสุข
เฉินเซียวฝันยาวเหยียด
เขาฝันว่าได้ย้อนกลับไปในวัยเด็ก นอนอยู่บนเตียงนุ่ม ๆ ที่มีกลิ่นหอมฟุ้ง
ในมือทั้งสองข้างกำสายไหมไว้แน่น มันทั้งนุ่มทั้งนิ่ม แถมยังมีความอบอุ่นแผ่ซ่านออกมาด้วย
เขายิ้มร่าพลางขยำสายไหมในมือ แล้วค่อย ๆ กัดกินเข้าไปทีละคำ รสชาติหอมหวานอบอวลไปทั่วทั้งปาก
แต่น่าเสียดาย ที่ตอนจบของความฝัน เขากลับถูกแม่ตีจนตื่น เพราะว่ากลับบ้านดึกเกินไป
เฉินเซียวสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมเย้ายวนใจที่โชยเตะจมูก เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น และพบว่าตัวเองกำลังนอนพิงไหล่ซูถังอยู่ แถมมือก็ยังวางอยู่บนต้นขาของเธออีกต่างหาก
เขารีบลุกขึ้นนั่งทันที พร้อมกับพูดด้วยความรู้สึกผิด “มะ ไม่คิดเลยว่าจะเผลอหลับไป ขอโทษด้วยนะ”
ซูถังหน้าแดงก่ำ เธอรีบจัดระเบียบเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ยับยู่ยี่ให้เข้าที่เข้าทาง
“มะ ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงวันนี้ฉันก็ว่างอยู่แล้ว ก็เลยอยู่เป็นเพื่อนคุณในรถสักพักนึงน่ะค่ะ”
“เอ่อ...... ผมหลับไปนานแค่ไหนแล้วเนี่ย?”
ซูถังรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูด้วยความลุกลี้ลุกลน “ประมาณหนึ่งชั่วโมงได้แล้วล่ะค่ะ”
“อ้อ” เฉินเซียวลูบหน้าตัวเองแล้วพูดต่อ “รถคันเล็กของคุณ ก็เอาไว้ขับไปจ่ายตลาดก็แล้วกันนะ ส่วนเวลาปกติก็ขับคันนี้แหละ”
“หา? เจ้านายคะ แบบนี้มันจะไม่กลายเป็นการเอารถบริษัทมาใช้ส่วนตัวเหรอคะ?”
เฉินเซียวยิ้มบาง ๆ “ผมจัดรถให้ลูกน้องขับ ก็เพื่อที่จะได้ทำงานให้ผมได้ดีขึ้นไม่ใช่เหรอ? ขับไปเถอะน่า วันหลังค่อยเปลี่ยนคันที่ดีกว่านี้ให้อีก”
ซูถัง “.......”
“แค่นี้ก็ดีมากแล้วล่ะค่ะ”
“เจ้านายคะ จะให้ไปส่งที่โรงแรมเพื่อพักผ่อน หรือว่าจะ......”
เฉินเซียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ไปที่โรงแรมจวินอี๋กั๋วจี้ก็แล้วกัน”
“ได้ค่ะ”
ซูถังขับรถออกจากลานจอดรถใต้ดินอย่างนิ่มนวล หลังจากจองห้องพักให้เฉินเซียวเรียบร้อยแล้ว เธอก็ขอตัวกลับไป
เฉินเซียวนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์หาซีอวิ้นหรู
“ฮัลโหล? มาที่โรงแรมจวินอี๋กั๋วจี้ ห้อง 803 เลยนะ”
สิบกว่านาทีต่อมา ซีอวิ้นหรูในชุดกีฬาก็เคาะประตูเดินเข้ามา
เธอยังคงดูอวบอิ่มและมีเสน่ห์เย้ายวนใจเหมือนเช่นเคย
“คุณเฉินคะ จะให้เริ่มวอร์มอัปยืดกล้ามเนื้อก่อนไหมคะ?”
เฉินเซียวตบที่นอนเบา ๆ “วันนี้ผมดื่มเหล้ามาน่ะ ไม่ค่อยอยากออกกำลังกายเท่าไหร่ มันจะเป็นภาระกับหัวใจเปล่า ๆ”
ซีอวิ้นหรูชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปที่เตียง เฉินเซียวก็ไม่มัวเกรงใจ เขาล้มตัวลงนอนหนุนตักของเธอทันที
พร้อมกับสูดหายใจเข้าลึก ๆ
ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคลิบเคลิ้ม
ในเมื่อจ่ายเงินไปแล้ว ก็ต้องใช้บริการให้คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์สิ
“อวิ้นหรู ช่วยนวดให้ผมหน่อยสิ”
“ได้ค่ะ”
หน้าที่ของเธอรวมถึงการนวดเพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังการออกกำลังกายอยู่แล้ว
และการที่เฉินเซียวไม่ได้เรียกใช้บริการบ่อยนัก การขอให้นวดสักหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องที่เกินเลยอะไร
สองมือของซีอวิ้นหรูค่อย ๆ นวดคลึงที่ศีรษะของเฉินเซียวอย่างนุ่มนวล
ฤทธิ์แอลกอฮอล์ในตัวเฉินเซียวยังไม่ทันจางหาย ไม่นานเขาก็ผล็อยหลับไปอีกครั้ง
การนอนหลับครั้งนี้ช่างแสนสบาย เขาฝันถึงเรื่องราวที่ทั้งนุ่มนวลและหอมหวาน
แต่น่าเสียดายที่เขามีความสุขอยู่ได้ไม่นาน ก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะความรู้สึกเหมือนแผ่นดินไหว
เฉินเซียวลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย
“หืม? เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? ฉันอยู่ที่ไหน?”
ซีอวิ้นหรูมีสีหน้ากระอักกระอ่วนใจ “คะ คุณเฉินคะ คุณอยู่ที่โรงแรมจวินอี๋กั๋วจี้ค่ะ”
“อ้อ”
เฉินเซียวผ่อนคลายลง เมื่อมองเห็นปลายคางมนของซีอวิ้นหรูที่ถูกบดบังไปครึ่งหนึ่ง
“หืม? ทำไมหน้าคุณถึงได้แดงขนาดนี้ล่ะ? ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”
ซีอวิ้นหรูรีบเบือนหน้าหนี ส่ายหน้าเบา ๆ แล้วตอบว่า “มะ ไม่เป็นไรค่ะคุณเฉิน”
เมื่อนำมาปะติดปะต่อกับความฝันเมื่อครู่นี้ เฉินเซียวก็พอจะเดาออกแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
“อะแฮ่ม...... ขอโทษด้วยนะ”
“มะ ไม่เป็นไรค่ะ” ซีอวิ้นหรูนั่งหน้าแดงระเรื่ออยู่ริมเตียง
เฉินเซียวจึงลุกขึ้นยืน “เดี๋ยวผมเลี้ยงข้าวคุณนะ?”
ซีอวิ้นหรูตอบว่า “คุณเฉินคะ เพื่อรักษาหุ่นให้ดูดีอยู่เสมอ ปกติฉันจะไม่ค่อยกินอาหารข้างนอกน่ะค่ะ”
เฉินเซียวรู้ดีว่าพวกผู้หญิงที่คลั่งไคล้ในรูปร่างของตัวเอง สามารถยอมเสียสละอะไรได้บ้าง
“ไม่เป็นไรหรอก เราไปกินอาหารฝรั่งกัน คุณสั่งสเต๊กเนื้อกับไข่ต้มกินก็ได้นี่นา”
“อ้อ ก็ได้ค่ะ”
......
เฉินเซียวกับซีอวิ้นหรูกินข้าวกันที่ร้านอาหารฝรั่งของโรงแรม รูปร่างและหน้าตาของซีอวิ้นหรู กลายเป็นเป้าสายตาของคนทั้งร้านในทันที
เฉินเซียวรู้สึกพึงพอใจลึก ๆ ที่ได้เห็นสายตาอิจฉาตาร้อนของคนรอบข้าง
ท่ามกลางบรรยากาศสลัว ๆ ที่ทางร้านตั้งใจจัดเตรียมไว้ ใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติ และรูปร่างที่สมบูรณ์แบบระดับท็อปของซีอวิ้นหรู ถูกแสงเทียนสลัว ๆ ขับเน้นให้ดูงดงามราวกับภาพวาด
“อวิ้นหรู?”
“คะ?”
“ในเมื่อตอนนี้คุณยังไม่มีแพ็กเกจซี แล้วพอจะมีแพ็กเกจบีบวก......”
ซีอวิ้นหรู “......”