- หน้าแรก
- ระบบเซียนหุ้น: มีแค่ผมที่มองเห็นข้อมูลลับ!
- บทที่ 37 ข่าวจากแวดวงการเงิน
บทที่ 37 ข่าวจากแวดวงการเงิน
บทที่ 37 ข่าวจากแวดวงการเงิน
บทที่ 37 ข่าวจากแวดวงการเงิน
ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง เฉินเซียวถึงยอมขึ้นมาจากสระว่ายน้ำ
นักศึกษาหลายคนที่คอยสังเกตการณ์อยู่ต่างก็รู้สึกสงสัย
ไอ้หนุ่มนั่นมันไปยืนโง่ ๆ อยู่ในน้ำตั้งครึ่งชั่วโมงทำไม?
แต่สำหรับคนที่รู้เรื่อง ก็ย่อมเข้าใจได้ในทันที
ถ้าเป็นตัวเองล่ะก็ แม่งเอ๊ย เผลอ ๆ คงได้หน้าแตกตั้งแต่พริบตาแรกแล้วมั้ง
......
ที่หน้าสระว่ายน้ำ เซี่ยอวี่เตี๋ยเดินตามหลังเฉินเซียวมาติด ๆ เหมือนเด็กที่ทำความผิด เธอหน้าแดงก่ำแล้วพูดขึ้นว่า
“เฉินเซียว ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ”
“ไม่เป็นไรหรอกน่า ฉันไม่ได้โกรธเธอซะหน่อย”
เซี่ยอวี่เตี๋ยยิ้มออกทันที “จริงเหรอ? ดีจังเลย”
“วันนี้ถึงจะไม่ได้ว่ายน้ำ แต่ตอนเธอถอดเสื้อผ้าแล้วน่ารักมากเลยนะ”
“พรวด......”
“ฉันยังใส่ชุดว่ายน้ำอยู่นะ!”
เซี่ยอวี่เตี๋ยพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ไม่เป็นไรหรอกน่า ที่เหลือเดี๋ยวฉันไปจินตนาการต่อเองก็ได้”
เฉินเซียว “......”
“งั้นเธอก็กลับไปนอนจินตนาการต่อที่หอพักเถอะนะ”
เฉินเซียวทั้งปลอบทั้งเกลี้ยกล่อม จนในที่สุดก็ส่งเธอกลับหอพักไปได้
ตกเย็น เฉินเซียวมานั่งดื่มน้ำอัดลมอยู่ที่โรงอาหารด้วยความรู้สึกหงุดหงิดใจเพียงลำพัง
จู่ ๆ ถานเฉิงก็โผล่มา แล้วนั่งลงตรงข้ามเขาทันที
เฉินเซียวชะงักไป “เธอมาทำอะไรเนี่ย?”
ถานเฉิงเม้มปากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นว่า “เฉินเซียว ฉันยังไม่ได้ตกลงกลับไปคบกับหลิวซิงนะ”
เฉินเซียวมองถานเฉิงด้วยความรู้สึกกึ่งขำกึ่งสมเพช แล้วพูดโพล่งออกไปตรง ๆ
“เธอจะมาอธิบายเรื่องนี้กับฉันทำไม? อยากจะคบกับฉันงั้นเหรอ?”
“ฉัน... นาย......”
ถานเฉิงไม่คิดเลยว่าเฉินเซียวจะพูดจาตรงไปตรงมาขนาดนี้
แถมน้ำเสียงของเขาก็ยังดูไม่ยี่หระเอาซะเลย ต่อให้อยากจะคบจริง ๆ ก็รับไม่ได้อยู่ดี
“ใครอยากจะคบกับนายกันล่ะ!”
พูดจบ เธอก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินกระฟัดกระเฟียดจากไป
เฉินเซียวรู้สึกผิดหวังในตัวอดีตเทพธิดาของเขาอย่างสิ้นเชิง
“แม่งเอ๊ย ฉันไปตามจีบคนแบบนี้มาตั้งสี่ปีได้ยังไงวะเนี่ย!”
“เวรเอ๊ย!”
กำลังหงุดหงิดอยู่ดี ๆ ซุนอิ๋งก็โทรเข้ามาพอดี
“ฮัลโหล? พ่อหนุ่มน้อย เมื่อกี้โทรหาพี่สาวมีธุระอะไรหรือเปล่า?”
“ไม่มีอะไรหรอก”
เฉินเซียวตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างหดหู่
“ชิ พี่สาวฟังออกนะยะ เกิดอะไรขึ้นล่ะ? ตอนนี้นายอยู่ไหน?”
“ฉันอยู่ที่โรงอาหาร 3”
“อ้อ โอเค เดี๋ยวฉันรีบไปหา”
พูดจบ ทั้งสองคนก็วางสายกันไป
ผ่านไปไม่ถึงสิบนาที ซุนอิ๋งก็เดินเข้ามาในชุดเดรสยาวลายดอก สวมหมวกปีกกว้างแต่งลูกไม้และแว่นตากันแดด พร้อมกับแต่งหน้าจัดเต็ม
“เฉินเซียว นายเป็นอะไรไป?”
เมื่อเห็นขวดเบียร์วางอยู่ตรงหน้าเขา ซุนอิ๋งก็ถามด้วยความเป็นห่วง
“เฮ้อ!”
เฉินเซียวถอนหายใจยาว แล้วยิ้มตอบ “จะพูดยังไงดีล่ะ? ก็เหมือนกับเทพธิดาที่แอบรักมานาน จู่ ๆ ก็ร่วงหล่นจากหอคอยงาช้าง กลายเป็นแค่นังผู้หญิงจอมปลอมซะงั้น”
ซุนอิ๋งอึ้งไป “นี่นาย...... อกหักงั้นเหรอ?”
“อกหักบ้าอะไรล่ะ ยังไม่ได้เริ่มคบกันเลย จะอกหักได้ไง”
ซุนอิ๋งยิ้ม “ฉันก็นึกว่าเรื่องใหญ่โตอะไรซะอีก แค่นี้เองเหรอ?”
เฉินเซียวไม่ได้อธิบายอะไร สิ่งที่เขาเสียดายคือเวลาสี่ปีในวัยหนุ่มที่สูญเปล่าไปต่างหาก นี่แหละคือสิ่งที่น่าเสียดายที่สุด
ซุนอิ๋งคิดว่าเขาเสียใจจริง ๆ จึงเอื้อมมือเรียวสวยมาลูบแขนเขาเบา ๆ
“อย่าเศร้าไปเลยนะ คืนนี้เดี๋ยวพี่สาวจะปลอบใจนายเอง”
เฉินเซียว “......ไม่ใช่แบบนั้นหรอก”
ซุนอิ๋งพูดต่อ “โธ่เอ๊ย ไม่ต้องอธิบายหรอก พี่สาวเข้าใจดี แต่ฉันก็อยากจะเตือนนายไว้อย่างนะ ลูกผู้ชายต้องให้ความสำคัญกับอนาคตเป็นอันดับแรก ถ้านายประสบความสำเร็จ มีเงินมีทอง ผู้หญิงแบบไหนล่ะที่นายจะหาไม่ได้? เดี๋ยวก็มารอต่อคิวพุ่งเข้าใส่นายเป็นพรวนนั่นแหละ”
เฉินเซียมองซุนอิ๋งด้วยความประหลาดใจ “ความเข้าใจของเธอนี่ลึกซึ้งไม่เบาเลยนะ”
ซุนอิ๋งถอนหายใจ สีหน้าดูเหนื่อยล้า “ก็แค่ชนชั้นนั้นมันไปถึงยากน่ะสิ ทำเต็มที่ก็พอแล้ว อย่าไปกดดันตัวเองมากเกินไปเลย”
เฉินเซียวฟังแล้ว ก็รู้เลยว่าเธอคงไปเจอเรื่องอะไรมาแน่ ๆ
“เป็นอะไรไป? ทำไมถึงดูเศร้าขนาดนี้ล่ะ”
ซุนอิ๋งหยิบขวดเบียร์ที่เฉินเซียวกินเหลือขึ้นมา กระดกอึกใหญ่ แล้วพูดว่า
“วันนี้ไปร่วมงานเลี้ยงกับสิงเหยียนชิ่งมา เหมือนจะเป็นพวกแวดวงการเงินล่ะมั้ง คนที่มาก็มีแต่ระดับบิ๊ก ๆ ทั้งนั้น พอไปอยู่ตรงนั้น ก็รู้สึกเลยว่าตัวเองกับพวกเขาช่างห่างชั้นกันเหลือเกิน แถมยังไม่อยากเอาตัวเข้าแลกด้วย ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะลืมตาอ้าปากได้สักที”
เฉินเซียวขมวดคิ้ว ข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับสิงเหยียนชิ่ง เขาให้ความสนใจเป็นพิเศษอยู่แล้ว
“สิงเหยียนชิ่งคุยเรื่องการเงินด้านไหนเหรอ?”
ซุนอิ๋งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “น่าจะเกี่ยวกับถ่านหินหรืออะไรสักอย่างนี่แหละ ฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน”
“แต่เหมือนฉันจะได้ยินว่า หุ้นเหมืองถ่านหินตัวท็อป ๆ กำลังจะถูกเทขายกดราคาอะไรทำนองนี้นะ”
“อ้อ”
เฉินเซียวจดจำข้อมูลนี้ไว้อย่างเงียบ ๆ ตั้งใจว่าเดี๋ยวจะไปสืบดูสักหน่อย เผื่อจะมีโอกาสสร้างความเดือดร้อนให้หมอนั่นได้บ้าง
“รุ่นพี่ เธอสวยขนาดนี้ ทุกครั้งที่เจอกับสิงเหยียนชิ่ง เธอเอาตัวรอดมาได้ยังไงเนี่ย?”
ซุนอิ๋งยิ้ม “ทำไมล่ะ? ไม่อยากให้ฉันโดนคนอื่นแตะต้องงั้นเหรอ?”
เฉินเซียวคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบ “ถ้าเป็นไปได้ ก็ไม่อยากหรอกนะ”
ซุนอิ๋งใช้นิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากสีแดงสดของตัวเอง แล้วนำไปแตะที่ริมฝีปากของเฉินเซียว พร้อมกับส่งสายตายั่วยวน
“พ่อหนุ่มน้อย พี่สาวรอนายมาเลี้ยงดูอยู่นะ”
เฉินเซียวยิ้มตอบ “ต้องรออีกนานแค่ไหนล่ะ?”
ซุนอิ๋งทำหน้าครุ่นคิด แล้วบอกว่า “คงไม่รอนายไปตลอดชีวิตหรอกนะ เพราะฉะนั้นนายก็ต้องพยายามให้มาก ๆ เข้าล่ะ”
“ตกลง ฉันจะไปสิงสถิตอ่านหนังสือโต้รุ่งที่ห้องสมุดเลย จะได้กลายเป็นคนรวยกับเขาสักที” เฉินเซียวกล่าว
“คิกคิกคิกคิก......”
“วิธีนั้นมันได้ผลช้าไป มากับพี่สาวดีกว่า เดี๋ยวฉันจะสอนวิชาให้เอง”
ซุนอิ๋งลากเฉินเซียวมาที่สนามเทนนิส
พอมืดแล้ว ที่นี่ก็ไม่มีไฟเปิดให้ความสว่าง
เฉินเซียว “......มาที่นี่ทำไมเนี่ย?”
เธอจับตาข่ายเหล็กไว้ หันหน้ามาทางเฉินเซียวแล้วพูดว่า “ที่นี่มีตาข่ายไง จับถนัดมือดีออก”
“ฉันจำได้ว่านายเคยลงเรียนวิชาการเงินนี่นา งั้นนายคงจะชอบเรื่องการร่วมลงทุนมาก ๆ เลยสินะ?”
เฉินเซียวเครื่องร้อนขึ้นมาในทันที
......
ลุงยามที่เดินตรวจตราอยู่นอกสนามเทนนิส ได้ยินเสียงตาข่ายเหล็กสั่นดังแกรก ๆ อยู่นาน
ด้วยความสงสัย แกจึงถือไฟฉายเดินเข้าไปดู
แต่กลับไม่พบใครอยู่ในสนามเทนนิสเลยสักคน แกจึงรู้สึกประหลาดใจมาก
“เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย?”
“ไม่มีคนอยู่ แล้วเสียงมันดังมาจากไหน?”
“เอ๊ะ? ทำไมตรงนี้ถึงมีน้ำเจิ่งนองเต็มไปหมดเลยล่ะ?”
......
เฉินเซียวกับซุนอิ๋งหอบแฮ่ก ๆ วิ่งหนีออกมาจากมหาวิทยาลัย
“ฟู่~~ ตกใจแทบแย่เลย......”
เฉินเซียวถึงกับพูดไม่ออก “ฉันก็ตะหงิด ๆ แล้วเชียวว่าไอ้ตาข่ายเหล็กนี่มันไม่น่าไว้ใจ!”
ซุนอิ๋งพูดเสียงอ่อย “ใครจะไปรู้ล่ะว่าลุงยามแกจะขยันขนาดนี้ล่ะ”
“กลับหอพักกันเถอะ เมื่อกี้ตกใจจนเกือบหดหมดเลยเนี่ย”
ซุนอิ๋งดึงเขาไว้แล้วพูดว่า “เพิ่งจะเริ่มเองนะ อย่าเพิ่งไปสิ ฉันมีวิธีรับมือกับมันน่า”
เฉินเซียว “......”
สุดท้ายก็มาลงเอยที่โรงแรมเดิม
เฉินเซียวยืนอยู่หน้าหน้าต่าง ปล่อยมือลงลูบไล้เส้นผมอันอ่อนนุ่มของซุนอิ๋ง
ซุนอิ๋งเงยหน้าขึ้นถาม “เสร็จหรือยัง?”
“อืม เสร็จแล้ว มาต่อกันเถอะ”
......
หนึ่งชั่วโมงต่อมา......
เฉินเซียวแกล้งบ่น “ไม่ใช่ว่าฉันเป็นคนสอนวิชาให้เธอไปตั้งเยอะหรอกเหรอ?”
“บ้าเหรอ วิชาของนายมันจะไปมีประโยชน์อะไร?”
เฉินเซียวพูดไม่ออก “ไม่มีประโยชน์ก็ดีแล้ว ขืนมีประโยชน์ขึ้นมาก็เป็นเรื่องใหญ่เลยล่ะ......”
ซุนอิ๋งหยิกเขาไปหนึ่งที “นอนเถอะ เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว”
“ยังหัวค่ำอยู่เลย ขออีกรอบเถอะน่า”
“ไม่ไหวแล้ว......”
ตีหนึ่ง
ทั้งสองคนถึงได้นอนกอดร่ายก่ายกันหลับสนิทไป
วันรุ่งขึ้น......
ซูถังโทรมาบอกว่าถึงมหาวิทยาลัยแล้ว
เฉินเซียวเหลือบมองเวลา ก็เห็นว่าใกล้จะเก้าโมงเช้าแล้ว
เขาจึงให้ซูถังขับรถมาจอดรอใต้ตึกโรงแรมเลย
จากนั้นเขากับซุนอิ๋งก็จัดการธุระส่วนตัวจนเสร็จ แล้วพากันเดินลงไปข้างล่าง