- หน้าแรก
- ระบบเซียนหุ้น: มีแค่ผมที่มองเห็นข้อมูลลับ!
- บทที่ 36 ฉันขอตั้งสติก่อนแล้วค่อยไปนะ
บทที่ 36 ฉันขอตั้งสติก่อนแล้วค่อยไปนะ
บทที่ 36 ฉันขอตั้งสติก่อนแล้วค่อยไปนะ
บทที่ 36 ฉันขอตั้งสติก่อนแล้วค่อยไปนะ
เฉินเซียวมานั่งรออยู่พักหนึ่ง แล้วก็เดินไปดูตามหอพักห้องอื่น ๆ
ไอ้พวกนี้ถ้าไม่เล่นเกม ก็ดูหนังโป๊ ไม่ก็กำลังจีบสาวอยู่
เดินดูจนรอบก็พบว่าหม่าอี้เจียยังอยู่ที่นี่
เฉินเซียวพูดไม่ออก วันนี้วันหยุดสุดสัปดาห์ไม่มีการตรวจหอพัก เผลอ ๆ หม่าอี้เจียอาจจะค้างที่นี่เลยก็ได้
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ส่งข้อความไปบอกฉินซินว่าเสี่ยวจี๋พาผู้หญิงมาที่หอพัก ให้ตัดสินใจเอาเองว่าถ้าไม่กลัวอึดอัดก็กลับมาได้เลย
จากนั้นก็โทรหาเหมิงฮุ่ยลี่ เธอเพิ่งจะแต่งตัวเสร็จ กำลังหอบแฮ่ก ๆ บอกว่าคืนนี้จะเลี้ยงข้าวพวกเพื่อนในหอพัก
เฉินเซียวจนปัญญา จึงโทรหาซุนอิ๋งต่อ แต่กลับไม่มีคนรับสาย ไม่นานเธอก็ส่งข้อความกลับมา
[กินข้าวอยู่ข้างนอกนะ ดึก ๆ ถึงจะกลับ]
เฉินเซียว “......”
นี่ขนาดสาว ๆ รอบตัวฉันเยอะขนาดนี้ ยังมีเวลาที่ไม่ว่างตรงกันอีกเหรอเนี่ย?
เขาเลื่อนดูรายชื่อในโทรศัพท์ไปเรื่อย ๆ จู่ ๆ ก็ไปหยุดอยู่ที่ชื่อของเซี่ยอวี่เตี๋ย
พอนึกถึงสายตาที่เธอมองมา เฉินเซียวก็รู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก
ต่อให้เป็นผู้ชายที่เก่งกาจแค่ไหน ก็ไม่อาจต้านทานความชื่นชมจากผู้หญิงได้หรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผู้หญิงคนนั้นสวยซะด้วย
เฉินเซียวเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
เขากดโทรออกไปทันที
“ว้าว! เฉินเซียว ในที่สุดนายก็โทรหาฉันสักที!”
ปลายสายมีเสียงเจื้อยแจ้วดังแทรกเข้ามาด้วย
“โอ้โห แม่นางฟ้าตัวน้อย กำลังรอโทรศัพท์จากหนุ่มที่ไหนอยู่เนี่ย?”
“แม่จ๋า หนูอกหักแล้ว นางฟ้าของหนูไปโปรยเสน่ห์ใส่พวกผู้ชายซะแล้ว......”
“อวี่เตี๋ย เธอสวยขนาดนี้ จะยอมโสดไปตลอดชีวิตเลยเหรอ!!!”
เซี่ยอวี่เตี๋ยพูดไม่ออก “พวกเธอไปไกล ๆ เลย!”
จากนั้นก็มีเสียงกุกกักดังขึ้น เธอคงเปลี่ยนไปคุยที่เงียบ ๆ แล้ว “เฉินเซียว นายโทรมานี่... จะชวนฉันไปเดตเหรอ?”
“เอ่อ...... ถ้าเธอพอจะมีเวลาว่างล่ะก็นะ......”
“ว่างสิ เจอกันที่ไหนดีล่ะ?”
“ถนนคนเดินในมหาลัย ตรงหน้าร้านน้ำผลไม้ปั่นก็แล้วกัน”
“โอเคจ้า เดี๋ยวเจอกันนะ จุ๊บ ๆ”
เฉินเซียว “......”
ถนนคนเดินในมหาวิทยาลัย เป็นเพียงถนนสายเดียวที่มีร้านค้าตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยจินหนิง
ในเวลาที่ไม่มีเรียนหรือช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่นี่จะคึกคักเป็นพิเศษ
ร้านชานมไข่มุกยุคแรก ๆ ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แต่ร้านน้ำผลไม้ปั่นกลับดูเงียบเหงากว่ามาก
นั่นก็เพราะน้ำผลไม้ปั่นมีราคาสูง แก้วหนึ่งตั้งสิบกว่าหยวน
เมื่อนำไปเทียบกับชานมไข่มุกราคาแค่สามสี่หยวน ก็สู้ไม่ได้เลยสักนิด
อย่าไปพูดเรื่องสุขภาพกับวัยรุ่นเลย เพราะความตระหนักเรื่องสุขภาพมักจะเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จของพวกเขาเสมอ......
ก็เพราะความหนุ่มแน่นนี่แหละ พวกเขาถึงกล้าใช้ชีวิตอย่างสุดเหวี่ยง
กินหมากพลูสูบบุหรี่ กินปิ้งย่างแกล้มเหล้า อดหลับอดนอนโต้รุ่ง ดูหนัง(โป๊)มาเป็นร้อยเป็นพันเรื่อง
พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้ทั่วไปในวัยนี้
ไม่นานนัก เซี่ยอวี่เตี๋ยในชุดเดรสยาวสีขาวแต่งขอบลูกไม้ก็เดินมาแต่ไกล
ตลอดทางที่เดินมา เธอเป็นจุดสนใจของทั้งชายและหญิงอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่เธอกลับเดินตรงดิ่ง สายตาจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าร้านน้ำผลไม้ปั่น ซึ่งเป็นโลกทั้งใบของเธอเพียงคนเดียว
“ฮิฮิ เฉินเซียว นายอยากกินอะไรล่ะ? ฉันเลี้ยงเอง”
เฉินเซียวเหลือบมองพวกหนุ่ม ๆ ที่อกหักดังเป๊าะอยู่รอบ ๆ แล้วเอ่ยว่า “ให้ฉันเลี้ยงเธอดีกว่า เธออยากกินอะไรล่ะ?”
เซี่ยอวี่เตี๋ยตบเคาน์เตอร์เบา ๆ “ขอ ‘พิงค์กี้เลิฟ’ หวานร้อยใส่น้ำแข็ง!”
เฉินเซียวยิ้มบาง ๆ
หวานร้อยใส่น้ำแข็ง ก็เหมือนกับนิสัยของเซี่ยอวี่เตี๋ยนั่นแหละ
สำหรับคนที่เธอชอบ เธอพร้อมจะหวานใส่จนเลี่ยน
แต่ถ้าไม่ชอบ เธอก็จะเย็นชาและหยิ่งยโสใส่
ทั้งสองคนถือแก้วน้ำผลไม้ปั่น เดินเคียงคู่กันไปในมหาวิทยาลัย
ต่างฝ่ายต่างก็เล่าเรื่องตลก ๆ ให้กันฟัง
แต่ถึงกระนั้น อากาศช่วงกลางฤดูร้อนก็ยังคงร้อนระอุอยู่ดี พอน้ำผลไม้ปั่นเย็น ๆ หมดแก้ว คลื่นความร้อนก็แผ่ซ่านเข้าสู่ร่างกาย ทำให้รู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที
เซี่ยอวี่เตี๋ยเงยหน้ามองสระว่ายน้ำ ก่อนจะหันมามองรูปร่างของเฉินเซียวตั้งแต่หัวจรดเท้า
“เฉินเซียว เราไปว่ายน้ำกันไหม?”
เฉินเซียวชะงัก “หา? วะ ว่ายน้ำเหรอ?”
“อืม อากาศร้อนขนาดนี้ เหมาะกับการว่ายน้ำจะตายไป”
เฉินเซียวมองไปที่สระว่ายน้ำระดับชาติของมหาวิทยาลัย ในอดีตชาติเขาแทบไม่ได้มาใช้บริการเลย ช่างน่าเสียดายจริง ๆ
“ก็ได้ งั้นไปว่ายน้ำกัน”
ทั้งสองคนไม่ได้กลับไปเอาชุดว่ายน้ำที่หอ แต่เลือกที่จะไปซื้อชุดใหม่ที่หน้าสระว่ายน้ำเลย
จากนั้นก็แยกย้ายกันไปเปลี่ยนชุด
เฉินเซียวสวมชุดว่ายน้ำเรียบง่าย กางเกงว่ายน้ำ หมวก และแว่นตา แล้วเดินเข้าไปรอด้านในก่อน
เขายืนรออยู่สิบกว่านาที ถึงได้เห็นเซี่ยอวี่เตี๋ยกอดอกเดินย่องเข้ามาเหมือนขโมย
ทันทีที่เธอเดินเข้ามา สายตาของหนุ่ม ๆ ทั้งสระก็พุ่งเป้าไปที่เธอเป็นจุดเดียว
รูปร่างเล็กกะทัดรัดของเซี่ยอวี่เตี๋ยดูน่ารักน่าทะนุถนอม แถมยังมีสัดส่วนที่ชัดเจนและขนาดที่พอเหมาะพอเจาะ ผิวขาวราวหิมะ ใบหน้าก็สวยเฉี่ยวและดูเย่อหยิ่ง
นี่คือขั้วตรงข้ามของความเซ็กซี่ ซึ่งเรียกความสนใจในสระว่ายน้ำได้ไม่แพ้กันเลย
รูปลักษณ์ของเธอ ปลุกสัญชาตญาณความเป็นผู้นำของผู้ชายให้ลุกโชนขึ้นมาทันที
พอเซี่ยอวี่เตี๋ยเห็นเฉินเซียว เธอก็รีบเดินตรงเข้าไปหา
ใบหน้าน่ารักของเธอแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย
เฉินเซียว “......”
“เธอไม่เคยมาสระว่ายน้ำเหรอ?”
เซี่ยอวี่เตี๋ยรีบไปหลบหลังเฉินเซียว เพื่อบังสายตาโลมเลียของพวกผู้ชายกลุ่มใหญ่
“ฉะ ฉันไม่เคยมาจริง ๆ”
เฉินเซียวพูดไม่ออก “แล้วเธอว่ายน้ำเป็นเหรอ?”
เซี่ยอวี่เตี๋ยเบิกตากว้าง ส่ายหน้าปฏิเสธ “ฉันว่ายไม่เป็นหรอก”
เฉินเซียว “......”
ว่ายไม่เป็นแล้วยังจะชวนมาสระว่ายน้ำอีก สรุปนี่เธอมาว่ายน้ำจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย?
เซี่ยอวี่เตี๋ยหน้าแดงก่ำแล้วพูดขึ้นว่า “ฉันว่ายไม่เป็น แต่นายว่ายเป็นไม่ใช่เหรอ? นายก็สอนฉันสิ!”
เฉินเซียวถอนหายใจ “ก็ได้ ลงไปสิ”
“ไม่เอา นายต้องอุ้มฉัน ฉันกลัว......”
เฉินเซียวรู้สึกกระอักกระอ่วน “อะแฮ่ม... คนมองเยอะแยะเลยนะ.....”
“งะ งั้นนายก็ลงไปก่อน แล้วก็คอยรับฉันไว้นะ ฉันกลัวจมน้ำตาย”
เฉินเซียวแทบอยากจะกระอักเลือด นี่เธอมาว่ายน้ำด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังจะไปตายเลยใช่ไหมเนี่ย?
“ตกลง”
เฉินเซียวกระโดดลงไปในสระก่อน แล้วกางแขนออก “มาสิ ไม่ต้องกลัวนะ”
เซี่ยอวี่เตี๋ยถึงกล้านั่งริมสระ แล้วค่อย ๆ หย่อนตัวลงมาทีละนิด
เธอกลัวน้ำเอามาก ๆ ใบหน้าเล็ก ๆ เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก และกัดริมฝีปากแน่น
พอลงมาถึง เธอก็โผเข้ากอดเฉินเซียวแน่นราวกับปลาหมึกเกาะหนึบ
เฉินเซียว “......”
พวกผู้ชายรอบข้างพากันตบหน้าผากตัวเองดังฉาด ทนดูภาพบาดตาบาดใจนี้ไม่ไหว จึงพากันสบถด่าแล้วเดินหนีไป
ทั้งสองคนต่างก็สวมชุดว่ายน้ำ เฉินเซียวสัมผัสได้ถึงความเร่าร้อนในร่างกายที่พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที และเริ่มจะควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้ว......
“นะ นี่ เธอลงไปเถอะ.....”
เซี่ยอวี่เตี๋ยกอดคอเฉินเซียวแน่น ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างแรง “ไม่ ฉันไม่ลง ฉันกลัวจมน้ำตาย......”
“ตะ แต่ถ้าเธอทำแบบนี้ แล้วจะว่ายน้ำได้ยังไงล่ะ?”
“นายก็กอดฉันว่ายสิ”
เฉินเซียวขยับตัวไปใกล้ ๆ ขอบสระ หันหน้าเข้าหากำแพงเพื่อบังความน่าอาย
คิดในใจว่า จะให้ฉันว่ายยังไงวะ ขืนมีคนเห็น ฉันคงต้องย้ายมหาวิทยาลัยหนีแล้วล่ะ
“เธอกอดฉันแน่นเกินไป ฉันหายใจไม่ออกแล้วนะ!”
เซี่ยอวี่เตี๋ยชะงักไปเล็กน้อย เธอผ่อนแรงกอดที่คอของเขาลง และเอนตัวไปข้างหลังนิดหน่อย เพื่อให้เฉินเซียวพอมีช่องว่างสำหรับหายใจบ้าง
“อ้อ ขะ ขอโทษนะ”
ถ้าไม่ใช่เพราะเฉินเซียวทนไม่ไหวจริง ๆ เขาคงไม่ยอมผละออกจากความนุ่มนวลและอบอุ่นนั้นหรอก
“อะแฮ่ม... ไม่เป็นไร ค่อย ๆ ลงมานะ ไม่ต้องเกร็ง ฉันไม่ปล่อยให้เธอจมน้ำหรอก”
เฉินเซียวพยายามเกลี้ยกล่อมอยู่นาน กว่าเซี่ยอวี่เตี๋ยจะเริ่มผ่อนคลาย และค่อย ๆ ปล่อยตัวลงมาจากตัวของเขา
“เอ๊ะ? เหมือนฉันจะไปขูดโดนอะไรเข้าเลย”
เฉินเซียว “......”
“ไม่ เธอไม่ได้ขูดโดนอะไรทั้งนั้นแหละ!”
จู่ ๆ เซี่ยอวี่เตี๋ยก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ใบหน้าของเธอแดงก่ำไปถึงใบหู
“ฉะ เฉินเซียว นาย... โอเคไหม?”
เฉินเซียว “......”
“ฉะ ฉันไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ ตอนนี้ฉันหันหลังไม่ได้น่ะ”
“งั้นเอาเป็นว่า... เรากลับกันเถอะ......”
“เธอขึ้นไปก่อนนะ ฉันขอตั้งสติก่อนแล้วค่อยไป”
เซี่ยอวี่เตี๋ย “......”