- หน้าแรก
- ระบบเซียนหุ้น: มีแค่ผมที่มองเห็นข้อมูลลับ!
- บทที่ 31 สี่สิบเปอร์เซ็นต์
บทที่ 31 สี่สิบเปอร์เซ็นต์
บทที่ 31 สี่สิบเปอร์เซ็นต์
บทที่ 31 สี่สิบเปอร์เซ็นต์
วันนี้กว่าเฉินเซียวจะปลีกตัวจากการซื้อขายหุ้นได้ก็แทบแย่ แต่กลับต้องมาโดนเซี่ยอวี่เตี๋ยป่วนจนเหนื่อยกว่าเดิมเสียอีก
แม่มดน้อยจอมร้อยเล่ห์คนนี้ สีหน้าท่าทางของเธอช่างมีลูกเล่นแพรวพราวซะจริง ๆ
ถ้าเฉินเซียวทำเสียงดุใส่ เธอก็จะเปลี่ยนสีหน้าเป็นลูกหมาน้อยผู้น่าสงสารทันที ทำเอาเขาใจอ่อนยวบ
แต่ถ้าไม่ดุ เธอก็จะจับเฉินเซียวมาหยอกล้อเล่นราวกับเป็นตุ๊กตาผ้าขนสัตว์
“เวรเอ๊ย จะลูบหัวหมามันก็ต้องมีศิลปะหน่อยสิวะ เล่นลูบเอา ๆ แบบนี้ได้ไงวะ!”
เฉินเซียวถอนหายใจยาว ๆ และยอมแพ้ที่จะขัดขืน
ทันทีที่เสียงกริ่งบอกเวลาเลิกเรียนในคาบสุดท้ายดังขึ้น เฉินเซียวก็ลุกพรวดเตรียมตัวจะชิ่ง แต่ก็ไม่พ้นเงื้อมมือของเธออยู่ดี
เซี่ยอวี่เตี๋ยดึงชายเสื้อของเขาไว้ แล้วทำปากจู๋น่ารัก ๆ พลางออดอ้อนว่า “ฉันหิวแล้วอะ ฉันเลี้ยงข้าวนายดีไหม?”
เฉินเซียว “......”
“นี่ลูกพี่ หิวก็ไปกินเองสิ! จะมาเลี้ยงฉันทำไม? ฉันไม่ได้หิวซะหน่อย!”
เซี่ยอวี่เตี๋ยยังคงส่งสายตาหวานเชื่อมจ้องมองเขาไม่กะพริบ
สุดท้ายเฉินเซียวก็ใจอ่อนจนได้ “ก็ได้”
พอดีเลย จะได้หาที่เงียบ ๆ คุยกันให้รู้เรื่องไปเลย
ณ ร้านแฮมเบอร์เกอร์โนเนมแห่งหนึ่งในมหาวิทยาลัย เซี่ยอวี่เตี๋ยกอดแก้วโคล่าไซซ์จัมโบ้ดูดปรื๊ด ๆ อย่างมีความสุข
เฉินเซียวถอนหายใจออกมา “นี่ลูกพี่ ขืนเธอทำแบบนี้ต่อไป อาจารย์ได้เพ่งเล็งฉันแน่ ๆ แล้วทีนี้ชีวิตฉันจะอยู่สงบสุขได้ยังไงเนี่ย?”
เซี่ยอวี่เตี๋ยวางแก้วโคล่าลงบนโต๊ะ
“อยากให้ฉันเลิกยุ่งกับนายมันก็ง่ายนิดเดียวนะ”
เฉินเซียวรีบถาม “ว่ามาสิ มีเงื่อนไขอะไร?”
เซี่ยอวี่เตี๋ยเอานิ้วจิ้มกล้ามหน้าท้องของเขาอีกแล้ว “ถ้าไม่อยากให้ฉันไปวอแวนายต่อหน้าคนเยอะ ๆ ก็หาที่เงียบ ๆ ให้ฉันไปวอแวนายสองต่อสองสิ”
เฉินเซียว “......”
จะว่าไปเซี่ยอวี่เตี๋ยก็หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูสไตล์สาวหวานจริง ๆ นั่นแหละ
เฉินเซียวก็รู้สึกชอบผู้หญิงสไตล์นี้อยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอยากจะล่วงเกินอะไร
เป็นสไตล์ที่มองแล้วเพลินตา แต่ไม่ได้มีความคิดอกุศลอะไรด้วย
“นี่... นี่... เธอไปหาแฟนเป็นตัวเป็นตนสักคนไม่ดีกว่าเหรอ? ฉันมันเป็นพวกผู้ชายเฮงซวยนะ!”
เซี่ยอวี่เตี๋ยทำหน้าครุ่นคิด “ผู้ชายเฮงซวยงั้นเหรอ? เอ๊ะ? คำนี้ฟังดูมีความหมายลึกซึ้งดีจัง คิกคิกคิก... ฉันจำไว้ใช้บ้างดีกว่า”
เฉินเซียวรู้สึกเอือมระอา “ฉันกำลังพูดถึงตัวเองอยู่นะ ฉันเนี่ยแหละผู้ชายเฮงซวย!”
“อ้อ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ? ฉันไม่ได้จะมาสานสัมพันธ์ลึกซึ้งอะไรกับนายซะหน่อย”
เฉินเซียวถึงกับไปไม่เป็น
“โอเค ๆ เธอชนะแล้ว”
“เย้!” เซี่ยอวี่เตี๋ยกระโดดโลดเต้นอย่างผู้ชนะ “สุดสัปดาห์นี้ไปเที่ยวเป็นเพื่อนฉันนะ”
เฉินเซียวบอกปัด “สุดสัปดาห์นี้ไม่ว่าง นัดสาวไว้แล้ว”
เซี่ยอวี่เตี๋ยทำปากยื่นปากยาว “งั้นฉันขอจองคิวสุดสัปดาห์หน้าเลยนะ”
เฉินเซียวถอนหายใจอย่างจำยอม “เฮ้อ ได้ ๆ แต่ก่อนจะถึงสุดสัปดาห์หน้า ห้ามมาโผล่หน้าในห้องเรียนของพวกฉันอีกนะ!”
“ได้เลยจ้า ดีล”
เฉินเซียวถอนหายใจอย่างโล่งอก “โอเค งั้นฉันไปล่ะ”
“อืม บ๊ายบาย”
......
เมื่อกลับมาถึงหอพัก ก็เป็นธรรมดาที่จะต้องโดนพวกเพื่อน ๆ แซวตามระเบียบ
“เชี่ยเอ๊ย ไอ้เซียว ยืดอกรับหน่อยสิวะ ให้พ่อดูหน่อยซิว่านายยืดอกรับความจริงหรือเปล่า” ฉินซินแซวเสียงหลง
“ไสหัวไป! ไอ้โง่เอ๊ย คิดว่าฉันเป็นคนอย่างนายหรือไง?”
“พี่เซียว ไปสอยสาวมาจากไหนเนี่ย? โคตรสวยเลย สเปกในฝันของผมเลยนะเนี่ย”
“เฮ้ย ผู้หญิงคนนี้ฉันคุ้น ๆ นะ เหมือนตอนปีหนึ่งที่มีคนจัดอันดับดาวคณะ เธอน่าจะเป็นดาวคณะของคณะภาษาต่างประเทศนะ”
“เชี่ย จริงดิ?”
......
เรื่องซุบซิบนินทาของพวกผู้ชายเนี่ย มาไวไปไวซะจริง ๆ
พอเริ่มเล่นเกมโดต้ากัน ไอ้พวกสัตว์ป่าพวกนี้ก็มัวแต่ก่นด่าเพื่อนร่วมทีมกับคู่แข่งจนลืมเรื่องอื่นไปสนิท
เฉินเซียวถึงได้หลุดพ้นจากวงโคจรแห่งการถูกแซว
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
เฉินเซียวก็ยังคงไปวิ่งออกกำลังกายตามปกติ
เซี่ยอวี่เตี๋ยสะพายกระเป๋าใบเล็ก ๆ นั่งหาวหวอด ๆ อยู่บนอัฒจันทร์
เฉินเซียวรู้สึกเพลียใจ “ทำไมเธอถึงมาอีกแล้วเนี่ย? ในเมื่อเธอไม่ได้มาวิ่งซะหน่อย”
เซี่ยอวี่เตี๋ยตอบหน้าตาเฉย “ก็ฉันไม่ได้ไปที่ห้องเรียนของนายนี่นา แถมอยู่ที่นี่ก็ไม่มีใครรู้จักนายด้วย”
เฉินเซียว “......”
“ไม่มีใครรู้จักฉัน แล้วไม่มีใครรู้จักเธอด้วยหรือไง? เธอลองมองดูไอ้พวกสัตว์ป่าแถวนี้สิ”
เซี่ยอวี่เตี๋ยหันไปมองรอบ ๆ ก็พบว่ามีสายตาของหนุ่ม ๆ หลายคู่แอบมองมาทางนี้จริง ๆ ด้วย
“จะมองก็มองไปสิ เนื้อฉันไม่ได้หลุดไปสักก้อนซะหน่อย นี่ รีบไปวิ่งได้แล้วน่า ฉันจะนั่งดูนายอยู่ตรงนี้แหละ”
เฉินเซียว “......”
วันนี้เขารู้สึกฟิตเป็นพิเศษ วิ่งรวดเดียวสี่พันเมตรถึงจะยอมหยุด
เซี่ยอวี่เตี๋ยรีบวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาหา ดึงแขนเขาให้ไปนั่งพักบนอัฒจันทร์ หยิบผ้าขนหนูออกมาจากกระเป๋าสะพาย แล้วค่อย ๆ ซับเหงื่อตามร่างกายให้เขาอย่างเบามือ
จากนั้นก็หยิบกระติกน้ำอุ่นออกมา เปิดฝาแล้วป้อนน้ำให้เขาดื่ม
เฉินเซียวรีบคว้ากระติกน้ำมาถือไว้ แล้วยกดื่มเอง
“อะแฮ่ม... ตัวฉันเหม็นเหงื่อจะตายอยู่แล้ว เธออยู่ห่าง ๆ ฉันหน่อยเถอะน่า”
“ไม่เอา ฉันไม่ได้รังเกียจนายสักหน่อย”
พูดจบ เธอก็ยื่นมือมาจัดทรงผมที่ยุ่งเหยิงเพราะโดนลมพัดของเฉินเซียวให้เข้าที่
“ขนาดอาไตที่บ้านฉัน ฉันยังไม่เคยดูแลเอาใจใส่ขนาดนี้เลยนะ นายยังจะมาทำเป็นไม่พอใจอีกเหรอ?”
เฉินเซียวชะงักไป “อาไตที่บ้านเธอนี่คือ......”
“อ้อ น้องหมาน่ะ”
“พรวด......”
......
สำหรับเซี่ยอวี่เตี๋ยแล้ว ในตอนแรกเฉินเซียวรู้สึกต่อต้านเธออยู่บ้าง เพราะเธอเข้ามาทำให้ชีวิตของเขาวุ่นวาย
แต่มาตอนนี้เขากลับเริ่มรู้สึกเพลิดเพลินเสียแล้ว เพราะไม่มีใครสามารถปฏิเสธความอ่อนโยนเอาใจใส่ของเซี่ยอวี่เตี๋ยได้ลงหรอก
โดยเฉพาะสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและชื่นชมเวลาที่เธอมองมาที่เขา
แน่นอนว่า บางทีเธออาจจะแค่หลงใหลในรูปร่างหน้าตาของเขาก็ได้
แต่นั่นก็ไม่เป็นไรหรอก เพราะรูปร่างหน้าตาก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของตัวเขาเองนี่นา
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ เซี่ยอวี่เตี๋ยก็เดินหาวหวอด ๆ กลับหอพักไป ปากก็พร่ำบ่นว่าจะไปนอนชดเชย
พอเฉินเซียวกลับมาถึงหอพัก ซูถังก็โทรเข้ามาพอดี
“ฮัลโหล? เจ้านายคะ ตื่นหรือยังคะ?” ซูถังถามหยั่งเชิง
“อืม ปกติผมตื่นตอนเจ็ดโมงเช้าน่ะ แล้วก็ออกกำลังกายอีกหนึ่งชั่วโมง ประมาณแปดโมงเช้าก็ว่างแล้วล่ะ”
การบอกตารางชีวิตประจำวันให้ลูกน้องรู้ ถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้ทั้งตัวเองและลูกน้องในการทำงานร่วมกัน
“รับทราบค่ะ อาคารสำนักงานฉันจัดการหาให้เรียบร้อยแล้วนะคะ นักเทรดก็หามาได้ 5 คนแล้วด้วย เจ้านายพอจะมีเวลาสัมภาษณ์พวกเขาบ้างไหมคะ?”
เฉินเซียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “งั้นเอาเป็นวันนี้เลยก็แล้วกัน คุณมารับผมหน่อยสิ จะได้ไปดูสถานที่ทำงานด้วยกันเลย”
“ได้ค่ะ”
......
ยี่สิบนาทีต่อมา รถของซูถังก็มาจอดเทียบท่าอยู่ที่หน้าอาคาร 5
เฉินเซียวในชุดกีฬาเดินลงมา แล้วเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง
ก่อนหน้านี้ที่เขาไปนั่งเบาะหน้าคู่คนขับ ก็เพราะเป็นการติดรถมาด้วย จึงต้องทำตามมารยาท
แต่ตอนนี้ซูถังกลายมาเป็นลูกน้องของเขาแล้ว เฉินเซียวจึงเลือกที่จะนั่งเบาะหลังอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ
“ไปกันเถอะ”
“ค่ะ”
“ซูถัง เอาแบบนี้นะ ต่อไปผมจะเพิ่มค่าน้ำมันให้คุณเดือนละ 5,000 หยวนนะ”
ซูถังตกใจ ค่าน้ำมัน...... มันไม่เยอะไปหน่อยเหรอ......
“จะ เจ้านายคะ มันจะเยอะเกินไปหรือเปล่าคะ”
เฉินเซียวยิ้มบาง ๆ “ไม่เยอะหรอก คุณต้องรับบทเป็นคนขับรถให้ผมด้วยนะ”
“แต่นั่นมันก็......” ซูถังยังคงพยายามปฏิเสธ
“เอาตามนี้นะ” เฉินเซียวพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เขาไม่อยากจะมามัวเถียงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้อีก
“อ้อ ได้ค่ะ” ซูถังรู้จังหวะจึงยอมหุบปากลง
สถานที่ตั้งออฟฟิศที่เธอหามาให้ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำฉางเถิง ซึ่งเป็นย่านธุรกิจที่เจริญที่สุด
สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แถมยังอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยจินหนิงเพียงสิบกว่านาทีเท่านั้น
เฉินเซียวรู้สึกพอใจมาก แม้ว่าในอนาคตอาจจะมีออฟฟิศที่ดีกว่านี้ แต่ถ้าดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ ก็คงไม่มีที่ไหนสู้ที่นี่ได้อีกแล้ว
“เจ้านายคะ ถึงแล้วค่ะ”
เฉินเซียวเหลือบมองนาฬิกา ตอนนี้เป็นเวลาเก้าโมงครึ่งแล้ว
“เดี๋ยวก่อน ค่อยขึ้นไป”
“ค่ะ” ซูถังรับคำสั้น ๆ โดยไม่ได้ถามเหตุผลให้มากความ
เฉินเซียวหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วเปิดแอปพลิเคชันของบริษัทหลักทรัพย์
และก็เป็นไปตามคาด หุ้นบริษัทจื้อซินกวงเตี้ยนเปิดตลาดมาก็พุ่งทะยานจนติดซิลลิ่งในทันที
แถมยังมีคำสั่งซื้อกองพะเนินรออยู่อีกหลายล้านล็อต
เฉินเซียวหันไปดูข้อความลึกลับ
[วันที่ 7 มิถุนายน หุ้นของบริษัทไห่ซานอวี๋เย่เพิ่มขึ้นสูงสุด 6.69%]
พรุ่งนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ตลาดหุ้นปิดทำการ พอวันจันทร์เปิดมาก็มีการเปลี่ยนตัวหุ้นไปเป็นบริษัทอื่น ซึ่งมีอัตราการเติบโตแค่หกเปอร์เซ็นต์เท่านั้น
เฉินเซียวจึงตัดสินใจล้างพอร์ตหุ้นบริษัทจื้อซินกวงเตี้ยนทันทีโดยไม่ลังเล
วันแรกทำกำไรไปได้ 30% วันที่สองพุ่งชนซิลลิ่งอีก 10% รวมแล้วได้กำไรทั้งหมด 40%
จากเงินต้น 16 ล้านหยวนที่ถูกขยายด้วยเลเวอเรจ ทำกำไรไปได้เหนาะ ๆ 6.4 ล้านหยวน
หาเงินได้เร็วกว่าไปปล้นธนาคารซะอีก!