เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 ใครอยากจะได้หัวใจของนายกันล่ะ?

บทที่ 30 ใครอยากจะได้หัวใจของนายกันล่ะ?

บทที่ 30 ใครอยากจะได้หัวใจของนายกันล่ะ?


บทที่ 30 ใครอยากจะได้หัวใจของนายกันล่ะ?

ไม่ใช่แค่เพียงเพราะคำพูดทิ่มแทงใจดำของหญิงสาวน่ารักอ่อนหวานคนนี้เท่านั้น

แต่ยังมีอีกเรื่องที่เธอคิดไม่ตก ทำไมจู่ ๆ ข้างกายเฉินเซียวถึงมีสาวสวยโผล่มาไม่ซ้ำหน้าเลยล่ะ

หรือว่าเขาตั้งใจหามาเพื่อยั่วโมโหเธอ?

อืม บางทีอาจจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ ก็ได้!

......

เฉินเซียวไม่คาดคิดเลยว่าถานเฉิงจะบังเอิญเดินผ่านมาพอดี เขาไม่ได้ตั้งใจจะอวดอ้างอะไรเลยสักนิด

“อย่าพูดเกินจริงไปหน่อยเลย ฉันก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้วิเศษวิโสอะไรอย่างที่เธอพูดหรอก”

เซี่ยอวี่เตี๋ยเถียงกลับทันควัน “ไม่จริงหรอก นายวิเศษที่สุดเลยต่างหาก”

“ในเมื่อนายไม่มีแฟน...... งั้นฉันก็เบาใจได้แล้วล่ะ”

เฉินเซียว “......”

“เธอหมายความว่ายังไง?”

เซี่ยอวี่เตี๋ยจ้องมองเขาด้วยสายตาหวานซึ้ง “ไม่ต้องเกร็งไปหรอก ตอนแรกฉันยังแอบคิดหนักอยู่เลยว่าจะแย่งนายมาจากแฟนดีไหม แต่ในเมื่อตอนนี้รู้แล้วว่านายไม่มีใคร ฉันก็ไม่มีอะไรให้ต้องรู้สึกลำบากใจอีกแล้วล่ะ”

“นะ นี่เธอพูดเรื่องอะไรเนี่ย? ถ้าฉันไม่มีแฟน ก็ไม่มีใครสามารถแย่งชิงหัวใจของฉันไปได้หรอกนะ”

“ใครอยากจะได้หัวใจของนายกันล่ะ? เป้าหมายของฉันคือการได้ครอบครองเรือนร่างของนายต่างหากล่ะ”

เฉินเซียว “......”

“เอ่อ...... ฉันยังมีธุระต้องไปทำอีก เธอค่อย ๆ กินไปนะ”

พูดจบ เฉินเซียวก็คว้าโทรศัพท์มือถือแล้ววิ่งหนีไปทันที

เซี่ยอวี่เตี๋ยมองตามแผ่นหลังของเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหล

“จุ๊ ๆ ดูช่วงขานั่นสิ... เสน่ห์แรงจนแทบจะกลืนกินวิญญาณได้เลยนะเนี่ย แล้วดูเอวนั่นสิ... มันคือมีดที่พร้อมจะปลิดชีพสาว ๆ ได้เลยนะ...... เพอร์เฟกต์สุด ๆ ไปเลย!”

“สูดดด~~”

......

เฉินเซียววิ่งหนีไปได้หลายสิบเมตร ถึงกล้าหันกลับไปมอง

“ฟู่~~”

“สาว ๆ สมัยนี้ น่ากลัวกันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?”

สายตาของเซี่ยอวี่เตี๋ยที่มองมา ราวกับอยากจะจับเขาแก้ผ้าให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

ทั้ง ๆ ที่เธอดูเป็นเด็กสาวร่างเล็กน่ารักน่าทะนุถนอม แต่กลับเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับร่างกายของเขาตลอดเวลา แบบนี้ใครมันจะไปทนไหว?

เมื่อดูเวลา ก็ใกล้จะเก้าโมงเช้าแล้ว

เฉินเซียวจึงรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น

หลังจากกลับไปอาบน้ำอย่างรวดเร็ว เขาก็มานั่งประจำที่อยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือ

ทันทีที่เปิดตลาด หุ้นบริษัทจื้อซินกวงเตี้ยนก็พุ่งกระฉูดจนติดซิลลิ่งในพริบตา

เดิมทีเฉินเซียวตั้งใจจะขายหุ้นทิ้ง แต่พอเหลือบไปเห็นข้อความลึกลับเข้า เขาก็ชะงักไปทันที

[วันที่ 4 มิถุนายน หุ้นของบริษัทจื้อซินกวงเตี้ยนเพิ่มขึ้นสูงสุด 10.00%]

กลับกลายเป็นว่าข้อความนั้นเป็นข้อมูลเกี่ยวกับหุ้นจื้อซินกวงเตี้ยนอีกแล้ว

นั่นหมายความว่าพรุ่งนี้ราคาหุ้นก็จะพุ่งทะยานจนติดซิลลิ่งอีกครั้ง

เฉินเซียวรู้สึกหงุดหงิดใจเล็กน้อย นั่นเท่ากับว่าวันนี้เขาจะไม่สามารถทำการซื้อขายหุ้นใด ๆ ได้เลย

ในเมื่อตอนนี้มันพุ่งขึ้นไปติดเพดานซิลลิ่งแล้ว พรุ่งนี้ราคาก็จะดีดตัวขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ 10% อย่างแน่นอน คงเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดเหตุการณ์พลิกผันใด ๆ ขึ้นอีก

นับตั้งแต่เริ่มต้นลงทุนมาจนถึงวันนี้ ราคาหุ้นของเขาปรับตัวสูงขึ้นไปแล้วถึง 30% ซึ่งทำกำไรให้เขาได้เป็นกอบเป็นกำถึง 4.8 ล้านหยวนเลยทีเดียว

หากพรุ่งนี้ราคาพุ่งทะยานจนติดซิลลิ่งอีกครั้ง ผลกำไรของเขาก็จะเพิ่มพูนขึ้นไปเป็น 6.4 ล้านหยวนอย่างไม่ต้องสงสัย

ไม่น่าเชื่อว่าเฉินเซียวจะรู้สึกหงุดหงิดใจ เพียงเพราะวันนี้เขาทำเงินเพิ่มได้อีกแค่ล้านกว่าหยวนเท่านั้นเอง

จู่ ๆ เขาก็ตระหนักได้ว่าตัวเองเริ่มโลภมากจนเกินพอดีเสียแล้ว

เขาส่ายหัวสลัดความคิดฟุ้งซ่านเหล่านั้นทิ้งไป ก่อนจะปิดโทรศัพท์มือถือแล้วลุกไปเรียน

ถึงยังไงการลงทุนในตลาดหุ้นช่วงนี้ก็ราบรื่นดี ไม่มีปัญหาอะไรให้ต้องกังวลอยู่แล้ว

ส่วนจี๋หรงเจิงก็ยังคงหมกมุ่นอยู่กับการเล่นเกมอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่สีหน้าของเขากลับดูไม่ค่อยสู้ดีนัก

ไม่รู้เหมือนกันว่าสาวน้อยจากคณะดุริยางคศิลป์ที่ชื่อหม่าอี้เจียคนนั้น จะเดินตามรอยความสัมพันธ์แบบเดียวกับเหมิงฮุ่ยลี่ในชาติก่อนหรือเปล่านะ

แต่ถึงกระนั้น เรื่องพวกนี้มันก็เป็นเพียงแค่ความคิดเรื่อยเปื่อยที่เฉินเซียวเอาไว้คิดเล่น ๆ ฆ่าเวลาในยามว่างเท่านั้นแหละ พอถึงเวลาเรียน เขาก็ไม่มีเวลามามัวนั่งคิดเรื่องพรรค์นี้อีกแล้ว แค่รับมือกับเซี่ยอวี่เตี๋ยคนเดียว เขาก็แทบจะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว

เพื่อนร่วมชั้นปี 2 ห้อง 2 ต่างก็พากันตกตะลึงจนตาค้าง

ที่โต๊ะด้านหลังสุด มีสาวน้อยหน้าตาน่ารักระดับเทพธิดาคนหนึ่งนั่งอยู่เคียงข้างเฉินเซียว แถมเธอยังคอยก่อกวนเขาไม่หยุดหย่อนอีกด้วย

ในขณะที่เฉินเซียวเอาแต่เบี่ยงตัวหลบด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเอือมระอา

“เธอก็ไม่ได้อยู่คณะเรานี่นา แล้วจะมานั่งเรียนวิชานี้ทำไมเนี่ย?”

เซี่ยอวี่เตี๋ยจ้องหน้าเฉินเซียวแล้วตอบกลับไปว่า “ก็ฉันชอบวิชานี้อะ จะมานั่งเรียนด้วยไม่ได้หรือไง?”

เฉินเซียวถึงกับพูดไม่ออก “เธอรู้หรือเปล่าว่านี่มันวิชาอะไร?”

เซี่ยอวี่เตี๋ยชะงักไปเล็กน้อย “ไม่รู้หรอก แต่ยังไงฉันก็ชอบอยู่ดี!”

เฉินเซียว “......”

สิ่งที่เธอชอบน่ะ มันใช่วิชาเรียนซะที่ไหนเล่า?

“โอเค ๆ ๆ เธอจะมานั่งเรียนก็ตามสบาย แต่ช่วยเลิกเอานิ้วมาจิ้มฉันสักทีได้ไหม?”

เซี่ยอวี่เตี๋ยตอบหน้าตาเฉย “ไม่เป็นไรหรอก นายเรียนของนายไปเถอะ ฉันก็เล่นของฉันไป”

เฉินเซียว “ฉันล่ะโครต......”

......

เมื่อถานเฉิงเห็นเด็กผู้หญิงที่แอบด่าเธอว่าตาบอดเมื่อเช้ามานั่งอยู่ข้าง ๆ เฉินเซียว เธอก็แอบสบถด่าในใจ “เธอนั่นแหละที่ตาบอด”

“หล่อแล้วมันกินได้หรือไง? ไม่มีเงินก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก”

กว่าจะทนรอจนหมดคาบเรียนได้ เฉินเซียวก็รีบกระโดดข้ามโต๊ะหนีไปทันที

แม้แต่ท่วงท่าในการกระโดดหนีของเขา ในสายตาของเซี่ยอวี่เตี๋ยมันก็ยังดูเท่บาดใจอยู่ดี

บริเวณระเบียงด้านหลังห้องเรียน มีพวกเพื่อนผู้ชายกลุ่มหนึ่งกำลังยืนสูบบุหรี่และเอ่ยปากแซวเฉินเซียวอยู่

“เฮ้ย ไอ้เซียว แหม ๆ ๆ ช่วงนี้เสน่ห์แรงไม่เบานะ”

“ไปสอยสาวสวยระดับนางฟ้าแบบนั้นมาได้ยังไงวะเนี่ย?”

“ในหอพักเธอพอจะมีเพื่อนสไตล์เดียวกันเหลืออยู่บ้างไหม? แนะนำให้พวกเราสักคนสิเว้ย”

......

เฉินเซียวหัวเราะด่ากลับไป “ไสหัวไปไกล ๆ เลยไอ้พวกบ้า ฉันกับยัยนั่นไม่ได้สนิทอะไรกันเลยสักนิด”

คำปฏิเสธของเขาเรียกเสียงโห่ฮาจากเพื่อน ๆ ได้เป็นอย่างดี

อีกด้านหนึ่ง เหมิงฮุ่ยลี่เดินเข้าไปหาเซี่ยอวี่เตี๋ยด้วยสีหน้าบึ้งตึง

“เธอออกมาคุยกันหน่อยสิ”

เซี่ยอวี่เตี๋ยชะงักไปเล็กน้อย เมื่อมองดูหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งและสวยสะดุดตาคนนี้ เธอก็พอจะเดาออกว่านี่คงจะเป็นศัตรูหัวใจของเธอแน่ ๆ

เธอฉีกยิ้มหวาน “ได้สิคะ”

ทั้งสองเดินไปหาที่ลับตาคน แล้วยืนจ้องหน้ากันเขม็งอย่างไม่มีใครยอมใคร

เซี่ยอวี่เตี๋ยเปิดฉากถามก่อน “เธอเป็นแฟนของเฉินเซียวงั้นเหรอ?”

เหมิงฮุ่ยลี่อึ้งไป แฟนงั้นเหรอ? ตอนแรกตกลงกันไว้ว่าแค่เล่น ๆ กันเฉย ๆ นี่นา......

แต่ตอนนี้แม้ว่าเธอจะหลงใหลในเสน่ห์ของเฉินเซียว แต่ก็แอบหวั่นใจในอิทธิพลของเขาอยู่ไม่น้อย ผู้ชายเพียบพร้อมขนาดนี้ เธอจะสามารถควบคุมเขาได้จริง ๆ หรือ?

เหมิงฮุ่ยลี่ตระหนักได้ว่า โอกาสนั้นแทบจะเป็นศูนย์เลยทีเดียว

“ไม่ใช่ แล้วมันจะทำไมล่ะ?”

แม้ว่าคำพูดของเธอจะฟังดูขาดความมั่นใจ แต่น้ำเสียงที่ใช้กลับแข็งกร้าวและไม่ยอมแพ้

“คิกคิกคิก......”

เซี่ยอวี่เตี๋ยหัวเราะเบา ๆ “ในเมื่อเธอไม่ใช่แฟนของเฉินเซียว แล้วเธอจะมาตั้งคำถามกับฉันทำไมล่ะ? หรือจะมาตำหนิที่ฉันไปแย่งเพื่อนผู้ชายร่วมชั้นของเธอมางั้นเหรอ?”

เหมิงฮุ่ยลี่ “......”

“น้องสาว ฉันหวังดีกับเธอหรอกนะ หัวใจของเฉินเซียวน่ะ ไม่ใช่สิ่งที่เธอจะสามารถครอบครองได้หรอก”

เซี่ยอวี่เตี๋ยทำหน้าตาดุดัน ดันหน้าอกไปข้างหน้า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเอาเรื่องว่า “ใครเป็นน้องสาวเธอฮะ? เอามาเทียบกันดูไหมล่ะ ของฉันใหญ่กว่าของเธอตั้งครึ่งชั่งแน่ะ!”

“พรวด~~”

ประโยคนี้ทำเอาเหมิงฮุ่ยลี่หลุดขำออกมาจนได้

“ไม่ใช่ ๆ ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แต่ฉันเตือนเธอด้วยความหวังดีจริง ๆ นะ”

เซี่ยอวี่เตี๋ยพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ใครอยากจะได้หัวใจของเขากันล่ะ? เอาเวลาไปเล่นเกมยังจะมีความสุขซะกว่า ฉันก็แค่อยากได้เรือนร่างของเขาเท่านั้นแหละ!”

เหมิงฮุ่ยลี่อ้าปากค้าง แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอเนี่ย?

แถมเธอยังเป็นสาวน้อยนักเล่นเกมตัวยงอีกด้วย......

ในที่สุด เซี่ยอวี่เตี๋ยก็เอ่ยเตือนด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ฉันขอเตือนเธอไว้อย่างนะ ห้ามเข้ามาขัดขวางฉันเด็ดขาด แน่นอนว่าฉันเองก็จะไม่เข้าไปก้าวก่ายเรื่องของเธอเหมือนกัน ฮึ!”

พูดจบ เธอก็สะบัดหน้าเดินหนีไปอย่างเย่อหยิ่ง

เหมิงฮุ่ยลี่รู้สึกปวดหัวตึบ ๆ กับคนแบบนี้ เธอไม่มีวิธีรับมือที่ดีเอาเสียเลย

ที่สำคัญที่สุดคือ เธอไม่รู้ว่าเฉินเซียวจะชอบสาวน้อยคนนี้หรือเปล่า ถ้าหากเธอลงมือรุนแรงเกินไปจนทำให้เขาไม่พอใจ มันก็คงจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่

“เฮ้อ! ช่างมันเถอะ”

“ถึงยังไงเขาก็ไม่ใช่แฟนฉันอยู่แล้วนี่นา”

ถ้าเป็นคนอื่น เหมิงฮุ่ยลี่คงจะเปลี่ยน “คู่ควง” ไปแล้วล่ะ

แต่กับเฉินเซียวนั้นมันไม่เหมือนกัน นอกจากเธอจะหลงใหลในความแข็งแกร่งของเขาแล้ว เธอยังใฝ่ฝันถึงชีวิตในแบบที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนอีกด้วย

ในมหาวิทยาลัยที่กว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ การจะหาผู้ชายที่ร่ำรวยและทรงอิทธิพลแบบนี้ได้อีกคน คงจะเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ในคาบเรียนที่สอง เฉินเซียวจงใจย้ายไปนั่งแทรกอยู่ระหว่างฉินซินกับเสิ่นเฉิง

แต่ใครจะไปคาดคิด ว่าเซี่ยอวี่เตี๋ยจะทำหน้าตาน่าสงสาร แล้วเข้าไปเขย่าแขนฉินซินเบา ๆ

“พี่ชายสุดหล่อคะ หนูอยากจะไปนั่งข้าง ๆ เฉินเซียวจังเลยค่ะ”

ฉินซินอึ้งไป เขารีบเอามือลูบแขนเพื่อขับไล่ขนลุกซู่ ก่อนจะลุกพรวดขึ้นแล้ววิ่งหนีไปทันที

“เวรเอ๊ย! พ่อไปล่ะเว้ย”

เฉินเซียว “เฮ้ย ๆ ๆ ไอ้บ้าเอ๊ย ทนเอาไว้สิวะ อย่าเพิ่งหนีสิ!”

“คิกคิกคิก......”

เซี่ยอวี่เตี๋ยหัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจ ก่อนจะเข้าไปนั่งเบียดข้าง ๆ เฉินเซียวได้สำเร็จอีกครั้ง

เหมิงฮุ่ยลี่กลอกตาบนอย่างเอือมระอา ก่อนจะหันหลังกลับไป เพื่อไม่ให้ต้องทนเห็นภาพบาดตาบาดใจอีกต่อไป

แต่คนบางคนที่นั่งอยู่แถวหน้า ภายในใจกลับว้าวุ่นราวกับถูกสาดด้วยเครื่องปรุงรสหลากชนิด ทั้งเปรี้ยว หวาน ขม เผ็ด เค็ม ปะปนกันไปหมด

จบบทที่ บทที่ 30 ใครอยากจะได้หัวใจของนายกันล่ะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว