เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 โทรศัพท์มือถือผลไม้ 4

บทที่ 10 โทรศัพท์มือถือผลไม้ 4

บทที่ 10 โทรศัพท์มือถือผลไม้ 4


บทที่ 10 โทรศัพท์มือถือผลไม้ 4

ฉินซินกลับมาถึงหอพักก็ตอนที่ประตูกำลังจะปิดพอดี

แม้เขาจะพูดคุยหัวเราะร่าเริงเป็นปกติ แต่เฉินเซียวก็ยังคงจับสังเกตเห็นสีหน้าที่ดูไม่เป็นธรรมชาติของเขาได้ในระหว่างที่พูดคุยกัน

ทั้งสองคุยกันไม่กี่ประโยค ต่างคนต่างก็แยกย้ายกันขึ้นเตียงนอน

จี๋หรงเจิงยังคงเปิดลำโพงเล่นเกมเสียงดังลั่นโดยไม่สนโลกเช่นเคย โดยไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่นเลยแม้แต่น้อย

เฉินเซียวลุกขึ้นยืนแล้วโยนบุหรี่ครึ่งซองไปบนโต๊ะของเขา

“ใส่หูฟังซะ”

จี๋หรงเจิงสะดุ้งตกใจ แต่พอเห็นชัด ๆ ว่าเป็นบุหรี่ และเมื่อเปิดดูก็พบว่าไม่ใช่ซองเปล่า เขาก็ดีใจขึ้นมาทันที

“ได้เลยพี่เซียว”

เฉินเซียวพลิกตัวกลับมานอนแล้วยกยิ้มมุมปาก

เขาไม่ได้ยินจี๋หรงเจิงเรียกตัวเองว่า “เซียว” มาหลายวันแล้ว

เช้าวันรุ่งขึ้น

เฉินเซียวตื่นนอนตอนเจ็ดโมงเช้า เขาไปวิ่งจ๊อกกิ้งที่สนามกีฬาสองสามรอบ ก่อนจะกลับมาอาบน้ำ แล้วเดินไปกินข้าวเช้าที่โรงอาหารอย่างสบายอารมณ์

เขาให้ความสำคัญกับสุขภาพร่างกายเป็นอย่างมาก

ท้ายที่สุดแล้ว มีเพียงร่างกายที่แข็งแรงเท่านั้น ถึงจะสามารถมีความสุขกับชีวิตในวันข้างหน้าได้อย่างเต็มที่

เพื่อป้องกันไม่ให้ในอนาคตมีพร้อมทุกอย่างแล้ว แต่ร่างกายกลับไม่เอื้ออำนวย แบบนั้นมันจะน่าหดหู่แค่ไหนกันล่ะ ต่อให้มีเงินก็ไร้ประโยชน์

หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จตอนแปดโมงครึ่ง เขาก็ไปเช็คชื่อที่ห้องเรียนก่อน แล้วอาศัยจังหวะขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำแอบหนีกลับมาที่หอพัก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นในวันศุกร์ซึ่งเป็นวันทำการสุดท้ายเปิดพอดี

และก็เป็นไปตามคาด คำสั่งขายที่เฉินเซียวตั้งไว้ที่จุดสูงสุดของวันถูกจับคู่ซื้อขายเรียบร้อยแล้ว

เงินทุนทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 94,400 กว่าหยวน และกำลังจะทะลุหลัก 100,000 หยวนในไม่ช้านี้

ข้อความลึกลับก็ได้รับการรีเฟรชแล้วเช่นกัน

[วันที่ 30 พฤษภาคม หุ้นของบริษัทเทียนหนานจ้งเย่เพิ่มขึ้นสูงสุด 10.00%]

เฉินเซียวค้นหาบริษัทแห่งนี้ และก็พบว่ามันเป็นการลากขึ้นจากจุดฟลอร์ไปจนถึงซิลลิ่งอีกแล้ว

เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงถอนเงินออกมา 4,400 หยวน ส่วนที่เหลือทั้งหมดนำไปทุ่มซื้อหุ้นจนหมดหน้าตัก

จากนั้นก็ปิดคอมพิวเตอร์แล้วเดินออกจากหอพัก เรียกแท็กซี่มุ่งหน้าตรงไปยังห้างสรรพสินค้าที่อยู่ใกล้เคียงทันที

โทรศัพท์มือถือผลไม้ 4 วางจำหน่ายมาได้กว่าครึ่งปีแล้ว เฉินเซียวตั้งใจจะซื้อไปให้ซุนอิ๋งในวันพรุ่งนี้เป็นของขวัญสักเครื่อง

เพราะยังไงซะ เขาก็ทำกำไรจากเงินของเธอมาได้ไม่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น ทุกครั้งที่ออกไปข้างนอกด้วยกัน โดยพื้นฐานแล้วก็เป็นเธอที่คอยจ่ายเงินให้ตลอด

ปีนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นปีแรกของสมาร์ทโฟนเลยก็ว่าได้ ใครก็ตามที่มีโทรศัพท์มือถือผลไม้ 4 อยู่ในมือ ก็เพียงพอที่จะทำให้คนรอบข้างอิจฉาตาร้อนได้แล้ว ปรากฏการณ์นี้ยิ่งรุนแรงมากในหมู่นักศึกษามหาวิทยาลัย

“สวัสดีครับ โทรศัพท์มือถือผลไม้ 4 ราคาเท่าไหร่ครับ?” เฉินเซียวเอ่ยถามพนักงานขายสาวสวยคนหนึ่ง

แต่ใครจะไปคิดว่า เธอทำราวกับไม่ได้ยินที่เขาพูด

เฉินเซียวชะงักไป ในใจคิดว่าน้องสาวคนนี้คงกำลังเหม่ออยู่ หรือว่าเขาพูดเสียงเบาเกินไปนะ?

“สวัสดีครับ......”

เฉินเซียวพูดซ้ำอีกครั้ง แต่พนักงานขายคนนี้กลับหันหลังเดินหนีไปเสียอย่างนั้น

เชี่ยเอ๊ย นี่มันเรื่องอะไรกันวะ?

เฉินเซียวก้มมองดูเสื้อผ้าเก่า ๆ ขาด ๆ ของตัวเอง แล้วก็เข้าใจในทันที

หึหึ เป็นฉันเองที่ไม่คู่ควร ไม่คิดเลยว่าเด็กสาวหน้าตาสะสวยแบบนี้ จะเป็นพวกชอบมองคนแต่ภายนอก

“เวรเอ๊ย เป็นพนักงานขายภาษาอะไรวะเนี่ย?”

เฉินเซียวเปลี่ยนเป้าหมายไปหาพนักงานที่อายุมากกว่า ซึ่งสถานการณ์ก็แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

“พ่อหนุ่ม กรุณารอสักหนึ่งนาทีนะคะ ขอฉันแนะนำให้ลูกค้าท่านนี้เสร็จก่อน แล้วจะรีบไปดูแลคุณทันทีค่ะ”

เฉินเซียวพยักหน้ารับเพื่อแสดงความเข้าใจ เพราะยังไงก็ต้องมีคิวก่อนหลัง ในเมื่อตอนที่เขาเดินเข้ามาในร้าน อีกฝ่ายก็กำลังต้อนรับลูกค้าอยู่แล้ว

ดังนั้นเขาจึงยืนรออยู่ด้านข้าง สายตาก็กวาดมองไปรอบ ๆ ร้านขายของที่ดูค่อนข้างเรียบง่ายในยุคสมัยนี้

แต่ใครจะรู้ว่า พฤติกรรมของเขาในสายตาของพนักงานขายสาวสวยคนนั้น กลับกลายเป็นภาพของเด็กหนุ่มบ้านนอกที่เพิ่งเข้ากรุงและไม่เคยเห็นโลกกว้างไปเสียได้

เธอยืนพิงกรอบประตู มองเฉินเซียวพลางกลอกตาบน และเปล่งเสียงร้องเหยียดหยามออกมา

“ชิ~~”

“ฉันล่ะโครต......”

เฉินเซียวรู้สึกพูดไม่ออกจริง ๆ

ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาที พี่สาวคนนั้นก็จัดการธุระเสร็จสิ้น และหันมาต้อนรับเฉินเซียวอย่างกระตือรือร้น

“พ่อหนุ่มถูกใจรุ่นไหนคะ?”

เฉินเซียวชี้ไปที่โทรศัพท์มือถือผลไม้ 4 “เครื่องนี้ ความจุ 16 กิกะไบต์ ช่วยห่อให้ฉันที”

พี่สาวถึงกับอึ้งไป ไม่คิดเลยว่าจะเป็นลูกค้ารายใหญ่

เธอจึงยิ้มแก้มปริทันที “ได้เลยค่ะ เดี๋ยวฉันแถมเคสโทรศัพท์ให้อีกอันนะคะ จะติดฟิล์มด้วยไหมคะ?”

พนักงานขายสาวสวยที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่ เห็นได้ชัดว่าคาดไม่ถึงว่าเฉินเซียวจะตัดสินใจอย่างเด็ดขาดขนาดนี้ สีหน้าของเธอจึงเต็มไปด้วยความประหลาดใจและไม่อยากจะเชื่อ

เฉินเซียวจงใจมองไปที่เธอแล้วพูดขึ้น “ไม่ต้องติดฟิล์มครับ รูดบัตรเลย ผมรีบ”

“ได้เลยค่ะ”

พี่สาวจัดการเก็บเงินอย่างคล่องแคล่ว แล้วเดินเข้าไปหยิบของในโกดังด้านหลังเพื่อแพ็กใส่กล่อง

พนักงานขายสาวสวยที่ยืนพิงกรอบประตู เมื่อเห็นว่าพี่สาวเดินเข้าไปในโกดังแล้ว เธอจึงหันไปมองรอบหนึ่ง ก่อนจะเดินตรงมาที่หน้าเคาน์เตอร์

“พี่ชาย ขอโทษด้วยนะคะ นี่นามบัตรของฉันค่ะ คราวหน้าถ้าต้องการอะไรมาหาฉันได้นะคะ”

เฉินเซียวรับมาดู “เธอชื่อหลี่เมิ่งเยว่เหรอ?”

หลี่เมิ่งเยว่แกล้งทำเป็นพยักหน้าอย่างเขินอาย

เฉินเซียวดีดนามบัตรในมือลงถังขยะ “เสียดายชื่อดี ๆ หมด”

หลี่เมิ่งเยว่ “นาย......”

พอดีกับที่พี่สาวแพ็กโทรศัพท์เสร็จและถือถุงกระดาษออกมา เฉินเซียวรับมาถือไว้ แล้วชูถุงกระดาษให้หลี่เมิ่งเยว่ดู ก่อนจะหันหลังเดินจากไป

ทำเอาเธอโกรธจนต้องยืนกระทืบเท้าอยู่ที่เดิม

เมื่อเดินออกจากร้านขายโทรศัพท์มือถือ เฉินเซียวก็โยนถุงกระดาษทิ้งไปทันที เขาเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าเป้ แล้วมายืนรอแท็กซี่อยู่ที่ริมถนน

อากาศในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมค่อนข้างร้อนอบอ้าว ยิ่งกระเป๋าเป้แนบสนิทกับแผ่นหลัง ก็ยิ่งทำให้รู้สึกอึดอัดมากขึ้น

“แม่งเอ๊ย วันหลังถ้ามีเงินนะ จะจ้างเด็กสาวสักสองคนมาคอยตามติดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง คนหนึ่งคอยกางร่ม อีกคนคอยสะพายกระเป๋าให้ฉัน!”

“ปี๊น ๆ......”

รถหลั่งอี้สีขาวคันหนึ่ง ขับมาจอดเทียบอยู่ข้าง ๆ เฉินเซียว

กระจกรถเลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติ

“สวัสดีเฉินเซียว บังเอิญจังเลยนะ”

“ซูถัง? คุณมาทำอะไรที่นี่ล่ะ?”

คนที่ขับรถอยู่ ก็คือผู้จัดการสาวสวยจากบริษัทการลงทุนที่เขาบังเอิญเจอที่หน้าบริษัทหลักทรัพย์นั่นเอง

“อ้อ ฉันมาทำธุระน่ะ แล้วนี่คุณจะไปไหนล่ะ? เดี๋ยวฉันไปส่ง”

“เอ่อ...... คุณไปทำธุระของคุณเถอะครับ เดี๋ยวผมเรียกแท็กซี่ไปเองดีกว่า มหาวิทยาลัยอยู่ไกลจากที่นี่พอสมควรเลยนะ”

“ไม่เป็นไรหรอก บ้านฉันอยู่แถวเมืองมหาวิทยาลัยพอดี ธุระก็จัดการเสร็จหมดแล้ว ตอนบ่ายฉันหยุดงาน ก็เลยจะกลับบ้านพอดี ทางเดียวกันแหละ”

ในเมื่อเธอพูดมาขนาดนี้แล้ว เฉินเซียวก็ไม่ปฏิเสธอีกต่อไป เขาเดินอ้อมไปด้านหลังรถ แล้วขึ้นไปนั่งเบาะหน้าคู่คนขับ

ภายในรถมีกลิ่นหอมสดชื่นลอยมาเตะจมูก เฉินเซียวไม่มีความรู้เรื่องน้ำหอม ไม่รู้ว่าเป็นยี่ห้ออะไร แต่รู้สึกได้ถึงความหรูหรามีระดับ

รถหลั่งอี้ในยุคนี้ ราคาเบ็ดเสร็จก็เกือบจะ 200,000 หยวนแล้ว แต่การตกแต่งภายในกลับดูเรียบง่ายมาก คอนโซลกลางไม่มีแม้แต่หน้าจอ มีแค่เครื่องเล่นวิทยุอันเดียวที่พอจะเชิดหน้าชูตาได้บ้าง

แต่ทว่า การที่เด็กสาวที่เพิ่งเรียนจบใหม่ ๆ สามารถขับรถราคาเกือบ 200,000 หยวนได้ ก็แสดงให้เห็นว่าฐานะทางบ้านของเธอต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

“งั้นก็...... รบกวนด้วยนะครับ” เฉินเซียวกล่าว

เมื่อซูถังเห็นว่าหลังจากที่เฉินเซียวขึ้นมานั่งบนรถ เขากลับไม่ได้มีท่าทีประหลาดใจหรือประหม่าเลย ราวกับว่ารถที่เขานั่งอยู่เป็นเพียงแค่รถแท็กซี่คันหนึ่งเท่านั้น เธอก็ยิ่งรู้สึกสงสัยในตัวตนของเขามากขึ้นไปอีก

“เปิดบัญชีไปแล้ว ได้ลองเทรดดูบ้างหรือยังคะ?”

ซูถังเอ่ยถามขึ้นมาลอย ๆ

“อืม เทรดไปสองสามครั้งแล้วล่ะ แต่เงินทุนน้อยไปหน่อย ไม่ค่อยน่าตื่นเต้นเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าตอนนี้การเพิ่มเลเวอเรจต้องใช้เงื่อนไขอะไรบ้างเหรอครับ” เฉินเซียวเองก็กำลังอยากจะถามเรื่องนี้อยู่พอดีในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา

“การเพิ่มเลเวอเรจเหรอ...... นั่นมันเสี่ยงเกินไปนะคะ แถมยังต้องมีเงินประกันขั้นต่ำอีก......” ซูถังรู้สึกตกใจกับความทะเยอทะยานของเฉินเซียว

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร อาจเป็นเพราะสัญชาตญาณของผู้หญิง ตั้งแต่แรกเริ่ม เธอก็ไม่เคยสงสัยเลยว่าเฉินเซียวกำลังคุยโม้โอ้อวด

“เงินประกันเท่าไหร่ล่ะครับ?”

“อืม...... ถ้าเป็นบริษัทของเราล่ะก็...... เริ่มต้นที่ 200,000 หยวนค่ะ......”

“2 แสนหยวน” เฉินเซียวคำนวณในใจ “เฮ้อ สงสัยต้องรออีกสองสามวันถึงจะเก็บเงินครบ”

จบบทที่ บทที่ 10 โทรศัพท์มือถือผลไม้ 4

คัดลอกลิงก์แล้ว