เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 - ฟื้นฟูความรุ่งโรจน์ในรอบพันปี

บทที่ 9 - ฟื้นฟูความรุ่งโรจน์ในรอบพันปี

บทที่ 9 - ฟื้นฟูความรุ่งโรจน์ในรอบพันปี


บทที่ 9 - ฟื้นฟูความรุ่งโรจน์ในรอบพันปี

"ฮ่าฮ่าฮ่า!!"

บนภูเขาเซียน ร่างหนึ่งพุ่งทะลุหินออกมา หัวเราะลั่นมองฟ้า!

ข้างกายเขามีกระบี่บินหลายเล่มโคจรรอบตัว สามารถใช้ทั้งรุกและรับได้ตลอดเวลา

หลินเทียนอี้หัวเราะลั่นพลางตะโกน "ท่านอาจารย์ ข้าทำได้แล้ว ข้าเข้าใจแล้วว่าวิถีกระบี่คืออะไร!"

สิ่งที่เรียกว่าวิถีกระบี่:

ไร้ตัวตน ไร้ใจ

ในวัยเยาว์ เขาแสวงหาวิถีกระบี่ด้วยความเร่งรีบ เมื่อเติบโตขึ้น จิตใจก็ไม่สงบ จึงไม่อาจตั้งมั่นในจิตใจได้ ไม่สามารถทำจิตใจให้แน่วแน่ได้

แต่วิถีกระบี่นั้น การออกกระบี่ต้องเป็นไปตามใจ ตามความปรารถนา เพลงกระบี่ต้องผสานกาย ปราณ และกระบี่เข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว

หากมีจุดใดที่ไม่เข้าใจ แม้จะใช้เพลงกระบี่ออกมา ก็ยังไม่ถือว่าหยั่งรู้ถึงแก่นแท้ของวิถีกระบี่

กระบี่ ไม่จำเป็นต้องชักออกมาเพื่อผู้อื่น

แต่ต้องชักออกมาเพื่อตัวเองเสมอ!

กระบี่เป็นไปตามใจ ใจเป็นไปตามข้า!

นี่คือวิถีกระบี่ของหลินเทียนอี้!

"ศิษย์พี่เจ้าสำนัก!"

เวลานี้ เซี่ยจื่อมั่วเดินมาถึงด้วยสีหน้าตื่นเต้น

เมื่อเห็นผู้มาเยือน หลินเทียนอี้ก็ยิ้มพลางกล่าวว่า "ศิษย์น้อง เจ้ามาพอดี เจ้ากลับไปบอกทุกคนนะ พรุ่งนี้เราจะมุ่งหน้าไปยังแคว้นจงเต้า!"

เซี่ยจื่อมั่วอึ้งไปเล็กน้อย "แล้วศิษย์พี่ล่ะ?"

หลินเทียนอี้ยิ้ม "จากการชี้แนะของอาจารย์อา ข้าถึงหยั่งรู้เจตจำนงกระบี่ที่แท้จริงได้เร็วขนาดนี้ ข้าหวังว่าพรุ่งนี้อาจารย์อาจะไปร่วมเป็นสักขีพยานในงานชุมนุมวิถีเต๋ากับพวกเราด้วย ครั้งนี้ สำนักเต๋าสวรรค์ของเราจะต้องสร้างชื่อเสียงไปทั่วหล้า ฟื้นฟูความรุ่งโรจน์เมื่อพันปีก่อนกลับมาให้จงได้!"

เซี่ยจื่อมั่วพยักหน้าด้วยความยินดี

พูดจบ หลินเทียนอี้ก็รีบบินตรงไปยังเกาะลอยฟ้าทันที

เวลานี้ เจียงหมิงเตรียมปุ๋ยสำหรับพรุ่งนี้เสร็จแล้ว ก็นอนพักผ่อนอย่างสบายใจอยู่ในห้อง

การบำเพ็ญเพียรมาถึงระดับของเขา ก้าวข้ามความปุถุชนไปนานแล้ว เรื่องการนอนหลับพักผ่อนอะไรนั่นไม่จำเป็นเลยสักนิด เพียงแต่ติดอยู่ในห้องหินมาหลายพันปี แต่ละวันนอกจากรอความตาย ก็ทำได้แค่นอนหลับเท่านั้น

ดังนั้นเขาจึงติดนิสัยชอบนอนไปแล้ว

แต่เขายังเอนหลังลงได้ไม่ถึงไม่กี่นาที ประตูห้องก็ถูกเคาะเสียงดังลั่นปังๆ ทำให้เขาปวดหัวขึ้นมาทันที

"เจ้านี่ พลังเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยก็ต้องมาแจ้งข่าวดีกับข้าเลยหรือไง" เจียงหมิงลุกขึ้น นวดขมับด้วยความหงุดหงิด

พอเปิดประตูออก หลินเทียนอี้ก็ทำหน้าดีใจเหมือนเด็กๆ ยากจะเชื่อว่าเขาอายุตั้งห้าพันปีแล้ว

หลินเทียนอี้กำลังจะแจ้งข่าวดี เจียงหมิงก็ยกมือขึ้นขัดไว้ก่อน

"พอแล้ว เรื่องที่เจ้าหยั่งรู้เจตจำนงกระบี่น่ะ ต่อให้ไม่ใช่คนหูกหนวกก็คงได้ยินกันหมดแล้วล่ะ เจ้าหยั่งรู้ได้เร็วขนาดนี้ ข้าก็ดีใจด้วย ถ้าจะมาขอบคุณข้าล่ะก็ ไม่จำเป็นหรอก"

เจียงหมิงหาวหวอดๆ พลางเอ่ย

เมื่อได้ยินดังนั้น หลินเทียนอี้ก็ยิ้มแห้งๆ อย่างเก้อเขิน

จากนั้นเขาก็เอ่ยอย่างนอบน้อมว่า "ขออภัยที่รบกวนเวลาพักผ่อนของท่าน แต่ที่ข้ามาที่นี่ก็เพราะมีเรื่องจะปรึกษา"

เจียงหมิงปรายตามองเขา "มีอะไรก็พูดมา"

หลินเทียนอี้พูด "งานชุมนุมวิถีเต๋าในอีกสองวันข้างหน้า ข้าอยากให้อาจารย์อาไปร่วมด้วย ถือเป็นการร่วมเป็นสักขีพยานก้าวแรกของสำนักเต๋าสวรรค์ในทวีปนภาคราม!"

เจียงหมิงพยักหน้า "มีความทะเยอทะยานก็ดีแล้ว แม้ผู้ฝึกตนจะไม่ควรชอบการต่อสู้ แต่เรื่องชื่อเสียงมันต้องสร้างด้วยฝีมือ เจ้าเป็นเจ้าสำนัก เจ้าตัดสินใจเอาเองก็แล้วกัน"

แววตาของหลินเทียนอี้มีประกายยินดีพาดผ่าน "อาจารย์อาตกลงแล้วใช่ไหม?"

เจียงหมิงถอนหายใจลึก "แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ พอดีข้าก็ไม่ได้ออกไปเดินเล่นมานานแล้ว ถือโอกาสไปเปิดหูเปิดตาดูสำนักใหญ่ในอดีต ว่าตอนนี้เหลือรอดกันสักกี่มากน้อย"

จุดประสงค์ที่เขาออกมา ก็เพื่อตามหายอดฝีมืออยู่แล้ว

แต่พอเห็นสภาพพลังปราณที่เสื่อมถอยในทวีปนภาครามตอนนี้ คาดว่ายอดฝีมือในทวีปก็คงมีไม่มาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนที่มีพลังสูสีกับเขา

เบื่อก็คือเบื่อ สู้ไปเดินเล่นข้างนอกดีกว่า แวะไปดูสำนักของพวกตาแก่ในอดีตด้วย ว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้างแล้ว

เมื่อได้ยินดังนั้น หลินเทียนอี้ก็ประสานมือ "งั้นพรุ่งนี้ข้าจะมาเชิญอาจารย์อาลงเขานะ!"

พูดจบ หลินเทียนอี้ก็หมุนตัวบินกลับไปทางสำนัก

ทิ้งให้เจียงหมิงยืนงงอยู่กับที่เพียงลำพัง

พรุ่งนี้ไปเลยหรือ?

รีบขนาดนั้นเลย?

แล้ว...ผักพวกนี้ของข้าจะทำยังไงล่ะ?

"ดูเหมือนพรุ่งนี้ให้ปุ๋ยเสร็จ สองสามวันนี้ก็คงดูแลพวกเจ้าไม่ได้แล้วล่ะสิ"

เจียงหมิงถอนหายใจ

วันรุ่งขึ้น

ทั่วทั้งสำนักเต๋าสวรรค์ดูคึกคักเป็นพิเศษ

งานชุมนุมวิถีเต๋า เป็นงานใหญ่ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในทวีปนภาคราม สำนักที่ได้รับเชิญ แทบทั้งหมดล้วนเป็นสำนักที่มีหน้ามีตาในทวีปนภาคราม!

แม้พลังของสำนักเต๋าสวรรค์จะเทียบไม่ได้กับเมื่อพันปีก่อน แต่รากฐานก็ยังมีอยู่จริง การเข้าร่วมงานชุมนุมวิถีเต๋าย่อมมีคุณสมบัติเพียงพอ

หลังจากปรึกษากันจนจบ ครั้งนี้ก็จะเป็นหลินเทียนอี้ ที่จะนำผู้อาวุโสสามคนไปร่วมงานชุมนุมวิถีเต๋า

แน่นอนว่า อีกคนหนึ่งก็คืออาจารย์อาของพวกเขา เจียงหมิง

สำหรับฐานะของเจียงหมิง หลินเทียนอี้ไม่ได้แพร่งพรายออกไป สาเหตุหลักก็คือการดำรงอยู่ของเจียงหมิงนั้นเหลือเชื่อเกินไป ประกอบกับหลายพันปีที่ผ่านมาอาจารย์อาท่านนี้ก็ไม่เคยปรากฏตัวเลย บางทีอาจจะไม่ชอบความวุ่นวาย ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าพูดเรื่องนี้ออกไป

ขณะเดียวกัน การไม่เปิดเผยเรื่องนี้ ก็ทำให้สำนักเต๋าสวรรค์มีไพ่ตายที่แข็งแกร่ง ต่อไปก็ไม่ต้องเกรงกลัวสำนักศัตรูอีก

หลังจากจัดการธุระในสำนักเรียบร้อยแล้ว หลินเทียนอี้ก็รีบไปเชิญเจียงหมิงลงจากเขาทันที

ครั้งนี้ สำนักเต๋าสวรรค์ของพวกเขาจะต้องฟื้นฟูความรุ่งโรจน์เมื่อพันปีก่อนให้จงได้!

และอยู่ภายใต้สายตาของอาจารย์อาของพวกเขา!

สำนักแสวงมรรค

หลินเนี่ยนเจวี๋ยยืนอยู่บนยอดเสาหินที่สูงที่สุดบนโถงของสำนัก

ว่ากันว่า เสาหินต้นนี้ก็เป็นของวิเศษชิ้นสำคัญของสำนักแสวงมรรค เพียงแต่มีอยู่มานานเกินไป ไม่มีใครสามารถใช้งานได้ แต่ตอนนี้ มันกลับกลายเป็นสัญลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ของสำนักแสวงมรรค และเป็นจุดที่สูงที่สุดของแคว้นจงเต้า

เมื่อยืนอยู่ที่นี่ ราวกับสามารถมองเห็นทั่วทั้งสำนักแสวงมรรคได้ทั้งหมด!

เวลานี้ ผู้อาวุโสของสำนักแสวงมรรคคนหนึ่งเดินมาทางด้านหลังของหลินเนี่ยนเจวี๋ย

เมื่อสัมผัสได้ถึงการมาของผู้อาวุโส หลินเนี่ยนเจวี๋ยก็ถามขึ้น "สำนักเต๋าสวรรค์ส่งคนมาเท่าไหร่?"

ผู้อาวุโสสำนักแสวงมรรคตอบอย่างนอบน้อม "รวมหลินเทียนอี้แล้ว สำนักเต๋าสวรรค์ส่งคนมาสี่คน แต่ตอนที่ออกจากสำนัก ดูเหมือนจะมีเด็กหนุ่มที่อายุน้อยมากๆ ตามมาด้วยอีกคน"

หลินเนี่ยนเจวี๋ยแค่นเสียงเย้ยหยัน "เจ้านั่นยังอ่อนต่อโลกเหมือนเดิม งานชุมนุมวิถีเต๋าครั้งนี้ไม่รู้ว่ามีกี่คนที่จ้องเล่นงานพวกเขาอยู่ ยังกล้าพาศิษย์ออกมาเปิดหูเปิดตาอีก รนหาที่ตายชัดๆ!"

ผู้อาวุโสสำนักแสวงมรรคเอ่ย "เจ้าสำนัก เมื่อหลายวันก่อนตอนที่ข้าไปถึงสำนักเต๋าสวรรค์ พบว่าช่วงนี้สำนักเต๋าสวรรค์มักเกิดปรากฏการณ์ประหลาด เกรงว่าตอนนี้หลินเทียนอี้คงจะทะลวงผ่านคอขวด บรรลุระดับผสานกายาแล้ว"

ระดับผสานกายา!

เมื่อได้ยินคำนี้ แววตาของหลินเนี่ยนเจวี๋ยก็มีความเคร่งเครียดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

"ที่แท้ก็ทะลวงได้แล้ว มิน่าล่ะถึงได้มีความกล้าพาศิษย์ออกมาเปิดหูเปิดตา" บนใบหน้าของหลินเนี่ยนเจวี๋ยค่อยๆ ปรากฏความกระหายในการต่อสู้ "ก็สมกับเป็นคนที่ตาแก่นั่นเลือก ถ้าไม่ทะลวงระดับสักที มันก็คงแปลกเกินไปแล้ว"

ผู้อาวุโสสำนักแสวงมรรคอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็เก็บไว้ในใจ

หากหลินเทียนอี้ไม่ทะลวงเข้าสู่ระดับผสานกายา พวกเขาก็จัดการสำนักเต๋าสวรรค์ได้อย่างง่ายดาย

แต่ตอนนี้หลินเทียนอี้บรรลุระดับผสานกายาแล้ว ทั่วทั้งสำนักแสวงมรรคในตอนนี้ ก็มีเพียงหลินเนี่ยนเจวี๋ยคนเดียวที่สามารถรับมือหลินเทียนอี้ได้ หากจะจัดการกับสำนักเต๋าสวรรค์จริงๆ พวกเขาก็คงต้องเปลืองแรงมากขึ้นอีกหน่อย แต่งานชุมนุมวิถีเต๋าครั้งนี้ คนที่มาเข้าร่วม ก็ไม่ใช่พวกธรรมดาเลยสักคน

ต้นเหตุก็มาจาก เศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์นั่นแหละ!

ตอนนั้นเอง หลินเนี่ยนเจวี๋ยก็หันไปมองผู้อาวุโสคนนั้น พลางเอ่ยเสียงเรียบ "วางใจเถอะ ลำพังแค่หลินเทียนอี้ ข้าไม่เคยเห็นอยู่ในสายตาหรอก"

"เมื่อก่อนก็ไม่ ตอนนี้ ก็ไม่!"

สิ้นคำพูด แววตาของหลินเนี่ยนเจวี๋ยก็ปรากฏรังสีอำมหิตเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน!

จบบทที่ บทที่ 9 - ฟื้นฟูความรุ่งโรจน์ในรอบพันปี

คัดลอกลิงก์แล้ว