เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - เศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์

บทที่ 4 - เศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์

บทที่ 4 - เศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์


บทที่ 4 - เศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์

เจียงหมิง!

เมื่อได้ยินชื่อนี้ บรรดาผู้อาวุโสที่ยืนอยู่ด้านล่างก็ชะงักไป แม้แต่หลินเทียนอี้ที่รู้ฐานะของเจียงหมิงอยู่แล้วก็ยังอดประหลาดใจไม่ได้

ตั้งแต่เริ่มฝึกฝน อาจารย์มักจะเล่าเรื่องอาจารย์อาคนหนึ่งที่มีพรสวรรค์สูงที่สุดในสำนักเต๋าสวรรค์ให้ฟังเสมอ ซึ่งอาจารย์อาท่านนั้นก็มีนามว่า เจียงหมิง!

เล่าลือกันว่า หลี่เต้าเทียนรับศิษย์ไว้ทั้งหมดเจ็ดคน

ทั้งเจ็ดคนล้วนเป็นอัจฉริยะเหนือล้ำที่หาตัวจับยากในใต้หล้า!

สำนักเต๋าสวรรค์ในยุคนั้น คือสำนักอันดับหนึ่งแห่งทวีปนภาครามอย่างไม่ต้องสงสัย! และยังมีคำกล่าวขานว่า ตราบใดที่เจ็ดยอดฝีมือแห่งเต้าเทียนยังมีชีวิตอยู่แม้เพียงคนเดียว สถานะของสำนักเต๋าสวรรค์ก็จะยังคงเป็นแนวหน้าของทวีปนภาครามตลอดไป!

ทว่ามีเพียงคนในสำนักเต๋าสวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่า ในบรรดาศิษย์ทั้งเจ็ดคน เจียงหมิง ศิษย์คนที่เจ็ด มีพรสวรรค์ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าใคร!

หลินเทียนอี้จำได้ลางๆ

ตอนนั้นอาจารย์บอกเขาว่า ในบรรดาศิษย์ทั้งเจ็ด เจียงหมิงมีพลังแข็งแกร่งที่สุด ในขณะที่คนอื่นๆ ยังอยู่ในระดับมหายาน เจียงหมิงก็ก้าวไปถึงจุดสูงสุดของระดับข้ามทัณฑ์สวรรค์แล้ว ห่างจากการสำเร็จเป็นเซียนเพียงก้าวเดียวเท่านั้น!

ดังนั้นทุกคนในสำนักเต๋าสวรรค์จึงเข้าใจว่า อาจารย์อาผู้น่าทึ่งท่านนั้นน่าจะบรรลุเป็นเซียนและไม่ได้อยู่ในทวีปนภาครามอีกต่อไปแล้ว ใครจะคิดว่าผ่านไปหลายพันปี จะยังได้เห็นตัวเป็นๆ อีกครั้ง?

นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!

"อาจารย์อา ตอนนี้ท่านอยู่ในระดับไหนแล้วหรือ?" หลินเทียนอี้ถามอย่างระมัดระวัง

"จุดสูงสุดของจักรพรรดิเซียนมั้ง"

เจียงหมิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ตัดสินใจตอบตามความจริง

จุดสูงสุดของจักรพรรดิเซียน?

เป็นขอบเขตที่พวกเขาแทบไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย

เมื่อเห็นสีหน้าประหลาดใจของทุกคน แววตาของเจียงหมิงก็มีประกายความคาดหวังพาดผ่าน

"มีอะไรหรือ? หรือว่าตอนนี้มีคนบรรลุขอบเขตนี้เหมือนกัน?"

ได้ยินเช่นนั้น ทุกคนต่างรีบส่ายหน้า

เมื่อเห็นดังนั้น เจียงหมิงก็ถอนหายใจด้วยความผิดหวัง

ตอนนั้นเอง หลินเทียนอี้ก็เอ่ยขึ้น

"ข้าเคยได้ยินอาจารย์พูดถึงขอบเขตนี้เหมือนกัน แต่...นั่นก็เป็นขอบเขตหลังจากบรรลุเป็นเซียนไปแล้วไม่ใช่หรือ? ตอนนี้ในทวีปนภาครามอย่าว่าแต่คนที่จะบรรลุเป็นเซียนเลย สองพันปีมานี้ไม่มีใครก้าวขึ้นไปถึงระดับข้ามทัณฑ์สวรรค์ด้วยซ้ำ ยอดฝีมือระดับมหายานที่ยังมีชีวิตอยู่ตอนนี้ แทบทั้งหมดก็เป็นปีศาจเฒ่าที่หลงเหลือมาจากยุคก่อนทั้งนั้น"

"มิน่าล่ะ พวกเจ้าถึงยังติดอยู่ในระดับแปลงวิญญาณ แต่การบรรลุเป็นเซียนที่เจ้าพูดถึงมันคืออะไรหรือ?"

เจียงหมิงขมวดคิ้ว

หลินเทียนอี้พูดด้วยแววตาใฝ่ฝัน

"การบรรลุเป็นเซียนก็คือ หลังจากข้ามทัณฑ์สวรรค์จนถึงจุดสูงสุดแล้ว ก็จะทะลวงขีดจำกัดไปสู่ขอบเขตเซียนแท้จริง แล้วเดินทางไปยังโลกในมิติที่สูงกว่า ตอนที่พวกเรายังเด็ก ยังคิดว่าคนแรกที่จะบรรลุเป็นเซียนก็คืออาจารย์อาเสียอีก ส่วนคนที่บรรลุเป็นเซียนทีหลังคือปรมาจารย์ อาจารย์ แล้วก็อาจารย์อาคนอื่นๆ"

เมื่อได้ยินประโยคนี้ เจียงหมิงก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปเลย

หลี่เต้าเทียนก็บรรลุเป็นเซียนไปด้วยงั้นหรือ?

ตาแก่นั่นไม่ได้บอกว่าตายไปแล้วหรอกหรือ! สรุปว่าคนที่ฝังตัวเองมีแค่เขากับตาแก่นั่นสินะ!

แต่ประเด็นคือ เขาฝึกปรือจนถึงจุดสูงสุดของจักรพรรดิเซียนแล้ว ระดับพลังก็มีแต่ต้องอาศัยขั้นตัวเลขค่อยๆ ดันขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ทำไมหลายปีมานี้ เขาไม่เคยมีวี่แววว่าจะบรรลุเป็นเซียนเลย?

เมื่อคิดถึงจุดนี้ ดวงตาของเจียงหมิงก็เป็นประกาย

ในเมื่อคนที่บรรลุเป็นเซียนล้วนเป็นระดับเซียนแท้จริง ถ้าเขาบรรลุเป็นเซียนไปยังโลกในอีกมิติหนึ่ง ก็จะมีคนที่มีพลังสูสีกับเขามาจัดการเขาได้ใช่ไหม?

มีวิธีก็ต้องถาม!

"เจ้ารู้วิธีบรรลุเป็นเซียนไหม?"

เจียงหมิงหันไปถามหลินเทียนอี้

หลินเทียนอี้ส่ายหน้าอย่างอึดอัด

"ตอนนี้สามพันปีมาแล้วไม่มีใครก้าวไปถึงระดับข้ามทัณฑ์สวรรค์เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการบรรลุเป็นเซียน พวกข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน"

เจียงหมิงเดาะลิ้นด้วยความเซ็ง

เมื่อเห็นสีหน้าผิดหวังของเจียงหมิง หลินเทียนอี้ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงรีบพูดต่อ

"จริงสิ อาจารย์อา ช่วงก่อนพวกเราได้เศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์มาแผ่นหนึ่ง เพราะอย่างนี้ถึงทำให้สำนักมังกรดำและพรรคพวกมารุมล้อมสำนักเต๋าสวรรค์"

"เท่าที่ข้ารู้ ในนั้นมีกลิ่นอายของเซียนแท้จริงหลงเหลืออยู่ อาจจะมีประโยชน์กับท่านก็ได้"

พูดจบ หลินเทียนอี้ก็หยิบเศษหน้ากระดาษสีทองออกมาจากถุงเก็บของ

เมื่อเจียงหมิงได้เห็นเศษกระดาษแผ่นนี้ครั้งแรก ในแววตาก็มีความประหลาดใจปรากฏขึ้นมาเล็กน้อย

สำนักทมิฬล้ำลึก

ด้านหลังโถงใหญ่ของเจ้าสำนัก ชายหนุ่มหน้าตาเย้ายวนคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้งูหยกเขียว ระหว่างขาของเขามีชายหนุ่มหน้าตาหมดจดสองคนกำลังเลียยอดอกและหน้าท้องของเขา

เขาคือ เยี่ยเสวียนจง เจ้าสำนักทมิฬล้ำลึก!

เขาลูบไล้ชายบำเรอทั้งสองที่อยู่ใต้ร่าง เขาชอบตอนแกะชายหนุ่มหน้าตาดีมาตัดตอนให้เป็นชายบำเรอของเขา โดยเฉพาะพวกผู้ชายที่มีความแข็งแกร่ง

เขาจึงมักจะคอยสังเกตชายหนุ่มหน้าตาหมดจด แย่งชิงสิ่งที่พวกเขารักที่สุดมา บังคับให้พยายามทะลวงผ่านคอขวด จนก้าวไปถึงระดับที่พอใจ แล้วค่อยทำลายความมั่นใจของพวกเขาให้ย่อยยับจนกลายเป็นเพียงชายบำเรอของเขา

แต่มันยังไม่พอ เขารู้สึกว่าแค่นี้ยังไม่พอ!

ตอนนั้นเอง ผู้อาวุโสของสำนักทมิฬล้ำลึกคนหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพูดว่า

"เรียนเจ้าสำนัก สำนักมังกรดำนำกองกำลังจากสามสำนักไปล้อมโจมตีสำนักเต๋าสวรรค์ สุดท้าย พ่ายแพ้กลับมาอย่างย่อยยับ!"

เยี่ยเสวียนจงเงยดวงตาที่ดูเย้ายวนราวกับอิสตรีขึ้น มองไปยังผู้อาวุโสคนนั้นแล้วเอ่ยว่า

"ลำพังแค่หลินเทียนอี้ตาแก่นั่น ไม่มีทางขับไล่เจ้าสำนักทั้งสามคนไปได้หรอก สืบได้ความไหมว่าใครเป็นคนช่วย?"

ผู้อาวุโสส่ายหน้า

"ไอ้สวะ เลี้ยงเจ้าไว้ทำไม!"

เยี่ยเสวียนจงตวัดสายตาเย็นเยียบมองผู้อาวุโสคนนั้น ยกมือขึ้นเตรียมจะฟาดลงมา!

"ระ...เรียนเจ้าสำนัก! เราพบว่าหลินเทียนอี้ดูเหมือนจะนอบน้อมต่อเด็กหนุ่มคนหนึ่งมาก บางทีเด็กหนุ่มคนนั้นอาจจะเป็นลูกหลานของสำนักใหญ่ที่ไหนสักแห่ง สามสำนักนั้นอาจจะเห็นแก่หน้าเด็กหนุ่มคนนั้น ถึงได้ยอมถอยกลับมา" ผู้อาวุโสกลืนน้ำลายอึกใหญ่ จำใจต้องพูดออกไปแบบนั้น

"โอ้?"

เยี่ยเสวียนจงเลียริมฝีปากอย่างสนใจแล้วถามขึ้น

"เด็กหนุ่ม หน้าตาเป็นอย่างไรบ้าง?"

ผู้อาวุโสเงยหน้าขึ้นพูดเสียงสั่น

"หน้าตาหมดจดมาก ดูจากลักษณะแล้วอายุน่าจะสิบเจ็ดสิบแปดปี"

เยี่ยเสวียนจงพยักหน้า

"ช่างเป็นวัยที่งดงามจริงๆ"

"ถ่ายทอดคำสั่งลงไป สืบดูเบื้องหลัง พลัง และสิ่งที่เด็กหนุ่มคนนั้นรักให้ละเอียด"

เมื่อผู้อาวุโสได้ยินดังนั้นก็รีบพยักหน้า หันหลังเดินออกจากโถงไป

เหลือเพียงเยี่ยเสวียนจงที่เลียริมฝีปากพลางพึมพำ

"เด็กน้อยที่ทำให้หลินเทียนอี้นอบน้อมได้ หึหึ ชักจะน่าสนุกขึ้นมาแล้วสิ"

คิดถึงตรงนี้ เขาก็ล้วงเอาเศษหน้ากระดาษที่เปล่งประกายลวดลายสีทองออกมาจากอกเสื้อ

หากเจียงหมิงและหลินเทียนอี้อยู่ที่นี่ จะต้องจำของสิ่งนี้ได้อย่างแน่นอน

เศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์!

"ดูเหมือนของสิ่งนี้จะรวบรวมให้ครบไม่ง่ายเลยนะ"

เยี่ยเสวียนจงพูดพร้อมกับแค่นหัวเราะ

สามวันผ่านไป

ภายใต้การปลุกระดมของหลินเทียนอี้ ทุกคนในสำนักต่างก็ร่วมแรงร่วมใจกันฟื้นฟูสำนักให้กลับมาเป็นดังเดิม เมื่อเห็นสำนักเต๋าสวรรค์ที่ปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนอยู่ตรงหน้า หลินเทียนอี้ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

"ดีนะที่สำนักไม่มาพังลงในมือข้า ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่มีหน้าไปพบอาจารย์แน่ๆ" หลินเทียนอี้กอดอกพูดด้วยรอยยิ้ม

"ศิษย์พี่เจ้าสำนัก"

เพิ่งพูดจบ เซี่ยจื่อมั่วและคนอื่นๆ ก็เดินออกมาทักทาย

หลินเทียนอี้พยักหน้าแล้วถามขึ้น

"จริงสิ จื่อมั่ว อาจารย์อาล่ะ? ยังศึกษาเศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์แผ่นนั้นอยู่อีกหรือ?"

เซี่ยจื่อมั่วไหวไหล่

"ใช่ ตั้งแต่อาจารย์อาเห็นเศษหน้ากระดาษแผ่นนั้นก็เหมือนคนหมกมุ่น นี่ก็สามวันแล้ว ขลุกอยู่แต่ในห้องไม่ยอมออกมาเลย"

หลินเทียนอี้สูดหายใจเข้าลึก

คิดไม่ถึงเลยว่าเวลาอาจารย์อาจริงจังจะมุ่งมั่นจนลืมกินลืมนอนขนาดนี้ มิน่าล่ะถึงได้เป็นคนที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาศิษย์ทั้งเจ็ดคน!

ตัวเองก็ควรจะเรียนรู้เอาไว้ให้มากสิ

"ในเมื่อเป็นแบบนี้ พวกเราที่เป็นรุ่นหลังก็ไม่ควรอยู่เฉย เอาของไปเยี่ยมอาจารย์อาสักหน่อยเถอะ"

หลินเทียนอี้เสนอ

"ตกลง งั้นข้าไปเตรียมของก่อนนะ"

เซี่ยจื่อมั่วพยักหน้า

ไม่นาน ผู้อาวุโสแต่ละคนก็เตรียมของขวัญเล็กๆ น้อยๆ มาคนละชิ้น เดินเรียงแถวกันมาที่หน้าประตูห้องของเจียงหมิงอย่างเป็นระเบียบ

ภายใต้การนำของหลินเทียนอี้ ทุกคนจัดแจงเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย ก่อนจะผลักประตูเข้าไป

"อาจารย์อา วันนี้พวกเราตั้งใจมาเยี่ยมท่าน เลยติดของมาด้วย..."

หลินเทียนอี้เพิ่งเดินเข้าประตูมาพูดยังไม่ทันจบ ก็เห็นเจียงหมิงฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะ ส่วนเศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์แผ่นนั้นก็ถูกโยนทิ้งไว้บนโต๊ะอย่างลวกๆ ลมพัดมาวูบเดียวคงปลิวหายไปแล้ว

คราวนี้ แม้แต่ผู้อาวุโสที่เดินตามมาข้างหลังก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี

จบบทที่ บทที่ 4 - เศษหน้ากระดาษวิถีสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว