- หน้าแรก
- เกมประหลาดอุบัติขึ้น สาวน้อยถุงเท้าขาวขอให้ผีกินแบคทีเรีย
- บทที่ 1 เห็ดพิษวิญญาณ
บทที่ 1 เห็ดพิษวิญญาณ
บทที่ 1 เห็ดพิษวิญญาณ
บทที่ 1 เห็ดพิษวิญญาณ
ผืนป่าอันรกร้างและมืดมิดสนิทอบอวลไปด้วยหมอกบางอันหนาวเหน็บเสียดแทงกระดูก เสียงแหบพร่าของเด็กสาวคนหนึ่งลอยแว่วมาอย่างช้าๆ
"เก็บเห็ดกันเถอะ เห็ดสีขาว เห็ดสีน้ำเงิน เห็ดแสนอร่อยอยู่ที่ไหนกันนะ อยู่ที่ไหนกัน"
ตึก ตึก
เท้าเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและเปรอะเปื้อนโคลนก้าวเดินไปบนพงหญ้าอย่างย่อแย่ เธอไม่สนใจเห็ดสีสันฉูดฉาดที่ขึ้นอยู่ตามโคนเท้าเลยแม้แต่น้อย
"เจอแล้ว เห็ดสีขาว"
โคลนกระเซ็นสาดกระจายเมื่อเด็กสาวผมดำยื่นมือเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยบาดแผลออกไปด้วยความดีใจ เธอคว้าเห็ดสีขาวอวบอ้วนข้างป้ายสุสานแล้วใส่ลงในตะกร้าไม้ไผ่ เส้นใยสีขาวที่ติดอยู่กับเห็ดซึ่งดูคล้ายกับใยแมงมุมค่อยๆ กระจัดกระจายออกไป
ใกล้เข้ามาแล้ว ใกล้เข้ามาอีก
เร็วเข้า... รีบมาเก็บฉันเร็วเข้า
สืออวี่มองดูมือของเด็กหญิงที่กำลังจะสัมผัสโดนตัวเธอ พร้อมกับกรีดร้องในใจด้วยความร้อนรน
เรื่องราวไม่ควรจะเป็นแบบนี้เลย การเปิดตัวของเกมกุยหวนและการส่งมอบเห็ดเจี้ยนโส่วชิงเป็นเรื่องน่ายินดีสองเรื่องที่เกิดขึ้นพร้อมกัน เธอควรจะได้มีความสุขกับการกินอาหารรสเลิศไปพร้อมกับการสนุกสนานในโลกของเกม
ใครจะไปรู้ว่าหลังจากกัดไปเพียงคำเดียว เธอจะกลายร่างเป็นเห็ดสีขาวต้นเล็กๆ แบบนี้
จนถึงตอนนี้เธอยังคงคิดว่าตัวเองโดนพิษจนเกิดภาพหลอน และหลุดเข้ามาอยู่ในดันเจี้ยนสำหรับผู้เล่นใหม่ของเกมสยองขวัญกุยหวนนี้
"ไม่พอ ยังไม่พอ เห็ดสีขาวไม่พอ เห็ดสีขาวอยากเปลี่ยนเป็นเห็ดสีแดง"
เสียงของเด็กหญิงทำให้สืออวี่สะดุ้ง และร่างของเธอก็ลอยขึ้นไปในอากาศทันที เมื่อได้สติเธอก็ลงไปนอนอยู่ในตะกร้าไม้ไผ่บนแขนของเด็กสาวเรียบร้อยแล้ว
เฮ้อ... ในที่สุด... ในที่สุดก็จะได้ไปจากป่าผีสิงแห่งนี้เสียที
สืออวี่รู้สึกยินดีเป็นล้นพ้นอยู่ในใจ เธอต้องติดอยู่ในป่าที่หนาวเหน็บและมืดมิดแห่งนี้มานานนับชั่วโมง แต่เป็นเพราะไม่มีขา เธอจึงไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลยแม้แต่น้อย
หากไม่ได้ยินเสียงของเด็กหญิงคนนี้ เธอคงจะตกอยู่ในความสิ้นหวังอย่างลึกล้ำ เด็กหญิงตรงหน้านี้น่าจะเป็นคนจากหมู่บ้านตระกูลหวงที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งมีการกล่าวถึงในข้อมูลแนะนำดันเจี้ยนของเกมกุยหวน
เธอคุ้นเคยกับป่าแห่งนี้เป็นอย่างดี มันคือป่ามืดมิดจากภาพโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ของเกม มีหมู่บ้านเพียงแห่งเดียวในบริเวณใกล้เคียง ดังนั้นดูเหมือนว่าสถานที่แห่งนี้คงอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านนัก
ช่างน่าเสียดายที่สืออวี่ไม่สามารถพูดได้ในตอนนี้ มิฉะนั้นเธอคงจะเอ่ยปากถามเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่น่าสงสารและเต็มไปด้วยบาดแผลตรงหน้าไปแล้ว
จะว่าไป ตอนนี้ดูเหมือนเธอจะเป็นเห็ดพิษ...
สืออวี่นึกขึ้นได้ในทันใด นอกจากทัศนียภาพโดยรอบแล้ว ในระยะสายตาของเธยังมีหน้าต่างระบบของเกมปรากฏอยู่ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอมองเห็นสิ่งรอบข้างได้
ในฐานะที่เป็นเห็ด ตามปกติแล้วย่อมไม่ควรจะมองเห็นสิ่งใด แต่ยังดีที่หน้าต่างระบบของเกมกุยหวนช่วยให้เธอยังพอจะดิ้นรนได้บ้าง
ทว่าข่าวร้ายก็คือเธอมีหน้าต่างระบบอยู่สองหน้าต่าง หน้าต่างหนึ่งคือหน้าต่างผู้เล่นทั่วไป และอีกหน้าต่างหนึ่งคือหน้าต่างผี
หน้าต่างผีระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ผีชุดขาว - เห็ดพิษแมงมุมขาว
เด็กหญิงคนนี้คิดจะทำอะไรกันแน่ ถึงได้เก็บเห็ดพิษมากมายขนาดนี้กลับไป
สืออวี่มองไปรอบๆ มีเห็ดสีขาวอยู่ในตะกร้าแล้วหกต้น ยกเว้นตัวเธอแล้ว ต้นอื่นๆ น่าจะเป็นเห็ดพิษแมงมุมขาวธรรมดาและไม่ใช่ผี มิฉะนั้นเด็กหญิงคนนี้คงจะตายไปตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว
เด็กสาวผมดำไม่รู้เลยว่าตัวเองได้เก็บเห็ดพิษที่เป็นผีมาด้วย เธอหันหลังเดินจากไปจากสถานที่เก็บเห็ดพิษซึ่งเต็มไปด้วยป้ายสุสานที่หักพัง ชุดกระโปรงสีซีดของเธอโบกสะบัดเบาๆ ราวกับปีกผีเสื้อ
เธอก้าวเดินไปด้วยขาที่สั้น มุ่งหน้าลึกเข้าไปในป่าอย่างช้าๆ หลังจากนั้นไม่นาน สืออวี่ก็เห็นเห็ดสีน้ำเงินอีกหกต้นในตะกร้า และเดาว่าพวกมันก็น่าจะเป็นเห็ดพิษเช่นกัน
มีคำกล่าวที่ว่า ยิ่งเห็ดมีสีสันฉูดฉาดมากเท่าไร ก็ยิ่งไม่ควรไปสัมผัสมากเท่านั้น เห็ดที่แม้แต่คนชอบกินอย่างเธอยังไม่รู้จัก ย่อมไม่ใช่สิ่งที่กินได้อย่างแน่นอน
ทันใดนั้น สายตาของเธอก็มืดดับลง เด็กหญิงดึงต้นหญ้าไม่ทราบชื่อกำหนึ่งมาคลุมเห็ดทั้งหมดเอาไว้ เธอทำได้เพียงรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวของตัวเองเท่านั้น
ความเร็วเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เด็กหญิงดูเหมือนกำลังวิ่งอยู่ นี่คือการออกจากป่าใช่หรือไม่
การเป็นเห็ดนี่ช่างไม่สะดวกเอาเสียเลย สืออวี่ลอบถอนหายใจในใจ
แม้ว่าตอนนี้เธอจะถือว่าเป็นผี แต่ความสามารถเพียงอย่างเดียวในเวลานี้คือการสร้างภาพหลอนเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น
อ๊ะ... ไม่ใช่สิ ยังมีพิษบนร่างกายของเธอด้วย ใครก็ตามที่กินเธอเข้าไปจะต้องตายเพราะพิษอย่างแน่นอน ไม่สิ ไม่ถูกต้อง! เธอไม่อยากถูกกินนะ!
เดี๋ยวก่อน... เด็กหญิงคนนี้กำลังพาร่างของเธอกลับไปต้มกินใช่ไหม!
แต่เธอขยับตัวไม่ได้เลย ทำไมถึงขยับไม่ได้ทั้งที่เป็นผี บ้าจริง!
สืออวี่บังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ แม้ว่าเธอจะไม่ใช่คนฉลาดหลักแหลม แต่เธอก็รู้ว่าการตื่นตระหนกในเวลานี้ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา
ตอนนี้เธอทำได้เพียงก้าวไปทีละก้าว ปัจจุบันนอกจากเธอแล้ว ยังมีผู้เล่นอีกห้าคนในดันเจี้ยน ขอเพียงคนใดคนหนึ่งมีชีวิตรอด เธอก็จะมีโอกาสออกจากเกมได้
ตามทฤษฎีแล้วควรเป็นเช่นนั้น แต่เมื่อนึกถึงวิธีแปลกๆ ที่เธอเข้ามาที่นี่ มันอาจจะเป็นการทะลุมิติหรือเปล่า แล้วถ้าเธอออกจากดันเจี้ยนไม่ได้ล่ะ...
สืออวี่ถอนหายใจในใจ ละทิ้งคำถามที่ไม่มีคำตอบนี้ แล้วทบทวนภารกิจหลักของดันเจี้ยนนี้
ผู้เล่นรับบทเป็นชาวบ้านคนใดคนหนึ่งในหมู่บ้านตระกูลหวงและมีชีวิตรอดให้ครบยี่สิบสี่ชั่วโมง
มันเป็นเพียงข้อความภารกิจสั้นๆ ของผู้เล่น การทำภารกิจนี้ให้สำเร็จจะช่วยให้เธอออกจากดันเจี้ยนได้
นั่นคือสิ่งที่หน้าต่างระบบของเกมแจ้งเตือน แต่เธออาจจะไม่สามารถทำภารกิจนี้สำเร็จได้ด้วยตัวเอง
เพราะเธอเป็นเพียงเห็ดต้นเล็กๆ จึงไม่สามารถรับบทเป็นชาวบ้านได้ โชคดีที่ตราบใดที่ผู้เล่นคนอื่นทำสำเร็จ ก็จะถือว่าผ่านดันเจี้ยน และเธอจะสามารถออกไปพร้อมกับพวกเขาได้
สืออวี่คิดทบทวนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จากประสบการณ์การเล่นเกมมาหลายปี ภารกิจเอาชีวิตรอดแบบนี้ย่อมยากที่สุดอย่างแน่นอน
ต้องมีผีที่แข็งแกร่งกว่านี้อยู่ในหมู่บ้าน แต่นี่ก็เป็นโอกาสที่ดีสำหรับเธอเช่นกัน!
เธอมองไปที่หน้าต่างผี นี่คือต้นทุนที่แท้จริงเพื่อให้เธอมีชีวิตรอด
ทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนก็ดังมาจากภายนอกตะกร้า ขัดจังหวะความคิดของสืออวี่
"แม่หนูเสี่ยวฮวา เจ้าไปเก็บเห็ดแต่เช้าตรู่เลยรึ ทำไมตามตัวถึงมีบาดแผลมากมายขนาดนี้ แม่ของเจ้าทุบตีเจ้าอีกแล้วหรือ"
"ข้าล้มลงไปเอง ข้า... ข้าขอตัวกลับก่อน ลุงโหย่วชวน ระวังงูด้วยนะจ๊ะ..."
"นี่! เดี๋ยวรอนี่ก่อนแม่หนู เอาสมุนไพรพวกนี้กลับไปด้วย เอาไปบดแล้วทา บาดแผลของเจ้าจะได้หายเร็วๆ"
"ไม่เป็นไรจ้ะ เดี๋ยวก็หายแล้ว"
เด็กหญิงวิ่งหนีไปและเข้าไปในหมู่บ้าน หวงโหย่วชวนถอนหายใจ ก้มหน้าลง แบกจอบแล้วเดินมุ่งหน้าไปยังผืนป่า
ชาวบ้านธรรมดาๆ อย่างนั้นหรือ สืออวี่พึมพำในใจ ฟังดูเหมือนว่าพวกเขาจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
เธอไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด แต่สายตาของเธอกลับมาสว่างวาบอีกครั้ง เธอพบว่าตัวเองอยู่ในบ้านดินซอมซ่อ ถูกวางไว้บนเตาดินในชนบทพร้อมกับเห็ดพิษต้นอื่นๆ
"ข้าจะต้มซุปเห็ดในตอนเช้า ท่านพ่อท่านแม่ยังไม่ตื่นเลย"
เสี่ยวฮวานำเห็ดทั้งหมดออกมาล้าง การแช่ในน้ำเย็นทำให้สืออวี่รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมากทีเดียว
มือของเด็กหญิงขยับอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าจะทำให้เห็ดช้ำ
เห็ดที่ล้างสะอาดแล้วถูกใส่ลงในตะกร้าผัก แต่เธอไม่ได้จุดไฟในทันที เธอหันหลังเดินจากไป ราวกับได้ยินความเคลื่อนไหวอื่นๆ อยู่ที่ภายนอกห้องครัว
เพียะ! เสียงตบดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงของเด็กหญิงที่ล้มลงกับพื้นลอยเข้ามา
"อาหารเช้าอยู่ที่ไหน ข้าอุตส่าห์ทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูเจ้า แต่เจ้ากลับไม่ได้เตรียมอาหารเช้าไว้เลย หากข้าไม่มีแรงไปทำงาน จะหาเงินมาเลี้ยงดูเจ้าได้อย่างไร เข้าใจไหม!"
"ข้ากำลังทำอยู่จ้ะ..."
"งั้นก็รีบหน่อย! เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว!"
พร้อมกับเสียงดุด่าอย่างโกรธเกรี้ยวของชายคนนั้น ร่างอันผอมบางและเล็กจ้อยของเสี่ยวฮวาก็กระเด็นม้วนตลบเข้ามาในห้องครัวจากทางประตูอย่างน่าเวทนา
ดวงตาของเด็กหญิงดูเหม่อลอย เธอเอื้อมมือไปปัดชุดกระโปรงตัวเก่าที่มีรอยเท้าเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งรอยตามความเคยชิน
จากนั้น ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอยันกายลุกขึ้นโดยเกาะขอบเตา ค่อยๆ หยิบฟืนใส่เข้าไปเพื่อจุดไฟอย่างเชื่องช้าและเป็นกลไก
จากมุมมองของสืออวี่ มีเพียงความเฉยชาบนใบหน้าผอมบางและเล็กจ้อยของเสี่ยวฮวา ซึ่งขึ้นรอยแดงจากการถูกทุบตี โดยไม่มีร่องรอยของความเจ็บปวดเลย
เด็กหญิงคุ้นชินกับการดุด่าและหยาบคายรวมถึงความรุนแรงของชายคนนั้นแล้ว หรือบางที อาจจะชาชินไปแล้วก็เป็นได้
แม้ว่าเธอจะไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอกเมื่อครู่ แต่เธอก็พอจะเดาเรื่องราวได้จากรอยฝ่ามือบนใบหน้าของเด็กหญิงและรอยเท้าบนเสื้อผ้าของเธอ
สืออวี่รู้สึกหงุดหงิดใจเป็นอย่างยิ่ง เธออยากจะหยุดยั้งมันเมื่อครู่ แต่ระยะทางห่างไกลเกินไป และเธอไม่สามารถขยับตัวได้เลย
เสี่ยวฮวาต้มน้ำด้วยความเฉยชา มือเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยบาดแผลเทข้าวสารที่เหลือจากเมื่อคืนลงไป
สืออวี่รู้สึกว่าอีกไม่นานคงถึงตาของเธอที่จะต้องลงไปอยู่ในหม้อแล้ว!
ทันใดนั้น คมมีดอันแหลมคมก็เฉียดผ่านสืออวี่ไป เด็กหญิงคนนี้ถึงกับรู้จักรอยเฉือนพวกมันด้วย...
หลังจากเฝ้ามองอยู่ครู่หนึ่ง สืออวี่ก็เข้าใจว่าเสี่ยวฮวากำลังเตรียมต้มโจ๊กเห็ดและผัก หรือจะเรียกว่าซุปก็ได้ ข้าวสารที่เหลือนั้นมีน้อยมาก ไม่ถึงครึ่งถ้วยด้วยซ้ำ
ฝ่ามือสีเข้มอันเยาว์วัยหยิบเห็ดสีขาวที่อยู่ข้างๆ สืออวี่ขึ้นมาหั่นทีละต้น สืออวี่ซึ่งเป็นต้นที่เตี้ยที่สุด ถูกเหลือไว้เป็นลำดับสุดท้าย และอาจจะถูกเด็กหญิงโยนลงไปในหม้อโดยตรง