เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9 ใครดูแลการผลิต? ก็ให้ชาวเน็ตทั้งประเทศช่วยดูแลไปเลยสิ

ตอนที่ 9 ใครดูแลการผลิต? ก็ให้ชาวเน็ตทั้งประเทศช่วยดูแลไปเลยสิ

ตอนที่ 9 ใครดูแลการผลิต? ก็ให้ชาวเน็ตทั้งประเทศช่วยดูแลไปเลยสิ


ตอนที่ 9 ใครดูแลการผลิต? ก็ให้ชาวเน็ตทั้งประเทศช่วยดูแลไปเลยสิ

เมืองหมัวตู สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของบริษัทว่านเจียอี้

เจียงลี่ลี่ในชุดทำงานที่ดูหรูหราสง่างาม นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เธอกำลังคุยโทรศัพท์ด้วยภาษาอังกฤษอย่างฉะฉาน พร้อมกับรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าตลอดเวลา

"ไม่ ไม่ ไม่ คุณไม่ต้องกังวลไปเลยค่ะ เรื่องนี้จะไม่มีผลกระทบต่อผลประกอบการของเราในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างแน่นอน..."

"คุณคิดมากเกินไปแล้ว พวกเขาก็เป็นแค่บริษัทผลิตสมาร์ตโฟน ไม่ได้มีประสบการณ์ในการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคเลยแม้แต่นิดเดียว"

"เรื่องนี้มันเป็นแค่อุบัติเหตุเท่านั้นแหละค่ะ อย่างมากที่สุดมันก็เป็นแค่การสร้างกระแสเพื่อทำการตลาดเท่านั้นเอง"

"ใช่ค่ะๆ คุณวางใจได้เลย ดิฉันสามารถจัดการปัญหานี้ได้ภายในหนึ่งสัปดาห์ ไม่สิ ขอเวลาแค่ครึ่งเดือนก็เกินพอแล้วค่ะ"

วินาทีหนึ่ง เจียงลี่ลี่ยังคงยิ้มแย้มแจ่มใสขณะที่วางสายโทรศัพท์ แต่ในวินาทีต่อมา เสียงทุบโทรศัพท์ลงบนโต๊ะก็ดังสนั่นไปทั่วทั้งห้องทำงาน

เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว นับตั้งแต่บริษัทต้าหมี่เทคโนโลยีทำการไลฟ์สดกระบวนการผลิตผ้าอนามัย

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นนี้ไม่เพียงแต่จะไม่ลดความร้อนแรงลง แต่กลับยิ่งได้รับความสนใจและเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ

เดิมทีทุกคนต่างก็คิดว่า การไลฟ์สดการผลิตผ้าอนามัยของบริษัทต้าหมี่เทคโนโลยี มันก็เป็นแค่การจัดฉากโชว์เท่านั้นแหละ เพราะที่ผ่านมาก็มีบทเรียนให้เห็นตั้งมากมาย ที่พวกนายทุนมักจะพูดอย่างหนึ่งต่อหน้าประชาชน แต่กลับไปแอบทำอีกอย่างหนึ่งลับหลัง

แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องประหลาดใจก็คือ การไลฟ์สดของบริษัทต้าหมี่เทคโนโลยีไม่เพียงแต่จะไม่ได้หยุดลงหลังจากผ่านพ้นวันแรกไปเท่านั้น แต่มันกลับกลายมาเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของทุกคนไปแล้ว

คุณอ่านไม่ผิดหรอก การไลฟ์สดกระบวนการผลิตนี้มันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วจริงๆ

โรงงานผลิตผ้าอนามัยของบริษัทต้าหมี่เทคโนโลยี เริ่มทำการไลฟ์สดแบบมาราธอนตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ตลอดทั้งปี โดยไม่มีการหยุดพักเลยแม้แต่วินาทีเดียว

พวกเขาถึงขั้นเปิดระบบเชื่อมต่อกล้องวงจรปิดจากทุกมุมในห้องปฏิบัติการแต่ละแผนกของโรงงาน เพื่อให้ชาวเน็ตสามารถเข้ามาตรวจสอบและจับตาดูกระบวนการทำงานผ่านการไลฟ์สดได้ตลอดเวลา

จากคำพูดติดตลกของชาวเน็ตที่บอกว่า:

โรงงานต้าหมี่ไม่เห็นต้องจ้างหัวหน้างานมาคุมงานด้วยซ้ำ เพราะกองทัพชาวเน็ตพร้อมใจกันมาช่วยเป็นหูเป็นตาให้ต้าหมี่เรียบร้อยแล้ว

ใครเป็นคนดูแลการผลิตน่ะเหรอ? ก็ปล่อยให้ชาวเน็ตทั้งประเทศช่วยกันดูแลไปเลยสิ!

และเรื่องที่น่าขำไปกว่านั้นก็คือ มีพนักงานชายหนุ่มคนหนึ่งในโรงงานที่มักจะชอบอู้และแอบงีบหลับในเวลางาน ทำให้ชาวเน็ตตาดีสังเกตเห็นเข้า

แล้วคุณเชื่อไหมล่ะว่า พ่อหนุ่มคนนั้นดันกลายเป็นคนดังในโลกโซเชียลขึ้นมาจริงๆ?

คุณเชื่อไหมว่ามีชาวเน็ตนับหมื่นคนตั้งหน้าตั้งตารอดูเขาแอบงีบหลับผ่านไลฟ์สดในทุกๆ วัน?

มีคนปกติที่ไหนเขามานั่งดูรายการบ้าบออะไรแบบนี้ผ่านไลฟ์สดกันบ้างเนี่ย?

และในขณะที่เรื่องนี้กำลังบานปลายใหญ่โต ก็มีเรื่องราวสุดช็อกอีกเรื่องหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจของเจียงลี่ลี่เอาไว้ได้

บริษัทต้าหมี่เทคโนโลยีได้ประกาศแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการว่า ในอีกสามวันข้างหน้า หรือก็คือครึ่งเดือนหลังจากที่ผ้าอนามัยต้าหมี่เริ่มเดินสายการผลิต ซูไป๋จะมาไลฟ์สดขายผ้าอนามัยต้าหมี่ด้วยตัวเอง ในห้องไลฟ์สดหลักของบริษัทต้าหมี่เทคโนโลยี

ทันทีที่มีการประกาศข่าวนี้ออกไป มันก็พุ่งทะยานติดอันดับหนึ่งคำค้นหายอดนิยมประจำวันในทันที

ท้ายที่สุดแล้ว ภาพลักษณ์ของซูไป๋ที่ทุกคนจดจำมาโดยตลอด ก็คือมหาเศรษฐีเจ้าของแบรนด์สมาร์ตโฟนต้าหมี่ และเป็นถึงผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่

ดูยังไงเขาก็ไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับของใช้ผู้หญิงอย่างผ้าอนามัยเลยแม้แต่น้อย

แต่เมื่อนำสองสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกันอย่างสิ้นเชิงมาจับคู่กัน มันกลับทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่น่าทึ่งในโลกอินเทอร์เน็ตขึ้นมาทันที ผลลัพธ์ที่ได้นั้นมันน่าตื่นตาตื่นใจเสียยิ่งกว่าการที่ซูไป๋จะแต่งหญิงแล้วมาเต้นโชว์ในห้องไลฟ์สดเสียอีก

ทันใดนั้นเอง เหล่าชาวเน็ตที่ชื่นชอบการสอดรู้สอดเห็นและชอบดูเรื่องสนุกๆ ก็พากันนั่งไม่ติดเก้าอี้

"เอาจริงดิ? ประธานซูจะมาไลฟ์สดขายผ้าอนามัยเนี่ยนะ? ผมขอพูดตรงๆ ตรงนี้เลยนะ ถึงผมจะเป็นผู้ชายอกสามศอก แต่ตราบใดที่ประธานซูกล้าขาย ผมก็กล้าซื้อโว้ย!"

"ซีอีโอบริษัทเทคโนโลยีระดับแสนล้าน มาไลฟ์สดขายผ้าอนามัยออนไลน์ งานนี้พลาดไม่ได้เด็ดขาด!"

"ในโลกอินเทอร์เน็ตนี้นะ นอกจากประธานซูแล้ว ผมไม่เคยนับถือใครอีกเลย"

มีรายงานว่า ตอนนี้ห้องไลฟ์สดของบริษัทต้าหมี่เทคโนโลยีมียอดผู้กดแจ้งเตือนรอชมทะลุแปดแสนคนไปแล้ว และยังมีชาวเน็ตอีกนับไม่ถ้วนที่ตั้งตารอคอยที่จะได้เป็นสักขีพยานในปรากฏการณ์ที่หาชมได้ยากยิ่งนี้

แต่ทว่าเบื้องหลังความตื่นเต้นและกระแสอันร้อนแรงนั้น เจียงลี่ลี่กลับมองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น

ใช่แล้ว เจียงลี่ลี่ต้องยอมรับเลยว่า ซูไป๋นั้นเชี่ยวชาญเรื่องการใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตจริงๆ

ตั้งแต่การเปิดรับฟังคำแนะนำจากชาวเน็ตในตอนแรก การดึงตัวบุคลากรคนเก่งจากคอมเมนต์ยอดนิยม การไลฟ์สดกระบวนการผลิต ไปจนถึงปัจจุบันที่ซีอีโอระดับแสนล้านจะลงมาไลฟ์สดขายผ้าอนามัยด้วยตัวเอง

ซูไป๋เข้าใจจิตวิทยาของชาวเน็ตอย่างถ่องแท้ ทุกการกระทำของเขาสามารถพุ่งตรงเข้าไปเจาะกลางใจของชาวเน็ตได้อย่างแม่นยำ

แต่ซูไป๋กลับมองข้ามประเด็นสำคัญที่สุดไปประเด็นหนึ่ง

นั่นก็คือเรื่องของผลกำไร!

ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอะไรก็ตาม หากปราศจากผลกำไร ต่อให้จะสร้างภาพลักษณ์ออกมาได้ดูดีแค่ไหน มันก็เป็นเพียงแค่เรื่องตลกปาหี่เท่านั้น

ซูไป๋สร้างเรื่องวุ่นวายมานานมากแล้ว เขาสร้างกระแสฮือฮาในโลกอินเทอร์เน็ตจนโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ

แต่เขาเคยพิจารณาถึงเรื่องผลกำไรของบริษัทตัวเองบ้างหรือไม่?

เขามั่นใจได้ยังไงว่าเขาจะสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ประสบกับภาวะขาดทุน?

ตอนนี้ความสนใจทั้งหมดของชาวเน็ตพุ่งเป้าไปที่ซูไป๋เพียงคนเดียว แต่พวกเขากลับลืมตัวเอกที่แท้จริงอย่างผ้าอนามัยต้าหมี่ไปเสียสนิท

ทุกคนแค่อยากจะเข้าไปในห้องไลฟ์สด เพื่อดูซีอีโอระดับแสนล้านอย่างซูไป๋มานั่งขายผ้าอนามัย ราวกับไปยืนดูการแสดงละครลิงในสวนสัตว์ก็เท่านั้น

พวกเขาก็แค่ต้องการความสนุกตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็นเท่านั้นเอง

แต่บ่อยครั้ง เมื่อการแสดงจบลง เบื้องหลังความตื่นเต้นและเสียงหัวเราะเหล่านั้น มันก็มักจะหลงเหลือทิ้งไว้เพียงความวุ่นวายโกลาหล

แล้วมันจะมีสักกี่คนกันเชียว ที่ตั้งใจจะเข้าไปซื้อผ้าอนามัยจริงๆ?

ซูไป๋จัดงานใหญ่โตเล่นใหญ่ไฟกะพริบซะขนาดนี้ เขาไม่กลัวเหรอว่ายอดขายในไลฟ์สดมันจะย่ำแย่จนกู่ไม่กลับ?

เขาไม่กลัวเหรอว่าผลกำไรที่ได้มันจะไม่คุ้มกับต้นทุนมหาศาลที่เสียไป จนทำให้ธุรกิจต้องขาดทุนย่อยยับ?

เขาเก่งเรื่องการใช้กระแสในโลกอินเทอร์เน็ตมาก แต่เขาไม่รู้จักสุภาษิตที่ว่า 'ยิ่งบินสูงเท่าไหร่ เวลาตกลงมาก็ยิ่งเจ็บหนักมากขึ้นเท่านั้น' หรือยังไง?

เดิมทีบริษัทว่านเจียอี้กับบริษัทต้าหมี่เทคโนโลยีต่างก็ทำธุรกิจของใครของมัน ไม่เคยก้าวก่ายกัน แต่ตอนนี้ซูไป๋กลับกล้ามาแย่งชามข้าวของว่านเจียอี้เสียแล้ว ในฐานะผู้กุมอำนาจ เจียงลี่ลี่ก็คงไม่ถือสาอะไร หากจะต้องช่วยเหยียบซ้ำให้ซูไป๋จมดินลึกลงไปอีก

เจียงลี่ลี่หยิบโทรศัพท์ตั้งโต๊ะขึ้นมา แล้วกดหมายเลขต่อสายตรงภายในทันที

"จัดทำเอกสารประกาศคำสั่งในนามของสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกด่วน เริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ผ้าอนามัยทุกแบรนด์ในเครือของว่านเจียอี้ทั่วประเทศจีน จะจัดโปรโมชันลดราคาครั้งใหญ่เป็นเวลาครึ่งเดือน"

ถูกต้องแล้ว บริษัทว่านเจียอี้เริ่มขยับตัวแล้ว เมื่อก่อนตอนที่พวกเขายังสงวนท่าที มันก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่พอถึงเวลาที่ต้องเอาจริง พวกเขาก็งัดเอาไพ่ตายออกมาใช้ทันที

ยิ่งไปกว่านั้น จังหวะเวลาที่เจียงลี่ลี่เลือกใช้นั้น ถือว่าฉลาดแกมโกงมาก

ซูไป๋จะไลฟ์สดขายผ้าอนามัยในอีกสามวันข้างหน้า

แต่บริษัทว่านเจียอี้กลับชิงตัดหน้าจัดโปรโมชันลดราคาก่อนถึงสองวัน ความหมายของแผนการนี้มันชัดเจนมาก

นั่นก็เพื่อเป็นการกวาดต้อนและดูดซับกำลังซื้อของผู้บริโภคในตลาดให้หมดไปเสียก่อน เพื่อให้เมื่อถึงเวลาที่ซูไป๋เริ่มไลฟ์สด ผู้ที่ต้องการซื้อผ้าอนามัยทุกคนต่างก็ตุนของเอาไว้จนเต็มบ้านหมดแล้ว เมื่อไม่มีกำลังซื้อหลงเหลืออยู่ มารอดูกันสิว่าซูไป๋จะเอาผ้าอนามัยไปขายให้ใครได้อีก

เจียงลี่ลี่ผู้รอบคอบและเด็ดขาด จึงขยายระยะเวลาโปรโมชันออกไปเป็นครึ่งเดือน โดยมีเป้าหมายที่จะสูบเลือดสูบเนื้อและทำให้ตลาดผ้าอนามัยทั้งหมดอยู่ในสภาวะอิ่มตัวภายในครึ่งเดือน

ถึงตอนนั้น บริษัทต้าหมี่เทคโนโลยีก็คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องชิ้นปลามันหรอก เพราะแม้แต่น้ำซุปสักหยด พวกเขาก็คงจะไม่มีสิทธิ์ได้ลิ้มรสด้วยซ้ำ

เจ้าซูไป๋ แกคิดจะงัดกับบริษัทว่านเจียอี้งั้นเหรอ? งั้นแกก็จงเตรียมตัวรับผลที่ตามมาจากการกระตุกหนวดเสือเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน

ถ้าหากวันนี้ฉันไม่สั่งสอนแกให้รู้สำนึก ซูไป๋ แกคิดจริงๆ เหรอว่าชื่อเสียงของบริษัทว่านเจียอี้ในฐานะบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการสินค้าอุปโภคบริโภคมันจะเป็นแค่เรื่องล้อเล่นน่ะ?

ใครมันจะกล้ากระตุกหนวดเสือกันล่ะ?

สงครามการค้าระหว่างกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่นั้น ผู้บริโภคทั่วไปแทบจะไม่มีทางสังเกตเห็นถึงความดุเดือดของมันได้เลย แต่ผลกระทบจากสงครามครั้งนี้กลับสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในทุกแง่มุมของการใช้ชีวิต

วันต่อมา ชั้นวางสินค้าโซนผ้าอนามัยแบรนด์ต่างๆ ในซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ต่างก็ถูกประดับประดาไปด้วยป้ายโฆษณาโปรโมชันลดราคาที่ใหญ่โตและสะดุดตา

เด็กสาวสองคนที่กำลังเข็นรถเข็นเลือกซื้อของอยู่ เมื่อเห็นป้ายโปรโมชันเหล่านั้นก็รีบพุ่งตัวเข้าไปมุงดูทันที

"ว้าว! ลดราคากันทุกแบรนด์เลย! แถมรอบนี้ยังลดเยอะมากด้วย น่าซื้อตุนเก็บไว้สุดๆ"

"นี่เธอ ลืมเรื่องข่าวผ้าอนามัยปนเปื้อนสารพิษครั้งที่แล้วไปแล้วเหรอ?"

"ก็บริษัทว่านเจียอี้เขาออกมาขอโทษแล้วไม่ใช่เหรอ? แถมโรงงานต้นเรื่องก็ถูกสั่งปิดไปแล้วด้วย... มันก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรแล้วไม่ใช่เหรอ?"

"ถ้าเธออยากซื้อก็ซื้อไปเถอะ ยังไงฉันก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี บริษัทว่านเจียอี้ก็ออกมาขอโทษทุกครั้งนั่นแหละ แต่ผ่านไปไม่ทันไรเดี๋ยวก็มีเรื่องฉาวเรื่องอื่นโผล่มาอีก ฉันไม่กล้าเอาสุขภาพของตัวเองไปเสี่ยงกับความหน้าเลือดของพวกนายทุนหรอกนะ"

"แล้วเราจะทำยังไงได้ล่ะ? ตลาดผ้าอนามัยมันก็ถูกบริษัทว่านเจียอี้ผูกขาดไปหมดแล้ว เธอจะทนใช้ชีวิตโดยไม่ใช้ผ้าอนามัยไปตลอดชีวิตได้หรือไง?"

"ใครบอกว่าพวกเขาผูกขาดตลาดอยู่เจ้าเดียวล่ะ? ยังมีผ้าอนามัยของแบรนด์ต้าหมี่อยู่อีกไม่ใช่เหรอ?"

"ผ้าอนามัยต้าหมี่เนี่ยนะคะ? เธอนี่รวยจังเลยนะ ใครๆ เขาก็ลือกันให้แซ่ดว่าผ้าอนามัยต้าหมี่น่ะ แผ่นนึงก็ปาเข้าไปเจ็ดแปดหยวนแล้ว ห่อก็นึงตั้งเจ็ดแปดสิบหยวน ถ้าลองคำนวณดูดีๆ ค่าผ้าอนามัยทั้งปีนี่คงต้องเสียเงินเป็นพันหยวนเลยนะ"

ใช่แล้ว ตอนนี้มีข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วโลกออนไลน์ว่า เนื่องจากผ้าอนามัยต้าหมี่ใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมียมและมีกระบวนการผลิตที่ล้ำสมัย ดังนั้นราคาขายต่อแผ่นจึงไม่น่าจะต่ำกว่าเจ็ดหรือแปดหยวนอย่างแน่นอน

นี่ถือว่าเป็นราคาของผ้าอนามัยระดับไฮเอนด์แล้ว การจะซื้อมาลองใช้เป็นครั้งคราวมันก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร แต่เมื่อคำนวณรายจ่ายอย่างถี่ถ้วนแล้ว คนธรรมดาทั่วไปก็คงไม่มีปัญญาที่จะซื้อหามาใช้เป็นประจำได้หรอก

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้บรรดาพี่น้องสตรีหลายคนพากันเงียบหายไปจากโลกอินเทอร์เน็ตในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

ที่จริงแล้ว ประธานซูก็ยอมรับฟังคำแนะนำ และสั่งให้บริษัทต้าหมี่เทคโนโลยีผลิตผ้าอนามัยออกมาเพื่อตอบสนองความต้องการของทุกคนจริงๆ

ภาพลักษณ์อันซื่อสัตย์ของซูไป๋ได้รับการพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้ง ผ้าอนามัยต้าหมี่ทุกแผ่นถูกผลิตขึ้นมาจากวัตถุดิบที่คุณภาพดีที่สุดจริงๆ

อย่างไรก็ตาม ซูไป๋กลับมองข้ามประเด็นสำคัญที่สุดไปประเด็นหนึ่ง นั่นก็คือเรื่องของ 'ราคา'

ซูไป๋ลืมไปว่า ไม่ใช่ว่าผู้หญิงทุกคนจะมีกำลังทรัพย์มากพอที่จะซื้อผ้าอนามัยระดับไฮเอนด์มาใช้ได้ตลอด

สำหรับนักเรียนนักศึกษาและคนหนุ่มสาววัยเริ่มทำงานอีกหลายล้านคน ค่าครองชีพและเงินเดือนในแต่ละเดือนมันไม่ได้มีมากมายนัก ทุกบาททุกสตางค์จึงต้องถูกวางแผนและใช้จ่ายอย่างรอบคอบ

ขนาดแค่จะสมัครสมาชิกรายเดือนเพื่อดูซีรีส์ออนไลน์ยังต้องคิดแล้วคิดอีก แล้วจะมีผู้หญิงสักกี่คนกัน ที่เต็มใจจะเจียดเงินเจ็ดแปดสิบหยวน หรือแม้กระทั่งร้อยหยวนในแต่ละเดือน เพื่อเอามาซื้อผ้าอนามัยต้าหมี่?

[จบตอน]

จบบทที่ ตอนที่ 9 ใครดูแลการผลิต? ก็ให้ชาวเน็ตทั้งประเทศช่วยดูแลไปเลยสิ

คัดลอกลิงก์แล้ว