เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

207 การแสดงล้มมวย (2/2)

207 การแสดงล้มมวย (2/2)

207 การแสดงล้มมวย (2/2)


เครย์ไม่เพียงแต่ไม่โดนยั่วยุ แต่ประกายสายฟ้าบนร่างของเขากลับทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม! กลิ่นอายทั่วร่างของเขาพุ่งทะยานขีดสุด ราวกับเทพเจ้าแห่งสงครามได้จุติลงมาเหยียบบนโลกมนุษย์!

ในที่สุดฟาฮิมก็ค้นพบความจริง ตุ๊กตาดันเต้ตัวนี้หน้าตาดูไม่ต่างจากกัปตันดันเต้น้อยเลยสักนิด แต่ทว่าความจริงแล้วมันคือการ์ดอีกใบต่างหาก! มันคือผู้กองดันเต้น้อยที่ไม่มีเอฟเฟกต์ยั่วยุ!

เอฟเฟกต์ของผู้กองดันเต้น้อยคือการมอบสถานะ “เกรี้ยวกราด” ใส่ศัตรู ซึ่งจะทำให้พลังโจมตีสูงขึ้นแลกกับสติสัมปชัญญะลดลง และที่สำคัญ...ยิ่งศัตรูมีความเกลียดชังต่อดันเต้มากเท่าไหร่ ประสิทธิภาพของมันก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น!

ทันทีที่เครย์โดนเอฟเฟกต์ของผู้กองดันเต้น้อย รอบตัวเขาก็แผ่คลื่นพลังมหาศาลออกมา ในที่สุด ความโกรธของเครย์ก็พุ่งถึงขีดสุด! ไม่เพียงแต่สเตตัสของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แต่การโจมตีทั้งหมดของเขายังถูกเปลี่ยนเป็นทรูดาเมจอีกด้วย! อสูรแปรธาตุแห่งการเสื่อมสลายที่เคยต้านทานเครย์ได้ ตอนนี้กลับทนรับหมัดของเครย์ได้ไม่ถึงสามทีด้วยซ้ำ

“ไอ้ดันเต้! ไอ้สารเลว!”

ฟาฮิมแผดเสียงคำรามลั่น เส้นเลือดในสมองแทบปูดโปนด้วยความโกรธจัด ทว่าเสียงด่าทอกลับถูกกลืนหายไปในอากาศ ไม่เล็ดลอดออกไปเลยแม้แต่แอะเดียว ราวกับว่าดันเต้ไม่ยอมแม้แต่จะให้เขาได้ระบายความอัดอั้นตันใจออกมา

ฟาฮิมที่เดิมทีได้เปรียบอย่างมหาศาลเพราะมีการ์ดเวทมนตร์ครบมือ กลับต้องมาตกอยู่ในสภาพย่ำแย่หลังจากโดนดันเต้ปั่นประสาทไปเพียงแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น หากมองเผินๆ แล้ว ดันเต้ก็เหมือนกำลังช่วยเขาอยู่จริงๆ นั่นแหละ แต่ไอ้การกระทำแบบ "เพื่อนร่วมทีมเฮงซวย" เหล่านี้พอมารวมกันแล้ว มันกลับกลายเป็นสิ่งที่อันตรายถึงชีวิตสุดๆ ขืนเขาปล่อยให้ไอ้เวรดันเต้ได้ป่วนต่ออีกสักนิด ฟาฮิมมั่นใจเลยว่าตัวเขาเองก็คงจะรับมือไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ต่อให้ในใจลึกๆ แล้วเขาอยากจะสับดันเต้ให้แหลกเป็นหมื่นๆ ชิ้นสักแค่ไหน แต่เขาก็ต้องกัดฟันสะกดจิตตัวเองซ้ำๆ ว่า ‘ห้ามเกลียดดันเต้เด็ดขาด!’ สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือการหาช่องทางเผ่นหนีให้ไวที่สุด ไม่ต้องพูดถึงเรื่องได้เปรียบหรือเสียเปรียบ เขาไม่อยากทนอยู่กับไอ้เดรัจฉานดันเต้นี่อีกต่อไปแล้วแม้แต่วินาทีเดียว! ไอ้หมอนี่...ไม่ว่าจะอยู่ฝั่งตรงข้าม หรือมารับบทเป็น "เพื่อนร่วมทีม" ก็ปั่นประสาทได้ถึงขีดสุดจริงๆ

ในขณะที่ฟาฮิมกำลังต้านทานเทพเจ้าแห่งสงครามอย่างเครย์ไปพร้อมกับพยายามสงบสติอารมณ์อย่างสุดความสามารถ จู่ๆ ดันเต้ก็ตีหน้าขรึม แสร้งทำตัวเป็นผู้ผดุงความยุติธรรมแล้วตะโกนลั่นใส่เครย์ว่า

“เครย์ แกอย่าหวังว่าจะหนีรอดไปได้เลย! ผมแอบวางกัปตันดันเต้น้อยไว้รอบๆ หมดแล้ว แกไม่มีทางหนีพ้นตาข่ายฟ้าดินของผมไปได้หรอก!”

เมื่อฟาฮิมได้ยินคำพูดของดันเต้ ฟาฮิมก็แทบจะคุมสติไม่อยู่จนเกือบทำให้อสูรแปรธาตุแห่งการเสื่อมสลายหลุดจากการควบคุม ถึงรูปประโยคมันจะฟังดูเหมือนการข่มขู่เครย์ แต่ฟาฮิมเข้าใจความหมายแฝงของดันเต้อย่างทะลุปรุโปร่ง

  ไอ้กัปตันดันเต้น้อยพวกนั้น แกเตรียมไว้ดักหน้าใครกันแน่วะ?!

ฟาฮิมต้องตกอยู่ในสภาพทั้งโดนเครย์ไล่อัด แถมยังต้องมาโดนดันเต้กวนประสาทไปพร้อมๆ กัน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังกัดฟันดิ้นรนพยายามหาทางพลิกสถานการณ์ ไม่ก็หาช่องโหว่เพื่อเผ่นหนีให้ได้ เขาเริ่มหาจังหวะสลัดเครย์ทิ้งและเตรียมตัวหนี ทว่าเครย์ไม่เพียงแต่จะไม่มีความคิดที่จะหนีแล้ว กลับไล่ตามฟาฮิมอย่างบ้าคลั่งไม่ยอมปล่อยให้ฟาฮิมหนีไปได้ และเหตุผลนั้นก็ง่ายนิดเดียว...เนื่องจากเครย์รู้ชะตากรรมของตัวเองดีว่าเขาไม่อาจฝ่าวงล้อมของกัปตันดันเต้น้อยไปได้ ในเมื่อยังไงก็ไม่รอด สู้ลากคอฟาฮิมลงนรกไปด้วยกันเลยดีกว่า ยังไงซะเขาก็ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว

ฟาฮิมรู้สึกอัดอั้นตันใจจนแทบกระอัก เครย์เป็นพวกสมองกล้ามเนื้อก็จริง แต่บางครั้งตรรกะการตัดสินใจกลับเฉียบคมอย่างน่าเหลือเชื่อ เฉียบคมซะจนฟาฮิมอยากจะสับมันให้แหลกคามือ! แต่ฟาฮิมก็ยังพอมีความหวัง เพราะเขาสัมผัสได้ว่าความโกรธของเครย์กำลังเริ่มหดหายไปทีละนิด ขอเพียงแค่เขาอดทนยื้อเวลาจนกว่าความเกรี้ยวกราดนั่นจะมอดดับลงและเครย์กลับสู่สภาวะปกติ ตาชั่งแห่งชัยชนะก็จะเอนเอียงมาทางเขาอีกครั้ง!

ทว่าดันเต้ดูเหมือนจะมองเห็นความเพ้อฝันของฟาฮิม ก็ดับฝันฟาฮิมลงอย่างเลือดเย็นด้วยการหยิบการ์ดออกมาโชว์ ทั้ง หมัดแสงอาทิตย์, กับดักหนามพิษ, แทรกแซงจิตใจ และ หน้ากากสาปวิญญาณ

ดันเต้ไม่ได้เปิดใช้งานการ์ดพวกนั้นทันที เขาเพียงแค่ถือการ์ดไว้ในมือข้างละสองใบ ยืนอยู่ด้านหลังเครย์ พร้อมกับแสยะยิ้มกวนอวัยวะเบื้องล่าง แล้วแกว่งการ์ดไปมาเบื้องหน้าฟาฮิมราวกับกำลังหยอกล้อ ขืนเขาใช้การ์ดพวกนี้ออกมาตรงๆ มันก็ดูออกชัดเจนเกินไปสิว่าเขากำลังล้มมวย แต่ที่ดันเต้ทำแบบนี้ก็เพื่อบอกกับฟาฮิมว่า ‘การ์ดคอมโบพวกนี้ จัดเตรียมไว้รอต้อนรับนายโดยเฉพาะเลยนะ’ รอมีจังหวะดีๆ เมื่อไหร่ เขาจะส่งมอบเซอร์ไพรส์ชิ้นโตให้ฟาฮิมทันที

“ดันเต้!!!”

วินาทีนี้ ต่อให้เอาพระอินทร์พระพรหมที่ไหนมาฉุด ฟาฮิมก็ไม่อาจระงับเปลวเพลิงแห่งความอาฆาตแค้นที่ลุกโชนอยู่ในใจได้อีกต่อไป! เขามีแรงกระตุ้นถึงขั้นอยากจะเสี่ยงตายวิ่งอ้อมเครย์ไปฆ่าดันเต้ให้รู้แล้วรู้รอด แต่ถ้าเขาทำแบบนั้นจริงๆ ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าจะสามารถพุ่งเข้าไปโจมตีดันเต้ได้ตามที่หวังหรือเปล่า เพราะทันทีที่เขาขยับตัว ดันเต้ก็จะไม่มีความเกรงใจใดๆ อีกต่อไป และพร้อมจะใช้สารพัดการ์ดสายปั่นประสาทพวกนั้นใส่เขาแบบไม่มียั้ง ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น...ความพ่ายแพ้ก็คงอยู่ห่างไม่ไกลแล้ว

เดิมทีฟาฮิมไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับดันเต้เป็นพิเศษ ถึงจะรู้ว่าดันเต้คือศัตรู แต่ก่อนที่ดันเต้จะมาหาเรื่องเขา เขาก็ไม่ได้มีความรู้สึกเคียดแค้นชิงชังอะไรเลยสักนิด แต่ในเวลานี้...ฟาฮิมเพิ่งเคยตระหนักซึ้งถึงแก่นวิญญาณเลยว่า บนโลกใบนี้ไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตหน้าไหนที่น่ารังเกียจและสมควรตายได้เท่าไอ้เวรนี่มาก่อน!

และในที่สุดฟาฮิมก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ การที่เขาเกลียดดันเต้แบบนี้ มันก็เท่ากับเดินเข้าสู่กับดักที่ดันเต้วางเอาไว้! หากเขาไม่ยอมใช้การ์ดสำคัญอย่าง ผู้ถูกเลือกแห่งการชำระล้าง กับกัปตันดันเต้น้อย เขาก็จะต้องตกเป็นของเล่นให้ดันเต้ปั่นหัวยันตายอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถ้าเกิดใช้การ์ดใบนี้ไปแล้ว...ใครจะไปรู้ว่าในมือไอ้ชั่วดันเต้มันยังมีการ์ดสายปั่นประสาทใบไหนซ่อนเอาไว้อีก!

สถานการณ์ของฟาฮิมในตอนนี้ได้ก้าวเข้าสู่ขั้นวิกฤตสุดขีดแล้ว เพราะปัญหาไม่ได้มีแค่การที่เขาต้องคอยหลบหลีกการตามล่าของเครย์พร้อมๆ กับรับมือความเกรียนของดันเต้เท่านั้น แต่เป็นเพราะการปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างเขากับเครย์ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนระดับวินาศสันตะโร จนทำให้กองกำลังเสริมของอาณาจักรแลนเดียร์เริ่มทยอยมาถึงกันแล้วต่างหาก! ก่อนหน้านี้กองกำลังลาดตระเวนที่อยู่ใกล้เคียงได้สังเกตเห็นการต่อสู้และรายงานสถานการณ์กลับไปทันที แต่ทว่ากลับไม่มีใครกล้าบุ่มบ่ามกระโจนเข้าสู่สมรภูมิ เพราะพวกเขารู้ถึงระดับพลังของตัวเองดีว่า การก้าวเข้าไปพัวพันในการต่อสู้ระดับนี้ มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เผลอๆ จะกลายเป็นเป้านิ่งให้ตายฟรีเสียเปล่าๆ

แม้แต่ยอดฝีมือระดับ 7 จากปาร์ตี้ของกลุ่มอาณาจักรทางใต้ที่เพิ่งเดินทางมาถึง พวกเขาก็ไม่กล้าลงไปแทรกแซงง่ายๆ และทำได้เพียงแค่ยืนสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ เท่านั้น เหตุผลข้อแรกคือ พวกเขาไม่สามารถต้านทานสกิลโจมตีวงกว้างของบิชอปแห่งความเสื่อมทรามได้เลย และยังกังวลว่าจะโดนบิชอปแห่งความบ้าคลั่งเปลี่ยนเป้าหมายมาหาแล้วซัดหมัดเดียวจอด ส่วนเหตุผลอีกข้อก็คือ...ภาพเหตุการณ์บ้าบอตรงหน้ามันเกินกว่าระดับความเข้าใจของพวกเขาไปไกลโขแล้ว! อย่าว่าแต่จะให้วางแผนการรบเลย แม้แต่จะวิเคราะห์สถานการณ์ยังทำไม่ถูกเลย ปัจจุบันยอดฝีมือระดับ 8 ทั้งสองคนของเมืองหลวงต่างก็ถูกส่งตัวไปประจำการเพื่อคุ้มกันพระราชวัง ทว่าสถานการณ์ฉุกเฉินบริเวณชานเมืองได้ถูกรายงานกลับไปแล้ว คาดว่าคงมีใครสักคนถูกส่งตัวมาเสริมทัพในไม่ช้า ดังนั้น กลยุทธ์ที่ดีที่สุดในตอนนี้คือการรอให้ยอดฝีมือระดับ 8 เดินทางมาถึง แล้วค่อยลงมือพร้อมกัน

"ว่าแต่...ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"

“ถ้าฉันตาไม่ฝาดล่ะก็...บิชอปสาม...เอ๊ย ไม่ใช่สิ บิชอปสองคนกำลังตีกันเอง?”

แม้ว่าแอลลี่ หัวหน้าทีมจากกลุ่มอาณาจักรทางใต้จะรู้ดีว่าดันเต้เป็นชายหนุ่มที่มีพฤติกรรมแหวกแนวหลุดโลกแค่ไหน แต่ทว่าภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้านี้มันก็ยังทะลุขีดจำกัดจินตนาการของเธอไปไกลโขอยู่ดี สภาพของบิชอปทั้งสองในตอนนี้ดูยังไงก็ไม่ใช่การจัดฉากแสดงละครแน่ๆ แต่เป็นการสู้กันให้ตายไปข้างหนึ่งจริงๆ แต่สิ่งที่ประหลาดกว่านั้นก็คือ...

บริเวณด้านหลังของสองบิชอปที่กำลังสู้กันจนสะบักสะบอม ดันมีดันเต้ยืนกอดอกคุมเชิงอยู่อย่างสบายใจเฉิบ! ท่าทางของเขาดูราวกับผู้คุมงานก่อสร้างสุดเฮี้ยบ ที่กำลังสั่งการบังคับให้บิชอปทั้งสองฝ่ายเปิดศึกสู้กันจนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่ง ดันเต้ถึงกับอัญเชิญการ์ดไม้ตายอย่าง กวีผู้เสื่อมสลาย ออกมา แถมยังคอยใช้การ์ดเวทมนตร์ก่อกวนสนามรบเป็นระยะๆ เพื่อเพิ่มความเจ็บปวดให้บิชอปทั้งสอง และสิ่งที่น่าประหลาดใจมากที่สุดก็คือ...บิชอปทั้งคู่กลับไม่มีใครคิดจะหันมาโจมตีดันเต้เลยสักคนเดียว!

ในสายตาของผู้ชมที่ยืนดูอยู่รอบนอก ภาพการปะทะกันตรงหน้ามันให้อารมณ์เหมือนกำลังดูบิชอปสามคนเปิดศึกตะลุมบอนกันไม่มีผิด! แถมมันยังทำให้ผู้คนเกิดภาพลวงตาขึ้นมาแวบหนึ่งด้วยซ้ำว่า— มีบิชอปผู้ชั่วช้าสามานย์ที่สุดคนหนึ่ง กำลังชักใยปั่นหัวบิชอปอีกสองคนให้เล่นไปตามเกมของเขา...

จบบทที่ 207 การแสดงล้มมวย (2/2)

คัดลอกลิงก์แล้ว