เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

206 แผนการโยนความผิด (2/2)

206 แผนการโยนความผิด (2/2)

206 แผนการโยนความผิด (2/2)


"ฮ่าๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆ!!"

ดันเต้อดไม่ได้ที่จะกุมท้องหัวเราะลั่น

เขามองลงไปยังพื้นดินที่สั่นสะเทือนเหนือคลับใต้ดินราวกับเป็นบอสใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลัง แล้วร่าย สามศพคลุ้มคลั่ง เป็นวงกว้างอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่ารัศมีของเอฟเฟกต์จะครอบคลุมไปถึงคลับอินอท พอรอคูลดาวน์เสร็จเมื่อไหร่ เขาก็จะใช้อีกรอบ เพื่อให้เครย์กับฟาฮิมได้สู้กันอย่างจุใจไปเลย มาถึงขั้นนี้แล้ว คำพูดบางคำก็อธิบายไม่รู้เรื่องแล้วล่ะ บิชอปทั้งสองคนตอนนี้กำลังสู้กันจนหน้ามืดตามัวไปแล้ว แต่ดันเต้ก็รู้ดีว่า การต่อสู้ของบิชอปคู่นี้คงยากที่จะรู้ผลแพ้ชนะจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเครย์หรือฟาฮิม การจะรั้งตัวอีกฝ่ายไว้เพื่อฆ่าให้ตายนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคิดจะหนี อีกฝ่ายก็ยากที่จะรั้งไว้ได้ อย่างมากก็ทำได้แค่สู้กันจนบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ แล้วพากันหลบหนีไปก่อนที่ยอดฝีมือของอาณาจักรแลนเดียร์จะมาถึง แต่ดันเต้ไม่มีทางยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นแน่ เขายังรอดูผลงานอยู่ข้างหลังนี่ไง

"พวกบิชอปนี่เวลาสู้กันมันโอเวอร์จริงๆ แฮะ ยอดฝีมือระดับ 8 ทั่วไปรับมือไม่ไหวหรอก"

ดันเต้พึมพำอย่างทึ่งๆ

เอาแค่เครย์ ต่อให้เจ้าหญิงน้ำแข็งกับจูดิธร่วมมือกันก็คงฆ่าหมอนี่ไม่ตาย แล้วถ้าไปเจอฟาฮิมแบบไม่มีฮีลเลอร์ล่ะก็ มีสิทธิ์ตี้แตกตายยกปาร์ตี้ได้เลย ดันเต้เองก็หมดปัญญาที่จะจัดการเครย์ในสภาพสมบูรณ์เต็มร้อยเหมือนกัน ถ้าเครย์พก ปิดกั้นความรู้สึกเจ็บปวด กับ ผู้ถูกเลือกแห่งการชำระล้าง มาพร้อมล่ะก็ ดันเต้แทบไม่มีโอกาสชนะเลยหากต้องสู้กับเครย์

น่าเสียดายที่ตอนนี้เครย์กลายเป็นแค่ซูเปอร์มินเนี่ยนไร้เทียมทานที่เอาแต่เดินหน้าชนโง่ๆ เท่านั้นแหละ ไม่ได้เป็นภัยคุกคามอะไรต่อดันเต้อีกต่อไป จะมีแค่ฟาฮิมนี่แหละที่รับมือยาก ฟาฮิมมีการ์ดระดับสีม่วงสำหรับรับมือครบถ้วน แถมไอ้อสูรแปรธาตุแห่งการเสื่อมสลายตัวนั้น คือมอนสเตอร์ตัวใหญ่ที่ดันเต้ไม่มีทางกำจัดได้เลย โชคยังดีที่มีเครย์มาช่วยเขาตัดกำลังฟาฮิมไปได้เยอะ เมื่อถึงตอนนั้น ดันเต้อาจจะไม่ต้องใช้การ์ดระดับ 4 ใบใหม่ที่เขาเพิ่งสร้างขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ เขาก็สามารถจัดการบิชอปทั้งสองคนได้พร้อมกัน!

"น่าเสียดายแฮะ อุตส่าห์ปั้นการ์ดน้องสาวขึ้นมาอย่างยากลำบาก กลับไม่มีบทให้โชว์ของซะงั้น"

ดันเต้ส่ายหัวพลางถอนหายใจ

ในตอนแรกเขาตั้งใจจะให้การ์ดน้องสาวใบแรกที่ตัวเองสร้างได้แสดงฝีมือในอาณาจักรแลนเดียร์ซะหน่อย นี่เป็นสิ่งที่เขาแอบสร้างขึ้นมาโดยปิดบังอาจารย์อย่างยากลำบากเลยนะ ถึงขนาดต้องยอมยกมื้อค่ำให้อาจารย์ตั้งหนึ่งสัปดาห์กว่าเธอจะยอมหายโกรธ

"สุบาราชิ~ โลกกว้างใหญ่~"

ดันเต้ฮัมเพลงเบาๆ พลางนั่งห้อยขาแกว่งไปมาอยู่บนหลังคา

รอให้สองคนนั้นสู้กันอีกสักพัก ดันเต้ก็จะได้ลงสนามได้แล้ว เขาแทบรอไม่ไหวที่จะได้เห็นแววตาที่โกรธจนแทบคลั่งของฟาฮิมตอนที่รู้ความจริง แล้วก็เครย์ที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานให้เขาอย่างขยันขันแข็งเนี่ย ตอนที่เห็นหน้าของดันเต้จะทำหน้าแบบไหนกันนะ แค่คิดก็น่าตื่นเต้นแล้ว

โคลอิกซ์ที่อยู่ข้างๆ หลับตาลง ดูเหมือนเขาจะพยายามอย่างหนักเพื่อต้านทานเอฟเฟกต์ของ สามศพคลุ้มคลั่ง เอาไว้ แต่พอเขาลืมตาขึ้นมา เขาก็เห็นสภาพของดันเต้พอดี

"นี่ ดันเต้ นายไม่คิดบ้างเหรอว่าสภาพของนายในตอนนี้ดูเหมือนบิชอปแห่งความเจ็บปวดตัวจริงเสียงจริงเลยนะ..."

โคลอิกซ์ที่อยู่ในสถานะล่องหนอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมา

"งั้นเหรอ? แต่บิชอปสามคนสู้กันมั่วซั่ว สุดท้ายแล้วผู้ชนะคือบิชอปแห่งความเจ็บปวด นี่มันก็สมเหตุสมผลดีนี่นา"

ดันเต้เงยหน้าขึ้น พูดกับความว่างเปล่าด้านหลัง

...

บริเวณชานเมืองหลวงเต็มไปด้วยฝุ่นควันฟุ้งกระจาย บนพื้นดินที่แตกละเอียดมีร่างของสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ตัวหนึ่งกำลังบิดเบี้ยวไปมา มันคือ อสูรแปรธาตุแห่งการเสื่อมสลาย ที่ขยายขนาดขึ้นหลายเท่า แม้ว่ามันจะพยายามขยายตัวอย่างต่อเนื่องพร้อมกับปกป้องฟาฮิมไปด้วย แต่ทว่ามันก็ถูกเครย์โจมตีอย่างเต็มกำลังมาตลอด จนอสูรแปรธาตุที่ตัวใหญ่เบิ้มราวกับยักษ์ตัวนี้ คงใกล้จะโดนเครย์ซัดจนกลับคืนร่างเดิมในไม่ช้า แถมตอนนี้มันก็หาเหยื่อแถวนี้กินไม่ได้แล้วด้วย

ร่างกายของเครย์วนเวียนอยู่ระหว่างการถูกกัดกร่อนและการฟื้นฟูซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตราบใดที่มานายังไม่หมด เขาก็เป็นอมตะดีๆ นี่เอง สมรภูมิของฟาฮิมกับเครย์ย้ายกลับมาบนพื้นดินอีกครั้ง ในที่สุดทั้งสองก็หยุดมือเป็นครั้งแรก และยืนคุมเชิงกัน สภาพของทั้งคู่ดูเหนื่อยล้าไปตามๆ กัน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ค่อยอยากยื้อเวลาต่อไปแล้ว ถ้าพวกเขาไม่รีบตัดสินแพ้ชนะให้รู้ผล ก็ต้องเริ่มคิดเรื่องหนีกันได้แล้ว ขืนพวกเขายังฝืนสู้กันต่อ สถานการณ์จะยิ่งซับซ้อนเข้าไปอีก ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่กลัวยอดฝีมือระดับ 8 ของอาณาจักรแลนเดียร์ แต่ในสถานการณ์ที่สู้กันเป็นตายแบบนี้ ถ้ามียอดฝีมือระดับ 8 คนอื่นของเมืองหลวงแห่กันมา มันก็คงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับพวกเขาเหมือนกัน

และในจังหวะที่ทั้งคู่เริ่มมีความคิดที่จะหยุดการต่อสู้กันนั้นเอง

"หึหึหึ"

ท่ามกลางเสียงหัวเราะ ไม่นานพวกเขาก็สังเกตเห็นร่างเงาหนึ่งปรากฏขึ้นมาลางๆ ท่ามกลางม่านฝุ่นควัน ดูเหมือนว่าร่างเงานั้นเพิ่งจะมาถึง แต่ก็เหมือนดักรอพวกเขานานแล้ว เขาอยู่ห่างจากข้างหลังเครย์ไปประมาณ 100 เมตร กำลังเดินตรงเข้ามาหาเครย์และฟาฮิมด้วยท่าทางกวนโอ๊ย ราวกับต้องการจะเดินไปข้างๆ เครย์ เพื่อช่วยเครย์จัดการฟาฮิม

"ดันเต้...?"

ฟาฮิมมองดันเต้ที่กำลังเดินไปทางฝั่งเครย์ ในชั่วพริบตานั้นเอง ในหัวของเขาก็ประติดประต่อเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง! ในที่สุดเขาก็พอจะเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้แล้ว ตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงตอนนี้ เขารู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลมาตลอด แต่ฟาฮิมบอกไม่ถูกว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน แถมเขาก็ไม่มีหลักฐานด้วย แต่ตอนนี้ ฟาฮิมเข้าใจแล้ว! ต้องเป็นฝีมือของไอ้ดันเต้ที่เล่นตุกติกอยู่ข้างหลังแน่ๆ! ไอ้เวรเครย์นี่น่าจะโดนดันเต้ปั่นหัวแล้วหลอกใช้เป็นเครื่องมือชัวร์!! แต่พอดูจากสภาพของเครย์แล้ว เป้าหมายความแค้นก็ยังคงอยู่ที่เขาอยู่เลย ไอ้เวรนี่มันยังไม่เข้าใจสถานการณ์เลยนี่หว่า!

"เครย์! แก..."

ในจังหวะที่ฟาฮิมต้องการจะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้เครย์ฟัง เพื่อที่จะได้ร่วมมือกันกำจัดดันเต้ ฟาฮิมกลับพบว่าตัวเองอ้าปากแล้วไม่มีเสียงออกมา! พอมองออกไป เขาก็เห็นดันเต้เอานิ้วชี้แตะที่ริมฝีปาก พร้อมกับรอยยิ้มชั่วร้ายบนใบหน้า ส่วนมืออีกข้างไพล่หลังถือการ์ดคาถาปิดปากของท่านปู่เอาไว้

"อ้า! อ้า!"

ฟาฮิมอยากจะคำรามลั่นด้วยความโกรธ แต่กลับเปล่งเสียงไม่ได้ ตอนนี้เขาต้องเผชิญกับสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขากำลังคิดว่าจะใช้ ชำระล้าง ดีไหม ถ้าล้างสถานะ ห้ามพูด ไปแล้ว ดันเต้อาจจะหาเรื่องขัดจังหวะการสื่อสารระหว่างเขากับเครย์อีก แล้วก็คงยัดสถานะที่น่ารำคาญใส่เขาเพิ่มอีกแน่ แต่พอคิดไปได้อีกซักพัก เขาก็คิดว่าคงต้องล้างสถานะ ห้ามพูด แล้วล่ะ! ไม่อย่างงั้นไอ้โง่เครย์นี่ก็คงจะสู้ตายกับเขาต่อไปอย่างโง่เขลาแน่ๆ

ถึงฟาฮิมจะไม่กลัวทั้งดันเต้และเครย์ถ้าต้องสู้ตัวต่อตัว แต่ถ้าต้องสู้กับเครย์แบบเอาเป็นเอาตายแล้วมีดันเต้คอยป่วนอยู่ข้างๆ ฟาฮิมก็รับมือไม่ไหวเหมือนกัน! ถ้าสองคนนี้ร่วมมือกันล่ะก็ ฟาฮิมก็คิดแค่จะหนีเหมือนกัน

แต่ทว่า ในวินาทีที่ฟาฮิมตัดสินใจใช้ ชำระล้าง แล้วตะโกนเรียกเครย์ ฟาฮิมกลับพบว่าเสียงรอบตัวหายไปหมดอีกแล้ว เขาไม่ต้องคิดก็รู้เลยว่า นี่ก็เป็นฝีมือของไอ้เวรดันเต้อีกแล้ว! ซึ่งครั้งนี้ ดันเต้เอาการ์ดเขตแดนไร้เสียงออกมาใช้

[เขตแดนไร้เสียง] 

  [ประเภท: การ์ดเวทมนตร์] 

  [ระดับความหายาก: หายากสีม่วง] 

  [ระดับ: 2] 

  [เอฟเฟกต์: เปลี่ยนพื้นที่เป้าหมายให้อยู่ในสถานะปิดกั้นเสียง การรักษาข่ายเวทมนตร์ปิดกั้นเสียงไว้จะสูญเสียมานาจำนวนมาก] 

  [หมายเหตุ: นายเคยได้ยินสถานที่ที่เงียบกว่าติดลบ 9.4 เดซิเบลมั้ย?]

ยิ่งฟาฮิมคำรามด้วยความโกรธแค้นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งไม่ได้ยินเสียงของตัวเองเลย ความรู้สึกนี้มันทรมานยิ่งกว่าโดนสั่งห้ามพูดซะอีก ในเมื่อดันเต้ตั้งใจจะตัดการสื่อสารระหว่างเขากับเครย์ให้ได้ งั้นตอนนี้ก็มีแค่วิธีเดียวแล้ว!

"ดันเต้! แกคิดจริงๆ เหรอว่าแผนสกปรกของแกจะใช้ได้ตลอดไปน่ะ?!"

ฟาฮิมคำรามลั่นในใจ เขายอมเสี่ยงที่จะไม่โจมตีเครย์ แล้วหันไปพุ่งเป้าโจมตีดันเต้แทน เพื่อให้เครย์เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดสักที!

เมื่อคิดได้ดังนั้น ฟาฮิมก็สั่งให้อสูรแปรธาตุแห่งการเสื่อมสลายเปลี่ยนเป้าหมาย อ้อมผ่านเครย์ไปแล้วพุ่งจู่โจมดันเต้ที่อยู่ด้านหลังแทน!

ทว่า ในขณะที่ที่ฟาฮิมคิดว่าตัวเองกำลังจะทำสำเร็จนั่นเอง...

"สหายฟาฮิม ผมมาช่วยแล้ว! วันนี้ถึงเวลาลากอวนเก็บกวาดแล้ว!"

ดันเต้ตะโกนลั่น แล้วโยนกัปตันดันเต้น้อยออกไปข้างๆ เครย์

เครย์ที่มีความเป็นปรปักษ์ต่อดันเต้อยู่แล้ว โดนกัปตันดันเต้น้อยดึงดูดความสนใจด้วยสกิลยั่วยุไปในทันที และเพราะเครย์พุ่งเข้าไปโจมตีกัปตันดันเต้น้อย ทำให้เขาขยับเปลี่ยนตำแหน่ง จนกลายเป็นเอาตัวเข้าไปรับการโจมตีจากอสูรแปรธาตุแห่งการเสื่อมสลายในขณะที่ติดสถานะควบคุมอยู่พอดี แล้วรับดาเมจจากฟาฮิมไปเต็มๆ

"???"

ฟาฮิมโดนดันเต้เล่นงานแบบนี้เข้าไปถึงกับทำอะไรไม่ถูก

ตอนแรกดูเหมือนดันเต้ตั้งใจจะเดินไปสมทบกับเครย์เพื่อช่วยกันจัดการฟาฮิม แต่ภาพที่ออกมาตอนนี้ กลายเป็นว่าฟาฮิมกับดันเต้กำลังประกบหน้าหลัง ร่วมมือกันรุมโจมตีเครย์ซะงั้น!!! พอเจอแบบนี้เข้าไป ต่อให้ฟาฮิมอ้าจะพูดได้ ก็คงจะอธิบายอะไรไม่ถูกแล้วล่ะ

"เข้าใจล่ะ...ที่แท้มันก็เป็นแบบนี้นี่เอง..."

หลังจากเครย์หลุดจากสถานะยั่วยุ เขาก็โกรธจนหัวเราะออกมา

"ฟาฮิม! คนทรยศที่พวกเราตามหากันมาตลอดที่แท้ก็คือแกนี่เอง!"

เครย์ตวาดใส่ฟาฮิมอย่างเกรี้ยวกราด

ตอนนี้เขาตาสว่างแล้ว เขาตกลงไปในหลุมพรางของฟาฮิมกับดันเต้เข้าเต็มเปาเลย ลำพังแค่เอาการ์ดคืนมาไม่ได้ก็รับมือกับฟาฮิมยากอยู่แล้ว ตอนนี้ดันมีดันเต้เพิ่มมาอีกคน เขายิ่งไม่มีปัญญาจะรับมือเข้าไปใหญ่

"นี่สินะเคราะห์เลือดตกยางออกของข้าน่ะ...มอเรียน"

เครย์หัวเราะออกมาอย่างเศร้าสร้อย ก่อนที่แววตาของเขาจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวแล้วจ้องไปที่ฟาฮิม

  "ฟาฮิม ต่อให้วันนี้ข้าต้องตายอยู่ที่นี่ ข้าก็จะไม่มีวันปล่อยให้แกมีชีวิตรอดไปได้หรอก!"

ถึงแม้ว่าในสถานการณ์แบบนี้ ทางเลือกที่ดีที่สุดของเครย์คือการหนี แต่ข้างหน้ามีฟาฮิม ส่วนข้างหลังมีดันเต้ขวางอยู่ ตอนที่เครย์เห็นดันเต้โยนกัปตันดันเต้น้อยออกมา เขาก็รู้ชะตากรรมของตัวเองแล้วว่านอกจากจะสู้จนตัวตายแล้ว เขาก็ไม่มีทางหนีพ้นแน่ มีแต่ต้องสู้ตายเท่านั้น ถึงจะพอมีทางรอด เมื่อคิดได้แบบนั้น เครย์ก็พุ่งเข้าใส่ฟาฮิมแบบไม่คิดชีวิตอีกครั้ง

ส่วนทางด้านของฟาฮิม เขาอยากจะด่ากราดใส่เครย์ แต่เสียงก็โดนปิดกั้นไปหมดแล้ว

มึงจะสู้ก็ไปสู้ไอ้ดันเต้ก่อนดิโว้ย!

แต่ฟาฮิมก็นึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ดันเต้ใส่ชุดเซ็ตอุปกรณ์สะท้อนความเจ็บปวดไว้เรียบร้อยแล้ว และเขาก็นึกขึ้นได้อีกว่าตอนนี้เครย์ไม่ได้พกการ์ดปิดกั้นความรู้สึกเจ็บปวดติดตัวมาด้วย เครย์จะเลือกสู้กับใครก่อน มันก็ชัดเจนอยู่แล้ว

"ดันเต้ ไอ้ชาติหมาาา!!!"

ฟาฮิมแผดเสียงร้องอย่างเจ็บปวดรวดร้าว แต่ไอ้เขตแดนไร้เสียงเฮงซวยนี่ก็เหมือนกำแพงสูงที่ข้ามไปไม่ได้ มันได้สกัดกั้นโอกาสสุดท้ายในการสื่อสารระหว่างเขากับเครย์ในช่วงเวลาที่วิกฤตที่สุดนี้

ฟาฮิมที่หลงไหลในการวิจัยเวทมนตร์ต้องห้ามมาโดยตลอด นี่เป็นครั้งแรกที่เขาโดนคนใช้การ์ดเวทมนตร์ปั่นประสาทจนแทบอ้วก และเขาก็ตระหนักได้แล้วว่า บนโลกใบนี้อาจจะมีสิ่งที่น่ารังเกียจและชั่วร้ายยิ่งกว่าเวทมนตร์ของเขาอยู่จริงๆ

ในโลกนี้มันจะมีไอ้เวรตะไลที่ไหนตั้งใจศึกษาแต่การ์ด ห้ามพูด หรือ ปิดกั้นเสียง ที่เอาไว้ปั่นประสาทคนอื่นล้วนๆ แบบนี้ด้วยวะ!

จบบทที่ 206 แผนการโยนความผิด (2/2)

คัดลอกลิงก์แล้ว