เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

194 งานถนัด

194 งานถนัด

194 งานถนัด


ถึงแม้ว่าทาทาจะยังสงสัยว่าบัตรคริสตัลใบนี้อาจจะเป็นของปลอม แต่เธอก็กำมันเอาไว้ในมือแน่นไม่ยอมปล่อย

“มันจะเป็นของจริงหรือของปลอม แค่เธอลองเอาไปเช็กที่ธนาคารดูก็รู้แล้ว รหัสคือ 0101 นะ”

ดันเต้บอก

“......”

หลังจากทาทาเงียบไปครู่หนึ่ง เธอก็ถามขึ้นมาว่า

“พวกนาย...ต้องการให้ฉันทำอะไร?”

เธอรู้ดีว่าเงินก้อนโตขนาดนี้ ย่อมไม่มีทางได้มาฟรีๆ แน่

“เนื่องจากการ์ดปลอมที่เธอสร้างขึ้นมา ยังไม่ได้ส่งผลกระทบในแง่ลบมากนักในตอนนี้ แถมพวกเราก็ไม่ได้ขาดทุนอะไรนักหนา เพราะงั้นคราวนี้ผมจะแค่ตักเตือนด้วยปากเปล่าก็แล้วกัน”

ดันเต้อธิบายด้วยท่าทีไม่ใส่ใจนัก เขาเว้นจังหวะไปนิดนึง ก่อนจะส่งยิ้มกว้างแล้วพูดต่อ

“อีกอย่าง พวกเราก็ไม่ได้ว่างจัดขนาดที่จะไปไล่ฟ้องร้องคนกันเองหรอกเนอะ...เธอว่าไหมล่ะ?”

“......”

ทาทาเข้าใจความหมายแฝงของดันเต้ได้ในทันที

“เข้าใจแล้ว ฉันจะยอมไปกับนาย”

สีหน้าของเธอแน่วแน่ราวกับตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ขอเพียงแค่หลุดพ้นจากวิกฤตตรงหน้านี้ได้ ต่อให้ต้องทำสัญญากับปีศาจเธอก็ยอม

“งั้นก็รีบไปจัดการธุระของเธอซะสิ”

ดันเต้โบกมือปัดๆ เป็นสัญญาณบอกว่าเธอเป็นอิสระแล้ว

“พวกนาย...ไม่ตามฉันไปเหรอ?”

ทาทาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าประตู พอเห็นว่าดันเต้กับโคลอิกซ์ไม่มีทีท่าว่าจะไปด้วยกันกับเธอ เธอก็เลยอดไม่ได้ที่จะถามออกมาด้วยความแปลกใจ

“อะไรเนี่ย นี่เธอหวังจะได้บอดี้การ์ดสองคนไปใช้ฟรีๆ หรือไง?”

ดันเต้แค่นหัวเราะขำพลางย้อนถามกลับ

“......เข้าใจแล้ว ถ้าฉันทำธุระเสร็จ จะให้ไปหาพวกนายที่ไหนล่ะ?”

ทาทารู้ตัวดีว่าเธอไม่มีทางหนีรอดเงื้อมมือคนคนนี้ไปได้แน่ ดังนั้นเขาถึงได้มีความมั่นใจ ที่จะโยนเงินตั้ง 1,000 เหรียญทองมาให้เธอหน้าตาเฉย โดยไม่กังวลเลยสักนิดว่าเธอจะเชิดเงินหนีไป

“เดินออกไปทางเข้าฝั่งเหนือของตลาดมืดนะ บนถนนใหญ่ห่างออกไป 200 เมตร เธอจะเจอรถม้าที่มีกองอัศวินองครักษ์แห่งเมืองหลวงคุ้มกันอยู่ พอไปถึงก็แค่โชว์บัตรใบนี้ให้อัศวินดู แล้วบอกพวกเขาว่า 'หนูมาหาพี่ชายค่ะ' พวกเขาจะจัดการดูแลเธอเอง จากนั้นก็แค่นั่งรอพวกเราอยู่ที่นั่นก็พอ”

ดันเต้สั่งการเสร็จสรรพ

เมื่อได้ยินดังนั้น ทาทาก็พยักหน้ารับคำ เธอไม่ได้พูดอะไรอีก และรีบวิ่งออกไปจากร้านทันที

พอเห็นแผ่นหลังของทาทาลับสายตาไปแล้ว โคลอิกซ์ก็หันมาถามขึ้นมาทันที

“ดันเต้ แล้วทีนี้พวกเราจะทำอะไรกันต่อดี?”

“ก็ต้องแอบสะกดรอยตามยัยเด็กนั่นไปน่ะสิ ถามได้”

“หา?”

โคลอิกซ์ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก เขาไม่เข้าใจว่าทำไมดันเต้ถึงไม่เดินตามไปปกป้องเธออย่างเปิดเผย แต่กลับเลือกที่จะทำตัวลับๆ ล่อๆ เหมือนพวกสตอล์กเกอร์แทน

“ตอนนี้อธิบายไปนายก็ไม่เข้าใจหรอก แต่เดี๋ยวอีกสักพักนายก็จะเข้าใจเองแหละ”

พูดจบ ดันเต้ก็จัดการเพิ่มปริมาณยาสลบให้กับเจ้าของร้านขายการ์ดปลอมที่สลบเหมือดอยู่บนพื้นอีกเข็ม เพื่อความชัวร์ ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินออกจากร้านไป

ดันเต้กะเอาไว้ว่าพอจัดการธุระวันนี้เสร็จและล้างเมคอัพปลอมตัวออกเรียบร้อยแล้ว เขาค่อยแจ้งอัศวินให้มาจับตัวตาลุงเจ้าของร้านนี่ไปขังไว้สักสองสามวัน เนื่องจากก่อนหน้านี้ ตอนที่มีอาช่วยแต่งหน้าปลอมตัวให้ ดันเต้กับโคลอิกซ์ก็สวมหน้ากากทับเอาไว้อีกชั้นตั้งแต่ตอนลงจากรถม้าแล้ว ดังนั้นพวกอัศวินก็เลยไม่เห็นใบหน้าที่ปลอมแปลงแล้วของพวกเขาในตอนนี้

ไม่นานนัก โคลอิกซ์ก็ร่ายเวทมนตร์ธาตุลมพาร่างของเขาและดันเต้ลอยทะยานขึ้นสู่น่านฟ้าของเมืองหลวง ทั้งคู่อาศัยกระโดดข้ามหลังคาตึกสูงไปมา และคอยก้มมองลงมาเบื้องล่างเพื่อสะกดรอยตามทาทาอยู่เงียบๆ ภาพที่พวกเขาเห็นคือ ทาทาแวะไปเบิกเหรียญทองที่ธนาคารออกมาก่อน จากนั้นเธอก็วิ่งตรงดิ่งกลับไปที่บ้าน ดูเหมือนว่าเธอจะเอาเหรียญทองบางส่วนไปให้คนในครอบครัว ก่อนจะมุ่งหน้าต่อไปยังตึกขนาดใหญ่ที่มีป้ายชื่อว่า 'หอการค้าอินอท'

และทันทีที่เธอเดินกลับออกมาจากตึกนั้น ถุงเงินที่เบิกมาก็อันตรธานหายวับไปราวกับเล่นกล หลังจากนั้นเธอก็เดินตรงไปที่รถม้าของกองอัศวินตามจุดนัดพบที่ตกลงกับดันเต้ไว้ สองหนุ่มสะกดรอยตามทาทาไปเงียบๆ จนกระทั่งแน่ใจว่าเธอเดินไปถึงรถม้าอย่างปลอดภัยแล้ว จึงค่อยวกรถกลับมาที่ตลาดมืดอีกครั้ง เพื่อตามหาพ่อค้าข่าวและสืบข่าว และเนื่องจากดันเต้จ่ายเงินอย่างมือเติบ พ่อค้าข่าวจึงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ชนิดที่ว่าถามอะไรตอบได้หมดเปลือกไม่มีกั๊ก

“ผมอยากได้ข้อมูลทั้งหมดของหอการค้าอินอท”

ดันเต้เข้าประเด็นและบอกความต้องการของเขาทันที

เขารู้สึกว่าหอการค้าแห่งนี้ดูเหมือนจะไม่ชอบมาพากลสักเท่าไหร่ ทาทาน่าจะติดหนี้พวกมันอยู่หลายร้อยเหรียญทองเลยทีเดียว ซึ่งถ้ามองตามความเป็นจริงแล้ว ครอบครัวชาวบ้านธรรมดาๆ แบบทาทา ไม่น่าจะไปก่อหนี้ก้อนโตมหาศาลขนาดนั้นได้เลย

“เบื้องหลังของหอการค้าอินอทก็คือแก๊งมาเฟียครับ ธุรกิจหลักๆ ของพวกมันก็มีทั้งลักลอบค้าของเถื่อน ปล่อยเงินกู้นอกระบบ เปิดบ่อนกาสิโน แล้วก็อีกสารพัดเรื่องสีเทาๆ”

พ่อค้าข่าวรีบแจกแจง

“...แล้วดอกเบี้ยเงินกู้ของพวกมันโหดขนาดไหนล่ะ?”

“ตกปีละประมาณ 45% ครับ...แถมยังเป็นแบบทบต้นทบดอกด้วย”

“แล้วทางอาณาจักรแลนเดียร์ปล่อยให้พวกมันทำตัวกร่างแบบนี้ได้ไง ไม่จัดการพวกมันหน่อยเหรอ?”

ดันเต้ถึงกับคิ้วกระตุก

ไอ้ตัวเลขดอกเบี้ยมหาโหดระดับนี้มันปล้นกันซึ่งๆ หน้าชัดๆ!

ต่อให้เป็นคนหน้าเลือดอย่างมอเรียน ก็คงไม่กล้าทำเรื่องระยำแบบนี้ลงหรอก!

“อิทธิพลของพวกมันฝังรากลึกในอาณาจักรนี้มานานแล้วครับ แถมยังมีท่านดยุกผู้มีอำนาจคอยหนุนหลังอยู่ด้วย บวกกับระบบกฎหมายของอาณาจักรแลนเดียร์ก็หย่อนยานมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว...แต่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดก็คือ ในตระกูลของพวกมันมียอดฝีมือระดับ 8 คอยคุมอยู่นี่แหละครับ ทางอาณาจักรจึงไม่อยากและไม่มีความจำเป็นต้องไปหาเรื่องพวกมัน”

พ่อค้าข่าวอธิบายด้วยความจนใจ

อันที่จริงเขาเองก็ไม่อยากจะแตะต้องเรื่องของหอการค้าแห่งนี้สักเท่าไหร่นักหรอก ถ้าไม่ใช่เพราะข้อมูลพวกนี้ไม่ใช่ความลับอะไร และลูกค้าสองคนนี้กระเป๋าหนักจ่ายงาม เขาก็ไม่อยากทำธุรกิจที่อาจนำภัยมาสู่ตัวเองเช่นกัน

“แก๊งมาเฟียกระจอกๆ แบบนี้มียอดฝีมือระดับ 8 อยู่ด้วยงั้นเหรอ? ไม่เบานี่หว่า กิจการคงจะรุ่งเรืองน่าดู”

ดันเต้พยักหน้าหงึกหงักด้วยความทึ่ง

เขาทำหน้าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะถามพ่อค้าข่าวต่อ

“แล้วถ้าวัดกันหมัดต่อหมัด ไอ้ระดับ 8 ของแก๊งมาเฟียนี่ กับพวกบิชอปของลัทธิคืนชีพ ใครรับมือยากกว่ากันล่ะ?”

“นั่นมันคนละเรื่องกันเลยนะครับ!! คุณจะเอาแก๊งมาเฟียไปเทียบชั้นกับพวกผู้ก่อการร้ายโรคจิตได้ยังไง?!”

พ่อค้าข่าวร้องลั่นเสียงหลง เขาทำสีหน้าเหมือนกำลังช็อกว่าดันเต้กล้ายิงมุกตลกร้ายระดับชาตินี้ออกมาได้ยังไง

ไอ้พวกระดับ 8 ของมาเฟียน่ะ อย่างมากสุดก็เป็นได้แค่เจ้าถิ่นในประเทศเท่านั้นแหละ ถ้าวันไหนพวกมันทำตัวล้ำเส้นจนเกินพอดี ทางอาณาจักรแลนเดียร์ก็พร้อมที่จะทุ่มงบประมาณกวาดล้างให้พวกมันสิ้นซากได้เสมอ ส่วนบิชอปของลัทธิคืนชีพ...นอกเสียจากว่าจะมั่นใจว่าสามารถกำจัดพวกเขาได้ ก็ไม่มีผู้ปกครองอาณาจักรหน้าไหนบ้าพอที่จะรนหาที่ไปท้าทายเหล่าบิชอปพวกนี้หรอก!

“ถ้าคุณยังตั้งใจจะถามข้อมูลของแก๊งมาเฟียอินอทต่อล่ะก็ ธุรกิจนี้เราก็ยังดำเนินต่อไปได้ แต่ถ้าคุณจะถามข้อมูลของลัทธิคืนชีพจริงๆ ล่ะก็ ต้องขอโทษทีด้วยนะครับ ธุรกิจนี้ผมทำไม่ได้! เดี๋ยวผมคืนเงินให้คุณเลยละกัน!”

พ่อค้าข่าวพูดอย่างหนักแน่น เขาไม่กล้าไปยุ่งกับลัทธิคืนชีพหรอกนะ! มีเงินให้หา แต่จะไม่มีชีวิตให้ใช้น่ะสิ!

“เอ่อ ไม่ต้องห่วง ผมไม่ได้จะถามเรื่องนั้น ผมอยากรู้แค่เรื่องแก๊งมาเฟียอินอทเท่านั้นแหละน่า”

ดันเต้ยกมือขึ้นมาเกาหัวแกรกๆ ด้วยความงุนงง ส่วนในใจก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ไอ้ลัทธิคืนชีพที่ว่านี่มันน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ?

……

หลังจากประติดประต่อข้อมูลที่ได้มาคร่าวๆ ดันเต้ก็พอมองภาพรวมของสถานการณ์ทั้งหมดออกแล้ว ครอบครัวของทาทาจะต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่จนหาทางออกไม่ได้แน่ๆ เธอจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องไปกู้เงินนอกระบบจากหอการค้าอินอทแบบนี้

เดาว่าตอนแรกครอบครัวของเธอก็น่าจะพอมีกำลังทรัพย์ส่งค่างวดไหวอยู่หรอก แต่ต่อมาต้องเกิดเหตุไม่คาดฝันอะไรบางอย่างขึ้น ทำให้ยากที่จะใช้หนี้ได้ แล้วไอ้พวกเงินกู้นอกระบบเนี่ย ลองถ้าเบี้ยวหนี้ไปสักงวดล่ะก็ นรกแตกแน่นอน ดอกเบี้ยมันพุ่งกระฉูดทบต้นทบดอกไวยิ่งกว่าจรวดซะอีก ขืนปล่อยไว้มีหวังล้มละลายกันทั้งโคตรชัวร์

ด้วยเหตุนี้ เด็กน้อยอย่างทาทาจึงต้องเสี่ยงอันตรายด้วยการสร้างการ์ดปลอมไปขายเพื่อแลกเงิน และเนื่องจากความต้องการ กัปตันดันเต้น้อย ของตลาดมีสูงและผลิตไม่ทันขาย เธอจึงมีช่องทางการขายที่มั่นคง แน่นอนว่าตราบใดที่เธอสามารถสร้าง กัปตันดันเต้น้อย ออกมาได้อย่างต่อเนื่อง บางทีเธออาจจะปลดหนี้ได้หมดก่อนที่ดอกเบี้ยมันจะบานปลายจนควบคุมไม่ได้ด้วยซ้ำ นี่ก็อาจเป็นโอกาสเดียวของเธอที่จะชดใช้หนี้และช่วยกอบกู้ครอบครัวให้พ้นจากขุมนรกนี้แล้วก็ได้

“ดูเหมือนยัยหนูทาทาคงโดนไอ้หอการค้าหน้าเลือดนี่สูบเลือดสูบเนื้อไปไม่ใช่น้อยๆ เลยแฮะ...แถมเงินที่เอาไปใช้หนี้ผมก็เป็นคนจ่ายให้อีกต่างหาก งั้นถ้าผมจะขอถอนทุนคืนบวกกำไรนิดๆ หน่อยๆ ก็คงไม่ผิดอะไรหรอกมั้ง?”

หลังจากออกจากตลาดมืด ดันเต้ก็รู้สึกว่าจิตวิญญาณแห่งความยุติธรรมในสายเลือดของเขามันกำลังเดือดพล่านจนแทบจะทะลักออกมาอยู่แล้ว!

จบบทที่ 194 งานถนัด

คัดลอกลิงก์แล้ว