- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 193 ความเมตตากรุณา
193 ความเมตตากรุณา
193 ความเมตตากรุณา
ในที่สุดทาทาก็ดูเหมือนจะเริ่มมีท่าทีลุกลี้ลุกลนขึ้นมาบ้างแล้ว ดันเต้มองดูสีหน้าของเธออย่างอารมณ์ดี ราวกับได้หวนคืนสู่ความรู้สึกสุดฟินเหมือนตอนที่ยังเรียนอยู่ในโรงเรียนปีศาจอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้พูดจากระตุ้นอะไรเธออีก ทำเพียงแค่ส่งยิ้มบางๆ แล้วรอคอยคำตอบ
ผ่านไปครู่หนึ่ง ทาทาก็ทำหน้าราวกับตัดสินใจอะไรบางอย่างได้อย่างเด็ดขาด
“เงินน่ะไม่มีหรอก มีแต่ชีวิตนี่แหละ จะเอาก็เอาไปเลย!”
ทาทากำหมัดแน่น กัดฟันกรอดตะโกนใส่หน้าดันเต้ด้วยความโกรธแค้น
“นี่เธอพูดเองนะ ในเมื่อไม่มีเงินมาคืน ก็ต้องเอาตัวของเธอมามาชดใช้หนี้แทน เธอเองก็คงไม่อยากติดคุกตั้งแต่อายุยังน้อยหรอกใช่ไหม?”
ดันเต้แสยะยิ้มอย่างกับตัวร้ายที่แผนการสำเร็จลุล่วง
โคลอิกซ์ทนดูไม่ไหวจนต้องเอาข้อศอกกระทุ้งสีข้างดันเต้ไปทีนึง ก่อนจะกระซิบข้างหูว่า
“ดันเต้! ไม่ต้องพูดถึงเรื่องคำพูดของนายหรอกนะ แต่การใช้แรงงานเด็กมันผิดกฎหมายนะเว้ย!”
“นายพูดเรื่องอะไรน่ะ? แบบนี้เขาเรียกว่าการออกค่ายเรียนรู้วิถีชีวิตนอกห้องเรียนต่างหากโว้ย!”
“ละ...แล้วแบบนี้จะคิดค่าจ้างให้เธอยังไงล่ะ?”
“ค่าจ้างอะไรกัน พี่ชายใจดีให้ค่าขนมน้องสาวใช้เล่นนิดๆ หน่อยๆ มันผิดตรงไหนฮะ?”
“...ก่อนหน้านี้นายว่างจัดจนเอาประมวลกฎหมายของอาณาจักรมานั่งอ่านไปกี่รอบแล้วเนี่ย?”
โคลอิกซ์ถึงกับอดทนไม่ไหวจนต้องขอบ่นออกมาสักประโยค เขานึกย้อนไปถึงช่วงเวลาทุกช่วงบ่ายที่ได้ใช้เวลาร่วมกับดันเต้ ตอนที่สิงอยู่ในห้องสมุด หมอนี่ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองว่างเลยสักวินาทีเดียว นอกจากการติวหนังสือให้โคนีเลียแล้ว ดันเต้มักจะสรรหาหนังสือแปลกๆ มานั่งอ่านอย่างจริงจังเสมอ รวมไปถึงคราวก่อนอย่าง คู่มือการใช้งานเครื่องสร้างโลกเงาจำลอง ซึ่งเป็นหนังสือที่คนปกติไม่มีทางหยิบมาอ่านแน่ๆ นอกจากนี้ยังมีหนังสือตำราแพทย์และการรักษาอีกสารพัดเล่มที่โคลอิกซ์มักจะเห็นมันอยู่ในมือของดันเต้เสมอ
ไอ้หมอนี่ไม่เคยอ่านหนังสือเพื่อหาความรู้แบบชาวบ้านเขาหรอก! แต่มันอ่านเพื่อหา 'ช่องโหว่' ต่างหาก!
"เป็นไง ยัยหนูตัวแสบ ตัดสินใจได้หรือยัง?"
ถึงแม้ดันเต้จะไม่จำเป็นต้องตีบทตัวร้ายจอมโฉดต่อแล้วก็เถอะ แต่พอเห็นสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของทาทาแล้วมันก็รู้สึกน่าสนุกดี จนอดไม่ได้ที่จะขอแกล้งแหย่เธอเล่นอีกสักนิด
“......”
ทาทายังคงจ้องมองดันเต้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง หรืออาจจะเป็นเพราะเธอไม่คิดจะไว้ใจใครหน้าไหนในตลาดมืดแห่งนี้อยู่แล้ว
“แหมๆ แย่จังเลยนะเนี่ย เอาจริงๆ แล้ว พี่ชายคนนี้ก็ไม่ได้อยากจะฟ้องร้องอะไรเธอหรอกนะ แต่ถ้าพวกเราต้องไปขึ้นศาลกันจริงๆ เธอจะมาสวมหมวกดึงลงมาปิดหน้าปิดตา แถมยังพันผ้าพันแผลมิดชิดขนาดนี้ไม่ได้นะเออ”
ดันเต้จ้องลึกเข้าไปในดวงตาข้างที่อยู่ใต้ผ้าพันแผลของทาทา สลับกับมองหมวกของเธอ ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างอย่างมีเลศนัย
พอได้ยินคำพูดของดันเต้ ทาทาก็เบิกตากว้าง รูม่านตาสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว
“เอ๊ะ! หรือว่าใต้หมวกของเธอคงไม่มีเขาหรอกใช่ไหม?”
ดันเต้สังเกตปฏิกิริยาของอีกฝ่าย พลางยกมือขึ้นมาป้องปากแสร้งทำเป็นตกใจ
“!!!”
ทาทาถึงกับตัวสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง
“ล้อเล่นน่า ล้อเล่น โลกใบนี้มันจะมีปีศาจโผล่มาได้ยังไงกันเล่า จริงไหม?”
ดันเต้โบกไม้โบกมือไปมา พูดกลั้วหัวเราะเหมือนเป็นแค่มุกตลกขำขัน
อาการตื่นตระหนกสุดขีดของทาทาดูเหมือนจะสงบลงบ้างแล้ว แต่ในแววตาของเธอยังคงซ่อนความตื่นตระหนกไว้ไม่มิด เธอสัมผัสได้เลยว่าไอ้หมอนี่ที่เอาแต่ยิ้มตาหยีอยู่ตลอดเวลาคนนี้ จะต้องมองเห็นอะไรบางอย่างแน่ๆ!! ไม่อย่างนั้นคงไม่จงใจขู่เธอแบบนี้!
“แต่ว่านะ…”
ดันเต้ลากเสียงยาวอย่างมีเลศนัยอีกครั้ง
เอาล่ะ…แกล้งจนพอใจแล้ว ถึงเวลาต้องยืนยันเรื่องสำคัญเสียที
“ตามหลักแล้ว ด้วยความสามารถระดับเธอ การจะหาเงินเลี้ยงตัวเองน่าจะเป็นเรื่องที่ง่ายนิดเดียว แต่ทำไมถึงนอกจากจะไม่มีเงินติดตัวแล้ว ยังต้องยอมลดตัวมาทำงานเสี่ยงตายเพื่อหาเงินขนาดนี้ล่ะ...มันเพราะอะไรกันล่ะ?”
ดันเต้จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอขณะเอ่ยถาม จากนั้นเขาก็เดินตรงไปที่ประตูร้าน แล้วเปิดมันออกจนสุด ก่อนจะเบี่ยงตัวหลีกทางให้ ก่อนที่เขาจะยื่นมือซ้ายออกไปอย่างสง่างามราวกับพ่อบ้านประจำตระกูล เพื่อเป็นสัญญาณเชิญให้ทาทาเดินออกไป
“ประตูเปิดกว้างแล้ว เธอจะไปเมื่อไหร่ก็ได้ ผมไม่คิดจะรั้งเธอไว้หรอกนะ”
“!”
แม้ในใจลึกๆ ทาทาจะระแวงว่านี่อาจจะเป็นกับดัก แต่นี่ก็อาจจะเป็นเพียงโอกาสรอดเดียวของเธอแล้ว ในเสี้ยววินาทีที่เธอกำลังจะพุ่งตัวออกไปหาแสงสว่างภายนอกประตู เสียงของดันเต้ก็ดังขัดขึ้นมาซะก่อน
“เธอมีหนี้สินติดตัวอยู่ใช่ไหมล่ะ? หรือที่บ้านมีน้องๆ ที่ต้องคอยเลี้ยงดู? หรือว่ามีคนในครอบครัวป่วยหนักจนต้องใช้ค่ารักษาพยาบาลก้อนโต? มันต้องเป็นสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งในนี้แน่ๆ ใช่ไหมล่ะ?”
เมื่อดันเต้พูดจบ ปราการด่านสุดท้ายในจิตใจของทาทาก็พังทลายลงอย่างราบคาบ เธอรู้ว่าดันเต้หมายความว่าอะไร หมอนี่กำลังขู่เธออ้อมๆ ว่า 'ต่อให้ตัวเธอจะหนีไปได้ แต่ภาระของเธอยังอยู่ที่เดิม ฉันจะตามหาเธอเมื่อไหร่ก็ได้'
ทาทาเบรกฝีเท้าลงกะทันหัน เธอยืนนิ่งสนิทอยู่กับที่ราวกับตุ๊กตาที่ไร้วิญญาณ เล็บทั้งสิบของเธอจิกลงบนฝ่ามือจนแทบจะฝังลึกเข้าไปในเนื้อ หยาดน้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาคลอเบ้า แต่เธอก็ยังคงกัดฟันพยายามกลั้นมันไว้อย่างสุดความสามารถเพื่อไม่ให้มันไหลออกมา
“ฉัน...จะทำตามที่นายบอก”
เสียงของทาท่าสั่นเครือ เต็มไปด้วยความไม่ยินยอม ความคับข้องใจ และความสิ้นหวังที่บีบบังคับให้เธอต้องยอมสยบ แม้ข้างหน้าจะเป็นกองไฟ เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกระโดดลงไปเท่านั้น
“ยัยเด็กดื้อ ในที่สุดก็รู้จักยอมอ่อนข้อแล้วสินะ”
ความจริงดันเต้เองก็ไม่แน่ใจว่าทาทามีเหตุจำเป็นอะไรหรือเปล่า แต่ดูจากปฏิกิริยาแล้ว แสดงว่าสกิลการล่อซื้อของเขาทำงานได้ผลและเดาถูกเผงอีกแล้ว ข่าวดีก็คือทาทายอมแพ้แล้ว แต่ข่าวร้ายคือ...ดันเต้ดันเกิดอาการใจอ่อนจนไม่กล้าแกล้งยัยเด็กน่าสงสารคนนี้ต่อแล้วน่ะสิ
ในระหว่างที่ดันเต้กำลังคิดว่าควรจะทำยังไงต่อไปดี จู่ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนโดนใครบางคนตบผวะเข้าที่หลังหัวอย่างจัง มันไม่ได้เป็นการโดนลอบกัดทางกายภาพแต่อย่างใด ทว่าเป็นการโจมตีที่ส่งตรงเข้ามาถึงระดับวิญญาณต่างหาก ซึ่งคนที่ตบเขาแบบนี้ได้มีเพียงคนเดียวเท่านั้นคืออาจารย์ของเขานั่นเอง
“อาจารย์? ตีผมทำไมเนี่ย?”
ดันเต้ที่โดนโบกไปหนึ่งทีแบบงงๆ รีบเอ่ยถามกลับไปทางโทรจิตด้วยความสงสัย
“เลิกรังแกเด็กคนนั้นได้แล้ว”
น้ำเสียงของอาจารย์ราบเรียบจนเดาไม่ออกว่ากำลังโกรธหรือดีใจ แต่ดันเต้สัมผัสได้ว่าอารมณ์ของเธอไม่ค่อยดีนัก เพราะปกติอาจารย์ไม่เคยลงมือกับดันเต้ก่อนถ้าเขาไม่ได้ไปกวนประสาทเธอก่อน
“โห ที่แท้อาจารย์ก็มีมุมเมตตาธรรมกับเขาเหมือนกันนะเนี่ย เอาไว้พอกลับไปถึงห้องเมื่อไหร่ ผมจะพับดอกไม้สีแดงมอบให้เป็นรางวัล แล้วโหวตให้อาจารย์เป็นปีศาจดีเด่นแห่งปีเลยดีไหม เอาใบประกาศเกียรติคุณไปแขวนไว้บนหัวเตียงผมเลยเป็นไง?”
ดันเต้ไม่ใช่พวกยอมคนอยู่แล้ว เขาจึงตอกกลับด้วยการยั่วยุทันที สงสัยว่าหลังจากที่แกล้งทาทาไปชุดใหญ่ เขาก็เลยรู้สึกว่าเครื่องติดจนหยุดไม่ได้แล้ว
“......?”
อาจารย์ไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับมา
ทว่าวินาทีต่อมา ดันเต้กลับรู้สึกแน่นหน้าอกประหนึ่งว่าหัวใจของเขากำลังถูกมือที่มองไม่เห็นบีบขยำเอาไว้อย่างแรง
“ดะ...เดี๋ยวสิอาจารย์! ผมแค่หยอกเล่นขำๆ เองน่า! พวกเรามาพูดคุยกันด้วยเหตุผลแบบปัญญาชนกันดีกว่าไหมครับ? ก็ยัยเด็กดื้อนี่เล่นก๊อปปี้การ์ดของผมไปขายจนผมต้องมานั่งซวยไปด้วยเนี่ย ผมก็แค่สั่งสอนให้เธอได้รู้ซึ้งถึงความโหดร้ายของสังคมโลกภายนอกบ้าง ผมผิดตรงไหนล่ะครับ?”
“พอฉันเห็นนายรังแกเด็กคนนั้นทีไร มันให้ความรู้สึกเหมือนนายรังแกฉันอยู่ยังไงยังงั้น...เหตุผลแค่นี้มันฟังขึ้นพอไหมล่ะ?”
อาจารย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา แต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะยอมคลายมือออกจากหัวใจของดันเต้เลยแม้แต่น้อย
“...ชัดเจน ตรงประเด็น เป็นเหตุผลที่โคตรจะสมเหตุสมผลสุดๆ ไปเลยครับ อาจารย์นี่ใช้เมตตาธรรมสยบผู้คนได้ลึกซึ้งจริงๆ”
“หึ”
อาจารย์รู้ว่าดันเต้แค่รับปากไปงั้นๆ แต่เธอก็ขี้เกียจจะต่อปากต่อคำกับเขาอีก เธอจึงเพียงแค่แค่นเสียงเย็นชาใส่หนึ่งทีก่อนจะกลับเข้าสู่ห้วงนิทราไป
“ถึงอาจารย์ไม่พูด ผมก็กะจะยื่นมือเข้าไปช่วยยัยเด็กนี่อยู่แล้วแท้ๆ”
ดันเต้บ่นอุบอิบในใจ ก่อนจะดึงสติและหันความสนใจกลับมาที่ทาทาซึ่งยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงหน้า
“ช่างเถอะ ไม่แกล้งแล้วก็ได้”
ดันเต้แกล้งถอนหายใจทำหน้าเหมือนคนเหนื่อยหน่าย ก่อนจะปรับสีหน้าให้ดูจริงจังขึ้น แล้วเอ่ยถามทาทาว่า
“ว่ามาสิ เธอต้องการใช้เงินทั้งหมดเท่าไหร่? หลังจากช่วยเธอใช้หนี้ให้หมดในครั้งเดียวแล้ว เธอจะได้ไปอาณาจักรนอร์ตันกับผมได้อย่างไร้กังวล”
คำพูดนี้ของดันเต้ไม่ใช่แค่ทำให้ทาทาอึ้งไปคนเดียวหรอกนะ แต่แม้แต่โคลอิกซ์เองก็ยังถึงกับอึ้งไปด้วย เมื่อกี้นายยังยืนแสยะยิ้มชั่วร้ายเหมือนปีศาจจากขุมนรกอยู่เลยนะ แล้วไหงตอนนี้มาเปิดโหมดนักแสดงออสการ์ สวมบทเป็นพ่อพระใจบุญซะงั้น?
“นาย...ต้องการอะไรกันแน่?”
ทาทายังคงจ้องดันเต้เขม็งด้วยท่าทีเป็นศัตรู ใครจะไปรู้ล่ะว่าไอ้คนนิสัยเสียสุดกู่คนนี้มันกำลังวางหมากหลอกอะไรเธออยู่อีกหรือเปล่า เงินก้อนโตขนาดนั้นมันจะไปควักออกมาให้คนอื่นง่ายๆ ได้ยังไงกัน?
ดันเต้ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ทำเพียงแค่ล้วงบัตรคริสตัลใบหนึ่งออกมาแล้วโยนไปให้ทาทา ทีแรกทาทากะจะเบี่ยงตัวหลบ แต่เมื่อสายตาของเธอเหลือบไปเห็นสีของบัตรใบนั้น สัญชาตญาณความขัดสนก็สั่งให้เธอเผลอยื่นมือออกไปรับมันไว้อย่างลืมตัว
มันคือบัตรเงินฝากระดับสูงสุด ซึ่งออกโดยธนาคารกลางแห่งสมาพันธ์อาณาจักร ทาทาเคยได้ยินแต่ชื่อของมันมานาน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นของจริงด้วยตาตัวเอง!
“ในบัตรนั่นมีเหรียญทองอยู่ 1,000 เหรียญ...เท่านี้คงพอเคลียร์หนี้ได้ใช่ไหมล่ะ?”
“!!!”
ทาทากำบัตรคริสตัลในมือแน่น เธอยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ ราวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่แฮงก์จนหน้าจอฟ้าไปเรียบร้อยแล้ว