เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 103 ตระกูลกงซู ความเพ้อฝันของอ๋องเหริน!

บทที่ 103 ตระกูลกงซู ความเพ้อฝันของอ๋องเหริน!

บทที่ 103 ตระกูลกงซู ความเพ้อฝันของอ๋องเหริน!


บทที่ 103 ตระกูลกงซู ความเพ้อฝันของอ๋องเหริน!

แคว้นสวี๋โจวแห่งต้าเซี่ย ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแคว้นอวิ๋นโจว โดยมีแคว้นคั่นกลางกับแคว้นหย่งโจวเพียงหนึ่งแคว้น

เวลานี้ทุกคนต่างสงสัยเกี่ยวกับภารกิจของเซี่ยเจาเหยียน นี่เป็นสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับบุคคลที่ปรากฏตัวออกมาก่อนหน้านี้เลย

เซวี่ยเต้ามีสีหน้าเคร่งขรึม ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว โค้งคำนับประสานมือ

"ขอฝ่าบาทโปรดบัญชาพ่ะย่ะค่ะ"

แสงวาบขึ้นในมือของเซี่ยเจาเหยียน ข้อมูลข่าวสารฉบับหนึ่งปรากฏขึ้นในมือของเขา

"ข้อมูลนี้บันทึกสถานการณ์ขุมกำลังในโลกผู้ฝึกตนของแคว้นสวี๋โจวเอาไว้ ในนั้นมีขุมกำลังหนึ่งชื่อว่า สำนักหลิงเวย! การก่อตั้งสาขาของพวกเจ้า จงใช้การกวาดล้างขุมกำลังนี้เพื่อประกาศศักดาให้ยุทธภพแคว้นสวี๋โจวได้รับรู้!"

พูดจบ ข้อมูลในมือก็ลอยไปหาเซวี่ยเต้า

"สำนักหลิงเวยนี้คือขุมกำลังชาวยุทธที่จวนเจิ้นหมัวกงแอบหนุนหลังอยู่ในแคว้นสวี๋โจว ความแข็งแกร่งภายในสำนักถือว่าพอใช้ได้ ภายในสำนักมีบรรพบุรุษขอบเขตมหาปรมาจารย์ขั้นปลายหนึ่งคน ส่วนเจ้าสำนักคนปัจจุบันอยู่ขอบเขตมหาปรมาจารย์ขั้นต้น! นอกเหนือจากนี้ ยังมีผู้อาวุโสตั้งแต่ขอบเขตปรมาจารย์ขั้นต้นถึงขั้นปลายอีกแปดคน!"

เวลานี้ทุกคนถึงได้เข้าใจ ฝ่าบาทกำลังจะเริ่มทยอยตัดปีกและถอนรากถอนโคนอิทธิพลภายนอกของจวนเจิ้นหมัวกงแล้ว

ในตอนที่พวกเขาฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง ในหัวก็มีข้อมูลเหล่านี้อยู่แล้ว ย่อมรู้ดีว่าจวนเจิ้นหมัวกงในปัจจุบันกับฝ่าบาท แทบจะมีความแค้นที่ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง!

แน่นอนว่า เหตุผลที่เซี่ยเจาเหยียนมอบหมายภารกิจนี้ให้กับสำนักดาบโลหิต ย่อมมีสาเหตุอยู่

นอกเหนือจากการบั่นทอนกำลังของจวนเจิ้นหมัวกงแล้ว ที่สำคัญที่สุดคือต้องการสร้างชื่อเสียงให้กับสาขายมโลกในแคว้นสวี๋โจวโดยเร็วที่สุด สาขาก่อนหน้านี้ หลังจากดำเนินการที่ส่งผลสะเทือนต่อต้าเซี่ยไปหลายครั้ง ชื่อเสียงอันน่าเกรงขามก็แพร่สะพัดไปทั่วต้าเซี่ยมานานแล้ว ทว่าสำหรับสาขาที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ แม้จะเป็นสาขาในเครือของยมโลกเช่นกัน แต่หากไม่มีผลงานชิ้นโบแดงเพื่อสร้างชื่อ การที่สาขาจะรับคนและขยายอิทธิพลก็จะช้าเกินไป

...

จากนั้น ร่างชายหญิงเจ็ดคนก็ปรากฏขึ้นจากประตูมิติแห่งความว่างเปล่า

พวกเขาแต่ละคนแต่งกายด้วยเครื่องแบบนักพรตเต๋าที่เหมือนกันแทบจะทุกระเบียดนิ้ว ซึ่งมีเพียงคนในที่นี้เท่านั้นที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี

"ผู้ใต้บังคับบัญชา คิวชู่กี (ชิวชู่จี) ถวายบังคมฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ!"

"ผู้ใต้บังคับบัญชา เบ้เง็ก (หม่าอวี้), ถ้ำชู่ตวน (ถานชู่ตวน), เฮ้งชู่อิด (หวังชู่อี), ฮักไต้ทง (เฮ่าต้าทง), เล่าชู่เหียน (หลิวชู่เสวียน), ซุนปุกยี่ (ซุนปู้ออร์) ถวายบังคมฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ!"

เจ็ดคนนี้ เซี่ยเจาเหยียนย่อมรู้จักเป็นอย่างดี และเขายังรู้ด้วยว่าในประวัติศาสตร์ของโลกก่อนที่เขาจากมา มีบุคคลทั้งเจ็ดนี้อยู่จริงๆ

"ทุกท่านลุกขึ้นเถิด!"

ไม่ว่าในชาติก่อนพวกเขาจะเป็นอย่างไร แต่เมื่อได้เกิดใหม่ในชาตินี้แล้ว ความแค้นและสถานะทุกอย่างในอดีตก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับชาตินี้อีกต่อไป

ในเวลานี้ สายตาของคิวชู่กีก็ประสานเข้ากับสายตาของพวกเคอเจิ้นเอ้อ

แววตาของทั้งสองฝ่ายต่างเผยให้เห็นถึงความซับซ้อนและประหลาดใจแกมยินดี อาจจะนึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่เช่นเดียวกัน

การได้พบคนรู้จักในโลกที่แปลกประหลาด ย่อมนับว่าเป็นความโชคดีอย่างหนึ่ง!

"สหายนักพรตทั้งเจ็ด ไม่ได้พบกันเสียนาน..." เจ็ดนักพรตช้วนจินประสานมือคารวะเจ็ดประหลาดกังหนำ

ส่วนพวกเคอเจิ้นเอ้อก็รีบคำนับตอบ "ท่านนักพรตทั้งหลาย ไม่ได้พบกันเสียนาน..."

"เอาล่ะ นักพรตทั้งเจ็ด โปรดบอกระดับการฝึกฝนของแต่ละคนมาเถิด!"

เซี่ยเจาเหยียนจำต้องขัดจังหวะการสนทนาของทั้งสองฝ่าย ดูเหมือนว่าต่างฝ่ายต่างมีเรื่องมากมายจะพูดคุยกัน

"ขอฝ่าบาททรงประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ การพบเจอสหายเก่าในต่างโลกยากที่จะควบคุมอารมณ์ได้!"

สีหน้าของคิวชู่กีเจือไปด้วยความเกรงใจ ส่วนเซี่ยเจาเหยียนก็โบกมือ

"ทูลฝ่าบาท ระดับการฝึกฝนของผู้ใต้บังคับบัญชาคือ มหาปรมาจารย์ขั้นกลาง พลังต่อสู้มหาปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์พ่ะย่ะค่ะ! ส่วนอีกหกท่านล้วนเป็นมหาปรมาจารย์ขั้นต้น พลังต่อสู้มหาปรมาจารย์ขั้นปลายพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ!"

จู่ๆ ก็มียอดฝีมือขอบเขตมหาปรมาจารย์เพิ่มขึ้นมาอีกเจ็ดคน เซี่ยเจาเหยียนย่อมต้องดีใจอยู่แล้ว

"ดี ยอดเยี่ยม!"

ใครจะรู้ว่าตอนนั้นเอง คิวชู่กีก็กล่าวเสริมขึ้นมาอีก

"ทูลฝ่าบาท พวกเราทั้งเจ็ดคนเมื่อร่วมมือกันตั้งค่ายกลดาวเหนือเทียนกัง สามารถต่อสู้กับขอบเขตธรรมลักษณ์ขั้นกลางได้พ่ะย่ะค่ะ!"

สิ่งนี้ทำให้เซี่ยเจาเหยียนยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่ เทียบเท่ากับมีพลังต่อสู้ระดับธรรมลักษณ์ขั้นกลางเพิ่มมาอีกหนึ่งสาย

ดังนั้น เขาจึงโบกมือใหญ่ ประทานทรัพยากรจำนวนหนึ่งให้กับทุกคน

"ทุกท่านจงฟังคำสั่ง นับจากนี้ไป ขอแต่งตั้งพวกเจ้าเป็นรองเจ้าหอแห่งหอไห่ (ปีกุน)! จงลงมือสร้างหอหมู (ไห่จู) ขึ้นมา และรับคำสั่งการจากสามโหวไปพลางๆ ก่อน!"

ระดับการฝึกฝนของทั้งเจ็ดคนในตอนนี้ ยังไม่สามารถรับตำแหน่งเจ้าหอแห่งไป๋อวี้จิงได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตำแหน่งเจ้าเมืองเลย

ในการวางแผนของเซี่ยเจาเหยียน ระดับการฝึกฝนของเจ้าหอแห่งสิบสองหอจะต้องเป็นขอบเขตมหาปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์ และมีพลังต่อสู้ถึงระดับขอบเขตธรรมลักษณ์!

"ส่วนสถานที่ตั้งของหอหมู (ไห่จู) จะเป็นที่ใดนั้น เมื่อลงไปแล้ว พวกเจ้าจงปรึกษาหารือกับคนอื่นๆ เอาเองเถิด!"

สถานที่ตั้งของไป๋อวี้จิง เซี่ยเจาเหยียนไม่เคยคิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวตั้งแต่แรกแล้ว

หลังจากที่ทั้งเจ็ดคนรับคำสั่งและถอยไปอยู่ด้านข้าง ประตูมิติแห่งกาลเวลาก็ปรากฏร่างยี่สิบกว่าร่างเดินออกมา

ในบรรดาคนเหล่านี้ ชายผู้เป็นผู้นำแผ่กลิ่นอายที่พิเศษมากๆ ออกมา บนไหล่ทั้งสองข้างของเขา มีหุ่นยนต์สัตว์กลไกที่เหมือนมีชีวิตจริงเกาะอยู่ข้างละตัว

"กงซูโฉว พร้อมด้วยลูกหลานในตระกูล ถวายบังคมท่านอ๋องเหรินพ่ะย่ะค่ะ!"

"ทุกท่านรีบลุกขึ้นเถิด!" เซี่ยเจาเหยียนโบกมือในอากาศเชิงพยุงขึ้น

พูดตามตรง การที่การสังเวยครั้งนี้ได้รับกงซูโฉวและคนในตระกูลมา ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจและยินดีเป็นอย่างมาก

นี่คือตระกูลที่มีความสามารถในด้านวิชากลไกเป็นอย่างยิ่ง

วิชากลไกในทวีปเทียนฮวาง ครั้งหนึ่งเคยเป็นสิ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก เพื่อต่อต้านการเก็บเกี่ยวของวิถีสวรรค์ ผู้ฝึกตนในโลกใบนี้ได้ลองใช้วิถีทางการฝึกฝนรูปแบบต่างๆ มากมาย

วิชากลไกของทวีปเทียนฮวางในอดีต ไม่ได้เรียกว่าวิชากลไก แต่เรียกว่าวิชาหุ่นเชิด ทว่า สุดท้ายแล้วก็ถูกวิถีสวรรค์บดขยี้อย่างไร้ความปรานีอยู่ดี!

นับแต่นั้นเป็นต้นมา วิชาหุ่นเชิดก็เริ่มเสื่อมถอย แม้ว่าจนถึงปัจจุบันจะยังไม่สูญหายไป แต่ก็ถูกจัดอยู่ในอันดับท้ายๆ ของปลายแถวเสียแล้ว

ความเสื่อมถอยของวิชาหุ่นเชิด นอกเหนือจากการไม่สามารถต่อกรกับวิถีสวรรค์ได้แล้ว สาเหตุหลักก็คือมันส่งผลกระทบต่อระดับการฝึกฝน พลังกายและพลังใจของคนเรามีจำกัด ระดับการฝึกฝนคือรากฐานของการมีอายุยืนยาว ในเมื่อวิชาหุ่นเชิดไม่สามารถยืดอายุขัยได้ การถูกละทิ้งจึงเป็นเรื่องที่คาดเดาได้อยู่แล้ว

"กงซูโฉว แนะนำความแข็งแกร่งของตระกูลเจ้าให้เปิ่นหวางฟังหน่อย"

"ทูลฝ่าบาท ระดับการฝึกฝนของผู้ใต้บังคับบัญชาคือ ขอบเขตมหาปรมาจารย์ขั้นต้น หลานชาย กงซูอี้ ขอบเขตปรมาจารย์ขั้นปลาย ส่วนคนอื่นๆ ล้วนเป็นขอบเขตปรมาจารย์ขั้นต้นพ่ะย่ะค่ะ!"

ความแข็งแกร่งระดับนี้ เกินกว่าสถานะของพวกเขาในโลกก่อนหน้านี้ไปมากทีเดียว

ในเวลานี้ เซี่ยเจาเหยียนพบว่า หากอัญเชิญขุมกำลังมาทั้งขุมกำลัง โดยพื้นฐานแล้วความแข็งแกร่งมักจะไม่ด้อยเลย

ขณะนี้ เขากำลังครุ่นคิดอย่างเงียบๆ ตั้งแต่ตอนที่เขาเห็นกงซูโฉว ในใจเขาก็เกิดแผนการอันยิ่งใหญ่ขึ้นมา...

คนอื่นๆ เห็นฝ่าบาทกำลังครุ่นคิดอย่างเงียบๆ จึงรอคอยอย่างเงียบๆ เช่นกัน

ส่วนคนในตระกูลกงซูโฉว ภายในใจนั้นรู้สึกกระวนกระวายใจเป็นอย่างมาก พวกเขาไม่รู้ว่าต่อไปจะถูกจัดการให้ไปอยู่ที่ไหน

ในที่สุด เซี่ยเจาเหยียนก็ลืมตาขึ้นแล้วมองไปที่กงซูโฉว

"เดิมทีเปิ่นหวางอยากจะให้พวกเจ้าไปก่อตั้งสาขาของยมโลก แต่คิดไปคิดมาก็รู้สึกว่านั่นเป็นการสิ้นเปลืองความสามารถของพวกเจ้าเกินไป"

ทุกคนแอบพยักหน้าเห็นด้วย การมีวิชากลไกที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ หากให้ไปรับตำแหน่งในยมโลกก็น่าเสียดายจริงๆ

"เปิ่นหวางมีแผนการอันยิ่งใหญ่อยู่ในใจ!"

"นั่นก็คือการสร้างศูนย์บัญชาการไป๋อวี้จิงที่แท้จริง พร้อมด้วยห้าเมืองและสิบสองหอ!"

"ในจินตนาการของข้า ศูนย์บัญชาการไป๋อวี้จิงควรจะลอยอยู่เหนือหมู่เมฆ เป็นเมืองลอยฟ้าที่จะไม่มีวันร่วงหล่นลงมา!"

"ห้าเมืองและสิบสองหอที่อยู่ใต้บังคับบัญชาก็เช่นกัน ล้วนเป็นสิ่งปลูกสร้างที่จะไม่มีวันร่วงหล่น"

"ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อความแข็งแกร่งของเราเพิ่มมากขึ้น สิ่งปลูกสร้างกลไกเหล่านี้ก็จะมีพลังทะลวงมิติได้ในอนาคต!"

ในวินาทีนี้ ทุกคนต่างตกตะลึงกับความคิดอันบรรเจิดของเซี่ยเจาเหยียน!

พวกเขาทนไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองเกาะลอยฟ้าเบื้องบน เมื่อเทียบกับสิ่งที่ฝ่าบาทจินตนาการ เกาะลอยฟ้าเหล่านี้มันช่างดูจืดชืดไปเลย!

ยิ่งกงซูโฉวฟังก็ยิ่งหายใจแรงขึ้น ความฝันของเขาคือการเอาชนะวิชากลไกของสำนักม่อจื่อในเส้นทางแห่งกลไก ในเมื่อได้มีชีวิตใหม่แล้ว ความแค้นในอดีตทั้งหลายก็ถูกลบเลือนไปจนหมดสิ้น ตอนนี้ เขาเพียงต้องการนำพาตระกูลให้ก้าวไปได้ไกลยิ่งขึ้นในเส้นทางแห่งกลไกนี้!

"ยังไม่จบแค่นี้ นี่เป็นเพียงส่วนของไป๋อวี้จิงเท่านั้น!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 103 ตระกูลกงซู ความเพ้อฝันของอ๋องเหริน!

คัดลอกลิงก์แล้ว