- หน้าแรก
- เมียให้ไปตกปลา ใครจะรู้ว่าระบบจะเสกเงินเข้าบัญชีรัวๆ
- ตอนที่ 12 สั่งเดลิเวอรีก็ได้เหรอ
ตอนที่ 12 สั่งเดลิเวอรีก็ได้เหรอ
ตอนที่ 12 สั่งเดลิเวอรีก็ได้เหรอ
ตอนที่ 12 สั่งเดลิเวอรีก็ได้เหรอ
เจียงฉวนนึกถึงยอดเงินสดที่ตกได้ทั้งเมื่อวานและวันนี้ เขาก็โบกมืออย่างใจป้ำ
"เออๆๆ! วันนี้ฉันเป็นเจ้ามือเลี้ยงเอง แกอยากกินอะไรสั่งมาเลยเต็มที่!"
"โอ้โห เสี่ยสั่งลุยเว้ย!"
หวังเต๋อฟาไม่เกรงใจเพื่อน กดสั่งข้าวหน้าหมูตุ๋นกับน่องไก่มาสองที่ แถมด้วยเครื่องดื่มเย็นเจี๊ยบอีกคนละขวด
ในระหว่างที่รอ เจียงฉวนก็กดส่งข้อความไปหาภรรยาทางวีแชต
เขาบอกเธอว่าเที่ยงนี้ไม่ต้องรอทานข้าว จะได้ไม่ต้องเหนื่อยทำกับข้าวเผื่อเขา แล้วต้องมานั่งเททิ้งทีหลังถ้าเขากลับไปกินไม่ทัน
หลินซิงหว่านตอบกลับมาด้วยความเป็นห่วงเป็นใยตามประสาภรรยาแสนดี
เธอบ่นกระปอดกระแปดว่าอาหารเดลิเวอรีมันไม่ดีต่อสุขภาพอย่างนั้นอย่างนี้ สู้ข้าวบ้านก็ไม่ได้
แต่เจียงฉวนอยากจะกอบโกยเงินให้ได้มากที่สุด เขาจึงรับปากว่าจะรีบกลับบ้านไปกินข้าวมื้อเย็นฝีมือเธอ พร้อมกับจัดการโอนเงินค่าปลา 580 หยวนที่เพิ่งขายให้หวงเหมาเมื่อเช้าไปให้หลินซิงหว่าน แถมยังแคปรูปสลิปโอนเงินแนบไปให้ดูเป็นหลักฐาน เพื่อให้เธอสบายใจว่าเขาไม่ได้แอบเอาเงินไปทำเรื่องมิดีมิร้ายที่ไหน
ผลที่ได้คือ ถ้อยคำชื่นชมหวานหูจากภรรยาสุดที่รัก ซึ่งเจียงฉวนก็ยิ้มรับด้วยความเบิกบานใจ การได้เป็นฮีโร่ในสายตาของภรรยานั้น ถือเป็นความภูมิใจสูงสุดของลูกผู้ชายอย่างเขาเสมอ
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหลังจากกดสั่งอาหาร
พนักงานส่งอาหารสวมเสื้อยืดสีเหลืองและหมวกกันน็อกสีฟ้า ก็ขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามาจอดเทียบท่าถึงริมตลิ่งแม่น้ำอันห่างไกลได้อย่างน่าอัศจรรย์
"คุณหวังใช่ไหมครับ? อาหารที่สั่งมาส่งแล้วครับ!"
ไรเดอร์หนุ่มจอดรถอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะหยิบกล่องอาหารออกจากกระเป๋าเก็บอุณหภูมิท้ายรถ
"ใช่ๆ ของผมเองแหละ" หวังเต๋อฟารับถุงอาหารมาด้วยความทึ่ง "นายเจ๋งเป้งมากน้องชาย! อุตส่าห์บุกป่าฝ่าดงมาส่งถึงที่ได้ ทีแรกพี่นึกว่าต้องเดินออกไปรับซะอีก"
ไรเดอร์หนุ่มยกมือขึ้นปาดเหงื่อพลางหัวเราะร่วน
"โธ่พี่ เรื่องแค่นี้จิ๊บๆ! อาชีพอย่างพวกผมน่ะ ต่อให้พี่จะอยู่หลืบไหนมุมไหนในโลกนี้ ขอแค่ปักหมุดมา พวกผมก็บุกไปส่งให้ได้หมดแหละครับพี่!"
"วันก่อนนะพี่ มีเพื่อนผมคนหนึ่งต้องโหนเชือกโรยตัวลงมาจากสะพานข้ามแม่น้ำ เพื่อเอาข้าวไปส่งให้นักตกปลาข้างล่างนู่นน่ะ แบบนั้นสิพี่ถึงจะเรียกว่าสุดยอดของจริง"
เจียงฉวนได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับสะดุ้ง "เฮ้ย! แบบนั้นมันไม่อันตรายไปหน่อยเรอะ!"
ถึงแม้นักตกปลาจะชอบบุกบั่นไปตามหมายตกปลาแปลกๆ แต่บางที่มันก็หฤโหดเกินกว่าจะคาดคิดจริงๆ
"นั่นน่ะสิครับพี่!"
ไรเดอร์หนุ่มส่ายหน้าอย่างเอือมระอา "สุดท้ายหน่วยกู้ภัยต้องระดมกำลังมาช่วยเกลี้ยกล่อมตั้งนานกว่าพี่แกจะยอมปีนกลับขึ้นมา"
"ตกปลามันก็สนุกอยู่หรอกครับพี่ แต่ความปลอดภัยมันต้องมาก่อนดิ"
ความสนใจของหวังเต๋อฟาไม่ได้อยู่ที่เรื่องการโหนเชือกส่งอาหาร แต่กลับไปโฟกัสที่ยูนิฟอร์มของไรเดอร์หนุ่มแทน
"น้องชาย น้องใส่หมวกกันน็อกของ 'เอ้อเลอหมะ' แต่ทำไมใส่เสื้อแจ็กเกตของ 'เหม่ยถวน' วะเนี่ย? นี่รับจ็อบวิ่งควบสองแอปฯ เลยเรอะ?"
"ผมวิ่งของเอ้อเลอหมะเป็นหลักครับพี่! แต่เรื่องปากท้องมันไม่เข้าใครออกใครนี่เนอะ แอปฯ ไหนให้ราคาดีกว่า ผมก็วิ่งแอปฯ นั้นแหละครับพี่ เอาล่ะ ผมต้องไปก่อนนะพี่ ยังมีออเดอร์รออยู่อีกเพียบเลย"
หวังเต๋อฟายกนิ้วโป้งให้ "สุดยอดว่ะน้องชาย!"
"เจ๋งเป้ง!" เจียงฉวนผสมโรงชมอีกคน
พูดจบ ไรเดอร์หนุ่มสู้ชีวิตก็บิดมอเตอร์ไซค์คู่ใจจากไปอย่างรวดเร็ว เพื่อไปส่งอาหารให้ลูกค้าคิวต่อไป
เจียงฉวนกับไอ้อ้วนหวังจัดการกางเก้าอี้นั่งกินข้าวกล่องกันบนกล่องอุปกรณ์ตกปลา ดื่มด่ำกับบรรยากาศปิกนิกริมแม่น้ำที่ไม่ค่อยจะได้ทำบ่อยนัก
ทั้งสองคนนั่งโซ้ยข้าวกล่องพลางพูดคุยสัพเพเหระกันอย่างออกรส ชื่นชมทัศนียภาพอันร่มรื่นริมฝั่งแม่น้ำ
สายลมพัดโชยมาปะทะใบหน้าแผ่วเบา ช่างเป็นความรู้สึกที่ผ่อนคลายและมีความสุขเสียจริง
"เห็นมะ ฉันบอกแล้วว่ามากินข้าวปิกนิกรับลมเย็นๆ แบบนี้มันฟินจะตาย" ไอ้อ้วนหวังพูดเสียงอู้อี้ขณะแทะน่องไก่จนแก้มตุ่ย
เจียงฉวนยิ้มรับพลางพยักหน้าเห็นด้วย
"เออว่ะ บรรยากาศมันชิลกว่าไปนั่งอุดอู้อยู่ในออฟฟิศตั้งเยอะเลย"
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังเพลิดเพลินกับมื้อเที่ยงริมแม่น้ำ โดรนตัวหนึ่งก็บินโฉบผ่านเหนือหัวพวกเขากลืนไปกับความเงียบ
บัญชีวีแชตออฟฟิเชียลของเทศบาลเมืองหนานเฉิงกำลังทำการไลฟ์สดโปรโมตการท่องเที่ยวในหัวข้อ 'หนานเฉิงเมืองน่าอยู่'
พิธีกรสาวกำลังบรรยายทัศนียภาพอันงดงามของแม่น้ำชิงหลง ให้ชาวเน็ตที่เข้ามาชมไลฟ์สดได้ชื่นชมผ่านมุมมองภาพมุมสูงจากกล้องโดรน
"สวัสดีค่ะชาวเน็ตทุกท่าน ตอนนี้ก็เป็นเวลาเที่ยงตรงแล้วนะคะ และภาพความสวยงามที่ทุกท่านกำลังรับชมอยู่นี้ ก็คือทัศนียภาพริมฝั่งแม่น้ำชิงหลงอันเลื่องชื่อของเมืองหนานเฉิงเรานั่นเองค่ะ..."
เสียงเจื้อยแจ้วหวานใสของพิธีกรสาวที่ฟังดูคล้ายผู้ประกาศข่าวช่องดัง ดังเจื้อยแจ้วมาตามสาย
"อุ๊ยตาย? ตรงนั้นมีนักตกปลาสองท่านกำลังนั่งปิกนิกทานมื้อเที่ยงกันริมแม่น้ำด้วยค่ะ ดูชิลสุดๆ ไปเลยนะคะเนี่ย"
โดรนบังคับบินโฉบต่ำลงมา ซูมภาพเจียงฉวนกับไอ้อ้วนหวังที่กำลังนั่งแทะน่องไก่ชนแก้วน้ำอัดลมกันอย่างออกรสออกชาติ เผยแพร่ภาพความฮาออกไปสู่สายตาชาวเน็ตได้อย่างสมบูรณ์แบบ
[ฮ่าๆๆ พี่ชายสองคนนี้แกชิลเกิ๊น! อิจฉาความสโลว์ไลฟ์ว่ะ!] [มานั่งปิกนิกกินข้าวริมแม่น้ำ โคตรอิจฉาเลย!] [นี่แหละชีวิตวัยเกษียณในฝันของฉันเลยล่ะ!] [พี่ชายอะไรกันยะ ฉันว่าหนึ่งในนั้นหน้าตาหล่อเหลาเอาการเลยนะนั่น เขินจัง] [เดี๋ยวก่อนนะ... เมื่อกี้ตอนที่บินผ่านหมายตกปลาอื่น ฉันเห็นนักตกปลาตั้งเยอะแยะ แต่ละคนแทบจะตกไม่ได้ปลาสักตัว แต่ทำไมกระชังของสองคนนี้ถึงได้มีปลาว่ายดิ้นขลุกขลักอยู่เต็มกระชังเลยล่ะนั่น!] [เฮ้ย! จริงด้วยวะ! แถมดูเหมือนจะตกได้เยอะซะด้วยนะนั่น!] [ไหนใครบอกว่าแม่น้ำชิงหลงปลากินเบ็ดยากนักหนาไงวะ?]
ช่องคอมเมนต์ในไลฟ์สดที่ตอนแรกดูเงียบเหงา กลับมาคึกคักและเต็มไปด้วยความคิดเห็นหลั่งไหลเข้ามาอย่างล้นหลาม เมื่อมีชาวเน็ตตาดีสังเกตเห็นกระชังปลาที่อัดแน่นไปด้วยปลาของเจียงฉวนกับเพื่อน
ใช่แล้วล่ะ ระหว่างที่นั่งรอเดลิเวอรีมาส่ง เจียงฉวนกับไอ้อ้วนหวังก็งัดปลาขึ้นมาได้อีกเพียบเลยทีเดียว
พิธีกรสาวก็สังเกตเห็นจุดเด่นนี้เช่นกัน เธอจึงสั่งให้คนบังคับโดรนซูมกล้องเข้าไปถ่ายเจาะที่กระชังปลาของทั้งสองคนใกล้ๆ
"โอ้โห! คุณผู้ชมคะ! นักตกปลาสองท่านนี้ฝีมือไม่ธรรมดาเลยนะคะเนี่ย ตกปลาได้เยอะแยะเลยค่ะ!"
เมื่อพิธีกรสาวอุทานด้วยความตื่นเต้น เธอก็เห็นว่ากระแสตอบรับจากชาวเน็ตกำลังพุ่งทะยาน เธอจึงสวมวิญญาณพิธีกรมืออาชีพ บรรยายต่ออย่างลื่นไหล
"คุณผู้ชมคะ เมืองหนานเฉิงของเราไม่ได้มีแค่แม่น้ำชิงหลงที่สวยงามตระการตาแบบนี้ที่เดียวนะคะ แต่เรายังมีแม่น้ำหลงซีที่กว้างใหญ่และงดงามยิ่งกว่า ซึ่งมีความสวยงามไม่แพ้กัน และยังเป็นสวรรค์ของเหล่านักตกปลาอีกด้วยค่ะ"
"เมืองหนานเฉิงของเรายินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่าน ให้มาสัมผัสมนต์เสน่ห์ของเมืองทางตอนใต้แห่งนี้ด้วยตัวคุณเองนะคะ"
ตัดภาพมาที่เจียงฉวน เขาไม่ได้บ้าตกปลาจนลืมกินข้าว เขารีบโซ้ยข้าวกล่องจนเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว แล้วล้วงบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ
แต่ไอ้อ้วนหวังนี่สิ อาการหนัก! หมอนี่เสพติดการตกปลาเข้าเส้นเลือดไปแล้ว! ขนาดนั่งกินข้าวก็ยังไม่ยอมละสายตาจากทุ่นเบ็ดเลย
และในจังหวะที่เขากำลังเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ อยู่นั้นเอง ทุ่นเบ็ดของเขาก็ผลุบจมหายไปใต้น้ำอย่างรวดเร็ว
"อาเจียง! เฮ้ย! จับข้าวกล่องฉันไว้ที! ปลากินแล้วเว้ย!"
"เออๆ มาแล้วๆ!" เจียงฉวนรับคำ ก่อนจะวางมือจากการเก็บกวาดกล่องข้าวขยะ เพื่อเตรียมตัวไปช่วยเพื่อนอัดปลา
ทว่าปลาที่กินเบ็ดของไอ้อ้วนหวังคราวนี้ ดูเหมือนจะเป็นปลาไซส์ยักษ์ แรงกระชากอันมหาศาลที่ส่งผ่านคันเบ็ดมา ทำเอาไอ้อ้วนหวังที่จับคันเบ็ดมือเดียวถึงกับเสียหลัก ถลำหน้าไปตามแรงดึง
"โอ้โห! ของใหญ่เว้ยเฮ้ย! โคตรมันเลยว่ะ!" ไอ้อ้วนหวังโยนข้าวกล่องทิ้งอย่างไม่ไยดี แล้วหันมาคว้าด้ามคันเบ็ดด้วยมือทั้งสองข้างทันที
ถึงแม้ข้าวกล่องจะไม่ได้คว่ำหกคะเมน แต่เศษข้าวเศษกับข้าวก็กระเด็นกระจัดกระจายออกมาเลอะเทอะไปหมด
เจียงฉวนที่เพิ่งจะเก็บข้าวกล่องตัวเองเสร็จ ก็ได้ยินเสียงสายเอ็นตึงเปรี๊ยะดัง 'วี๊ดดด' มาจากทางฝั่งของไอ้อ้วนหวัง
เขาเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นใบหน้าของหวังเต๋อฟาแดงก่ำเป็นลูกตำลึงสุก สองเท้าเหยียบยันพื้นไว้แน่น แต่ตัวก็ยังถลำไปข้างหน้าเกือบครึ่งก้าว
ปลาตัวนี้เรี่ยวแรงมหาศาลมาก ขนาดไอ้อ้วนหวังที่น้ำหนักทะลุสองร้อยชั่งยังแทบจะต้านทานแรงกระชากของมันไม่ไหว
"ใจเย็นเว้ยไอ้อ้วน! อย่างัดสู้กับมันตรงๆ ดิวะ!"
เจียงฉวนรีบคว้าสวิงตักปลาวิ่งเข้าไปสมทบ พอไปถึงก็เห็นปลายคันเบ็ดของหวังเต๋อฟาโค้งงอจนเกือบจะม้วนเป็นรูปตัวยูอยู่แล้ว
"แกลดคันเบ็ดลง ผ่อนสายให้มันหน่อย! ปล่อยให้มันลากไปก่อน! ขืนฝืนงัดสู้แบบนี้ มีหวังได้หักคาคันไม่ก็สายขาดกระจุยแน่เว้ย!"
หวังเต๋อฟากัดฟันกรอด มือข้างหนึ่งยกขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลย้อยเข้าตา "แรงมันเยอะชิบเป๋งเลยว่ะ! ฉันว่าตัวนี้แรงดีกว่าไอ้ปลาคาร์พยักษ์ที่นายตกได้เมื่อวานอีกนะเว้ย!"
เหตุการณ์นี้ถูกถ่ายทอดสดออกไป ทำให้ช่องคอมเมนต์ของชาวเมืองหนานเฉิงแทบจะลุกเป็นไฟด้วยข้อความจากชาวเน็ต
[ฮ่าๆๆๆ รีแอ็กชันพี่อ้วนโคตรฮา! นี่สิวะวิญญาณนักตกปลาตัวจริง ถึงขั้นเขวี้ยงข้าวกล่องทิ้งเลย ฮ่าๆๆ!] [ส่วนพ่อหนุ่มหน้ามนที่ยืนอยู่ข้างๆ นั่นโคตรนิ่ง โคตรคูลเลยอ่ะ! ฉันแพ้ผู้ชายสุขุมนุ่มลึกแบบนี้ที่สุดเลย เขินตัวบิด] [รบกวนสอบถามผู้รู้ทีครับ สองท่านนี้เขาใช้เหยื่อสูตรไหนครับเนี่ย? อาทิตย์ก่อนผมไปนั่งเฝ้าที่แม่น้ำชิงหลงมาทั้งวัน ตกได้แค่ปลาซิวสองตัวเอง!]
พิธีกรสาวเองก็พลอยอินไปกับบรรยากาศอันตึงเครียดนี้ด้วย น้ำเสียงของเธอจึงพุ่งปรี๊ดขึ้นไปอีกหลายอ็อกเทฟ
"คุณผู้ชมคะ! ตอนนี้เรากำลังลุ้นระทึกไปกับภาพของนักตกปลาทั้งสองท่าน ที่กำลังต่อสู้ชักเย่อกับปลายักษ์อยู่ริมแม่น้ำค่ะ!"
"บรรยากาศตอนนี้ดุเดือดเผ็ดมันส์มากเลยทีเดียวค่ะ! ดูเหมือนว่าแม่น้ำชิงหลงของเราจะไม่ได้มีดีแค่ทัศนียภาพที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยฝูงปลาไซส์ยักษ์ที่รอให้นักตกปลามาพิชิตอยู่อีกมากมายเลยล่ะค่ะ!"
กลับมาที่สถานการณ์ตรงหน้า เจียงฉวนเตรียมสวิงพร้อมสแตนด์บายช่วยไอ้อ้วนหวังช้อนปลาเต็มที่แล้ว
หลังจากเย่อกันอยู่อีกสองสามนาที ด้วยสายตาอันเฉียบคมของเจียงฉวน เขาก็สังเกตเห็นเงาปลาสีเทาอมฟ้าโผล่แวบขึ้นมาเหนือผิวน้ำ
"ปลาเฉา[1]เว้ย! ไซส์นี้สิบกิโลอัปชัวร์ป้าป!"
พอได้ยินแบบนั้น หวังเต๋อฟาก็ยิ่งตื่นเต้นฮึกเหิม เขาพยายามออกแรงงัดและรั้งสายเพื่อต้อนปลาให้พ้นจากแนวกิ่งไม้ที่ปกคลุมอยู่อย่างระมัดระวัง
หมายตกปลาของพวกเขาอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการงัดปลาขึ้นมา แถมยังทำให้การใช้สวิงช้อนปลาตัวใหญ่ทำได้ยากลำบากยิ่งขึ้นไปอีก
"อาเจียง เตรียมสวิงให้พร้อมนะเว้ย! เดี๋ยวฉันจะงัดมันลอยหัวขึ้นมาให้ดู!"
"เฮ้ย อย่าเพิ่ง..." เจียงฉวนร้องห้ามเสียงหลง แต่ยังไม่ทันจะพูดจบประโยค
คันเบ็ดในมือของหวังเต๋อฟาก็หักดัง 'เป๊าะ' ขาดสะบั้นออกเป็นสามท่อนซะแล้ว
[1] ปลาเฉา (Grass carp) : ปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งในวงศ์ปลาตะเพียน มีขนาดใหญ่ ลำตัวยาว สีเทาอมฟ้าหรือเขียวมะกอก ชอบกินพืชน้ำเป็นอาหาร
[จบตอน]