เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 สักวันต้องเจ็บปวดจากความรัก

บทที่ 28 สักวันต้องเจ็บปวดจากความรัก

บทที่ 28 สักวันต้องเจ็บปวดจากความรัก


บทที่ 28 สักวันต้องเจ็บปวดจากความรัก

เจียงเหอคิดไปคิดมา เรื่องนี้จริงๆ ก็ไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังอะไรอยู่แล้ว

จึงพูดขึ้นว่า "อืม ตั้งใจจะไปห้องจัดเก็บเอกสารของโรงพยาบาลในเครือแห่งที่หนึ่งน่ะ ไปตรวจดูประวัติผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนในช่วงห้าปีที่ผ่านมา"

"ตรวจประวัติผู้ป่วยเหรอ?" เฉิงซีเหยาแสดงสีหน้าประหลาดใจ "ปีสามยังไม่ได้เข้าโรงพยาบาลฝึกงานเลย พวกนายจะตรวจประวัติผู้ป่วยไปทำไมกัน?"

"เอามาจัดระเบียบข้อมูล ฉันอยากทำการวิเคราะห์ย้อนหลังกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่เกี่ยวกับอัตราส่วนต่อมน้ำเหลืองที่พบการแพร่กระจายในมะเร็งตับอ่อน (LNR) ดูว่ามันเกี่ยวข้องกับการพยากรณ์โรคหลังการผ่าตัดของผู้ป่วยไหม ถ้าข้อมูลออกมาดี ฉันคิดว่าจะเขียนเป็นวิทยานิพนธ์น่ะ"

แม้ว่าเฉิงซีเหยาจะอยู่แค่ปีสาม แต่ในฐานะนักศึกษาที่โดดเด่นของคณะ เธอก็ไม่เคยขาดการอ่านวารสารวิชาการเลย

"พวกนายตั้งใจจะ... ปรับปรุงการจัดระยะโรคแบบ (TNM) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเหรอ?"

เจียงเหอมองเธอด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย

ยัยหนูคนนี้ฉลาดขนาดนี้เลยเหรอ? มิน่าเล่า ชาติก่อนถึงเรียนจบไปจนถึงระดับปริญญาเอกได้

"ใช่" เขาตอบ "การแบ่งแค่บวก เเละลบในปัจจุบันมันหยาบเกินไป ต้องดูที่สัดส่วนแทน"

เฉิงซีเหยานิ่งอึ้งไปไม่กี่วินาที ชัดเจนว่าเธอกำลังประเมินความเป็นไปได้และคุณค่าของโครงการนี้อยู่ในใจ

ไม่กี่วินาทีต่อจากนั้น เธอก็เงยหน้าขึ้น น้ำเสียงจริงจัง "เจียงเหอ วันชาติปีนี้ฉันไม่กลับบ้านแล้วนะ"

เจียงเหอ "?"

"ประวัติผู้ป่วยตั้งห้าปี นั่นมันงานช้างเลยนะ ลำพังแค่พวกนายทำกันเองไม่ไหวหรอก" เฉิงซีเหยากอดหนังสือในมือแน่นขึ้น "ให้ฉันเข้าร่วมด้วยได้ไหม? ฉันพิมพ์เร็ว แถมยังใช้ Excel คล่อง น่าจะช่วยพวกนายป้อนข้อมูลได้นะ"

เจียงเหอขมวดคิ้วเล็กน้อย

ปฏิกิริยาแรกตามสัญชาตญาณของเขาคือปฏิเสธ เพราะไม่อยากให้เรื่องมันยุ่งยากซับซ้อนขึ้น

การที่เขาทำโครงการนี้ก็เพื่อเผยแพร่ในวารสารชั้นนำและเก็บสิทธิ์ไว้ ส่วนการดึงเพื่อนร่วมห้องไปด้วยก็แค่กะจะใช้แรงงานพวกเขาไปด้วย และถือโอกาสปูทางช่วยเรื่องโควตาศึกษาต่อให้พวกเขา

แต่ถ้าเพิ่มดาวคณะเข้ามาด้วย เขาเกรงว่าจะเกิดความเข้าใจผิดที่ไม่จำเป็นตามมา

ทว่าเจียงเหอก็คำนวณปริมาณงานในหัวอย่างรวดเร็ว

เคสผ่าตัดมะเร็งตับอ่อนของโรงพยาบาลแห่งที่หนึ่งในช่วงห้าปีที่ผ่านมา อย่างน้อยๆ ก็มีตั้งแต่หลายร้อยไปจนถึงเป็นพันราย

ประวัติผู้ป่วยที่เป็นเอกสารกระดาษแต่ละฉบับ ต้องเปิดหาทั้งรายงานผลพยาธิวิทยา บันทึกการผ่าตัด ดึงจำนวนต่อมน้ำเหลืองที่เลาะออกทั้งหมดและจำนวนต่อมน้ำเหลืองที่เป็นบวก แล้วบันทึกลงในตาราง

ให้ผู้ชายสามคนมานั่งทำงานที่น่าเบื่อและซ้ำซากจำเจแบบนี้ สองวันแรกก็อาจจะยังพอมีไฟอยู่หรอก

แต่พอเข้าวันที่สาม วันที่สี่...

ด้วยนิสัยของหวังป๋อกับหลี่จื่อเจี้ยน รับรองว่าต้องเริ่มบ่นอุบ และประสิทธิภาพการทำงานคงลดฮวบแน่ๆ

"ชายหญิงร่วมใจ งานใหญ่ก็ไม่เหนื่อย" นี่คือสัจธรรมของทีมงานในทุกยุคทุกสมัย

ถ้ามีเฉิงซีเหยาอยู่ด้วย ด้วยนิสัยของสามคนนั้น แน่นอนว่าจะต้องฮึดสู้ทำงานกันอย่างบ้าคลั่งเหมือนโดนฉีดสารกระตุ้น

ดีไม่ดีต่อให้ไล่ก็คงไม่ยอมเลิกรา

แถมยังมีคนมาช่วยแบ่งเบาภาระเพิ่มขึ้นอีกแรง และยังเป็นแรงงานที่มีคุณภาพสูงเสียด้วย

เมื่อมองจากมุมมองที่เป็นกลางแล้ว มีแต่ข้อดีไม่มีข้อเสียเลยสักนิด

คิดได้ดังนั้น เจียงเหอก็พยักหน้ารับ

"ได้ แต่ต้องตกลงกันไว้ล่วงหน้าก่อนนะ สถานที่ทำงานคือห้องเก็บเอกสารใต้ดิน ฝุ่นเยอะมาก และการตรวจเช็กประวัติผู้ป่วยก็ทั้งแห้งแล้งและน่าเบื่อสุดๆ ไม่ได้หรูหราน่าสนุกอย่างที่เธอคิดหรอก มันคืองานกรรมกรล้วนๆ เลย"

"ฉันไม่กลัวเหนื่อยหรอก" เฉิงซีเหยาเห็นเขาตอบตกลง ใบหน้าก็ผุดรอยยิ้มบางๆ ออกมา "ขอแค่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ งานหนักแค่ไหนฉันก็ยินดีทำ"

"ถ้างั้นก็ตกลงตามนี้" เจียงเหอกล่าว "วันที่ 1 ตอนแปดโมงเช้า เจอกันที่หน้าตึกผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลแห่งที่หนึ่ง เตรียมขวดน้ำกับหน้ากากอนามัยไปด้วยล่ะ"

"อืม วันที่ 1 เจอกัน" เฉิงซีเหยาพยักหน้า

เจียงเหอไม่ได้พูดอะไรต่อ หันหลังเดินลงบันไดไป

เฉิงซีเหยาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วส่งข้อความกลับไปที่บ้านทันที:

[แม่คะ วันชาติปีนี้หนูไม่กลับบ้านนะ พอดีที่มหาลัยมีโครงการวิจัยที่ดีมาก หนูต้องอยู่ช่วยงานค่ะ]

……

เจียงเหอเดินมาถึงโรงอาหารแห่งที่สอง ซึ่งเฉินฮ่าวได้ซื้ออาหารและนั่งจองที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว

"ลุงเจียง ทางนี้!" เฉินฮ่าวโบกมือเรียก

เจียงเหอเดินเข้าไปนั่งลง ในจานมีผัดมันฝรั่งเส้นกับหมูสับตุ๋น

"คุยเสร็จแล้วเหรอ?" เฉินฮ่าวเอ่ยถามพลางตักข้าวเข้าปาก "ดาวคณะมาหานายทำไมอ่ะ? มาสารภาพรักเหรอ?"

"มาถามเรื่องกายวิภาคของระบบประสาทน่ะ" เจียงเหอหยิบตะเกียบขึ้นมา

"แค่นี้เองเหรอ?" เฉินฮ่าวทำสีหน้าผิดหวังซะเต็มประดา "ฉันยังนึกว่าเธอจะโดนเสน่ห์ของท็อปคะแนนเต็มของนายตก จนยอมพลีกายถวายชีวิตให้ซะอีก"

"อย่าพูดเพ้อเจ้อ" เจียงเหอกินไปพูดไป "อ้อ เมื่อกี้เฉิงซีเหยาถามเราว่ากำลังทำอะไร ฉันเลยตกปากรับคำให้เธอเข้าร่วมทีมไปช่วยเช็กข้อมูลที่ห้องเก็บเอกสารด้วยกันแล้วนะ"

"?"

เฉินฮ่าวถึงกับชะงักตาค้าง ก่อนจะรีบซัก "ลุงเจียง นายพูดจริงป่ะเนี่ย? ดาวคณะเนี่ยนะจะยอมลงไปตรากตรำทำงานกรรมกรในห้องใต้ดินกับพวกเรา?"

"อืม มีคนช่วยเพิ่มก็ดีอยู่แล้ว"

เฉินฮ่าวเงียบไปทันที เขาละมือจากตะเกียบแล้วล้วงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋า ส่งข้อความเข้ากลุ่มที่มีหลี่จื่อเจี้ยนกับหวังป๋อทันที

[ข่าวดีระดับวาระแห่งชาติ! แพ็กเกจทำงานพิเศษช่วงวันชาติอัปเกรดแล้วเว้ย! เฉิงซีเหยาดาวคณะจะมาร่วมทีมย้ายอิฐในห้องเก็บเอกสารด้วย! ทุกคนเตรียมงัดสปิริตออกมาให้พร้อม ใครกล้าลางานมีเคลียร์!]

หวังป๋อ / หลี่จื่อเจี้ยน: [!!!]

กลยุทธ์ "ชายหญิงร่วมใจ" ดูท่าจะได้ผลชะงัดนัก

เจียงเหอเงยหน้ามองเฉินฮ่าวที่นั่งฝั่งตรงข้าม "เรื่องตั๋วที่ให้ถามเป็นยังไงบ้าง?"

เฉินฮ่าววางโทรศัพท์ลง "อ๋อ มีข่าวละ แต่ตอนนี้เหลือแต่ตั๋วเครื่องบินแล้วล่ะลุงเจียง พวกสายการบินนี่มันเขี้ยวลากดินชะมัด ช่วงวันชาติไม่ยอมปล่อยโปรลดราคาเลย ขายราคาเต็มล้วน ๆ! ค่าตั๋วแพงหูฉี่ ไปกลับปาเข้าไปเกือบสองพันหยวนแล้วเนี่ย เพื่อการไปเจอสาวออนไลน์ตัวจริงของนายครั้งนี้ ฉันยอมกระเป๋าฉีกเลยนะ!"

เจียงเหอพยักหน้า "ขอบคุณมาก"

"พี่น้องกัน จะมาเกรงใจอะไรกันล่ะ"

เจียงเหอถามต่อ "แล้วบัตรที่นายให้ฉันไว้เมื่อวาน ตอนนี้เหลือเงินอยู่เท่าไหร่?"

เฉินฮ่าวแหงนหน้าคิด "นายซื้อเสื้อโค้ตขนเป็ดทางออนไลน์ไปสามร้อยแปดหยวน บัตรนั้นเดิมทีมีอยู่ห้าพันห้าร้อย ตอนนี้น่าจะเหลืออยู่ประมาณห้าพันนิดๆ มั้ง"

เจียงเหอคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว

ตั๋วเครื่องบินไปกลับราคาเต็มก็ปาไปสองพันกว่าหยวนแล้ว

พอไปถึงทางเหนือยังต้องมีค่าที่พัก ค่าพาเซิ่นยวี่ไปหาของอร่อยๆ ทานสักสองมื้อ แล้วยังต้องซื้อพวกเครื่องกันหนาวกับอาหารเสริมไปฝากเธออีก...

"อืม..." เขาพยักหน้าแกนๆ "ก็พอถูไถไปได้ล่ะนะ"

เฉินฮ่าว "?"

เขาถึงกับพูดไม่ออก รู้สึกเหมือนมีเส้นสีดำสามเส้นพาดผ่านหน้าผาก

นี่พูดเรื่องอะไรอยู่เนี่ย นั่นมันเงินตั้งห้าพันหยวนเลยนะเว้ย!

นายช่วยแปลไทยเป็นไทยหน่อยซิ ว่าคำว่า "พอถูไถ" มันหมายความว่ายังไง? พอถูไถของนายคือกะจะใช้ให้หมดเลยเรารึไง?

เฉินฮ่าวทนไม่ไหวจึงโพล่งขึ้นมา "ลุงเจียง เงินในบัตรนั้นเดิมทีฉันตั้งใจให้นายอยู่แล้ว นายจะเอาไปใช้ยังไงฉันไม่ก้าวก่ายหรอก แต่ประเด็นคือเงินตั้งห้าพันหยวน! นายจะประเคนให้สาวในเน็ตหมดเลยจริงๆ เหรอ?"

เจียงเหอเงียบ

เฉินฮ่าวเริ่มร้อนรนแทน "ฉันไม่อยากเห็นเพื่อนรักต้องตกหลุมพรางนะเว้ย! เดี๋ยวนี้พวกมิจฉาชีพในโลกออนไลน์มันแพรวพราวจะตาย แค่เอารูปสาวสวยมาแอบอ้างแล้วออดอ้อนเรียก 'พี่ชาย' ไม่กี่คำ ก็หลอกเงินนายจนหมดตูด จากนั้นก็บล็อกหนีหาย นายจะไปตามจับตัวได้ที่ไหนกัน!"

เจียงเหอยังคงนิ่งเฉย

พอเห็นว่าเจียงเหอไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง เฉินฮ่าวก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างหมดหนทาง

"นายนี่มัน... ยังอ่อนต่อโลกนัก ความรักออนไลน์มันซับซ้อนเกินกว่าที่นายจะรับมือไหว สุดท้ายถ้านายต้องเจ็บปวดจากความรัก ก็คิดซะว่าเป็นค่าวิชาซื้อบทเรียนชีวิตแล้วกัน ดีเหมือนกัน ดีเหมือนกัน"

เจียงเหอแกล้งแหย่กลับไป "แล้วถ้าเกิดคนคนนี้เธอเป็นคนดีจริงๆ ล่ะ ฉันคบกับเธอไม่ได้เลยเหรอ?"

เฉินฮ่าวสวนกลับทันควัน "ถ้าคบกับสาวในเน็ตได้สำเร็จจริงๆ นะ วันที่นายกลับมาฉันจะไปยืนชูป้ายต้อนรับที่สนามบินเลย! แถมจะไปวิ่งแก้ผ้าล่อนจ้อนรอบสนามกีฬาฝั่งเหนือสักสามรอบ พร้อมกับตะโกนไปด้วยเลยว่า 'ความรักออนไลน์ยิ่งใหญ่ที่สุด'!"

เจียงเหอหัวเราะหึๆ "ได้ นายพูดเองนะ"

เฉินฮ่าวสำทับ "คำไหนคำนั้น!"

หลังจากเก็บจานอาหารเสร็จ ทั้งคู่ก็เดินคุยกันกลับหอพัก

พอถึงหอพัก เจียงเหอก็เริ่มแบ่งงานให้ทุกคนทันที

หวังป๋อรับผิดชอบเรื่องการไปสืบค้นรายงานผลพยาธิวิทยาและบันทึกการผ่าตัด

เฉินฮ่าวกับหลี่จื่อเจี้ยนรับผิดชอบด้านการประมวลผลสรุปข้อมูล

ส่วนเฉิงซีเหยารับหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล

ในระหว่างที่คุยกัน พอหลี่จื่อเจี้ยนรู้ว่าดาวคณะจะไปด้วย ก็เอาแต่ทำท่าทางเก็กหล่อทำตัวสำอางไม่หยุด

เจียงเหอเลยดักคอ "ถ้ายังไม่เลิกทำท่าแบบนี้ ฉันจะไม่ให้ไปแล้วนะ"

หลี่จื่อเจี้ยนหุบยิ้มแล้วกลับมานั่งตัวตรงทำตัวเรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้ทันที

หลังจากมอบหมายงานเสร็จสรรพ เจียงเหอก็กระโดดขึ้นเตียงเตรียมจะนอนกลางวัน พลางเปิดโทรศัพท์ดูในกลุ่มแชทที่หัวหน้าห้องกำลังรายงานสถานการณ์สดอยู่

โจวหยาง:[ทุกคน เมื่อกี้ฉันเพิ่งไปห้องน้ำเพื่อจะไปเติมน้ำ เดาซิว่าฉันเจอใคร? เจอหลี่เวย หรือเหว่ยเกอของเรานั่นเอง!]

โจวหยาง:[ฉันเลยเดินเข้าไปหาด้วยความหวังดี กะจะไปช่วยเยียวยาจิตใจอันบอบช้ำของเขาซะหน่อย!]

โจวหยาง:[ฉันพูดกับเขาว่า: "เหล่าหลี่ ได้ยินว่านายสอบได้ 76 คะแนนเหรอ? เก่งแล้วน่า! จริง ๆ นะ ถือว่าทำได้ดีมากแล้ว!"]

โจวหยาง:[แล้วฉันก็พูดต่อว่า: "ถึงแม้มันจะเทียบไม่ได้กับคะแนนเต็มร้อยของเจียงเหอในห้องเราจนดูด้อยไปหน่อยก็เถอะ แต่นายก็อย่าเพิ่งคิดเล็กคิดน้อยไปเลยนะ โลกนี้เน้นการมีส่วนร่วมเป็นหลักอยู่แล้ว!"]

หลินเยวี่ย:[จริงด้วย]

โจวหยาง:[พวกนายเดาซิว่าเกิดอะไรขึ้น? หน้าเขาเปลี่ยนเป็นสีเขียวสลับแดง แล้วก็หันหลังวิ่งแน่บกลับหอไปเลยว่ะ พวกเรา... ฉันทำถูกป่ะ?]

ในกลุ่มแชทพากันส่งข้อความ "ฮ่า ๆ ๆ" พร้อมอีโมจิเพนกวินหัวเราะเยาะเย้ยกันยกใหญ่

เฉินฮ่าวนั่งอยู่บนเตียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ

หวังป๋อเสริมขึ้นมา "หัวหน้าห้องคราวนี้นี่จิกกัดได้เจ็บแสบชะมัด"

เจียงเหอกดปุ่มย้อนกลับ ออกจากโปรแกรมแชทแล้วคลิกเข้าหน้าลิงก์ด่วนของ QQ สเปซ

หน้าเว็บ WAP รูปแบบเรียบง่ายค่อย ๆ โหลดขึ้นมาอย่างเชื่องช้า

ที่ด้านบนสุด บัญชีที่ใช้ชื่อว่า 'เสี่ยวมี่หู' (เจ้าหูแมวขี้เซา) เพิ่งจะโพสต์สเตตัสใหม่ลงในสเปซ

[แง... เพื่อไม่ให้ตัวเองโง่ลง วันนี้ตอนกลางวันฉันจำใจปฏิเสธชานมไข่มุกที่เพื่อนร่วมห้องยื่นให้เลยล่ะ! พวกเธอใจร้ายกันเกินไปแล้ว ทั้งที่รู้ว่าฉันกำลังควบคุมน้ำตาลอยู่แท้ ๆ แต่ก็ยังเอาของอร่อย ๆ มาล่อลวงกันได้ลงคอ ใจร้ายที่สุด แง... หวังว่าของขวัญฤดูใบไม้ร่วงอันแสนอบอุ่นจะเดินทางมาถึงไว ๆ จังเลยนะ! [สำนึกผิด][สำนึกผิด]]

เจียงเหอจินตนาการถึงภาพใบหน้ามุ่ย ๆ แสดงความน้อยอกน้อยใจของอาจารย์เซิ่นออกทันที

วินาทีนั้น แววตาของเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนละมุน สายตาเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นสายหนึ่งฉายชัดขึ้นมา

——ภรรยาของเขานี่น่ารักชะมัดเลย

เขากดปุ่มล็อกหน้าจอแล้วกำโทรศัพท์มือถือเอาไว้ในอุ้งมืออย่างไม่รู้ตัว ในใจเริ่มเฝ้ารอคอยการเดินทางขึ้นสู่ทิศเหนือที่กำลังจะมาถึงนี้อย่างเต็มเปี่ยม

จบบทที่ บทที่ 28 สักวันต้องเจ็บปวดจากความรัก

คัดลอกลิงก์แล้ว