- หน้าแรก
- เมื่อระบบสั่งห้ามตอแหล ฉันเลยต้องเป็นผู้พิพากษาแฉแหลกทั้งโซเชียล
- บทที่ 99 - โจมตีไม่เลือกหน้า พวกเธอมันก็แค่ขยะ
บทที่ 99 - โจมตีไม่เลือกหน้า พวกเธอมันก็แค่ขยะ
บทที่ 99 - โจมตีไม่เลือกหน้า พวกเธอมันก็แค่ขยะ
บทที่ 99 - โจมตีไม่เลือกหน้า พวกเธอมันก็แค่ขยะ
บรรยากาศรอบกองไฟเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงจิ้งหรีดที่ร้องระงมอย่างน่าอึดอัด
"มานี่เลยน้องสาว ช่วยอธิบายให้ฉันฟังหน่อยสิว่าไอ้เศษผนังที่หลุดร่อนติดมือฉันมานี่มันคืออะไร"
เทียนเสี่ยวอวี่ยกนิ้วขึ้นมาจ่อหน้ากล้องแล้วขยี้ผงสีขาวก้อนนั้นให้ดูต่อหน้าธารกำนัล ท่าทางของเธอราวกับพนักงานตรวจสอบคุณภาพจอมโหดก็ไม่ปาน
"ครีมปรับสีผิวที่เธอโบกมาเนี่ยหนายิ่งกว่ากำแพงเมืองหน้าหมู่บ้านเราซะอีก แล้วดูอายไลเนอร์นี่สิ กรีดซะจนจะทะลุเข้าไปในลูกตาอยู่แล้ว ทำไมล่ะ นี่คือแฟชั่นหน้าสดกึ่งถาวรงั้นเหรอ เธอคิดว่าหน้าตัวเองเป็นเสาเข็มหรือไงถึงได้เอาปูนขาวมาฉาบซะหนาขนาดนี้"
"กรี๊ดดดด"
หลินเวยยกมือขึ้นปิดหน้าพร้อมกับกรีดร้องออกมาเสียงแหลมปรี๊ดดังยิ่งกว่าหมูโดนเชือด ระดับความดังแทบจะทำเอาไมโครโฟนของทีมงานพังคาที่
เธอรีบลุกขึ้นวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนกลับเข้าไปในกระท่อมมุงจากแล้วปิดประตูดังปัง คราวนี้เธออับอายจนไม่กล้าสู้หน้าใครอีกแล้วจริง ๆ
ภาพตัดมาที่รถถ่ายทอดสดด้านหลังเวที ผู้ช่วยผู้กำกับมือสั่นงันงก "ผู้กำกับครับ ห้องแชทระเบิดแล้วครับ"
ทิศทางลมในห้องส่งไลฟ์สดเปลี่ยนไปในชั่วพริบตาเมื่อมีคนสังเกตเห็นอะไรบางอย่างในมือของเทียนเสี่ยวอวี่
$$เดี๋ยวนะ กฎที่เข้มงวดที่สุดในซีซันนี้คือห้ามพกโทรศัพท์มือถือไม่ใช่เหรอ$$$$แล้วทำไมเทียนเสี่ยวอวี่ถึงนั่งกดมือถือเล่นได้ล่ะ แบบนี้มันไม่ยุติธรรมเลยนะ$$$$ถึงหลินเวยจะดูน่ารำคาญ แต่ที่เธอโดนด่ามันก็เรื่องนึง ส่วนเรื่องที่เทียนเสี่ยวอวี่แอบเล่นมือถือนี่มันโกงกันชัด ๆ เลยไม่ใช่เหรอ$$
เมื่อหลินเวยแอบเห็นกระแสตอบรับจากหน้าจอแท็บเล็ตของผู้ช่วยทีมงาน เธอก็ยืดหลังตรงเชิดหน้าขึ้นทันที ความมั่นใจที่หดหายไปกลับคืนมาเต็มเปี่ยม
เธอก้าวเดินฉับ ๆ บนส้นสูงตรงรี่เข้าไปหาผู้กำกับด้วยท่าทางเอาเรื่อง
"ผู้กำกับคะ ก่อนจะเข้าหมู่บ้านพวกเราถูกค้นตัวตั้งสามรอบ ขนาดเครื่องนวดหน้าของฉันยังถูกยึดไปเลย แล้วทำไมยัยนั่นถึงนั่งกดมือถือหน้าตาเฉยได้ล่ะคะ แบบนี้มันเอาเปรียบผู้ร่วมรายการคนอื่นชัด ๆ ถ้าไม่จัดการเรื่องนี้ ฉันจะถอนตัวจากการถ่ายทำเดี๋ยวนี้เลยค่ะ"
ลู่หมิงและแอนนี่แม้จะไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่ก็จ้องมองผู้กำกับตาไม่กะพริบ แน่ล่ะว่าในยุคสมัยนี้การไม่มีมือถือมันทรมานยิ่งกว่าการอดข้าวเสียอีก ใครบ้างล่ะจะไม่อยากได้มือถือคืนมาไถเล่นสักหน่อย
ผู้กำกับหวังร่างท้วมลอบปาดเหงื่อเย็นเฉียบที่ผุดพรายเต็มหน้าผาก
เขามองไปทางเทียนเสี่ยวอวี่ที่ยังคงนั่งกดส่งข้อความอย่างใจเย็นแล้วก็รู้สึกขมขื่นในใจเหลือเกิน
นั่นมันโทรศัพท์มือถือที่ไหนกันเล่า แต่มันคือเครื่องมือสื่อสารเข้ารหัสพิเศษที่หน่วยความมั่นคงแห่งชาติอนุมัติให้ใช้ต่างหาก
ถ้าเกิดเทียนเสี่ยวอวี่สติแตกเพราะติดต่อเฉินโม่ไม่ได้ หรือถ้าการขาดการติดต่อทำให้แผนการลับของเฉินโม่พังไม่เป็นท่า เขาคงไม่ต้องเป็นมันแล้วผู้กำกับ คงได้เข้าไปจิบน้ำชาในซังเตแทนแน่ ๆ
"อะแฮ่ม..."
ผู้กำกับหวังยกโทรโข่งขึ้นมา สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วก่อนจะกลั้นใจแถออกไปหน้าด้าน ๆ
"เกี่ยวกับเรื่องอุปกรณ์ของเทียนเสี่ยวอวี่ ทุกคนอย่าเพิ่งเข้าใจผิดกันนะครับ ทางรายการตรวจสอบแล้ว นั่นไม่ใช่สมาร์ทโฟนทั่วไปหรอกครับ แต่มันคือ..."