เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 ดูตัว

บทที่ 24 ดูตัว

 บทที่ 24 ดูตัว


บทที่ 24 ดูตัว

ค่ำคืนจันทร์นิรันดร์ ผลของการตื่นเต้นจนเกินไปก็คือ การนอนดึกเกินไป

วันต่อมาเฉินเมี่ยเมี่ยจึงนอนยาวจนถึงเที่ยง

สิ่งแรกที่เห็นเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา ก็ยังคงเป็นใบหน้าอันงดงามหาใดเปรียบของชิงฮวา

ชิงฮวานอนอยู่ข้างกายเฉินเมี่ยเมี่ย นางลืมตาอยู่ตลอดเวลา

นี่เป็นเรื่องที่เฉินเมี่ยเมี่ยกับชิงฮวาตกลงกันไว้แล้ว

ในช่วงวันดวงอาทิตย์ทองคำสามวันของทุกสัปดาห์ หลังจากยามรุ่งสาง ชิงฮวาจะมานอนอยู่ข้างๆ เฉินเมี่ยเมี่ย เพื่อช่วยลดอุณหภูมิให้เขาเล็กน้อย และสร้างสภาพแวดล้อมในการนอนหลับให้ดียิ่งขึ้น

ในช่วงวันดวงอาทิตย์เงินยวง ชิงฮวาจะไม่มา ในช่วงสามวันนั้นนางจะนอนอยู่ในแจกันดอกไม้ใบใหญ่ของตัวเอง

เฉินเมี่ยเมี่ยได้คืบจะเอาศอก เขาเปรยว่ายังอยากได้สิ่งประหลาดที่ตัวอุ่นๆ อีกสักตัว เพื่อเอาไว้คอยอุ่นเตียงให้ในช่วงดวงจันทร์เหมันต์อันยะเยือก

"นาฬิกาข้อมือของเจ้าดังขึ้นครั้งหนึ่ง" ชิงฮวาเอ่ยเตือน

เฉินเมี่ยเมี่ยกดเปิดดู เกือบจะกระโดดเด้งตัวลุกจากเตียง

เวลา: 09:12 น.

ผู้ส่ง: เฉินเหมียวเหมียว

เนื้อหา: อายุเจ้าก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้ว วันนี้ข้าจัดการดูตัวให้เจ้าเอาไว้ นัดหมายเวลา 14:00 น. ที่ห้องน้ำชามู่โหล่ว จำไว้ว่าต้องแต่งตัวให้หล่อๆ ล่ะ ทำตัวดีๆ นะ สู้ๆ ล่ะ~

เฉินเมี่ยเมี่ย: ......

เฉินเหมียวเหมียวคนนี้เป็นแม่ของข้าจริงๆ สินะ ได้อารมณ์นั้นเลย ว่าแต่ทั้งที่รู้ว่าอีกสองวันก็จะถึงการสอบจบการศึกษาแล้ว เวลานี้ไม่หาของป้องกันตัวมาให้ แต่กลับจัดการดูตัวให้เนี่ยนะ? นี่มันตรรกะแบบไหนกัน?

เฉินเมี่ยเมี่ยเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามในใจ แถมยังอยากจะก่นด่าสักหน่อย

น่าเสียดายที่เขาไม่กล้าตอบข้อความกลับไปถาม

เฉินเหมียวเหมียวเป็นมหาแม่มด ใครๆ ก็บอกว่านางมีพลังฝีมือร้ายกาจทะลุฟ้า พลังฝีมือกับความมั่งคั่งมักจะแปรผันตรงกัน คาดว่านางคงเป็นเศรษฐินีตัวแม่แน่ๆ

ข้อความข้ามเมืองหนึ่งข้อความเริ่มต้นที่ 1 ปี หากเป็นสถานที่พิเศษ ดีไม่ดีอาจต้องใช้ถึง 10 ปี เฉินเหมียวเหมียวไม่ใส่ใจกับราคานี้ แต่เฉินเมี่ยเมี่ยไม่กล้าส่งสุ่มสี่สุ่มห้าหรอก

อีกอย่างเขายังคิดไม่ออกเลยว่าจะคุยกับเฉินเหมียวเหมียวด้วยน้ำเสียงแบบไหนดี

ตอนนี้เกือบจะ 12:30 น. แล้ว

เฉินเมี่ยเมี่ยรีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว

ตราบใดที่ยังกินข้าวอยู่ที่บ้าน เมนูไก่อบสับปะรดก็หนีไม่พ้นแน่นอน

ปัวปัวจะจ้องมองเขาเขม็ง เพื่อให้แน่ใจว่าอย่างน้อยเขาก็จะกินน่องไก่เข้าไปหนึ่งชิ้น

ปัวปัวเป็นสิ่งประหลาดที่ใฝ่ก้าวหน้า มันมีความกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก ในตารางเวลาของมัน แต่ละวันนอกจากเต้นออกกำลังกายแล้ว ก็คือการค้นคว้าพัฒนารสชาติใหม่ๆ ของตัวเอง เมนูอาหารแบบเดียวกัน แต่กลับมีการปรับปรุงคิดค้นสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ

เนื่องจากตื่นสายเกินไป เฉินเมี่ยเมี่ยจึงรีบกินข้าวไปแค่สองสามคำ หลังจากจัดแจงตัวเองหน้ากระจกเล็กน้อย ยังไม่ทันถึง 13:00 น. เขาก็รีบร้อนออกจากบ้านไป

เขายังไม่รู้เลยว่าห้องน้ำชามู่โหล่วอยู่ที่ไหน ไกลแค่ไหน ต้องลงไปข้างล่างเพื่อหาคนถามทางก่อน

ถึงแม้เขาจะไม่มีเจตนาอยากดูตัว แต่เรื่องที่แม่เฒ่านัดหมายเอาไว้ เขาก็ไม่อยากไปสายนักหรอก

ดูเหมือนว่าห้องน้ำชามู่โหล่วจะไม่ค่อยมีชื่อเสียงนัก เฉินเมี่ยเมี่ยต้องถามคนถึงห้าคน กว่าจะรู้ตำแหน่งที่ชัดเจน

โชคดีที่เผื่อเวลาเอาไว้ 1 ชั่วโมง ตามที่คนแปลกหน้าบอกมา การนั่งรถไปที่นั่นต้องใช้เวลาถึง 40 นาที

35 นาทีต่อมา เฉินเมี่ยเมี่ยก็ลงจากรถ

สถานีนี้เรียกว่า 'สถานีเล่อหยวน'

แถวนี้ มีคนรู้จักห้องน้ำชามู่โหล่วเยอะขึ้นมาก ไม่นานเฉินเมี่ยเมี่ยก็เดินเข้าไปในห้องน้ำชาที่มีประตูใหญ่ดูเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายความเก่าแก่แห่งนี้

การตกแต่งภายในห้องน้ำชานั้นดูงดงามและประณีต มีห้องกั้นเล็กๆ เป็นสัดส่วน ใช้ม่านผ้าโปร่งบางเบาปิดบังไว้ครึ่งหนึ่ง

"ใช่คุณชายเฉินเมี่ยเมี่ยหรือไม่?" พนักงานต้อนรับหญิงที่สวมเสื้อผ้าพิมพ์สัญลักษณ์ของห้องน้ำชาเดินเข้ามาต้อนรับ

"หืม? เจ้ารู้จักข้าหรือ?"

"ฮะๆ ข้าไม่ได้รู้จักท่านหรอก เพียงแต่วันนี้ท่านเหมาห้องน้ำชาของเราทั้งร้าน ก็เลยเดาว่าเป็นท่าน"

มุมปากของเฉินเมี่ยเมี่ยแข็งค้าง: เฉินเหมียวเหมียว ท่านช่างใจป้ำเสียจริง ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็เหมาหมด แถมยังเหมาทั้งวันเสียด้วย

"สตรีที่นัดหมายกับท่านมาถึงแล้ว ให้ข้าพาท่านไปเลยดีหรือไม่?"

"มาถึงแล้วหรือ? ได้ พาไปเลยสิ" เฉินเมี่ยเมี่ยก้มดูนาฬิกาข้อมือ เวลา 13:44 น.

เมื่อได้เห็นคู่ดูตัวคนนี้ในแวบแรก ยังไม่ทันได้มองหน้าให้ชัดเจน

เฉินเมี่ยเมี่ยก็ลอบร้องในใจ: สมกับที่เฉินเหมียวเหมียวเป็นคนแนะนำ เข้ากับสไตล์ของนางจริงๆ

เห็นเพียงเด็กสาวในชุดสีดำทั้งตัว บนศีรษะสวมหมวกคล้ายเสื้อคลุม สวมใส่เสื้อผ้าสไตล์กอธิคอันหรูหรา และมีอัญมณีสารพัดชนิดที่เปล่งประกายแสงลี้ลับห้อยประดับอยู่เต็มตัว

"สวัสดี ข้าคือเฉินเมี่ยเมี่ย"

เด็กสาวเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นดวงตากลมโตเกินสัดส่วนปกติภายใต้ปีกหมวก นัยน์ตาสีทองทรายอมเหลืองเข้มดูลี้ลับทว่ายังแฝงไว้ด้วยความไร้เดียงสา

"หู่พั่ว"

เฉินเมี่ยเมี่ยนั่งลง เขาเข้าประเด็นทันที หวังอยากจะจบการพบปะครั้งนี้ให้เร็วที่สุด

เด็กสาวตรงหน้าแม้งดงาม แต่ท่าทีกลับดูเย็นชา เขาแค่มาร่วมงานพอเป็นพิธีเท่านั้น จึงไม่อยากเสียเวลาอยู่ที่นี่นานเกินไป

"แม่นางหู่พั่ว พวกเราพูดกันตามตรงดีกว่า เรื่องนี้ต้องอาศัยความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย เจ้าเต็มใจมาเองหรือเปล่า?"

"ไม่ มหาแม่มดเฉินเหมียวเหมียวบอกว่า ถ้าข้าไม่มาก็จะฆ่าข้า แล้วเอาข้าไปปรุงยาเวท"

แค่ประโยคเดียว ก็ไม่รู้จะคุยอะไรต่อแล้ว

จะต่อบทสนทนายังไงดีล่ะเนี่ย?

"นาง... ต้องล้อเล่นแน่ๆ ใช่ไหม" เฉินเมี่ยเมี่ยเอ่ยปากอย่างยากลำบาก

"ในหมู่แม่มดอย่างพวกเรา ไม่เคยมีเรื่องล้อเล่น"

"หืม? เจ้าเป็นแม่มดหรือ?"

"ข้านึกว่าการแต่งตัวของข้ามันบ่งบอกชัดเจนแล้วเสียอีก"

"เอ่อ ขอโทษที แล้วคนในครอบครัวเจ้ารู้เรื่องนี้ไหม?"

"รู้สิ ถ้าข้าไม่มา พวกเขาก็จะได้เป็นส่วนหนึ่งของวัตถุดิบในการปรุงยาของมหาแม่มดเช่นกัน"

เฉินเมี่ยเมี่ยอยากจะวิ่งหนีไปเดี๋ยวนี้เลย

เขารู้อยู่ว่าการดูตัวอาจจะน่าอึดอัดไปบ้าง แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะน่าอึดอัดถึงเพียงนี้

เฉินเหมียวเหมียวคนนั้นมันตัวร้ายสุดขั้วชัดๆ เอาชีวิตคนทั้งครอบครัวมาข่มขู่ บังคับให้คนอื่นมานี่นา

พูดตามหลักเหตุผลแล้ว ตอนนี้ตัวเขาเองก็ถือเป็นตัวร้ายรุ่นที่สองเหมือนกัน

"เพราะงั้นเจ้าจึงไม่อยากมา และไม่ได้ชอบข้า เอาอย่างนี้ ให้ข้าเป็นคนไปบอกว่าไม่เหมาะสมก็แล้วกัน เรื่องของพวกเราถือว่ายกเลิก จะได้ไม่ต้องสร้างความลำบากใจให้ครอบครัวเจ้า"

"ข้าอยากมา และก็ชอบเจ้าด้วย"

"อืม ดี ถ้าอย่างนั้นข้าจะไป... เดี๋ยวนะ เจ้าว่าไงนะ?" เฉินเมี่ยเมี่ยนึกว่าตัวเองหูฝาดไป

"เจ้าเป็นบุตรของแม่มด ไม่สามารถสืบทอดตำแหน่งของมหาแม่มดได้ แต่ถ้าพวกเราอยู่ด้วยกัน ข้าเป็นแม่มด ข้าก็มีสิทธิ์สืบทอดตำแหน่งแทนเจ้า ดังนั้นข้าจึงอยากจะอยู่กับเจ้า"

เดี๋ยวก่อน คุณหนูแม่มด คำพูดที่ดูเย็นชาและหวังผลประโยชน์แบบนี้ เจ้าเล่นพูดออกมาตรงๆ เลยหรือ จะไม่รู้จักปรับแต่งคำพูดให้น่าฟังหน่อยหรืออย่างไร?

"ข้าขอถามหน่อยนะ แม่มดทุกคนตรงไปตรงมาเหมือนเจ้าหมดเลยหรือเปล่า?"

"ข้าหรือ? ข้าเพิ่งจะอายุ 18 ยังเด็กเกินไป หน้าบาง ยังไม่ค่อยกล้าทำอะไรมากนัก หากเป็นแม่มดคนอื่นได้โอกาสแบบนี้ คงมัดตัวเจ้าแล้วพาหนีไปแล้วล่ะ"

"ตำแหน่งแม่มดที่เจ้าพูดถึงนั้นมันสำคัญมากเลยหรือ? เจ้าอยากได้มากเลยงั้นสิ?"

"ก็อยากได้นะ แต่ไม่ได้อยากขนาดนั้น อันที่จริงพวกเราแม่มดล้วนชอบเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ไม่อยากออกไปยุ่งเกี่ยวกับคนภายนอก พวกเราไม่ได้ชื่นชอบอำนาจในตัวมันเอง ทว่าอำนาจสามารถนำมาซึ่งวัตถุดิบการทดลองอันล้ำค่าได้ เช่นนั้นก็จะสามารถปรุงยาเวทอยู่ในบ้านได้อย่างมีความสุขแล้ว"

"ที่แท้เจ้าก็ปรุงยาเหมือนกันนี่นา!!"

หู่พั่วเอียงคอ: "ข้าเป็นแม่มด การปรุงยาเป็นงานหลักของข้าอยู่แล้วนี่"

"ปรุงยา เดี๋ยวก่อนนะ ข้าเข้าใจแล้ว ข้าว่าแล้วเชียวทำไมต้องมาดูตัวเอาป่านนี้ หู่พั่ว เจ้ามียาเวทแบบไหนบ้าง มียาประเภทที่สามารถช่วยให้คนผ่านการสอบจบการศึกษาไปได้อย่างราบรื่นหรือไม่?"

"คำขอของเจ้ามันกว้างเกินไป ข้าต้องรู้ก่อนว่าเจ้าเจอกับสถานการณ์ยากลำบากแบบไหน ถึงจะสามารถมอบยาเวทที่ตรงกับความต้องการให้ได้"

เฉินเมี่ยเมี่ยคิดดูแล้ว ก็รู้สึกว่ามีเหตุผล

เมื่อเผชิญหน้ากับสิ่งประหลาดที่แตกต่างกัน ความอันตรายก็ย่อมแตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่นการรับมือกับชิงฮวาและปัวปัว วิธีการเอาชีวิตรอดที่จำเป็นก็แตกต่างกันมาก

"เอายาที่เพิ่ม [ความเป็นอมตะ] มาให้ข้าก่อนสักขวดสิ"

"เอ้า นี่คือยาเวทที่ทำให้คนหลังจากเสียเลือดมากแล้วจะไม่สลบไปเพราะความเจ็บปวดชั่วคราว ทั้งยังมีสติพอจะช่วยชีวิตตัวเองได้ด้วย" หู่พั่วล้วงหลอดทดลองอันหนึ่งออกมาจากกระเป๋า

ของเหลวหนืดข้นสีเขียวเข้มในหลอดทดลองยังคงมีฟองผุดขึ้นมาเล็กน้อย มองปราดเดียวก็รู้ว่ามันต้องชั่วร้ายและรสชาติแย่มากแน่ๆ

แต่ก็อย่างที่อาจารย์ที่ปรึกษาร่างเด็กเคยพูดเอาไว้ ของที่ช่วยรักษาชีวิตได้ ใครจะไปสนผลข้างเคียงกันล่ะ

"ข้าเอาขวดนี้แหละ ขายยังไง?"

"ก็ต้องดูว่าเจ้าอยากจะปล้นไป หรือจะซื้อไปล่ะ"

"หืม? หมายความว่าไง?"

"ถ้าเจ้าอยากจะปล้น ข้าก็จะให้เจ้าไปเลย แต่ถ้าอยากจะซื้อ ราคาคือ 18 ปี"

"18 ปี! ทำไมเจ้าไม่ไปปล้นเลยล่ะ?"

"ทำไมต้องปล้นด้วย พวกเราปรุงยาขายอย่างซื่อสัตย์สุจริต ได้เงินไวกว่าไปปล้นตั้งเยอะ"

"หู่พั่ว เจ้าอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย เจ้าหมอนี่ ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย มาตะคอกอะไรใส่หู่พั่วกันฮะ?" เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้น

เฉินเมี่ยเมี่ยหันไปมอง

ชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวทั้งตัว แต่งกายราวกับผู้ประสบความสำเร็จ ไม่สนใจการขัดขวางของพนักงานในห้องน้ำชา กำลังพุ่งตรงมาทางนี้

เมื่อชายหนุ่มมาถึงตรงหน้า เขาก็รีบทำท่าทางเอาอกเอาใจหู่พั่วก่อน: "หู่พั่ว วางใจเถอะ มีข้าอยู่ทั้งคน"

จากนั้นก็หันหน้าไปทางเฉินเมี่ยเมี่ยที่กำลังนั่งอยู่ พลางมองเหยียดลงมา: "ข้าคือผู้สืบทอดของ [สมาคมตะวันไม่ตกดิน] ผู้คนมักเรียกข้าว่าคุณชายต่ง ไอ้น้องชาย ข้าขอเตือนให้เจ้ารู้จักที่ต่ำที่สูง ถอยห่างจากหู่พั่วไปซะดีๆ"

เฉินเมี่ยเมี่ย: ......

นี่มันโลกแฟนตาซีเขตเมืองที่เต็มไปด้วยความลี้ลับไม่ใช่หรือไง? ทำไมจู่ๆ ถึงได้หลุดเข้ามาอยู่ในพล็อตเรื่องแนวคนรวยในเมืองหลวงชอบทำตัวกร่างแล้วโดนตบหน้าได้ล่ะ?

เฉินเมี่ยเมี่ยไม่ส่งเสียง รอฟังคำพูดต่อไปของคุณชายต่งคนนี้

รออยู่นาน ก็ไม่มีคำพูดใดตามมา

"ไม่เอาน่า คุณชายต่ง จะให้ข้าถอย เจ้าจะใช้แค่ปากพูดอย่างเดียวหรือ เจ้าควรจะเอาเวลามาฟาดหัวข้าสิ"

คุณชายต่งถูกเฉินเมี่ยเมี่ยที่เล่นไม่ตามบททำให้สับสนไปเล็กน้อย: "เจ้าต้องการเท่าไร?"

"ก็ไม่เยอะหรอก 18 ปีกับอีก 1 ชั่วโมง ข้าจะได้เอาไปซื้อยาเวทได้พอดี"

"ยาเวทราคาแค่ 18 ปีถ้วน" หู่พั่วแสดงให้เห็นว่านางติดป้ายราคาชัดเจน ปฏิเสธไม่ให้เฉินเมี่ยเมี่ยมาทำตัวเป็นพ่อค้าคนกลาง

"ที่เกินมา 1 ชั่วโมงนั่นน่ะ คือค่ารถไปกลับของข้าต่างหาก" เฉินเมี่ยเมี่ยไม่ยอมเสียเปรียบแม้แต่น้อย

คุณชายต่งปั้นหน้าเย็นชา: "รับเวลาไปแล้ว เจ้าต้องรับประกันว่าจะไม่มาวอแวกับหู่พั่วอีก หากกล้าหลอกลวงข้า ผลที่ตามมาเจ้าคงรับไม่ไหวแน่"

"แน่นอน"

เมื่อนาฬิกาข้อมือแตะกัน เฉินเมี่ยเมี่ยก็ได้รับเวลา 18 ปี 1 ชั่วโมงมาอย่างสำเร็จงดงาม

แน่นอนว่า เงินก้อนโตที่เพิ่งได้มายังไม่ทันจะอุ่น ก็ตกไปอยู่ในมือของหู่พั่วเสียแล้ว

เฉินเมี่ยเมี่ยรับยาเวทมาด้วยความเบิกบานใจ

การจับเสือมือเปล่าในครั้งนี้ เรียกได้ว่าได้กำไรจนแทบจะร้องไห้เลยทีเดียว

"ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อนล่ะ" เฉินเมี่ยเมี่ยรักษาสัจจะ เตรียมตัวจะลุกจากที่นั่ง

คุณชายต่งมีสีหน้ายินดี

ยังไม่ทันที่เขาจะหัวเราะออกมา

หู่พั่วก็ลุกขึ้นยืน เดินออกมาจากที่นั่งแล้วเข้าไปควงแขนของเฉินเมี่ยเมี่ยโดยตรง: "ตอนนี้ไม่ใช่เขาที่วอแวข้า แต่เป็นข้าที่กำลังวอแวเขาต่างหาก"

"ดี ดี ดี" คุณชายต่งโกรธจนแทบจะหัวเราะออกมา "ดูเหมือนว่าช่วงนี้ [สมาคมตะวันไม่ตกดิน] ของพวกเราจะใช้วิธีการที่อ่อนโยนเกินไปสินะ ใครหน้าไหนถึงได้กล้ามาล้อเล่นตามใจชอบแบบนี้"

ฝีเท้าของเฉินเมี่ยเมี่ยชะงักไป

นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาได้ยินชื่อ [สมาคมตะวันไม่ตกดิน]

เขาไม่ชอบชื่อนี้เอาเสียเลย

หาก 'ตะวันไม่ตกดิน' แล้วดวงจันทร์ของเขาจะออกมาเมื่อไรกันล่ะ?

เดิมทีตามสไตล์การทำตัวแบบสงบเสงี่ยมของเขา ในเมื่อไม่คิดจะสานต่อความสัมพันธ์ใดๆ กับหู่พั่ว เขาก็ย่อมไม่ยอมเป็นโล่กำบังให้เปล่าๆ ปลี้ๆ เพื่อไปยั่วยุขุมกำลังลึกลับที่ไม่รู้จักเป็นแน่

แต่ตอนนี้ ชื่อนั้นมันทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว

เฉินเมี่ยเมี่ยเป็นฝ่ายจับมือหู่พั่วขึ้นมา แล้วชูไปทางคุณชายต่ง: "ขอบคุณสำหรับยาเวทที่คุณชายต่งมอบให้นะ ถือเสียว่าเป็นของขวัญแสดงความยินดีที่พวกเราตกลงปลงใจกันก็แล้วกัน"

เมื่อออกจากห้องน้ำชามู่โหล่ว เฉินเมี่ยเมี่ยก็ปล่อยมือหู่พั่วทันที

"คุณหนูแม่มด เจ้าคิดอย่างไรนั้นข้าไม่รู้ แต่ข้ามีชีวิตเป็นของตัวเอง แม่ของข้าก็ควบคุมไม่ได้ เรื่องการดูตัวก็ให้จบลงเพียงเท่านี้เถอะ ทว่าหลังจากนี้หากมียาเวทรุนแรงใดๆ ข้าก็ยินดีที่จะซื้อหาต่อไปนะ"

หู่พั่วยิ้มบางๆ แล้วโบกมืออำลา

เฉินเมี่ยเมี่ยงั้นหรือ น่าสนใจดี พวกเราคงได้พบกันอีกในเร็วๆ นี้แหละ

นางยืนอยู่ตรงนั้น มองเฉินเมี่ยเมี่ยเดินห่างออกไป ขึ้นรถ และจากไป

ไม่รู้ว่าคุณชายต่งมาอยู่ด้านหลังนางตั้งแต่เมื่อใด

"หู่พั่ว วันนี้ที่ข้าแกล้งรับบทคุณชายวายร้ายเพื่อช่วยเจ้าแสดงละครฉากนี้ หนี้บุญคุณที่สมาคมของพวกเราติดค้างเจ้าไว้ถือว่าหักล้างกันไปก็แล้วกัน จะว่าไปบุญคุณของเจ้านี่ราคาแพงชะมัด นี่ถึงขั้นไปล่วงเกินบุตรของมหาแม่มดและดาวเด่นแห่งอนาคตของโรงเรียนเชียวนะ กลับไปตาแก่ต้องตีขาข้าหักแน่ๆ"

"อืม ถือว่าเลิกรากันไป"

"แล้วก็ เวลา 18 ปีนั่น เจ้าควรจะคืนให้ข้าหรือเปล่า?"

หู่พั่วหันหลังให้เขา: "เจ้าให้ใครไป ก็ไปทวงเอากับคนนั้นสิ"

คุณชายต่ง... อ้อ ไม่สิ ชายหนุ่มที่มีชื่อจริงว่า จี้หลาน ยักไหล่เบาๆ

"รู้อยู่แล้วเชียวว่าความคิดของแม่มดไม่เคยมีใครคาดเดาได้ วันนี้ถือว่าข้าซวยเองก็แล้วกัน"

หู่พั่วก้าวเดินจากไป: "อย่างไรเสียเจ้าก็ถือว่ามาช่วยข้า ข้าขอเตือนด้วยความหวังดีนิดนึงนะ ครั้งหน้าถ้าเจอกัน เจ้าควรจะซ่อมแซมความสัมพันธ์กับเขาให้ดีล่ะ เพราะถึงอย่างไร เจ้าก็ได้ล่วงเกินเขาไปจริงๆ แล้ว"

จี้หลานเลิกคิ้ว: "สถานการณ์มาถึงขั้นนี้แล้ว ยังจะเรียกว่าล่วงเกินหลอกๆ ได้อีกหรือ?"

แม่มดเดินห่างออกไป ทิ้งประโยคสุดท้ายเอาไว้ในอากาศ:

"เจ้าไม่ควรแต่งชื่อ 'ตะวันไม่ตกดิน' ขึ้นมาเลย"

จบบทที่ บทที่ 24 ดูตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว