เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 757 ตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน

ตอนที่ 757 ตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน

ตอนที่ 757 ตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน


เจียงเสียนเยวี่ยร่างแข็งทื่อไปทั้งตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก่อตัวขึ้นในใจ ดวงตากลมโตสุกใสของนางทอประกายเหม่อลอย

เมื่อจูเก๋อโย่วหลินเห็นนางนิ่งเงียบไปนาน ก็คิดว่าตนทำให้นางตกใจ จึงยอมปล่อยมือนางออก ก่อนจะก้มหน้าก้มตาช่วยเก็บผ้าพันแผล กรรไกรเล่มเล็ก ขวดผงยา และขวดขี้ผึ้งยาจนเรียบร้อย

"ถือไว้ให้ดี"

เขาเอ่ยพร้อมกับหัวเราะเบาๆ

เจียงเสียนเยวี่ยได้สติกลับมาจึงรับของเหล่านั้นมาถือไว้ นางหลุบตาลง ก้อนเนื้อในอกเต้นรัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ ขอบตาพลันร้อนผ่าว

กระแสคลื่นใต้น้ำที่ไหลเวียนอยู่ระหว่างคนทั้งสองล้วนตกอยู่ในสายตาของบรรดาสหายทั้งสิ้น เพียงแต่พวกเขาไม่ได้โห่ร้องแซวหรือเอ่ยปากยุแยงให้เสียเรื่อง

เมื่อสี่ปีก่อน ตอนที่จูเก๋อโย่วหลินรู้ข่าวการจากไปของพวกเยวี่ยเยวี่ย เขาเป็นคนที่ร้องไห้ได้อย่างน่าเวทนาที่สุด ทั้งยังหมดอาลัยตายอยากไปพักใหญ่เพราะเรื่องนี้

ทว่าบัดนี้เมื่อได้กลับมาพบกันอีกครั้ง เขากลับเก็บซ่อนอารมณ์ได้อย่างแนบเนียนจนไม่มีใครมองความผิดปกติออกเลย

เด็กหนุ่มผมแดงหัวเราะพลางกล่าวว่า

"อยากกินเนื้อสัตว์ป่าหรือไม่? ข้าจะทำให้พวกเจ้ากินเอง"

"อยากสิ"

หลายคนต่างพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม

"ต้องจ่ายเป็นทองคำนะ"

เด็กหนุ่มผมแดงเลิกคิ้ว ยิ้มยิงฟัน

เผยซู่หลุดขำ

"หลายปีมานี้สะสมทองคำไว้ไม่น้อยเลย เอาให้เจ้าทั้งหมดก็ยังได้"

พอจูเก๋อโย่วหลินได้ยินเช่นนี้ นัยน์ตาก็เปล่งประกายสว่างวาบขึ้นมาทันที

อวี่ฉางอิงถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง เอ่ยหยอกล้อว่า

"เผยซู่ เจ้าจะให้เขารวดเดียวหมดได้อย่างไร? ต้องค่อยๆ ทยอยให้สิ"

"ฮ่าฮ่าฮ่า..."

พวกเขาทุกคนล้วนหัวเราะออกมา ทว่าในรอยยิ้มเหล่านั้นกลับมีหยาดน้ำตาปะปนอยู่ด้วย

ฉือเยว่มองดูพวกเขา ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดภายในใจกลับรู้สึกเศร้าหมองอยู่บ้าง ตลอดระยะเวลาสี่ปีกว่าที่ผ่านมานี้ เกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่?

เขาอยากรู้เรื่องราวความเป็นมาทั้งหมด ทว่ากลับเลือกที่จะไม่เอ่ยถามออกไปในเวลานี้ ได้แต่คิดในใจว่า พวกเขาคงจะใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบากมากสินะ?

แต่โชคดีที่ต่อให้ต้องเผชิญกับมรสุมมาหนักหนาเพียงใด ท้ายที่สุดทุกคนก็ยังได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันที่นี่

เมื่อคิดได้เช่นนี้ คิ้วของฉือเยว่ที่เดิมทีขมวดมุ่นก็ค่อยๆ คลายออก บนใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาประดุจเซียนจุติพลันปรากฏรอยยิ้มบางๆ ที่ออกมาจากใจจริง

เขารู้สึกเกียจคร้านและอ่อนล้าอยู่บ้าง จึงเอนกายพิงคนข้างกายอย่างเป็นธรรมชาติ สัมผัสอบอุ่นที่ส่งผ่านมาทางหัวไหล่ ช่างทำให้รู้สึกอุ่นใจเหมือนดั่งวันวานไม่เปลี่ยนแปร

อีกด้านหนึ่ง เซียวเจ๋อชวนพาบรรดาศิษย์เผ่าเฉียนโดยสารเรือวิญญาณออกจากเมืองหมิงเยวี่ยไปแล้ว เรือวิญญาณแล่นทะยานไปกลางอากาศ

ยังไม่ทันที่เซียวเจ๋อชวนจะติดต่อไปหาเฉิ่นเยียน ทางฝั่งตระกูลหลักของเผ่าเฉียนก็ส่งข้อความมาหาเสียก่อน เขาส่งสัมผัสวิญญาณเข้าไปฟัง

"กลับมาที่มหานครสวรรค์เดี๋ยวนี้"

น้ำเสียงของอีกฝ่ายหนักแน่นทรงพลัง แฝงไว้ด้วยโทสะจางๆ ทว่าเซียวเจ๋อชวนกลับตอบกลับไปว่า

"คงต้องล่าช้าไปอีกสองวัน"

เมื่ออีกฝ่ายได้รับคำตอบเช่นนี้ น้ำเสียงที่ตอบกลับมาก็ยิ่งทวีความเกรี้ยวกราดอย่างเห็นได้ชัด

"เซียวเจ๋อชวน เจ้ารู้หรือไม่ว่าก่อเรื่องใหญ่หลวงถึงเพียงใด?! ข้าขอบอกเจ้าไว้เลย รีบกลับมาที่มหานครสวรรค์เดี๋ยวนี้ อย่าบีบบังคับให้พวกข้าต้องไปคุมตัวเจ้ากลับมาด้วยตัวเอง!"

เซียวเจ๋อชวนตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"มาสิ"

พออีกฝ่ายได้ยินคำท้าทายของเขา ก็โกรธจนหน้ามืดตาลายแทบจะล้มพับไปเสียให้ได้ สุดท้ายคล้ายกับจนปัญญา จึงส่งข้อความมาใหม่ว่า

"ในเมื่อเจ้าไม่สามารถกลับมาที่มหานครสวรรค์ได้ทันที เช่นนั้นก็จงอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้พวกข้าฟัง ห้ามตกหล่นแม้แต่น้อย!"

ครั้งนี้เซียวเจ๋อชวนไม่ได้ยั่วโมโหกลับไป เขาบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพียงแต่ละเว้นรายละเอียดบางอย่างเอาไว้

เมื่ออีกฝ่ายฟังจบ ก็ดูเหมือนจะใจเย็นลงบ้าง น้ำเสียงไม่ได้ดุดันเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว

"ให้เวลาเจ้าสามวัน หลังจากสามวัน พวกข้าจะต้องเห็นหน้าเจ้าที่มหานครสวรรค์!"

"อืม"

เซียวเจ๋อชวนตอบรับสั้นๆ

"ปกป้องศิษย์เผ่าเฉียนให้ดี!"

"อืม"

เมื่อได้รับคำยืนยันแล้ว อีกฝ่ายจึงยอมหยุดส่งข้อความมาหาเซียวเจ๋อชวน ส่วนบรรดาศิษย์เผ่าเฉียนที่ยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือต่างมองหน้ากันไปมา หนึ่งในนั้นเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง

"นายน้อย ต่อจากนี้พวกเราจะกลับมหานครสวรรค์กันเลยหรือไม่ขอรับ?"

ใบหน้าหล่อเหลาของเซียวเจ๋อชวนยังคงเย็นชาประดุจภูเขาน้ำแข็ง เขาเพียงปรายตามองคนที่เอ่ยถามอย่างเรียบเฉย แล้วกล่าว

"ข้าจะไปพบพวกเขาสักหน่อย ส่วนพวกเจ้า อยากจะล่วงหน้ากลับมหานครสวรรค์ไปก่อน หรือยินดีจะตามข้าไปจัดการธุระให้เสร็จสิ้นแล้วค่อยเดินทางกลับพร้อมกันเล่า?"

สิ้นคำกล่าวของเซียวเจ๋อชวน บรรดาศิษย์เผ่าเฉียนที่อยู่ตรงนั้นก็ตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะ พวกเขามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ต่างคนต่างกำลังชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสียอยู่ภายในใจ

ผ่านไปครู่ใหญ่ จึงมีศิษย์คนหนึ่งทำลายความเงียบลง เขาประสานมือคารวะเซียวเจ๋อชวนด้วยความเคารพ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"นายน้อย พวกเราจะกล้ากลับไปมหานครสวรรค์ก่อนได้อย่างไร พวกเราย่อมต้องติดตามอยู่ข้างกายนายน้อย คอยรับฟังคำสั่งของท่านถึงจะถูกขอรับ"

"พวกเราย่อมต้องติดตามอยู่ข้างกายนายน้อยขอรับ"

บรรดาศิษย์เผ่าเฉียนต่างพากันเอ่ยปากประสานเสียง

เหตุผลหลักเป็นเพราะพวกเขาหวาดกลัวว่าในระหว่างทางกลับมหานครสวรรค์ จะถูกพวกขุมกำลังต่างๆ ลอบทำร้ายล้างแค้น หากมีเซียวเจ๋อชวนอยู่ด้วย พวกเขาย่อมรู้สึกปลอดภัยขึ้นอีกหลายส่วน

"ดี"

เซียวเจ๋อชวนพยักหน้า

จากนั้น เขาก็หยิบผลึกสื่อสารที่เฉิ่นเยียนโยนให้ก่อนจากกันออกมา แล้วเริ่มติดต่อหานาง เพื่อสอบถามว่าพวกเขามุ่งหน้าไปทางทิศใดและตอนนี้อยู่ที่ใดกันแล้ว

เมื่อได้ยินว่าพวกเขาอยู่ที่ป่านันโต่วซึ่งห่างออกไปนับร้อยลี้ มือที่จับผลึกสื่อสารของเซียวเจ๋อชวนก็กระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย เขาออกคำสั่งให้ศิษย์เผ่าเฉียนมุ่งหน้าไปยังป่านันโต่วทันที

ระหว่างที่พวกเซียวเจ๋อชวนเดินทางไปยังป่านันโต่วนั้น เรื่องราวที่เกิดขึ้นในเมืองหมิงเยวี่ยค่ำคืนนี้ ก็รู้ไปถึงหูของยอดฝีมือจากขุมกำลังต่างๆ ในมหานครสวรรค์อย่างรวดเร็ว ซึ่งรวมถึงหลายท่านจากสิบสามมหาจักรพรรดิด้วย

ยามที่ได้รับรู้ว่ามหาจักรพรรดิพ่านกวน ไป๋ฝ่าจี้ ยอมรับความพ่ายแพ้ต่อหน้าพวกคนไร้ชื่อเสียง พวกเขาก็ตกตะลึงเป็นอย่างมาก ณ เวลานี้ ในหลายๆ สถานที่ล้วนเกิดบทสนทนาเช่นนี้ขึ้น

"ครึ่งคนครึ่งมารนั่นมาจากกลุ่มใด?"

"หน่วยอสูร"

"หัวหน้าของหน่วยอสูรนั่น สามารถอัญเชิญสัตว์กลายพันธุ์ออกมาได้นับหมื่นตัวจริงหรือ?"

"เป็นความจริงแท้แน่นอน! เพื่อปกป้องชาวเมืองหมิงเยวี่ย มหาจักรพรรดิพ่านกวนถึงได้ยอมถอยให้หน่วยอสูรกลุ่มนี้ได้คืบจะเอาศอก!"

"นายน้อยของเผ่าเฉียนก็เป็นสมาชิกของหน่วยอสูรด้วยหรือ?"

"ใช่แล้ว เขายอมรับออกมาจากปากของตนเองเลย"

"ไปสืบดูซิ ว่าหน่วยอสูรกลุ่มนั้นมันโผล่มาจากที่ใดกันแน่?"

"น้อมรับคำสั่ง"

ณ เมืองหมิงเยวี่ย สภาพภายในเมืองเต็มไปด้วยความเสียหายยับเยิน เลือดสดๆ ย้อมพื้นดินจนกลายเป็นสีแดงฉาน กลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

สีหน้าของผู้คนจากขุมกำลังต่างๆ ล้วนดูไม่จืดเลยแม้แต่น้อย ท่วงท่าของมหาจักรพรรดิพ่านกวน ไป๋ฝ่าจี้ยังคงสง่าผ่าเผย กลิ่นอายรอบกายยังคงเย็นชา เขาเอ่ยกับเจ้าเมืองหมิงเยวี่ย

"ความเสียหายในเมืองทั้งหมด เผ่าพิพากษาของข้าจะเป็นผู้ชดใช้ให้เอง"

เมื่อเจ้าเมืองหมิงเยวี่ยได้ยินเช่นนี้ ภายในใจก็ผ่อนคลายลง เขารีบยกมือขึ้นประสานคารวะ กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจ

"ข้าในนามของชาวเมือง ขอขอบพระคุณมหาจักรพรรดิ ณ ที่นี้ด้วยขอรับ"

ไป๋ฝ่าจี้พยักหน้าเล็กน้อย สีหน้าเรียบเฉยเป็นอย่างมาก เวลานี้ ผู้พิพากษาระดับราชันสูงสุด (ระดับจื้อจุน) ทั้งสี่คนได้มารวมตัวกันอยู่ข้างกายของเขาแล้ว

เมื่อเจ้าเมืองหมิงเยวี่ยเห็นสถานการณ์เช่นนี้ ก็ล่าถอยออกไปอย่างรู้ความ ผู้พิพากษาระดับราชันสูงสุด (ระดับจื้อจุน) ทั้งสี่คนมีสีหน้าเคร่งเครียด

"นายท่าน หากพวกเราไม่กำจัดเจ้าครึ่งคนครึ่งมารนั่นทิ้งเสีย มิใช่ว่า..."

ไป๋ฝ่าจี้ยกมือขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงห้ามไม่ให้พูดต่อ เขากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"เรื่องนี้ เผ่าพิพากษาของพวกเราไม่อาจลงมือได้ ทว่ายังมีขุมกำลังอื่นๆ รวมถึงมหาจักรพรรดิท่านอื่นที่สามารถจัดการได้ หลายปีมานี้ เผ่าพิพากษาของพวกเราสูญเสียอย่างหนักหน่วง หากยังจะไปปะทะกับหน่วยอสูรกลุ่มนั้นอีก เผ่าพิพากษาของพวกเราก็คงไม่ได้รับผลดีอันใด"

"สู้ฉวยโอกาสนี้ ยืมมือผู้อื่นสังหารครึ่งคนครึ่งมารนั่นเสีย เผ่าพิพากษาของพวกเราจะได้ไม่ตกเป็นขี้ปากชาวบ้านด้วย"

จบบทที่ ตอนที่ 757 ตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว