- หน้าแรก
- ลงชื่อติดต่อกันนับล้านล้านปี จนระบบระเบิด
- บทที่ 3 หญิงคณิกาล้วนกลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรแล้ว
บทที่ 3 หญิงคณิกาล้วนกลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรแล้ว
บทที่ 3 หญิงคณิกาล้วนกลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรแล้ว
บทที่ 3 หญิงคณิกาล้วนกลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรแล้ว
"หลานเขยเซียน ของสิ่งนี้คืออันใด? เหตุใดจึงแฝงความแข็งแกร่งไว้ถึงเพียงนี้"
เย่เทียนไคตื่นเต้นจนหนวดเคราสั่นระริก สมบัติล้ำค่าระดับนี้จะมอบให้พวกเขาหรือ? หลานเขยเซียนช่างใจกว้างเกินไปแล้ว
"ของสิ่งนี้มีนามว่าดินปฐพีจิ่วเทียน พวกเจ้าเคยได้ยินหรือไม่?"
หลี่หยวนกวาดตามองกลุ่มคนที่คุกเข่าอยู่บนพื้น ปราดเดียวก็กังวลว่าพวกเขาจะไม่ตาถึง
"ดินปฐพีจิ่วเทียน... นั่นไม่ใช่สมบัติล้ำค่าระดับเทพหรือ?"
"สวรรค์ของข้า เป็นถึงสมบัติล้ำค่าระดับเทพ ชาตินี้ข้าได้เห็นเพียงปราดเดียว แม้ตายก็ไม่เสียดายแล้ว"
มีสตรีสองสามคนที่ไม่เคยเห็นโลกกว้าง ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ตื่นเต้นจนหมดสติไป
เย่จื่อฉยงแอบหยิกแขนของหลี่หยวนเบาๆ แล้วกระซิบว่า "สมบัตล้ำค่าเกินไป ท่านเก็บไว้เองเถอะ"
เมื่อเย่หลิงซาน ท่านพ่อของเย่จื่อฉยงได้ยินวาจานี้ ก็ไม่ยินยอม โพล่งขึ้นมาว่า "ช้าก่อน มอบให้พวกเราเถอะ"
กล่าวจบก็รู้สึกว่าไม่เหมาะสม จึงรีบปิดปาก พูดเสียงอู้อี้ว่า "บุตรเขย เจ้าตัดสินใจเองเถอะ ตัดสินใจเองเถอะ"
เย่เทียนไคเป็นเฒ่าเจ้าเล่ห์ ในขณะที่คนอื่นๆ ยังตำหนิเย่จื่อฉยงว่าไม่สมควรกล่าวเช่นนั้น เย่เทียนไคก็หมอบกราบลงกับพื้น ศีรษะจรดพื้น "ขอบคุณหลานเขยที่ประทานสมบัติล้ำค่าระดับเทพให้ตระกูลเย่ พวกเราคนตระกูลเย่ขอโขกศีรษะให้ท่าน"
คนตระกูลเย่เข้าใจในทันทีอย่างถ่องแท้ พากันโขกศีรษะดังปังปังตามเย่เทียนไค มีชายหนุ่มสาวหลายคนโขกจนแผ่นศิลาเขียวบนพื้นแตกกระจาย
"ไม่ต้องโขกแล้ว ดินปฐพีจิ่วเทียนย่อมต้องมอบให้พวกเจ้าอยู่แล้ว ทว่าเมื่อครู่ท่านปู่เย่กล่าวผิดไป"
ผิดหรือ?
ผิดตรงที่ใด หรือว่าหลี่หยวนจะเปลี่ยนใจ? ไม่มอบดินปฐพีจิ่วเทียนให้พวกเขาแล้ว?
"ที่ข้ามอบให้ไม่ใช่ชิ้นเดียว ทว่าเป็นสิบสองชิ้น" หลี่หยวนผงกศีรษะเล็กน้อย กล่าวต่อว่า "หากจะกล่าวให้แม่นยำก็คือ ดินปฐพีจิ่วเทียนสิบสองเม็ด"
คนตระกูลเย่ตกตะลึงจนไม่อาจบรรยายเป็นคำพูดได้
ดินปฐพีจิ่วเทียนเพียงเม็ดเดียว ก็สามารถทำให้ตระกูลเย่เจริญรุ่งเรือง กลายเป็นตระกูลมั่งคั่งอันยิ่งใหญ่แห่งแคว้นไคหวงได้แล้ว
ทว่าหลี่หยวนกลับมอบให้พวกเขาบสองเม็ด นี่ไม่ใช่บีบบังคับให้พวกเขากลายเป็นตระกูลใหญ่อันดับหนึ่งแห่งแคว้นไคหวงหรือ
ภายใต้สายตาที่ตกตะลึง คาดหวัง และเคารพเทิดทูนของผู้คนตระกูลเย่ หลี่หยวนก็วางดินปฐพีจิ่วเทียนสิบสองเม็ดลงบนมือของเย่เทียนไค
ดินปฐพีจิ่วเทียนหนึ่งเม็ดหนักถึงหลายพันชั่ง เย่เทียนไคพึ่งรับมา ก็รู้สึกราวกับมีพลังหมื่นชั่งผนึกลงบนมือ
ยังดีที่เย่เทียนไคเป็นผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแกนทองคำ จึงรีบดึงพลังปราณทั่วร่างมาใช้ ในที่สุดก็สามารถรองรับดินปฐพีจิ่วเทียนสิบสองเม็ดเอาไว้ได้
เย่เทียนไคเคลื่อนย้ายดินปฐพีจิ่วเทียนเข้าไปในแหวนมิติ จากนั้นจึงค่อยพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
……
ภายในห้องประชุมตระกูลเย่ เย่เทียนไคเก็บเรื่องดินปฐพีจิ่วเทียนไว้ในใจก่อน ตอนนี้ยังมีเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือเตรียมจัดงานแต่งงานให้กับหลานสาวและหลี่หยวน
หลังจากจัดการเรื่องงานแต่งงานแล้ว เย่เทียนไคก็สั่งให้คนตระกูลเย่เตรียมตัวขอโทษเย่จื่อฉยง
ตอนอยู่ที่ลานเรือน พวกเขาด่าทอเย่จื่อฉยงอย่างรุนแรง หากไม่ขอโทษย่อมไม่ได้แน่
เพื่อดับความโกรธของเย่จื่อฉยง เย่เทียนไคตั้งใจให้ทุกคนร่ายรำกระบวนท่าเคล็ดวิชาในห้องประชุมเพื่อขอโทษ
หลังจากร่ายรำกระบวนท่าเคล็ดวิชาไปเจ็ดแปดรอบ เย่เทียนไคถึงรู้สึกพอใจ
เมื่อเย่จื่อฉยงมาถึงห้องประชุม กลุ่มคนตระกูลเย่ก็เข้ามาล้อมนางไว้ตรงกลาง แล้วเริ่มเอ่ยคำขอโทษทีละคน
หลังจากขอโทษเสร็จ เจ้าพวกนี้ก็ใช้แผนตีหน้าเศร้า ในที่สุดก็ง้อเย่จื่อฉยงได้สำเร็จ
เย่หลิงซานถือถ้วยชาส่งให้บุตรสาว "แม่นางน้อย บุตรเขยเซียนกำลังทำอันใดอยู่? กำลังฝึกฝนอยู่หรือ?"
"เปล่าเจ้าค่ะ เขาออกไปเที่ยวเล่นแล้ว" เย่จื่อฉยงยกมุมปากแดงระเรื่อขึ้น ในใจก็แอบกังวลว่าหลี่หยวนจะถูกสตรีอื่นหลอกไปหรือไม่
บุรุษที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ทั้งยังหน้าตาหล่อเหลา ดูแลผู้อื่นก็แข็งแกร่ง ปากหวานปานน้ำผึ้ง แถมยังสง่างามถึงเพียงนั้น มีสตรีใดบ้างจะไม่หวั่นไหว?
ในเวลานี้ หลี่หยวนกำลังอยู่ที่หอจวินจื่อแห่งเมืองอวิ๋นซาน
หรือที่เรียกกันติดปากว่าหอคณิกา
จุดประสงค์ที่มาหอคณิกา ก็เพื่อมาเปิดหูเปิดตา
หลี่หยวนไม่เคยมาจากสถานที่เช่นนี้ในอนาคต จึงอยากมาเปิดหูเปิดตาดูว่าข้างในมีสิ่งใดบ้าง
เพื่อความสะดวก หลี่หยวนจึงเหมาหอคณิกาทั้งหอ เงินทองที่ค้นได้จากห้องนอนของเย่จื่อฉยงก็ถูกใช้จ่ายไปจนหมดสิ้น
ทว่าก่อนจะมาหอคณิกา หลี่หยวนกลัวเงินไม่พอ จึงหลอมโอสถวิญญาณขยะไปสองสามเตาอย่างลวกๆ
ประกอบด้วยโอสถชำระไขกระดูกระดับสามหลายพันเม็ด โอสถบันไดสวรรค์ระดับหกหลายร้อยเม็ด
ภายในหอคณิกา หลี่หยวนพูดคุยกับหญิงคณิกาในห้อง ถามไถ่พวกนางว่าเหตุใดจึงมาทำงานที่นี่เป็นต้น
คุยเสร็จก็ไล่คนออกไป
หญิงคณิกาคนแรกที่เดินออกมาจากห้องของหลี่หยวนคือเสี่ยวฮง
เสี่ยวฮงเดินออกมาจากห้องด้วยความประหลาดใจ มองเข้าไปในห้องด้วยความงุนงง แขกผู้นี้ช่างแปลกประหลาดนัก มาเพื่อพูดคุยเท่านั้น
นางแบมือออก ในใจกลางฝ่ามือมีโอสถวิญญาณอยู่หนึ่งเม็ด
นี่คือโอสถวิญญาณสีขาวขุ่นเม็ดหนึ่ง ที่หลี่หยวนมอบให้
ตามที่หลี่หยวนบอก หากกินเข้าไปก็จะหลุดพ้นจากร่างคนธรรมดา ลอกคราบกลายเป็นวิญญาณเสื้อ กลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียร
ผู้บำเพ็ญเพียรสามารถดูดซับแก่นแท้แห่งสวรรค์มาใช้ประโยชน์ บรรลุเซียนเวิ่นเต๋า หล่อหลอมร่างอมตะอายุยืนยาว เพียงขยับมือเท้าก็สามารถเหยียบย่ำภูผาแม่น้ำให้แหลกสลายได้
หากต้องการเป็นผู้บำเพ็ญเพียร จำเป็นต้องมีพรสวรรค์ และผู้ที่มีพรสวรรค์นั้นมีน้อยนัก
เสี่ยวฮงไม่ได้คิดอันใดมาก อ้าปากเล็กๆ สีเชอรี่ออก แล้วกลืนโอสถวิญญาณเข้าไป
พอคลืนโอสถวิญญาณนี้เข้าไป นางก็รู้สึกมึนงง แล้วก็เผลอหลับไปอย่างไม่รู้ตัว
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ก็มีคนส่งเสียงเรียกเบาๆ ข้างหู
"เสี่ยวฮง เสี่ยวฮง เจ้ารีบตื่นเร็วเข้า รีบตื่นเร็วเข้า"
เสี่ยวฮงลืมตาขึ้น เบื้องหน้าคือใบหน้าเหี่ยวย่นของหญิงชรา
"แม่เล้า ข้าเป็นอันใดไปหรือเจ้าคะ?"
แม่เล้าจับแขนของเสี่ยวฮงด้วยความตื่นเต้น พลางเขย่าพลางถามว่า "บอกข้ามา เจ้ากลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรได้อย่างไร?"
"ข้ากลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรจริงๆ หรือเจ้าคะ?" ดวงตาเมล็ดซิ่งของเสี่ยวฮงเบิกกว้าง
นางไม่คิดเลยว่าบุรุษผู้ทรงพลังผู้นั้น จะให้โอสถวิญญาณของจริงแก่นาง
ต้อนรับแขกมาหลายปี พึ่งเคยเจอคนใจกว้างถึงเพียงนี้เป็นครั้งแรก
นี่มันให้โอกาสนางได้เกิดใหม่ ให้โอกาสนางได้เปลี่ยนแปลงชะตากรรม
"รีบพูดมา สตรีน้อย" แม่เล้าร้อนใจมาก มือที่เหมือนกรงเล็บไก่บีบลงบนแขนของเสี่ยวฮง แล้วบิดอย่างแรงสามรอบ แทบจะบิดเนื้อบนแขนจนหลุดออกมา
"โอ๊ยๆๆ เจ็บๆๆ เบาหน่อยเจ้าค่ะ"
"เร็วเข้า..." แม่เล้าตบไปที่บริเวณที่หยิกเสี่ยวฮงเมื่อครู่
เสี่ยวฮงทำปากยื่น กล่าวด้วยความคับข้องใจว่า "แขกที่เหมาหอคณิกามอบโอสถวิญญาณให้ข้าหนึ่งเม็ด พอกินเข้าไปแล้วก็..."
แม่เล้าสะบัดมือเสี่ยวฮงทิ้ง แล้วรีบวิ่งออกไปข้างนอกอย่างร้อนรน
พลางวิ่งพลางถามคนข้างกายว่า "นอกจากเสี่ยวฮงแล้ว ยังมีผู้ใดต้อนรับแขกผู้ทรงเกียรติที่เหมาหอผู้นี้อีก?"
ชายหลังค่อมที่ยืนอยู่หน้าประตูวิ่งตามนางไป เผยให้เห็นฟันเหลืองซี่ใหญ่ "ยังมีซานเหนียง พี่สาวตู้ เสี่ยวชุ่ย"
แม่เล้ารีบก้าวไปยังห้องของซานเหนียง ปากก็บ่นพึมพำว่า "สตรีน้อยพวกนี้ อย่าเอาของดีๆ แบบนี้มาทำลายทิ้งเสีย"
แม่เล้าก็เป็นผู้บำเพ็ญเพียรเช่นกัน ทว่านางฝึกฝนจนถึงขอบเขตฝึกปราณระดับสองก็ยากจะก้าวหน้าต่อไปได้ ภายหลังจึงเปลี่ยนอาชีพ
โชคดีที่นางมีประสบการณ์กว้างขวาง ไม่เช่นนั้นคงมองการเปลี่ยนแปลงบนร่างของเสี่ยวฮงไม่ออก
พอมาถึงห้องของซานเหนียง ซานเหนียงก็นอนฟุบหลับอยู่บนโต๊ะเช่นเดียวกับเสี่ยวฮง
แม่เล้าวางมือทาบลงบนร่างของซานเหนียงเพื่อตรวจสอบดูครู่หนึ่ง ก็พบว่าซานเหนียงกลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรแล้วเช่นกัน
นางไปยังห้องของพี่สาวตู้และเสี่ยวชุ่ยต่อ ทั้งสองคนก็กลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรแล้วเช่นกัน
แม่เล้าโกรธจนด่าทอมารดา สตรีน้อยพวกนี้ปากช่างร้ายนัก รู้หรือไม่ว่าของที่ให้ไปคืออันใด ก็กล้ากินแล้วหรือ?
หากเป็นยาพิษเล่า?
ในขณะที่แม่เล้าไปตามหาหญิงคณิกาสองสามคนนั้น เสี่ยวฮงก็นำเรื่องนี้ไปบอกเล่าให้เหล่าคุณหนูที่กำลังต่อคิวปรนนิบัติหลี่หยวนฟัง
พอเหล่าคุณหนูได้ยินว่าสามารถรับโอสถวิญญาณที่เปลี่ยนให้กลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรจากมือหลี่หยวนได้ ก็ดีใจจนเนื้อเต้น
แต่ละคนรีบวิ่งกลับห้องไปแต่งตัวเสียใหม่ให้สวยงาม ตัดสินใจว่าจะต้องปรนนิบัติหลี่หยวนให้ดี ให้หลี่หยวนมีความสุขให้จงได้