- หน้าแรก
- ชีวิตใหม่ในร่างสาวสวย กับเส้นทางสู่บอสใหญ่ในเกมออนไลน์
- บทที่ 13: รุ่นพี่ที่อยากเทิร์นโปร!
บทที่ 13: รุ่นพี่ที่อยากเทิร์นโปร!
บทที่ 13: รุ่นพี่ที่อยากเทิร์นโปร!
บทที่ 13: รุ่นพี่ที่อยากเทิร์นโปร!
"มีอะไรจะคุยกับฉันงั้นเหรอ?"
ซูเสี่ยวพึมพำในใจ แต่ภายนอกยังคงรักษามารยาทพื้นฐานเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม "รุ่นพี่หลินมีเรื่องอะไรจะคุยด้วยเหรอคะ?"
"ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอก"
หลินเวยระบายยิ้ม สายตากวาดมองเรือนร่างบอบบางและผมสีเงินที่โดดเด่นสะดุดตาเกินพอดีของซูเสี่ยว น้ำเสียงเจือแววหยอกเย้า "ฉันแค่สงสัยนิดหน่อยน่ะ สาวสวยผมสีเงินอย่างเธอ ทำไมถึงตัดสินใจเลือกเรียนคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ล่ะ?"
เธอชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ "บอกไว้ก่อนนะ ฉันไม่ได้มีเจตนาดูถูกอะไรเลย แค่สงสัยเฉยๆ น่ะ ปกติผู้หญิงในคณะเราก็มีน้อยอยู่แล้ว แถมคนแบบเธอ... เอ่อ ยิ่งหาได้ยากเข้าไปใหญ่"
ยังไงซะหน้าตาของเธอเองก็จัดว่าดูดีเหมือนกัน ขืนพูดว่าคนสวยๆ ไม่ควรเลือกเรียนคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ มันก็จะเข้าตัวเองเสียเปล่าๆ
"ที่แท้ก็เรื่องนี้เองเหรอ"
ซูเสี่ยวลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
จากนั้นเธอก็ตอบกลับไปตรงๆ "เพราะว่า... ชอบมั้งคะ"
ซูเสี่ยวเอียงคอมองผืนน้ำที่ส่องประกายระยิบระยับ น้ำเสียงนุ่มนวลและเชื่องช้า "ฉันรู้สึกว่าพวกโค้ดและโปรแกรมต่างๆ... มันบริสุทธิ์และมีเหตุผลในตัวของมันเองดีน่ะค่ะ"
นี่คือความคิดที่แท้จริงของน้องสาวซู
เมื่อได้ยินดังนั้น หลินเวยก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาอย่างอดไม่อยู่
"เป็นความคิดที่น่าสนใจดีนะ แต่ว่า..."
เธอหุบยิ้มลงแล้วพยักหน้า "ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่แห่ตามกระแสไปเรียนคณะยอดฮิต หรือปล่อยให้พ่อแม่จัดแจงเส้นทางชีวิตให้สินะ ไม่เลวๆ ใช้ได้เลยทีเดียว"
เธอมองซูเสี่ยวด้วยแววตาชื่นชมมากขึ้นอีกนิด
ชั่วขณะนั้น บรรยากาศรอบตัวดูเหมือนจะผ่อนคลายลงมาก และซูเสี่ยวเองก็คลายความกังวลลงไปได้บ้าง
จังหวะนั้นเอง จู่ๆ หลินเวยก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างเป็นธรรมชาติ "จริงสิ ในเมื่อเธอเลือกเรียนคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ แล้วเธอ... เล่นเกมบ้างหรือเปล่า?"
"เกมเหรอคะ?"
หัวใจของซูเสี่ยวกระตุกวูบ แต่เธอยังคงตีหน้านิ่ง ทำเพียงพยักหน้าเล็กน้อย "ก็มีเล่นบ้างเป็นบางครั้งค่ะ"
"เหรอ? แนวไหนล่ะ? รู้จักเกม 'นิวเวิลด์' ไหม? เกมเสมือนจริงที่กำลังดังระเบิดอยู่ตอนนี้ไง"
น้ำเสียงของหลินเวยเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นเหมือนคนกำลังป้ายยาให้เพื่อนร่วมด้อม "คนในชมรมอีสปอร์ตของเราเข้าไปเล่นกันเยอะเลยนะ ความสมจริงของมันน่าตื่นเต้นกว่าเกมอื่นๆ ในตลาดตั้งเยอะ!"
เธอมองซูเสี่ยวแล้วเอ่ยปากชวน น้ำเสียงจริงจังขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย "สนใจอยากลองเข้าไปดูไหม? ถ้าเกิดบังเอิญเจอกันในเกม เราจะได้คอยช่วยเหลือกันได้"
"ชีวิตในมหาวิทยาลัยน่ะ ยิ่งรู้จักคนคอเดียวกันเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งดีนะ"
"เอ่อ... คงต้องขอดูเรื่องการเรียนในมหาลัยก่อนน่ะค่ะ ว่าจะหนักหน่วงแค่ไหน"
ซูเสี่ยวส่ายหน้า ปฏิเสธคำชวนไปก่อนชั่วคราว
"งั้นก็เอาเถอะ"
หลินเวยไม่ได้พยายามคะยั้นคะยออะไรอีก
ยังไงซะ การเรียนในมหาวิทยาลัยก็สำคัญกว่าการเล่นเกมอยู่แล้วนี่นา!
ยกเว้นเสียแต่ว่าจะเป็นแบบเธอ—
"ฉันเป็นประธานชมรมอีสปอร์ตของมหาวิทยาลัยชิงหลาน อนาคตตั้งใจว่าจะเทิร์นโปรในเกม 'นิวเวิลด์' ให้ได้ ไอดีเกมของฉันคือ 'พิโรธเหมันต์'"
"ถ้าวันไหนเธอเปลี่ยนใจอยากเข้าร่วม หรืออยากจะเข้ามาหาข้อมูลก่อน ก็ไปหาฉันที่ชมรมอีสปอร์ตได้นะ หรือจะแอดเฟรนด์มาคุยกันก็ได้ตลอดเลย"
"ขอบคุณค่ะรุ่นพี่ หนูจะจำไว้ก็แล้วกัน"
ซูเสี่ยวพยักหน้ารับ พร้อมกับจดจำไอดี 'พิโรธเหมันต์' เอาไว้ในใจ
"งั้นวันนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน"
หลินเวยชี้มือไปทางที่เธอเดินมา "ดึกแล้ว ฉันคงต้องกลับแล้วล่ะ เธอก็รีบกลับไปพักผ่อนได้แล้วนะ รุ่นน้อง"
"ค่ะ"
ซูเสี่ยวกล่าวลาอย่างสุภาพแล้วหันหลังเดินกลับไปทางเดิม... จนกระทั่งเดินห่างออกมาได้ระยะหนึ่ง เธอถึงได้พรูลมหายใจออกมาเบาๆ "ไม่น่าเชื่อเลยว่าแค่ออกมาเดินเล่นก็บังเอิญมาเจอรุ่นพี่ซะได้"
ถึงแม้เธอจะไม่ได้เป็นพวกเข้าสังคมไม่เก่งหรือเป็นใบ้เวลาเจอคนแปลกหน้าก็เถอะ
แต่เวลาคุยกับคนสวยๆ เธอก็ยังรู้สึกประหม่าอยู่ดี!
"ผู้หญิงสวยขนาดนี้... อย่างน้อยๆ ก็ต้องระดับดาวคณะเลยล่ะมั้ง?"
เธอนึกไปถึง "ยัยผู้เล่น" คนนั้น
สมัยเรียนมหาวิทยาลัย "ยัยผู้เล่น" คนนั้นก็เป็นถึงดาวคณะเหมือนกัน! เพียงแต่สวยสู้หลินเวยไม่ได้หรอก
"เฮ้อ... ตอนนั้นฉันคงหน้ามืดตามัวไปแล้วแน่ๆ ถึงได้ยอมเป็นทาสรับใช้ยัยนั่น!"
ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากจะย้อนเวลากลับไปตบกบาลตัวเองให้รู้แล้วรู้รอด!
"ช่างเถอะ คิดไปก็ไลฟ์บอย หาทางสืบนิสัยใจคอของรุ่นพี่คนนี้ดีกว่า"
ถ้าเข้าท่าขึ้นมาล่ะก็ จะได้มีเบาะแสเรื่องเพื่อนร่วมทีมสักที!
"ในเมื่อแม่ของเธอรู้จักกับแม่ของฉัน งั้นลองไปตะล่อมถามแม่ดูดีไหมนะ?"
แค่ออกมาเดินเล่นรอบเดียว ก็ได้เบาะแสเรื่องเพื่อนร่วมทีมมาแล้ว ต้องยอมรับเลยว่าดวงของเธอกำลังมาจริงๆ!
"กลับบ้านๆ!"
ชั่วขณะนั้น ซูเสี่ยวอารมณ์ดีขึ้นมาเป็นกอง!
...เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านสาดส่องลงบนใบหน้าของซูเสี่ยว
จังหวะนั้นเอง เสียงนาฬิกาปลุกก็ดังขึ้น
"กริ๊งกริ๊ง—"
เมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก ซูเสี่ยวก็ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา
เธอลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงียและพยายามจะบิดขี้เกียจตามความเคยชิน แต่ท่อนแขนกลับไปชนเข้ากับอะไรนุ่มๆ เสียก่อน
"อื้อ..."
เธอชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะนึกขึ้นได้ เมื่อมองดูท่อนแขนเรียวเล็กและผมสีเงินที่สยายอยู่บนหมอน เธอก็ถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญา "เกือบลืมตัวอีกแล้วสิเรา..."
หลังจากล้างหน้าแปรงฟันและเปลี่ยนมาใส่ชุดลำลองสบายๆ เธอก็เดินออกจากห้องนอนไป คุณพ่อซูกำลังนั่งดูโทรศัพท์อยู่บนโซฟา ส่วนคุณแม่ซูกำลังจัดเตรียมอาหารเช้าอยู่ที่โต๊ะอาหาร เสี่ยวหลงเปาและน้ำเต้าหู้ร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมหวนชวนหิว
"เสี่ยวเสี่ยว ตื่นแล้วเหรอลูก? มากินข้าวเช้าเร็ว"
"อื้อ พ่อคะ แม่คะ อรุณสวัสดิ์ค่ะ"
ซูเสี่ยวตอบรับแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหาร
"เสี่ยวเสี่ยว เกมที่ลูกเล่นเมื่อวานเป็นยังไงบ้างลูก?"
คุณพ่อซูวางโทรศัพท์ลงแล้วมองหน้าลูกสาว น้ำเสียงอ่อนโยนเจือความอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย
เพราะเมื่อวานมีพนักงานในบริษัทของเขาลางานกันเพียบ คงจะเอาเวลาไปเล่นเกมนี้นั่นแหละ!
"สนุกมากเลยค่ะพ่อ! น่าสนใจสุดๆ ไปเลย!"
ซูเสี่ยวพูดพลางใช้ตะเกียบคีบเสี่ยวหลงเปาขึ้นมาเป่าให้คลายร้อนอย่างระมัดระวัง
"อย่างนั้นเหรอ?"
คุณพ่อซูเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนจะเริ่มสนใจเกมนี้ขึ้นมาบ้างแล้ว
"เอาล่ะๆ มากินข้าวกันเถอะค่ะ"
เมื่อเห็นสีหน้าของคุณพ่อซู คุณแม่ซูก็เดาความคิดของเขาออกทะลุปรุโปร่ง
แต่เธอไม่ได้พูดออกไปหรอกนะ!
ถ้าเกิดเข้าท่าขึ้นมาจริงๆ ก็ถือซะว่าเป็นเซอร์ไพรส์ให้ลูกสาวแล้วกัน!
"โอเคๆๆ"
คุณพ่อซูหัวเราะร่วน ลุกขึ้นแล้วเดินมานั่งที่โต๊ะอาหาร
จากนั้นทั้งครอบครัวก็เริ่มรับประทานอาหารเช้ากันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา บรรยากาศชื่นมื่น
กินไปได้ครึ่งทาง จู่ๆ ซูเสี่ยวก็เอ่ยถามขึ้นมาว่า "จริงสิคะแม่ เมื่อคืนหนูออกไปเดินเล่นแล้วบังเอิญเจอรุ่นพี่คนนึงน่ะค่ะ เธอชื่อหลินเวย บอกว่าอยู่หมู่บ้านมูนเบย์เหมือนกัน แถมยังบอกอีกด้วยว่าแม่รู้จักกับแม่ของเธอด้วยเหรอคะ?"
"อ๋อ เสี่ยวเวยนี่เอง!"
คุณแม่ซูนึกออกทันที "ใช่แล้วจ้ะ แม่ของเธอคือพี่หวังน่ะ เราเข้ากันได้ดีทีเดียวเลยล่ะ"
"แม่เคยเห็นเสี่ยวเวยอยู่สองสามครั้ง ตัวสูงแถมยังสวยด้วยนะ ได้ยินมาว่าเธอเป็นเด็กเรียนดีเด่นของมหาลัยชิงหลานด้วยนะ!"
เธอพูดต่อพลางมองหน้าซูเสี่ยว "แม่กะว่าจะแนะนำให้ลูกสองคนรู้จักกันอีกสักสองสามวันนี้แหละ ยังไงซะก็อยู่หมู่บ้านเดียวกัน จะได้คอยช่วยเหลือกันตอนไปโรงเรียนไง แถมเสี่ยวเวยก็เป็นเด็กดี มีมารยาทแล้วก็มีเหตุผลด้วยนะ"
"ไม่คิดเลยว่าลูกสองคนจะบังเอิญไปเจอกันเมื่อคืน บุพเพสันนิวาสจริงๆ เลยเชียว"
"นั่นสิคะ บังเอิญมากๆ เลย"
ซูเสี่ยวพยักหน้าแล้วแกล้งถามต่ออย่างเป็นธรรมชาติ "แล้วแม่คิดว่า... รุ่นพี่หลินเวยเป็นคนยังไงเหรอคะ? แบบว่า... นิสัยใจคอ หรือวิธีจัดการกับปัญหาอะไรแบบนี้น่ะค่ะ?"
คุณแม่ซูไม่ได้สงสัยอะไร เธอระลึกความหลังแล้วตอบด้วยรอยยิ้ม "เสี่ยวเวยน่ะเหรอ? นิสัยเธอค่อนข้างร่าเริงเปิดเผย ไม่เสแสร้งเลยสักนิด พี่หวังบอกว่าเธอพึ่งพาตัวเองได้แถมยังเป็นผู้นำมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ตอนนี้อยู่มหาลัยยังเป็นถึง... อ้อ ใช่ ประธานชมรมอีสปอร์ตด้วยนะ! เก่งกาจเอามากๆ เลยล่ะ!"
"ประธานชมรมอีสปอร์ตเหรอ?"
เมื่อได้ยินดังนั้น คุณพ่อซูก็เงยหน้าขึ้นมามองด้วยความประหลาดใจ "ผู้หญิงเป็นประธานชมรมอีสปอร์ตนี่หาได้ยากอยู่นะ"
"ใช่ค่ะ พี่หวังบอกว่าเธอเล่นเกมเก่งมากๆ แถมยังเคยได้รางวัลมาเยอะแยะเลยด้วย"
คุณแม่ซูเสริม ก่อนจะหันมามองซูเสี่ยวด้วยน้ำเสียงให้กำลังใจ "เสี่ยวเสี่ยว เมื่อก่อนลูกเอาแต่เก็บตัวเงียบ ตอนนี้ลูกก็เริ่มเล่นเกมแล้ว ถ้าเจอเสี่ยวเวยที่มหาลัยก็เข้าไปคุยกับพี่เขาก็บ่อยๆ หน่อยนะ บางทีอาจจะได้เล่นเกมด้วยกันก็ได้ มีเพื่อนไว้บ้างก็ดีนะลูก"
"เข้าใจแล้วค่ะแม่"
ซูเสี่ยวรับปากอย่างว่าง่าย ในหัวมีแผนการเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว...