เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่18

บทที่18

บทที่18


ทัศนียภาพเบื้องหน้าของทั้งสองแปรเปลี่ยนไปในทันตา กลายเป็นห้องนั่งเล่นขนาดมหึมาที่ตกแต่งไว้อย่างหรูหราอลังการ มีโซฟาสีขาวสะอาดตาชวนน่านั่ง ตรงกลางมีโต๊ะกาแฟที่ทำจากหินอ่อนสลับกระจกดูงดงาม บนเพดานสูงลิบมีโคมไฟระย้าแชนเดอเลียร์คริสตัลหลากสีสันส่องประกายระยิบระยับ และมีจอทีวี LCD ขนาดใหญ่ยักษ์ติดตั้งอยู่

พื้นหินอ่อนและผนังทั้งหมดเป็นสีขาวโพลน และที่ใต้โซฟานั้นมีพรมขนสัตว์สีขาวบริสุทธิ์ปูอยู่ ซึ่งหากมองจากระยะไกลคงดูราวกับปุยเมฆไม่มีผิด

ถัดจากห้องนั่งเล่นไป เบื้องหลังหน้าต่างกระจกบานยักษ์คือสระว่ายน้ำขนาดมโหฬารพร้อมชานเรือนกว้างขวางที่รายล้อมไปด้วยหมู่มวลไม้และดอกไม้นานาพรรณ

ทว่า ยูจิและไอคะที่เพิ่งจะถูกเคลื่อนย้ายข้ามมิติมาจากโลกเดิมของตัวเองอย่างกะทันหัน กลับยังไม่มีอารมณ์มานั่งชื่นชมความหรูหราและความงดงามของที่พำนักแห่งใหม่นี้ได้เต็มที่นัก เนื่องจากอาการปวดหัวอย่างรุนแรงและคลื่นไส้โจมตีพวกเขาในทันทีที่มาถึง

หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ เมื่อความรู้สึกพะอืดพะอมเริ่มทุเลาลง ทั้งสองก็ต้องตกตะลึงกับภาพลักษณ์ของบ้านใหม่หลังนี้

“หวา... นี่มัน... สุดยอดไปเลย...”

“อือ... ฉันไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ในชีวิตจริงมาก่อนเลยนะเนี่ย...”

ยูจิและไอคะหันมองไปรอบ ๆ ด้วยความทึ่งในขณะที่ยืนอยู่ในโถงทางเข้า ตรงหน้าประตูคู่บานใหญ่สีขาวสลับทองอันงดงาม

ตรงนั้นมีโถงทางเดิน บันไดวนหินอ่อนที่นำขึ้นไปสู่ชั้นสองและทอดตัวลงไปยังชั้นใต้ดิน (หรืออาจจะมีหลายชั้น) ส่วนทางซ้ายมือดูเหมือนจะเป็นห้องทานอาหารขนาดใหญ่ และทางขวามือคือโถงทางเดินอีกสายหนึ่งซึ่งปูด้วยพรมสีดำสลับทองที่งดงามเป็นพิเศษ ทางซ้ายของโถงทางเดินนั้นมีประตูสองบาน บานหนึ่งขนาดเล็กกว่า ส่วนอีกบานเป็นประตูไม้คู่สีขาวขนาดใหญ่ และมีประตูคู่ด้านขวาอีกหนึ่งบาน ส่วนที่ปลายทางเดินสุดสายมีซอกเล็ก ๆ ที่ประดับไปด้วยภาพวาดทิวทัศน์สวยงามแขวนอยู่บนผนัง

แต่ในจังหวะที่พวกเขากำลังมองสำรวจรอบ ๆ สายตาของทั้งสองก็บังเอิญประสานกันเข้า และนี่ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รู้จักกันมาที่ยูจิและไอคะได้เผชิญหน้ากันตัวเป็น ๆ ในชีวิตจริง

ทั้งคู่แข็งทื่อไปในทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ และตกอยู่ในภวังค์ความงดงามของอีกฝ่ายอย่างสมบูรณ์แบบ

แม้ว่ายูจิจะมี ‘แรงต้านทานความสวย’ จากการที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกับเหล่าสาวงามระดับโลกมาตลอดชีวิตก็ตาม แต่เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะถูกเสน่ห์ของไอคะสะกดเอาไว้

เธอ... สวยยิ่งกว่าในรูปถ่ายที่เคยส่งมาให้เขาดูเสียอีก...

ดวงตา จมูก ริมฝีปาก ใบหน้า เส้นผม เรือนร่าง เรียวแขน เรียวขา หรือแม้กระทั่งกลิ่นกายอันหอมหวน... ทุก ๆ อย่างในตัวเธอมันช่างงดงามเหลือเกิน...

เขาแอบฝันถึงเธอมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่เธอส่งรูปมาให้และได้เริ่มพูดคุยกัน... เขาอยากเจอเธอตัวจริงมาโดยตลอด และในตอนนี้... เขากลับพูดอะไรไม่ออกเลยสักคำ

เธอช่าง... สมบูรณ์แบบเหลือเกิน... นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบผู้หญิงคนอื่นที่ตรงสเปกของเขาทั้งในด้านรูปลักษณ์และนิสัยใจคออย่างสมบูรณ์แบบ นอกเหนือจากพวกผู้หญิงในครอบครัวของตัวเอง

ในขณะที่ยูจิจ้องมองเธอตาค้าง ไอคะเองก็จ้องมองเขาตาค้างเช่นกัน โดยถูกรูปลักษณ์อันหล่อเหลาของเขาตกเข้าอย่างจัง

ร่างกายของเธอแข็งทื่อ แต่ในหัวกลับปั่นป่วนวุ่นวายไปหมด

ได้ยังไงกัน!? ทำไมเขาถึงหล่อขนาดนี้เนี่ย!? นี่เขาหล่อกว่าในรูปอีกไม่ใช่หรือไง!? มันจะเป็นไปได้ยังไงกันล่ะเนี่ย!?

ไอคะเริ่มลนลานเล็กน้อย ใบหน้าเนียนเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อและหัวใจก็เต้นรัวราวกับกลองรบ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปเธอคงได้หลงเขาหัวปักหัวปำยิ่งกว่าเดิมแน่ ๆ ! เขาช่างไม่ยุติธรรมเลย! แล้วไอ้ท่าทางหน้าแดงเขินอายที่ดูน่ารักน่าเอ็นดูนั่นมันอะไรกันฮะ!!! นี่กะจะทำให้เธอหัวใจวายตายเลยหรือไง!?

หลังจากจมอยู่ในความคิดของตัวเองอยู่พักใหญ่ ทั้งสองก็ดึงสติกลับมาได้และรีบเบือนหน้าหนีไปคนละทางด้วยความขัดเขินทันที

“โ-โทษทีนะ... ข-ขอโทษที่จ้องนานไป หน่อย...”

ใบหน้าของทั้งคู่แดงก่ำไปจนถึงใบหู และยูจิก็แทบจะเค้นคำพูดเหล่านั้นออกมาจากปากหลังจากถูกจับได้ว่าแอบมองเธอจนเคลิ้ม

“อ๊ายตายแล้ว~ อะไรกันเนี่ย~ เมื่อกี้จ้องฉันตาไม่กระพริบเลยนะ~? โดนเสน่ห์ความสวยเซ็กซี่ของฉันสะกดเข้าให้แล้วล่ะสิ~?”

ไอคะพูดด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง มุมปากเคลือบไปด้วยรอยยิ้มขี้เล่นตามสไตล์ปกติของเธอ แต่ภายในใจกลับเขินอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี

ก็แหงล่ะ เพราะเธอก็จ้องเขาตาค้างตั้งนานเหมือนกัน! แถมแอบน้ำลายไหลนิด ๆ ด้วยซ้ำ! โชคดีที่ยูจิไม่ทันสังเกตเห็น แต่มันก็น่าอายอยู่ดีนั่นแหละ!

ยิ่งไปกว่านั้น เธอโดนดาเมจความน่ารักตอนเขาเขินโจมตีเข้าอย่างจังจนตั้งตัวไม่ติด และเธอก็ยังไม่อยากให้เขาเห็นมุม “เดระเดระ” (มุมหวานแหวว/สาวน้อยในห้วงรัก) ของเธอในตอนนี้ ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะแกล้งแหย่เขาเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายของตัวเอง

ทว่า คำพูดถัดมาของเขากลับทำให้เธอไปไม่เป็นยิ่งกว่าเดิม

“ค-ครับ... คุณ... สวยกว่าในรูปซะอีก...”

ร่างกายของไอคะแข็งทื่อไปอีกรอบ และสมองของเธอก็แทบจะช็อตไปกับคำพูดนั้น

จะ-จะตรงไปแล้วนะ!!!!

มะ-ไม่ได้การ ต้องหนีแล้ว! ฉันรับมือไม่ไหว! จะ-ยังไม่พร้อมเลยนะ!!! ห-หัวใจฉันคงรับไม่ไหวแน่ ๆ !!!

“เหหห~ งะ-งั้นหรอกเหรอ~ อะ-อ้า...! ฉ-ฉันไปสำรวจบ้านก่อนดีกว่านะ!!!”

ไอคะรีบสับเกียร์หมาวิ่งหนีไปตามโถงทางเดินฝั่งซ้ายทันที เธอวิ่งผ่านบันไดวนทางซ้ายมือ และห้องทานอาหารขนาดใหญ่ทางขวา ก่อนจะเลี้ยวขวาหายลับไปจากสายตาของยูจิ

ยูจิได้แต่มองตามแผ่นหลังที่วิ่งหนีไปของเธอด้วยสายตาเหม่อลอย

น่ารักฉากใหญ่เลยแฮะ...

แน่นอนว่าเขาแอบสังเกตเห็นว่าคำพูดซื่อ ๆ ตรง ๆ ของเขาทำให้เธอเลิกลั่กขนาดไหน จากการที่ได้แชทคุยกันบ่อย ๆ เขาเลยรู้ว่าเธอเป็นพวกชอบแกล้งแหย่อีกฝ่ายเวลาตัวเองเขินหรืออาย พูดง่าย ๆ ก็คือสายทำแต้มรุกฆาตแต่ค่าพลังป้องกันเป็นศูนย์ (สายรุกไร้รับ) เพราะงั้นพอเขาบอกความรู้สึกในใจออกไปตรง ๆ เธอก็เลยเปิดแน่บทันที

“เฮ้อ... ตัวจริงทำไมถึงน่ารักขึ้นได้ขนาดนี้กันนะ...?”

ถ้าน่ารักไปมากกว่านี้... มีหวังเขาคงได้หัวใจวายเข้าสักวันจริง ๆ แน่...

ยูจิถอนหายใจยาว ก่อนจะหยิบสมาร์ทโฟนออกมาเพื่อติดต่อกับทัตสึยะ

ซึบากิฮาระ ยูจิ: [ทัตสึยะ ผมกับไอคะมาถึงแล้วนะ ตอนนี้ยังไม่ค่อยแน่ใจว่าอยู่ที่ไหนเพราะวาร์ปเข้ามาในบ้านเลย ไว้ถ้าเช็กพิกัดแล้วจะบอกอีกทีนะ แล้วก็พวกเราจะแวะไปหา นายสะดวกเป็นวันพรุ่งนี้ไหม?]

ซึบากิฮาระ ยูจิ: [อ้อ ขอที่อยู่ของนายไว้หน่อยสิ]

ชิบะ ทัตสึยะ: [รับทราบ พรุ่งนี้ช่วงเช้าไม่มีปัญหา นี่คือที่อยู่ของฉัน]

ซึบากิฮาระ ยูจิ: [โอเค งั้นเจอกันพรุ่งนี้ ไว้ค่อยไปคุยแผนการกันตอนนั้นนะ]

ชิบะ ทัตสึยะ: [อืม แล้วเจอกัน]

หลังจากจบบทสนทนากับทัตสึยะ ยูจิก็สังเกตเห็นสัญลักษณ์แจ้งเตือนใหม่ในช่องเก็บของ (อินเวนทอรี)

นั่นคงเป็นพวกไอเทมสนับสนุนสินะ... รีบไปหาไอคะก่อนแล้วค่อยมาเปิดพร้อมกันดีกว่า

เขาพยายามเตรียมใจให้พร้อมก่อนที่จะต้องไปอยู่ต่อหน้าผู้หญิงที่เป็นเป้าหมายความรักอันยิ่งใหญ่ของเขา ยูจิสูดหายใจเข้าลึก ๆ สองสามครั้งเพื่อเรียกสติ ก่อนจะยกกระเป๋าเดินทางของตัวเองรวมถึงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ยักษ์อีก 4 ใบที่ไอคะทิ้งเอาไว้ตอนวิ่งหนี จากนั้นจึงก้าวเดินลึกเข้าไปในบ้านเพื่อตามหาเธอ

“โฮ่ย! ไอคะ! เอาของไปเก็บในห้องก่อนแล้วค่อยมาเดินสำรวจบ้านด้วยกันสิ! ให้ตายเถอะ! กระเป๋าเดินทางตั้ง 4 ใบเบ้อเริ่มขนาดนี้ ฉันไม่ลากคนเดียวหมดหรอกนะ!”

เสียงตะโกนของยูจิดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องนั่งเล่นอันกว้างใหญ่ แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ กลับมา

“เฮ้อ... สุดท้ายก็ต้องเล่นซ่อนแอบงั้นเรารึ...”

เขาถอนหายใจอีกครั้งพร้อมกับลับประสาทสัมผัสทั้งหมดให้เฉียบคม โดยเฉพาะประสาทการรับกลิ่น

เพราะทันทีที่เขาได้กลิ่นกายอันแสนหวานและหอมหวนราวกับหมู่มวลดอกไม้ที่ชวนน่าหลงใหลของเธอในครั้งแรก มันก็สลักลึกเข้าไปในความทรงจำจนไม่มีวันลืมเลือนไปเสียแล้ว

แม้แต่ตัวยูจิเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อ เขารู้ดีว่าตัวเองมีรสนิยมแอบชอบ (เฟติช) กลิ่นหอมหวานของดอกไม้จากผู้หญิงที่เขารัก แต่อัตราการจำกลิ่นของไอคะได้เร็วขนาดนี้มันก็เกินไปหน่อย...

แถมตอนนี้เขายังมีประสาทสัมผัสที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปอีก เขาเลยอดคิดไม่ได้ว่ารสนิยมชอบกลิ่นของคนรักมันจะย่ำแย่ (หรือหนักข้อ) ขึ้นกว่าแต่ก่อนหรือเปล่า เพราะแค่เห็นไอคะแถมได้กลิ่นกายเธอแวบเดียวเมื่อกี้ เขาก็รู้สึก ‘ตื่นตัว’ ขึ้นมาดื้อ ๆ แล้ว...

เดี๋ยวสิ... ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป... นี่เรากำลังจะกลายเป็นพวกโรคจิตบ้ากลิ่น (Smell Fetish) เต็มตัวแล้วไม่ใช่หรือไงเนี่ย...?

--------------------------------X--------------------------------

หลังจากนั้นไม่นาน ยูจิก็พบตัวไอคะในห้องที่ดูเหมือนจะเป็นห้องสันทนาการขนาดใหญ่ ซึ่งกว้างขวางยิ่งกว่าห้องนั่งเล่นเสียอีก โดยเขาตามรอยจากเสียงฝีเท้าของเธอที่กระทบกับพื้นหินอ่อน

มันช่างน่าทึ่งมาก... ตอนแรกเขาคิดว่าคงไม่มีที่ไหนหรูหราไปกว่าห้องนั่งเล่นนั่นแล้วแท้ ๆ แต่ห้องสันทนาการนี้กลับน่าเหลือเชื่อยิ่งกว่า เพราะอัดแน่นไปด้วยเฟอร์นิเจอร์สุดหรูและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทันสมัย แถมตอนที่เลี้ยวตรงหัวมุมเมื่อกี้ เขายังแอบเห็นแวบ ๆ ว่าห้องครัวฝั่งซ้ายมือมันอลังการขนาดไหนด้วย

แต่ก่อนที่จะวอกแวกไปมากกว่านี้ เขาฟึดฟัดรีบเดินไปหาไอคะ ทว่าบรรยากาศระหว่างพวกเขาก็ยังคงมีความกระอักกระอ่วนหลงเหลืออยู่ตามคาด

“ไง ไอคะ ไปหาห้องพักแล้วเอากระเป๋าไปวางก่อนเถอะ”

“อ๊ะ! ย-ยูจิ!”

ราวกับลูกกวางที่โดนแสงไฟหน้ารถส่องเข้าจัง ๆ ไอคะตัวแข็งทื่อทันทีที่รับรู้ถึงการมาของยูจิ และรีบเบือนสายตาหลบเขาในพริบตา

มะ-ไม่ได้การ! ทำไมเธอถึงเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะไอคะ! ท่าทางขี้อายแบบนี้มันไม่สมเป็นเธอเลยนะ! ก็รู้อยู่แล้วนี่นาว่าเขาหล่อวัวตายควายล้มขนาดไหน! เลิกเลิกลั่กได้แล้ว!

ไอคะสูดหายใจเข้าลึก ๆ สองสามหนเพื่อสงบจิตสงบใจให้เต้นเป็นปกติ ก่อนจะหันกลับมาประจันหน้ากับยูจิอีกครั้ง

“เอ๋~? ทิ้งไว้ที่ห้องนั่งเล่นก่อนก็ได้นี่นา~ ไปสำรวจบ้านกันเถอะ!”

เมื่อเห็นเธอกลับมาทำตัวขี้เล่นเหมือนปกติ ยูจิก็ฝืนตัวเองให้สงบลงและทำตัวตามปกติเช่นกัน

“ไม่ได้ ๆ ... เธอยังอยู่ในชุดนักเรียนอยู่เลยไม่ใช่หรือไง? ไปเปลี่ยนชุดก่อนแล้วค่อยมาเดินดูรอบ ๆ ดีกว่านะ”

“บู่วว... ก็ได้ แต่ที่นี่กว้างจะตายไป แล้วเราจะไปหาห้องเจอกันได้ยังไงล่ะ?”

“หืม... ไม่รู้เหมือนกันแฮะ ลองเลี้ยวซ้ายตอนผ่านบันไดวนตรงนั้นดู แล้วลองไปเช็กโถงทางเดินฝั่งขวาดูไหมล่ะ โถงทางเดินตรงนั้นดูพิเศษดีนะเพราะมีพรมสวย ๆ ปูอยู่ด้วย”

“จัดไปเลยจ้า~!”

หลังจากเดินออกจากห้องสันทนาการ ยูจิและไอคะก็กลับมาที่ทางแยกสามทาง และมุ่งหน้าตรงไปยังโถงทางเดินอีกสายหนึ่งที่พวกเขายังไม่ได้เช็ก

เมื่อเดินผ่านโถงทางเดินไป ก็พบประตูทางซ้ายที่มีป้ายเขียนไว้ด้านบนว่า “ห้องอเนกประสงค์” (Utilities) และมีประตูอีกบานทางขวาพร้อมป้าย “ห้องเก็บเสบียง” (Pantry) และเมื่อเดินผ่านโถงทางเดินนั้นไป พวกเขาก็มาถึงส่วนที่เป็นแกลเลอรีที่มีประตูอยู่ทางขวามือและโถงทางเดินเล็ก ๆ ทางซ้าย

“นี่ ๆ ลองเปิดประตูบานนี้ดูสิ!”

“เอาสิ”

ทั้งสองเปิดประตูทางขวามือและพบกับห้องนอนสไตล์โมเดิร์นที่สวยงามทันสมัย โดยเน้นผนังและพื้นเป็นสีขาว มีพรมสีดำปูอยู่ใต้เตียงขนาดคิงไซส์ที่ตั้งอยู่ติดกับหน้าต่างกระจกบานใหญ่ เผยให้เห็นทิวทัศน์ของสวนหย่อมด้านข้าง

ส่วนทางซ้ายมือในระนาบเดียวกับข้างเตียง มีประตูและกระจกเงาบานใหญ่ติดตั้งอยู่ และเมื่อลองเข้าไปตรวจดูใกล้ ๆ กระจกเงาบานใหญ่นั้นแท้จริงแล้วคือตู้เสื้อผ้าขนาดมหึมาที่จะเปิดออกโดยอัตโนมัติเพียงแค่แตะส่วนหนึ่งของกระจก ในขณะที่ประตูบานนั้นทอดนำไปสู่ห้องน้ำส่วนตัวที่ครบครันไปด้วยฝักบัว อ่างจากุซซี่ ห้องแต่งตัว สุขภัณฑ์แบบบิเดต์ (สายฉีดชำระอัตโนมัติ) และห้องแต่งตัวแบบ Walk-in closet!

“ว้าววว~!!! สุดยอดไปเลย~!!!! ฉันจองห้องนี้แหละ!!!”

“นั่นสิเนอะ... โอเค งั้นฉันวางกระเป๋าเดินทางของเธอไว้ที่นี่นะ?”

“อื้อ~! อ้อ แต่ก่อนที่ฉันจะไปเปลี่ยนชุด พวกเราไปเช็กอีกฝั่งของห้องนี้กับโถงทางเดินพิเศษที่นายบอกด้วยกันก่อนเถอะนะ~!”

“อ่า ได้สิ”

ยูจิวางกระเป๋าเดินทางทั้ง 4 ใบของเธอไว้บนพื้นข้างเตียง จากนั้นทั้งสองก็ออกจากห้องเพื่อมุ่งหน้าไปยังอีกฝั่งหนึ่ง

ในโถงทางเดินนั้นมีประตูอยู่ 4 บาน บานทางซ้ายมีป้ายติดไว้ว่า “ทางเข้าสำหรับพนักงาน” (Service Entrance) ส่วนบานที่อยู่สุดปลายทางเดินมีป้ายเขียนว่า “โรงจอดรถ” (Garage) ส่วนบานที่อยู่ติดกับโรงรถคือ “ห้องเก็บของ” (Storage) พวกเขาจึงเดินเข้าประตูบานสุดท้ายทางขวามือที่ไม่มีป้ายติดไว้

เมื่อเปิดเข้าไป พวกเขาก็ได้รับการต้อนรับด้วยห้องพักที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับห้องที่ไอคะเลือกไว้ไม่มีผิด

“โอ้~! มีอีกห้องล่ะ! แถมยังหน้าตาเหมือนกับห้องเมื่อกี้เป๊ะเลย แค่อยู่คนละฝั่งกัน”

“หืม... งั้นสองห้องนี้อาจจะเป็นห้องนอนธรรมดา ไม่ใช่ห้องนอนใหญ่ (Master Bedroom) ละมั้ง”

“อืม งั้นโถงทางเดินพิเศษที่นายบอกเมื่อกี้ก็อาจจะนำไปสู่ห้องนอนใหญ่ก็ได้! ไปดูกันเถอะ!!!”

“อ๊ะ! เดี๋ยวก่อนสิ!”

พวกเขาวิ่งกลับไปที่โถงทางเข้าโดยมียูจิวิ่งไล่ตามไอคะมาติด ๆ และในไม่ช้าพวกเขาก็มาถึงหน้าโถงทางเดินที่ปูด้วยพรมสีดำสลับทองพร้อมซอกที่มีภาพวาดทิวทัศน์สวยงาม

มีประตูสองบานทางซ้ายมือ บานหนึ่งขนาดเล็กกว่าพร้อมป้าย “ห้องแต่งตัว/ห้องสุขา” (Powder Room) ส่วนอีกบานเป็นประตูไม้คู่สีขาวขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยกรอบไม้สลักลายสีทองอร่าม ในขณะที่ฝั่งซ้ายของพวกเขาเป็นประตูคู่พร้อมป้าย “ห้องทำงาน” (Study) อยู่ด้านบน

ทั้งสองพุ่งตรงไปยังห้องที่ดูพิเศษอย่างเห็นได้ชัดทันที

“โฮ้... นี่มันตะโกนคำว่าห้องนอนใหญ่ออกมาดังลั่นเลยแฮะ”

“จริงด้วย... เข้าไปดูกันเถอะ”

“อื้อ!”

เมื่อก้าวเข้าสู่ภายใน พวกเขาก็พบกับห้องขนาดมโหฬารที่กว้างขวางเกินกว่าห้องนอนสองห้องแรกที่เห็นมาไกลลิบ

ตรงหน้าของพวกเขาคือชุดโซฟาพร้อมโต๊ะกาแฟและชุดโฮมเธียเตอร์ที่มีทีวี LCD ขนาดใหญ่ยักษ์ฝังเข้ากับผนังตรงข้ามโซฟาพอดี

และเมื่อเดินลึกเข้าไปอีก พวกเขาก็ได้เห็นเตียงนอนขนาดดับเบิ้ลคิงไซส์ (Double King-sized) ตั้งตระหง่านอยู่ชิดผนัง มีชุดโซฟาและโต๊ะกาแฟอีกชุดทางขวามือ และมีหน้าต่างกระจกบานยักษ์พร้อมผ้าม่านอยู่ด้านข้างซึ่งเปิดออกไปสู่ระเบียง เผยให้เห็นวิวทิวทัศน์อันงดงามของสระว่ายน้ำขนาดใหญ่และสวนไม้กระถาง

“นี่มัน... สุดยอดเกินไปแล้ว!!!!! อะไรกันเนี่ย?!!! ยัยห้องนอนของฉันเมื่อกี้มันกลายเป็นแค่ห้องคนใช้ไปเลยไม่ใช่หรือไงกัน?!!!”

“สุ-สุดยอดจริง ๆ ... ฉันพูดอะไรไม่ออกเลย...”

ทั้งสองเดินลึกเข้าไปด้านในเพื่อมองหาห้องน้ำ ทว่าสิ่งแรกที่พวกเขาพบกลับเป็นห้องแต่งตัวแบบ Walk-in closet ของห้องสวีทนี้แทน

และเมื่อเดินผ่านเข้าไป ด้านหลังนั้นยังมีห้องแต่งตัว (Dressing room) ซ่อนอยู่อีกชั้น และลึกเข้าไปกว่านั้นก็มีตู้เสื้อผ้า Walk-in closet อีกตู้นึงที่ในที่สุดก็นำไปสู่ห้องน้ำหลักที่มีอ่างจากุซซี่ขนาดมหึมา!

“อะ-อะไรกันเนี่ย... แค่ห้องน้ำนี่อย่างเดียวก็กว้างกว่าห้องนอนของฉันแล้วนะ... เดี๋ยวก่อน มีห้องยิมอยู่ข้างหลังนี่ด้วยเหรอ?!”

เมื่อเดินลึกเข้าไปในห้องน้ำหลัก ก็พบกับห้องฟิตเนสขนาดเล็กที่มีเครื่องบริหารอก (Bench press), เครื่องดันอก (Chest press), เครื่องดึงข้อสายเคเบิล (Lat pull-down), ม้านั่งเคเบิลต่ำ, แร็คสำหรับสควอท (Squatting rack) และเครื่องเล่นขา (Leg press) ครบครัน

และที่มุมห้อง ยังมีห้องอาบน้ำฝักบัวขนาดเล็กพร้อมประตูที่เปิดออกไปสู่พื้นที่ที่ดูเหมือนจะเป็นสวนหย่อมส่วนตัวขนาดเล็กอีกด้วย...

“...เธออยากได้ห้องนี้ไหม?”

“...ไม่ล่ะ ยูจิตามสบายเลย มันกว้างเกินไปสำหรับฉันคนเดียวน่ะ”

“...”

--------------------------------X--------------------------------

ในที่สุดยูจิก็จำนนและยอมรับห้องนอนใหญ่ขนาดมโหฬารนี้ไป ซึ่งสภาพของมันกว้างขวางจนแทบจะเป็นบ้านเดี่ยวอีกหลังได้เลยทีเดียว หลังจากที่โดนไอคะคะยั้นคะยอให้เขาเอาไป

พวกเขาทั้งคู่แยกย้ายกลับห้องเพื่อไปเปลี่ยนชุด ก่อนที่ยูจิจะเดินมาที่ห้องนั่งเล่นเพื่อนั่งรอไอคะ

ทันทีที่เขาทิ้งตัวลงบนโซฟา ยูจิก็รู้สึกราวกับว่าร่างทั้งร่างได้จมดิ่งลงไปบนเตียงปุยเมฆ พละกำลังทั่วร่างพลันหดหายและเอนหลังพิงไปกับมันทันที

อา... แย่ละสิเนี่ย... นี่ยังไม่ได้ลองไปนอนบนเตียงในห้องนอนเลยนะ แต่แค่นั่งตรงนี้ก็แทบจะเคลิ้มหลับได้สบาย ๆ เลย...

เขาเอนหัวพิงพนักและหลับตาลงครู่หนึ่งเพื่อดื่มด่ำกับโซฟาที่ดีที่สุดเท่าที่เคยนั่งมาในชีวิต ก่อนที่เสียงฝีเท้าจะทำให้เขาต้องลืมตาขึ้นมา

ในวินาทีนั้น ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อได้เห็นเรือนร่างของไอคะในชุดลำลองธรรมดา... เธอสวมเสื้อไหมพรมแขวนยาวคอเต่า และกางเกงนอนขายาวที่ขับเน้นสัดส่วนของเธอออกมาแบบหลวม ๆ

เธอดู... น่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกิน ดูนุ่มฟูและอบอุ่นไปหมด...

ในขณะที่เธอเดินตรงมาหาเขา ยูจิก็อดไม่ได้ที่จะจ้องมองเธอด้วยสายตาเคลิบเคลิ้ม บรรยากาศรอบตัวเธอเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง...

ปกติเธอจะดูมีเสน่ห์ยั่วยวนชวนน่าค้นหาและขี้เล่น แต่ตอนนี้เธอกลับดูเรียบร้อย นุ่มฟู อบอุ่น และน่ารักสุด ๆ ...

จนกระทั่งเธอจงใจสอดแขนขวาเข้าไปตรงกลางระหว่างหน้าอกอวบอิ่มทั้งสองข้างของเธอ แล้ววางมืออีกข้างไว้ตรงหน้าเป้ากางเกง จากนั้นก็โพสท่าเย้ายวนส่งรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์มาให้เขา

“คิดยังไงจ๊ะ พ่อหนุ่ม~? ยังไม่เคยมีผู้ชายคนไหนได้เห็นฉันในชุดแบบนี้มาก่อนเลยน้า~”

มุมปากของยูจิกระตุกกึกในทันที เขาถูกดึงสติกลับมาจากภวังค์ด้วยคำพูดติดเรทของเธอและได้แต่ลอบถอนหายใจออกมา

“เมื่อกี้เธอดูใสซื่อ น่ารัก นุ่มฟู และสุดยอดมากแท้ ๆ ... แต่ก็ต้องรีบกลับมาทำตัวแบบนี้ทันทีเลยนะ”

“เอเฮเหะ~ มีผู้หญิงที่ทำได้ทั้งสองแบบมันไม่ดีกว่าเหรอจ๊ะ~? ต่อหน้าสังคมเป็นกุลสตรี แต่บนเตียงนี่แซ่บสุด ๆ เลยนะเออ~!”

“...ไม่ใช่ว่าเป็นพวกโรคจิตลามกทั้งนอกบ้านและในบ้านหรอกเรารึ?”

“อุฟุฟุ~ เรื่องนั้นนายเข้าใจผิดถนัดเลยล่ะ ยูจิ~”

ไอคะขยับกายเข้ามาใกล้เขามากขึ้นและโน้มตัวลงมาจนกระทั่งริมฝีปากของเธออยู่ชิดติดใบหูของเขา

“บนเตียงน่ะ ฉันแซ่บระเบิดระเบ้อกว่านั้นเยอะเลยน้า~ อยากลองชิมดูหน่อยไหมล่ะ~?”

ใบหน้าของเขาแดงซ่านขึ้นมาทันควันและหัวใจก็เต้นกระหน่ำกับคำพูดนั้น

เดิมทีสภาพร่างกายของเขาก่อนจะมาเจอไอคะก็ย่ำแย่อยู่แล้วหลังจากที่โดนคุณแม่เทศนามาชุดใหญ่ และหลังจากได้เจอไอคะตัวจริง ความต้องการของเขามันก็รังแต่จะพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อเด็กสาวที่เขาแอบชอบดันฮ็อตและเอ็กซ์กว่าในรูปตั้งหลายเท่าตัวในความเป็นจริง!

แล้วตอนนี้... เธอยังมาพูดเรื่องแบบนี้ใส่เขาอีก!!! เธอรู้บ้างไหมว่ามันทรมานขนาดไหนที่ต้องพยายามกดมังกรผงาดตัวเขื่องเอาไว้เนี่ย?!

“อะ-อะ-เอาเป็นว่า! ม-มาคุยเรื่องสถานการณ์ของพวกเราก่อนดีกว่า แล้วก็เอาไอเทมสนับสนุนออกมาจากช่องเก็บของได้แล้ว!!!”

“เอ๋~? แต่ฉันยังอยากเดินสำรวจบ้านต่ออีกหน่อยนี่นา!”

ไอคะยืดตัวกลับไปยืนตรงและเอามือค้ำสะโพกพร้อมกับทำปากยื่นงอนใส่คำพูดของเขา

“...เรื่องนั้นไว้ทำพรุ่งนี้เถอะ ตอนนี้มันจะสองทุ่มแล้วนะรู้ไหม? กว่าจะเดินดูไอ้คฤหาสน์หลังยักษ์นี่จนทั่ว มีหวังเลยเที่ยงคืนพอดี”

“บู่วว... ก็ได้ แต่มีข้อแลกเปลี่ยนนะ นายต้องทำมื้อเย็นให้ฉันกินด้วย! ฉันยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลยนะรู้ไหม~? ดันโดนภารกิจเรียกตัวมาทันทีหลังจากกลับมาจากอากิฮาบาระน่ะ~”

ไอคะชี้กึ่งสั่งมาที่ยูจิพร้อมกับรอยยิ้ม ในขณะที่ยูจิเอียงคอด้วยความสงสัย

“หืม? เธอไปทำอะไรที่อากิฮาบาระเหรอ?”

“เหะเหะ~ เรื่องนั้นเอาไว้รอลุ้นทีหลังละกันนะจ๊ะ~”

“... โอเค ๆ เดี๋ยวฉันเข้าครัวไปทำอะไรให้กินง่าย ๆ ละกัน เธอไปนั่งรอที่ห้องทานอาหารก่อนเลย หวังว่าในบ้านนี้จะมีของกินนะ...”

“โอเชเลยจ้า~”

ยูจิเดินมุ่งหน้าไปยังห้องครัวโดยมีไอคะเดินตามหลังมาด้วยความตื่นเต้น และเธอก็เลือกนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งในห้องทานอาหารอันกว้างขวาง

เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องครัวขนาดใหญ่ ยูจิก็อดไม่ได้ที่จะต้องทึ่งอีกครั้งกับขนาดและความโอ่อ่าของมัน ตรงนั้นมีตู้เย็นบานคู่ขนาดใหญ่ยักษ์ เตาอบขนาดโต เตาแม่เหล็กไฟฟ้าหลายหัว ตู้กับข้าวที่มีระบบประตูเปิดอัตโนมัติเรียงรายอยู่ด้านบนของห้องครัว ซิงค์ล้างจานขนาดกว้าง เครื่องล้างจานสุดล้ำสมัย และชุดอุปกรณ์ทำครัวที่ครบครันทั้งกระทะ มีด และช้อนส้อม ฯลฯ

ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากโลกของทัตสึยะนั้นมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีล้ำหน้ากว่าโลกของยูจิหรือโลกของไอคะไปไกลมาก เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวที่นี่จึงถือว่าล้ำยุคสุด ๆ สำหรับมาตรฐานของพวกเขา บางชิ้นดูเหมือนจะใช้เทคโนโลยีที่ยังไม่มีอยู่จริงในโลกเดิมของพวกเขาด้วยซ้ำ

มันคือความฝันที่เป็นจริงสำหรับทุกคนที่รักการทำอาหารอย่างแท้จริง แม้แต่ยูจิที่เป็นแค่มือสมัครเล่นที่เพิ่งเรียนรู้วิธีการทำอาหารจากคุณแม่มาได้เพียงไม่กี่วัน ก็ยังอดยกย่องคุณภาพของอุปกรณ์เครื่องครัวที่เขาครอบครองอยู่ในตอนนี้ไม่ได้

เมื่อลองเปิดเช็กตู้เย็น ยูจิก็พบว่ามันอัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบและของสดมากมายก่ายกองจนสามารถเลี้ยงตัวเขาและไอคะไปได้เป็นเดือน ๆ เลยทีเดียวเมื่อเทียบกับขนาดตู้เย็น

“ไอคะ! อยากได้แบบเบา ๆ ท้องหรือแบบอิ่มจัดหนักเลยล่ะ? ตู้เย็นบ้านนี้ของเต็มเอี๊ยดเลย!”

“ขอแบบเร็ว ๆ แต่อิ่มท้องจ้า!!! เร็ว ๆ เข้าล่ะ! ฉันหิวจนไส้จะกิ่วอยู่แล้ว~!”

“รับทราบ!”

ยูจิจ้องมองวัตถุดิบที่มีในตู้เย็นอีกครั้งและหันไปเช็กตู้เก็บเครื่องปรุงและเครื่องเทศ และก็ต้องประหลาดใจแกมยินดีเมื่อพบว่าตู้กับข้าวก็เต็มไปด้วยเครื่องเทศและเครื่องปรุงสารพัดชนิด ชนิดที่ว่าเขาสามารถรังสรรค์เมนูอะไรขึ้นมาก็ได้ตามใจนึก ดังนั้นเขาจึงมีตัวเลือกมากมายเลยทีเดียว

เร็วแต่อิ่มท้อง... อืม งั้นเอาเป็นอาหารสไตล์มื้อเช้าแบบญี่ปุ่นโบราณละกัน

ยูจิรีบเตรียมหุงข้าวก่อนเป็นอันดับแรก เขาล้างข้าวสารอย่างพิถีพิถันและนำไปใส่ในหม้อหุงข้าวไฟฟ้าเพื่อเริ่มทำงาน

จากนั้น เขาก็ตักเนื้อปลาแซลมอนฟิลเลต์ชิ้นหนาและสวยงามออกมาจากตู้เย็น รวมถึงเต้าหู้ก้อน สาหร่าย ต้นหอม และกล่องมิโซะพาสต์ออร์แกนิก

ข้าวปั้นแซลมอน (แซลมอนโอนิกิริ) กับซุปมิโซะ น่าจะเหมาะมากสำหรับมื้อดึกสงัดแบบนี้

ยูจิเริ่มนำปลาแซลมอนที่ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยเล็กน้อยลงไปจี่ในกระทะ จากนั้นก็หั่นเต้าหู้เป็นลูกเต๋า หั่นสาหร่าย และซอยต้นหอมเตรียมไว้สำหรับซุปมิโซะในระหว่างที่รอให้น้ำเดือด โดยสายตายังคงจับจ้องดูแลเนื้อปลาแซลมอนไม่ให้ไหม้

เขาไม่เคยแสดงความคล่องแคล่วและทักษะการทำอาหารระดับนี้ต่อหน้าคุณแม่มาก่อนเลยยามที่พวกเขากำลังทำข้าวกล่องไปโรงเรียนให้ตัวเขา ยูนะ และนินะ แม้ว่าเขาจะดูดซับทักษะทำอาหารของคุณแม่มาจนหมดสิ้นแล้วด้วยความเร็วในการเรียนรู้แบบก้าวกระโดดก็ตาม

แต่นั่นเป็นเพราะตอนนั้นเขาไม่ได้โฟกัสไปที่สิ่งที่ทำอย่างเต็มที่ ส่วนใหญ่เขาจะเอาแต่มองคุณแม่ ชวนเธอคุย และมีความสุขกับการได้อยู่ใกล้ชิดเธอในขณะที่ทำอาหารไปด้วย

นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาเมื่อพิจารณาว่าเขาแทบไม่มีโอกาสได้อยู่กับเธอตามลำพังเลยในช่วงเวลาที่เหลือของวัน ทว่าในตอนนี้ ด้วยการที่มีไอคะกำลังนั่งรออาหารฝีมือเขาด้วยความหิวโหย เขาจึงเค้นความสามารถทำทุกอย่างให้มีประสิทธิภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้และตั้งใจทำมันอย่างสุดฝีมือ

ไม่นานนัก กลิ่นหอมหวนชวนน้ำลายสอเย้ายวนใจก็ค่อย ๆ โชยออกจากห้องครัวลอยเข้าไปในห้องทานอาหารหลังจากยูจิเข้าครัวไปได้เพียงไม่กี่นาที

ในขณะที่เธอกำลังนั่งชมวิวทิวทัศน์อยู่ในห้องทานอาหาร จมูกของเธอก็จับกลิ่นจาง ๆ ของปลาย่างและซุปมิโซะได้ด้วยประสาทสัมผัสที่เหนือชั้นขึ้น แม้ว่าระยะห่างระหว่างห้องทานอาหารและห้องครัวจะไกลกันพอสมควรก็ตาม

ฟุดฟิด ฟุดฟิด หวา... กลิ่นหอมฟุ้งลอยมาเชียว... อา แย่ละสิ! กลิ่นนี่มันทำให้ฉันหิวกว่าเดิมอีกนะเนี่ย!”

เธอรู้สึกตื่นเต้นพอดู เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่เธอจะได้ลิ้มลองอาหารที่ทำโดยฝีมือของยูจิเอง เธอเคยแอบอิจฉาพวกน้องสาวของเขามาตลอดที่ได้กินอาหารฝีมือเขาทุกวัน และเฝ้าสงสัยมาตลอดว่ารสชาติมันจะออกมาเป็นยังไง

และตอนนี้ พอได้กลิ่นเข้าจัง ๆ เธอก็แทบจะเก็บอาการตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่แล้ว!

ฝีเท้าการเดินของเธอเริ่มเร็วขึ้น เธอเดินวนรอบห้องทานอาหาร สายตามองสำรวจไปทั่วในขณะที่ในหัวเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวังกับอาหารโฮมเมดฝีมือยูจิ

และหลังจากรอคอยอยู่ประมาณ 25 นาที ในที่สุดยูจิก็เดินถือถาดอาหารขนาดใหญ่เข้ามาในห้องทานอาหาร บนถาดมีจานสี่เหลี่ยมผืนผ้าสองใบที่ใส่ข้าวปั้นโอนิกิริไว้ใบละ 3 ก้อน ถ้วยเปล่าสองใบ ทัพพี และหม้อต้มซุปมิโซะ

“อะ! ทำเสร็จแล้วเหรอ!!!”

ไอคะรีบพุ่งตัวไปที่โต๊ะและนั่งลงด้วยความตื่นตาตื่นใจ ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปที่อาหารที่ยูจินำมาวางในทันที

“ขอโทษทีที่ให้รอนะ ข้าวสารมันใช้เวลาสุกนิดหน่อยน่ะ แต่อะนี่จ๊ะ ข้าวปั้นแซลมอนย่างกับซุปมิโซะ”

ยูจิวางถาดลง จากนั้นก็จัดแจงวางจานข้าวปั้น ถ้วยซุป และหม้อซุปมิโซะลงบนโต๊ะอาหาร

“ว้าววว~!!! หน้าตาน่ากินสุดยอดเลย~!!!”

“รีบกินตอนที่ยังร้อน ๆ อยู่เถอะ อะนี่ของเธอ”

“เหะเหะ~ ทานแล้วนะคะ~!”

ไอคะเป่าถ้วยซุปมิโซะที่ยูจิตักให้เล็กน้อยก่อนจะซดชิมเข้าไปคำหนึ่ง

“หวา...! นี่มัน... อร่อยสุด ๆ ไปเลย!!!! ฉันไม่เคยกินซุปมิโซะที่กลมกล่อมเข้มข้นแต่ก็โล่งคอขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต! อร่อยมาก ๆ !”

ดวงตาของเธอเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้นในขณะที่เธอตักซุปเข้าปากซดกินต่ออย่างตะกรุมตะกราม

“ดีใจที่ชอบนะ ฉันจำวิธีทำมาจากคุณแม่น่ะ ท่านเองก็เป็นแม่ครัวที่เก่งมากเลยล่ะ”

“โอ้โฮ~ คุณแม่บ้านสุดฮ็อตที่หาเงินเก่งแถมยังทำอาหารได้อร่อยขนาดนี้~ เซ็กซี่จังเลยน้า~ นายคงลำบากแย่เลยใช่ไหมล่ะจ๊ะ~?”

ไอคะลดถ้วยซุปมิโซะที่ตอนนี้พร่องไปครึ่งนึงลงแล้วส่งยิ้มกวน ๆ ไปให้ยูจิ

“...ฉันไม่ค่อยชอบวิธีที่เธอพูดเท่าไหร่หรอกนะ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละ”

“เหะเหะเหะ~ แหม ไม่ต้องกังวลไปหรอก~ นายเองก็มีพรสวรรค์ที่จะเป็นพ่อบ้านฟูลไทม์ได้เหมือนกันนะเนี่ย~! มีสามีดูแลบ้านที่ทั้งหล่อทั้งสมบูรณ์แบบขนาดนี้... นายไม่กลัวบ้างเหรอว่าจะมีผู้หญิงบางคนพยายามกักขังนายไว้ในบ้านตลอดไปน่ะ~?”

“...พอเลย ยิ่งหลังจากโดนมังงะมืดแนวขังคุก (Confinement Tag) ที่เธอชอบส่งมาให้ดูบ่อย ๆ เรื่องนั้นมันกลายเป็นความกังวลในชีวิตจริงของฉันไปแล้วนะ...”

“ฮ่าฮ่าฮ่า~ ฉันก็แค่ช่วยเปิดโลกเบิกเนตรให้นายต่างหากเล่า~!”

“เฮ้อ...”

“เหะเหะ~ เอาล่ะ ต่อไปมาลองข้าวปั้นโอนิกิรินี่กันดีกว่า~ อ้อ เติมซุปมิโซะให้ฉันอีกถ้วยสิคะ!”

“ได้เลย”

ยูจิลอบถอนหายใจยาว ทว่าเขาก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้มออกมาในขณะที่มองดูไอคะเคี้ยวอาหารฝีมือเขาอย่างเอร็ดอร่อย แถมยังมีรีแอคชั่นท่าทางเวอร์วังประกอบอีกต่างหาก เธอช่างน่ารักเหลือเกินจนเขารู้สึกอิ่มใจพะเรอเกวียนเพียงแค่ได้นั่งดูเธอกินข้าวอย่างมีความสุขและทำตัวน่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้

“ยูจิ นายมัวทำอะไรอยู่เนี่ย~? มากินด้วยกันสิ! มันอร่อยสุดยอดเลยนะจะบอกให้?!”

“จ้า ๆ เข้าใจแล้ว”

ยูจิหยิบข้าวปั้นก้อนหนึ่งขึ้นมาและกัดกินเข้าไปคำเล็ก ๆ

เมื่อประเมินจากท่าทางที่เธอเอร็ดอร่อยกับมันขนาดนั้น ยูจิก็รู้ได้ทันทีว่ารสชาติของมันดีเยี่ยม ทว่ารสชาติกลับไม่ได้สลักลึกเข้าไปในสมองของเขาเลย เพราะในหัวของเขามันถูกเติมเต็มไปด้วยภาพลักษณ์ของเธอในขณะที่เขายังคงจ้องมองเธอทานอาหารต่อไป

ความรู้สึกนี้... มันช่างคล้ายคลึงกับตอนที่เขาชอบนั่งมองยูนะและนินะกินข้าวกล่องฝีมือเขาไม่มีผิด...

มันรู้สึก... เติมเต็มและคุ้มค่าอย่างบอกไม่ถูก และเขาไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้เลย

รู้ตัวอีกที เธอก็กวาดข้าวปั้นทั้ง 3 ก้อนจนเรียบอาวุธ และเติมพื้นที่ว่างที่เหลือในกระเพาะด้วยซุปมิโซะจนอิ่มแปร้เต็มคราบ

“ฟู่~ อิ่มจังตังค์อยู่ครบ~ มื้อนี้สุดยอดมากเลย ขอบคุณมากสำหรับอาหารมื้ออร่อยนะ ยูจิ~”

“อืม ไม่เป็นไร”

ยูจิเองก็กินมื้อของตัวเองเสร็จเช่นกันและเริ่มเก็บรวบรวมจานชามกลับเข้าถาดเพื่อนำไปล้างทำความสะอาดในภายหลัง

“เฮ้อ... สถานการณ์ทั้งหมดนี่มัน... ยังรู้สึกเหมือนฝันอยู่เลยเนอะ?”

“เหมือนฝัน?”

“อืม... ก็แบบว่า พวกเราอยู่ในต่างโลกเลยนะรู้ไหม? เธอกับฉันมาจากคนละโลกแท้ ๆ แต่ตอนนี้พวกเรากลับมาอยู่ด้วยกันในโลกอื่นอีกใบหนึ่ง แถมพวกเรายังจะได้รับพลังที่มีอยู่แค่ในโลกแฟนตาซีอีก... จะว่าไป พวกเราก็กึ่ง ๆ ได้มันมาแล้วตอนเปิดกาชาล่ะนะ”

“ถ้าพิจารณาแบบนั้น มันก็น่าเหลือเชื่อจริง ๆ นั่นแหละ... แต่สำหรับฉัน ฉันรู้สึกเหมือนพวกเราแค่เดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งมากกว่า เพราะพวกเราสามารถกลับไปได้หลังจากทำสิ่งที่ต้องทำเสร็จสิ้นแล้ว มันเหมือนกับการไปเที่ยวต่างประเทศนั่นแหละ...

ส่วนเรื่องพลัง... ตอนแรกฉันก็ช็อตไปเหมือนกัน แต่ฉันก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อปรับตัว และก็ปรับตัวได้เร็วอย่างน่าประหลาดใจเลยล่ะ

ไม่รู้สิ อาจจะเป็นเพราะฉันอ่านมังงะและดูอนิเมะแนวนี้มาเยอะล่ะมั้ง ก็เลยคุ้นเคยกับมันได้เร็วมาก”

“หืม งั้นเหรอ... สงสัยฉันต้องเริ่มคิดแบบนั้นบ้างแล้วล่ะ ต้องรีบปรับตัวให้ไวและโฟกัสกับภารกิจ!”

“อืม ไม่ต้องห่วงหรอก ทัตสึยะกับฉันก็อยู่ที่นี่ด้วย เพราะงั้นเธอคิดซะว่ามา ‘พักร้อน’ เถอะ”

“ทริปพักร้อนงั้นเหรอ~? เป็นวิธีคิดที่ดีมากเลยนะเนี่ย~ อ้อ แต่ยังมีเรื่องนึงที่ฉันยังคิดไม่ตกเลย! พวกเราไปได้ไอ้คฤหาสน์หรูหราล้ำยุคหลังนี้มาเป็นที่พำนักได้ยังไงกันล่ะเนี่ย?! ตอนแรกฉันนึกว่าจะได้แค่บ้านธรรมดา ๆ ซะอีกนะ!!!”

ไอคะอุทานออกมาพร้อมกับกางแขนออกกว้าง

“หืม... ฉันเดาว่ามันน่าจะเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่พวกเราได้รับมาสำหรับภารกิจนี้น่ะ”

“อ๊ะ ทรัพย์สิน 60% จากทั้งหมดนั่นน่ะเหรอ?”

“อืม ฉันได้หุ้น iApple มา 1% จากกาชา ซึ่งมันมีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และเธอก็ได้สิทธิ์ครอบครองออนเซ็นรีสอร์ทมาด้วยใช่ไหมล่ะ? การมีทรัพย์สิน 60% ของจำนวนนั้นหมายความว่าเธอรวยล้นฟ้าพอดูเลยล่ะ พอเอาสองคนมารวมกัน มันก็เลยสมเหตุสมผลอยู่ว่าทำไมพวกเราถึงได้คฤหาสน์แบบนี้มาเป็นที่พำนักในโลกนี้แทนที่จะเป็นบ้านธรรมดา ๆ”

ดวงตาของไอคะเปรียบเสมือนดวงดาวส่องประกายยามที่เธอรับฟังคำอธิบายของเขา เธอลุกขึ้นจากที่นั่งและก้าวเดินตรงมาหายูจิที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอส่ายสะโพกเดินนวยนาดอย่างเย้ายวนพร้อมกับริมฝีปากที่เคลือบไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ชวนมอง

“หืม? เธอจะทำอะ- เดี๋ยวสิ จะทำอะไรน่ะ?!”

“โอ๊ยคุณพระช่วย~!!!! นี่ฉันได้เสี่ยเปย์ (Sugar Daddy) มาครองแล้วเหรอเนี่ย~!!! แถมยังเป็นเสี่ยที่หล่อลากดินขนาดนี้อีกต่างหาก~!!!”

ไอคะโผเข้าสวมกอดรอบคอของเขาอย่างกะทันหันและซุกใบหน้าของเขาเข้ากับหน้าอกหน้าใจอวบอิ่มของเธอ ดึงรั้งเขาเข้ามากอดไว้แน่น

“เฮ้ย! ป-ปล่อยฉันนะ!!! ไอ้พวกนั้นมันกระแทกหน้าฉันอยู่เนี่ย!!!”

“อ๊างง~ ฟุฟุฟุ~ ก็แหงอยู่แล้วสิคะ~ ฉันจงใจเอาเจ้าพวกเด็ก ๆ พวกนี้บดเบียดใส่นายเลยนะ~ เป็นยังไงบ้างล่ะ~? ทั้งใหญ่ ทั้งนุ่ม ทั้งอุ่น ราวกับสรวงสวรรค์เลยใช่ไหมล่ะจ๊ะ~”

“อึ้-อึก...”

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันยิ่งใหญ่และแข็งกร้าวปานนี้ ยูจิไม่อาจปฏิเสธมันได้เลย มันช่างสุดยอด... ไม่สิ มันคือสรวงสวรรค์ชั้นเจ็ดชัด ๆ ! อย่างที่เธอพูดเลย มันใหญ่โตมโหฬารแทบจะเท่าหัวของเขาอยู่แล้ว แต่มันไม่ได้มีแค่นั้น ความอบอุ่น ความนุ่มนิ่มนี้ และกลิ่นกายของเธอ ทั้งหมดมันทำให้เขา ‘แข็งขึ้นมาเต็มเหนี่ยว’ ในทันที ถ้าไม่ใช่เพราะการตอบสนองอันฉับไวที่รีบกดท่อนมังกรที่ผงาดง้ำค้ำโลกเอาไว้ล่ะก็ มันคงพุ่งไปกระแทกกับโต๊ะอาหารจนเกิดเสียงดังให้เธอไหวตัวทันไปแล้ว

“เหะเหะเหะ~ น่ารักจังเลย~ ฉันชอบเด็กหนุ่มที่ซื่อตรงและน่ารักที่สุดเลยล่ะ”

ในขณะที่เธอกอดเขาไว้ ไอคะก็สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อตักตวงกลิ่นกายของเขาและเอาหน้าถูไถไปบนหัวของเขาในระหว่างที่สวมกอด

จะ-ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อกี้ไปเอาความมั่นใจและความกล้ามาจากไหนถึงได้พุ่งมากอดเขาแบบนี้ แค่อยากจะแกล้งแหย่เขาหน่อยแล้วกอดแขนแท้ ๆ แต่พอได้เห็นเขาใกล้ ๆ จู่ ๆ ความต้องการอยากจะกอดหัวเขามันก็ทะลักทะล้นจนรู้ตัวอีกทีเธอก็ดึงหน้าเขาซุกเข้ามาระหว่างร่องอกเรียบร้อยแล้ว

แล้วพอได้มาอยู่ท่านี้นะ... เธอบอกเลยว่าโชคดีโคตร ๆ ที่ได้ทำแบบนี้!!!!!

อา~ ตัวเขาหอมจังเลย~ แถมฉันยังรับรู้ได้ถึงทุกการเคลื่อนไหวของเขาบนหน้าอกของฉันด้วย~ รู้สึกดีจังเลย~!

เธออยากจะอยู่ท่านี้ไปทั้งคืน นี่คือ... ระยะห่างที่ใกล้ชิดที่สุดเท่าที่เธอเคยมีร่วมกับคนที่แอบชอบ และเธออยากจะหยุดเวลาเอาไว้ตรงนี้...

และเมื่อประเมินจากการไร้ซึ่งแรงขัดขืน ยูจิเองก็น่าจะกำลังฟินกับมันอยู่เหมือนกันใช่ไหมล่ะ?

อุฟุฟุ~ สุดท้ายเขาก็ชอบหน้าอกของฉันล่ะนะ~ น่ารักจริง ๆ เลย~

ในฐานะคนที่เคยอกแบนราบเป็นแผ่นกระดานมาก่อน คำพูดใด ๆ ก็ไม่อาจอธิบายได้เลยว่าเธอมีความสุขขนาดไหนหลังจากที่ได้รับหน้าอกขนาดมหึมานี้มาครอง เพราะเธอเคยแอบอิจฉาสิ่งนี้มาโดยตลอด และตอนนี้เธอยิ่งมีความสุขทวีคูณเมื่อรู้ว่าคนรักของเธอเองก็ชอบมันมากเช่นกัน

พวกเขายังคงอยู่ในท่วงท่านั้นอยู่พักใหญ่ ต่างฝ่ายต่างซึมซับความอบอุ่นและการสัมผัสของกันและกันท่ามกลางความเงียบงัน จนกระทั่งไอคะจดจำได้ว่ามีบางอย่างที่เธอต้องบอกกับยูจิ

“อา จริงด้วย! ฉันมีเรื่องสำคัญที่ต้องบอกนายน่ะ”

“หืม? เรื่องอะไรเหรอ?’

ยูจิเงยหน้าขึ้นมองเธอในขณะที่ไอคะคลายอ้อมกอดรอบคอของเขาลง ใบหน้าของเขายังคงสัมผัสอยู่กับร่องอกของเธอ แต่จิตใจและความสนใจของเขาได้โฟกัสไปที่คำพูดของเธอเรียบร้อยแล้ว เขารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเมื่อจับน้ำเสียงของเธอได้

“มีเทวดาตกสวรรค์บุกโจมตีฉันเมื่อบ่ายนี้ตอนกำลังเดินทางกลับจากอากิฮาบาระน่ะ เจ้านั่นชื่อโดนาซี-”

“ว่าไงนะ?! เธอเป็นอะไรไหม?! บาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า! บอกฉันมาสิ! เจ้านั่นทำร้ายเธอไหม?!”

ไอคะเบิกดวงตากว้างด้วยความประหลาดใจเมื่อจู่ ๆ ยูจิก็ขึ้นเสียงดังและลุกพรวดขึ้นมาจับไหล่ของเธอไว้แน่นด้วยแรงทั้งหมดที่มี

เธอสามารถมองเห็นความตื่นตระหนกในดวงตาของเขาในขณะที่เขาหลุกหลิกสำรวจร่างกายของเธอด้วยความกังวล ก่อนจะหันสายตากลับมาสบตาเธอด้วยสีหน้าหวาดกลัว

อา... เขาเป็นห่วงเรา... มากยิ่งกว่าที่คิดไว้ซะอีก...

ริมฝีปากของเธออดไม่ได้ที่จะคลี่รอยยิ้มออกมาจนดวงตาโค้งหยาดเยิ้มในขณะที่เธอมองสบตาเขาด้วยความปิติตื้นตัน

เธอยกมือขึ้นช้า ๆ ไปประคองใบหน้าของเขาและลูบไล้แก้มของเขาอย่างนุ่มนวล แผ่วเบา และเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก

“ฉันไม่เป็นไรหรอก ยูจิ ตอนแรกมันก็น่ากลัวอยู่หรอกนะ แต่ฉันเปิดใช้งานสร้อยคอเวทมนตร์ได้ทันท่วงทีพอดี แล้วก็... เอาเป็นว่า ตอนนี้ฉันรู้ซึ้งแล้วล่ะว่าความแข็งแกร่งระดับจุดสูงสุดของมนุษยชาติยามที่ปลดล็อคศักยภาพทั้งหมดมันเป็นยังไง”

ยูจิถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอกเมื่อได้ยินคำพูดของเธอ ร่างทั้งร่างพลันหมดแรงทรุดตัวกลับลงไปนั่งบนเก้าอี้ตามเดิม

“โล่งอกไปที... อย่าทำให้ฉันตกใจแบบนี้อีกสิ...”

“เอเฮเหะ~ นายนั่นแหละที่ลนลานไปเองก่อนจะฟังเรื่องราวให้จบนะจ๊ะ~ ไหงกลายมาเป็นความผิดของฉันได้ยังไงกันล่ะเนี่ย~?”

“...ขอโทษที ฉันไม่ได้ตั้งใจจะขึ้นเสียงใส่แบบนั้นหรอก แล้วก็ขอโทษด้วยนะถ้าเมื่อกี้ฉันทำเธอเจ็บน่ะ”

“เปล่าหรอก~ นายไม่ได้ทำฉันเจ็บเลย แล้วฉันก็ดีใจมาก ๆ ด้วยซ้ำที่เห็นนายเป็นห่วงฉันขนาดนี้น่ะ~”

“...”

ไอคะโปรยยิ้มกว้างอีกครั้งเมื่อเห็นเขาแอบเบือนหน้าหนีไปเล็กน้อยด้วยความเขินอาย

“แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ดีใจนะที่พวกเราได้รับเควสทันทีหลังจากผ่านวิกฤตินั้นมาได้ ตอนนี้ฉันจะได้มีพลังใหม่ ๆ เอาไว้ปกป้องตัวเองสักที”

ไอคะพูดพร้อมกับวาดแขนโอบรอบคอของยูจิอีกครั้งและดึงหัวของเขาเข้ามาซุกที่หน้าอกของเธอตามเดิม

“อืม... พวกที่เหลืออีกสามคนก็อาจจะตามล่าเธอต่อหลังจากที่เธอโค่นลงไปได้คนนึงแล้ว และพวกมันจะระวังตัวแจยิ่งกว่าเดิมแน่”

เนื่องจากรู้สึกเหนื่อยล้าจากอารมณ์ที่สวิงขึ้นลงอย่างรุนแรงเมื่อครู่ ประกอบกับความถวิลหาความอบอุ่นของเธอหลังจากที่เกือบต้องสูญเสียเธอไป ยูจิจึงเอนกายพิงเข้าหาเธอ ซุกใบหน้าเข้าไประหว่างหน้าอกระดับสรวงสวรรค์ของเธอ และวาดแขนโอบรอบเอวบางของเธอไว้ หลอมรวมอ้อมกอดเข้าด้วยกันอย่างนุ่มนวล

“ขอร้องล่ะ... ระวังตัวด้วยนะ... จริง ๆ ... อย่าทำให้ฉันหัวใจวายอีกเลย...”

“อืม ฉันจะระวังนะ แต่ถ้าสถานการณ์มันเริ่มเกินรับมือ ฉันขอโทรหานายได้ใช่ไหม?”

“แน่นอนอยู่แล้ว ไม่ว่าเมื่อไหร่หรือที่ไหนถ้าเธอต้องการฉัน ฉันจะไปหาทันที และตอนนี้พวกเราปลดล็อคโลกใบนี้แล้ว ถ้าเกิดอันตรายขึ้นมาให้หนีมาที่นี่แล้วโทรเรียกฉัน เข้าใจไหม?”

“อืม ขอบคุณนะ”

“ยินดีเสมอ...”

เมื่อความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทานอาหารอีกครั้ง ยูจิและไอคะยังคงตระกองกอดกันและกันอยู่แบบนั้น โดยมีไอคะคอยลูบหัวของเขาอย่างเบามือ ในขณะที่ยูจิก็กระชับอ้อมกอดรอบเอวของเธอให้แน่นขึ้น ซึมซับรับรู้ถึงการมีอยู่และความอบอุ่นของกันและกันท่ามกลางความเงียบ

ในวินาทีนี้ ทั้งสองคนต่างมีความคิดหนึ่งแล่นขึ้นมาตรงกันในหัว

อา... นี่เราตกหลุมรักเขา/เธอ เข้าเต็มเปาแล้วจริง ๆ สินะ...

จบบทที่ บทที่18

คัดลอกลิงก์แล้ว