เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่17

บทที่17

บทที่17


เช้าวันเสาร์

ไอกะออกเดินทางไปยังอากิฮาบาระเพื่อหาแรงบันดาลใจสำหรับชุดคอสเพลย์ที่จะให้ครอบครัวของยูจิใส่ในแผนการที่เธอวางไว้ จริง ๆ ในหัวเธอก็พอมีไอเดียอยู่บ้างแล้ว แต่เธออยากหาตัวเลือกเพิ่มเติมก่อนที่จะให้ยูจิไปหาซื้อจากร้าน บางทีเธออาจจะเจอชุดที่เหมาะกับพวกเขายิ่งกว่าเดิมที่นี่ก็ได้!

เธอแต่งตัวด้วยเสื้อแจ็กเก็ต กางเกงขายาว พร้อมทั้งสวมหมวก แว่นตาแฟลช (แว่นปลอม) และหน้ากากอนามัยเพื่อพรางใบหน้า เพราะด้วยรูปร่างหน้าตาของเธอในตอนนี้ ขืนเดินโทงๆ ออกไปคงตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนอย่างแน่นอน ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เธออยากหลีกเลี่ยงที่สุด สิ่งที่เธอต้องการในตอนนี้มีเพียงอย่างเดียว คือการปล่อยจอยความเป็นโอตาคุให้เต็มที่ เพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งอนิเมะและมังงะ พร้อมกับควานหาชุดคอสเพลย์สุดเซ็กซี่!!!

ทว่าน่าเสียดาย... แม้จะพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ทรวดทรงองค์เอวที่ส่วนเว้าส่วนโค้งเด่นชัดระเบิดระเบ้อของเธอก็ยังคงทะลุทะลวงผ่านเสื้อแจ็กเก็ตออกมาอยู่ดี หน้าอกหน้าใจขนาดมหึมาคู่นั้นไม่มีทางซ่อนมิดได้เลยเว้นแต่จะใส่เสื้อขนเป็ดหนาเตอะสำหรับฤดูหนาว ยิ่งไปกว่านั้น แทนที่กางเกงขายาวจะช่วยพรางสะโพกผายและบั้นท้ายกลมกลึง แต่มันกลับยิ่งเน้นย้ำให้เห็นเด่นชัด รวมถึงเรียวขาที่ยาวสวยได้รูปของเธอด้วย

แทนที่จะเป็นการซ่อนความงาม สภาพของเธอตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับดารานางแบบชื่อดังระดับท็อปที่กำลังพยายามหลบซ่อนตัวจากปาパラッチ (ปาปารัสซี่) ความสวย ออร่า และเสน่ห์ดึงดูดของเธอยังคงแผ่ซ่านออกมาทะลุสิ่งพรางตัว ทำให้เธอยังคงตกเป็นเป้าสายตาอยู่ดี

แต่ก็ใช่ว่าจะไร้ความหมายซะทีเดียว ถึงแม้จะยังมีบางคนเหลียวหลังมามองตาค้าง บางคนพยายามเข้ามาทัก หรือแม้กระทั่งแอบถ่ายรูปเพื่อเอาไปตั้งกระทู้ถามในอินเทอร์เน็ตว่า "มีใครรู้จักสาวคนนี้ไหมครับ?" แต่อย่างน้อยเธอก็โดนเพ่งเล็งน้อยกว่าตอนที่แต่งชุดปกติอยู่มาก

ขณะที่เดินท่องไปในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ไอกะก็ถือโอกาสช้อปปิ้งเก็บสะสมมังงะ "สายดาร์กวัฒนธรรม" เกม และฟิกเกอร์อนิเมะที่ผ่านตาไปด้วยในระหว่างหาแรงบันดาลใจ

ในฐานะสาวผู้เข้าถึง "วัฒนธรรม" อย่างแท้จริง ของสะสมของเธอนั้นมีผสมผสานกันไปหมดทั้งแนวชายหญิงปกติ (NL), แนวสายวาย (BL) และแนวเกิร์ลเลิฟ (Yูริ) แต่ที่น่าแปลกคือ จากที่เมื่อก่อนเธอเคยดูแนวรุมโทรม (Gangbang) หรือแนวโดนแย่งคนรัก (NTR) ได้ ทว่าพอเธอมีความรักเข้าจริง ๆ เธอกลับไม่สามารถเกิดอารมณ์กับแนวพวกนี้ได้อีกเลย ความคิดที่ว่าจะต้องโดนผู้ชายมากกว่าหนึ่งคน "รุมใช้ร่างกาย" มันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเงี่ยนอีกต่อไปแล้ว ในทางกลับกัน เธอกลับรู้สึกขยะแขยงพวกมันด้วยซ้ำ ซึ่งทำเอาตัวเองยังนึกแปลกใจ

โอ๊ะ? หรือว่านี่จะเป็น... พลังแห่งความรักกันนะ... ?

เธอไม่ได้คาดคิดเลยว่า "รสนิยม" ของตัวเองจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เพียงเพราะการตกหลุมรัก แต่บางที... นั่นอาจเป็นเพราะเป้าหมายหัวใจของเธอนั้นสุดยอดเกินไป เขาทำให้เธอคลั่งไคล้จนในสมองไม่อาจคิดถึงผู้ชายคนไหนได้อีกนอกจากเขาคนเดียว~!

ไอกะหยิบสมาร์ทโฟนออกมาแล้วจ้องมองรูปวอลเปเปอร์อีกครั้ง มันยังคงเป็นรูปเซลฟี่ที่ยูจิส่งมาให้เมื่อวันก่อน แต่คราวนี้เป็นรูปที่เขากำลังท้าวคางแล้วส่งยิ้มละมุนละไมเปี่ยมไปด้วยความรักมาให้เธอ เธอเปลี่ยนรูปวอลเปเปอร์เป็นรูปเซลฟี่มุมต่าง ๆ ของเขาทุกวัน และต้องยอมรับเลยว่ารูปนี้ติดอันดับต้น ๆ ในใจของเธอเลยทีเดียว

แน่นอนว่ารูปที่เธอชอบที่สุดจริง ๆ คือรูปที่เขายืนอยู่หน้ากระจกในเสื้อเชิ้ตสีขาวบริสุทธิ์ที่ถูกเลิกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นซิกแพกแปดลูกสุดเซ็กซี่และเส้นวีไลน์ (V-Line) ชวนน้ำลายสอ พร้อมกับส่งสายตาราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังหิวกระหายขณะกัดริมฝีปากล่างมองตรงมาที่เธอ

รูปนั้นเธอเอามาตั้งเป็นวอลเปเปอร์ไม่ได้เด็ดขาด ขืนตั้งล่ะก็ เธอคงได้มีอารมณ์ตัณหาขึ้นมาทันทีที่เปิดจอแน่ ๆ เพราะงั้นเก็บไว้เป็น "เชื้อเพลิง" เวลาที่ต้องการ "ปลดปล่อยอารมณ์" คนเดียวจะดีกว่า

อ๊ะ! ไม่ได้การ ฉันต้องตั้งสติ!

ไอกะสะบัดศีรษะไล่ความฟุ้งซ่านแล้วใช้นิ้วปัดหน้าจอโทรศัพท์อยู่หลายครั้ง พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่โดนรูปเซลฟี่ของยูจิดึงความสนใจไป จนกระทั่งในที่สุดเธอก็เจอรูปที่กำลังตามหา

มันคือรูปถ่ายครอบครัวของยูจิที่เธอขอมาเพื่อทำความเข้าใจรูปร่างหน้าตาของแต่ละคนให้มากขึ้น

อืม ๆ... สำหรับคุณมิระ (Mira-san) เอลฟ์สาวทรงโตลุคมิลฟ์ (MILF) น่าจะเหมาะกับเธอมาก แต่ถ้าเป็นเอลฟ์ก็ต้องมานั่งคิดเรื่องหูแหลม ๆ อีก งั้นเปลี่ยนเป็นมนุษย์ผู้หญิงลุคมิลฟ์สุดสะบึมดีกว่าไหม? ...เอ๊ะ เดี๋ยวนะ นั่นมันก็ตัวตนปกติของเธออยู่แล้วไม่ใช่หรือไง? หืม... งั้นคงต้องยึดธีมแฟนตาซีเอาไว้ แต่เลือกตัวละครมนุษย์ผู้หญิงที่หน้าอกตู้ม ๆ แทน

ไอกะกำลังชั่งใจอย่างหนักว่าจะให้สมาชิกครอบครัวของยูจิใส่คอสเพลย์จากเกมโป๊ (Eroge), มังงะ R18 หรือมหาศึกอนิเมะเซ็กซี่ดี เพราะพวกเธอแต่ละคนล้วนสวยสะเด็ดและฮอตปรอทแตกกันทั้งนั้น!

แต่เธอก็ไม่รู้ว่ายูจิจะยอมไหมหากต้องเห็นคนในครอบครัวแต่งคอสเพลย์จากสื่อ 18+ แถมพวกคนในครอบครัวเองก็คงปฏิเสธไม่ให้ความร่วมมือแน่ ๆ ถ้าชุดมันวาบหวิวเกินไป ดังนั้นเธอจึงต้องมองหาตัวละครจากเรื่องปกติทั่วไป (SFW) เผื่อไว้เลือกเสนอให้ยูจิด้วย

นอกจากนี้ มันต้องไม่ใช่อนิเมะหรือมังงะที่มีเซ็ตติ้งอยู่ในโลกธรรมดา เพราะเธอไม่รู้ว่าในโลกของยูจิจะมีตัวละครพวกนั้นอยู่จริง ๆ หรือเปล่า บางทีอาจจะไม่มี แต่เมื่อพิจารณาจากการที่สามัญสำนึกเกี่ยวกับโลกต่าง ๆ ของเธอถูกโยนทิ้งหน้าต่างไปตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ "กลุ่มแชทมัลติเวิร์ส" (Multiverse Group Chat) เธอก็ไม่กล้าการันตีอะไรทั้งนั้น ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย เธอจึงเลือกจากเรื่องที่เป็นแนวเวทมนตร์, แฟนตาซี หรือไซไฟจะดีที่สุด เพราะโลกของยูจิไม่มีสิ่งเหนือธรรมชาติพวกนี้

อืม... ยากเหมือนกัน แฮะ...

ระหว่างที่ไอกะกำลังคิดทบทวน เธอก็เดินมาหยุดอยู่หน้า "อุมิอุมิ" (Umiumi) หนึ่งในร้านขายฟิกเกอร์และสินค้าอนิเมะที่ใหญ่ที่สุดในอากิฮาบาระ

อา เดินมาถึงนี่ตั้งเมื่อไหร่เนี่ย... ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว แวะซะหน่อยละกัน...

ไอกะเดินเข้าไปในร้านแล้วเดินทอดน่องผ่านโซนต่าง ๆ เพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดล่าสัตว์ประจำของเธอ นั่นคือโซน R18

ทว่าในจังหวะที่เดินผ่านโซนหนึ่ง ไอเดียสุดบรรเจิดก็แล่นแวบเข้ามาในหัวทันที!

เ-เดี๋ยวก่อนนะ... น-นี่แหละใช่เลย!!! อนิเมะแนวโชเน็น (การ์ตูนผู้ชาย)!!!!

สาว ๆ สวย ๆ เซ็กซี่ ๆ ไม่ได้มีอยู่แค่ในอนิเมะ R18 หรือแนวเอ็กชี่ (Ecchi) ซะหน่อย! ในฐานะแนวที่กลุ่มเป้าหมายคือเด็กหนุ่ม มังงะโชเน็นเองก็มีตัวละครหญิงที่ฮอตฉ่าและงดงามอยู่เพียบเหมือนกัน!

คุคุคุ~! ฉันเห็นภาพแล้ว...

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากทันที ไอกะเริ่มลงมือค้นหาตัวละครที่เหมาะสมสำหรับให้ครอบครัวของยูจิคอสเพลย์ในโซนโชเน็นของร้านอย่างอารมณ์ดี

ช่วงบ่าย

ไอกะนั่งรถไฟกลับมาถึงเมืองคุโอ (Kuoh) และตรงดิ่งกลับบ้านทันทีหลังเสร็จสิ้นภารกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ไม่เพียงแต่เธอจะได้ "ไอเทมสายวัฒนธรรม" ติดไม้ติดมือมาเพียบ แต่เธอยังได้รายชื่อตัวละครที่มั่นใจสุด ๆ เพื่อเอาไปโชว์แผนการให้ยูจิดูด้วย

มันเป็นประกายความคิดที่ยอดเยี่ยมมากจนเธอแทบอดใจรอให้ยูจิเห็นไม่ไหว

ไอกะเดินผ่านย่านที่พักอาศัยแถวบ้านในยามที่ดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง ทอแสงสีส้มแดงอาบไล้ไปทั่วท้องถนนและท้องฟ้า

รอบข้างเงียบเชียบ เงียบเกินไปจนผิดปกติ... ถึงแม้จะใกล้เวลาพระอาทิตย์ตกดินแล้ว แต่ถนนในหมู่บ้านของเธอไม่น่าจะเงียบสงัดขนาดนี้...

และในวินาทีที่เธอตระหนักถึงสิ่งนี้ ไอกะก็รับรู้ได้ถึงเสียงฝีเท้าจากทางด้านหลัง

เธอฝืนตัวเองไม่ให้หันขวับไปมองตามสัญชาตญาณ และเริ่มตั้งใจเงี่ยหูฟัง มันยังอยู่ห่างออกไปพอสมควร แต่ด้วยประสาทสัมผัสที่ถูกยกระดับขึ้นของเธอ ทำให้ได้ยินเสียงนั้นค่อนข้างชัดเจน มันเป็นเสียงฝีเท้าที่หนักแน่น และเมื่อฟังจากเสียงกระทบ... ดูเหมือนจะเป็นรองเท้าบูท

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ไอกะคงไม่ใส่ใจอะไรมากนัก เพราะการได้ยินเสียงฝีเท้าบนท้องถนนไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร ทว่าตอนนี้เธอรู้ถึงการมีอยู่ของพวกปีศาจ, เทวดา และเทวดาตกสวรรค์แล้ว เธอจึงตื่นตัวและระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ

ไอกะเดินเลี้ยวตรงหัวมุมแยกออกจากเส้นทางกลับบ้านและเดินต่อไปตามปกติ เพื่อทดสอบดูว่าเสียงฝีเท้านั้นจะตามเธอมาไหม และผลที่ได้ก็ทำให้เธอใจหายวาบ... เพราะมันตามมาจริง ๆ

สัญญาณเตือนภัยในหัวของเธอเริ่มแผดเสียงลั่นเมื่อเสียงฝีเท้านั้นเริ่มเร่งความเร็ว มุ่งตรงมาหาเธอ

แต่เธอยังคงข่มสัญชาตญาณที่สั่งให้วิ่งหนีเอาไว้และรักษาความเยือกเย็น ถ้าฝั่งนั้นเป็นพวกอย่างที่เธอคิด การแสดงออกให้พวกมันรู้ว่าเธอไหวตัวทันแล้วจะกลายเป็นผลเสียแทน แต่ถ้าเธอแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว พวกมันก็จะย่ามใจและขยับเข้ามาใกล้จนถึงระยะที่เธอสามารถสวนกลับได้

เสียงฝีเท้าขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งเธอมาถึงทางแยกสี่เลน ไอกะแอบชำเลืองมองกระจกโค้งนูนที่ติดอยู่บนเสาสูงตรงหัวมุมถนน และภาพสะท้อนในกระจกก็ทำให้เธอเห็นร่างของคนที่สะกดรอยตามมา

เขาเป็นชายวัยกลางคนร่างสูง สวมเสื้อโค้ทกันฝนสีเทาอ่อน กางเกงขายาวสีดำ และสวมหมวกปีกเฟโดร่าสีดำ

ชิ... เป็นพวกมันจริง ๆ ด้วยสินะ... เฮ้อ... ดูท่าคงเลี่ยงไม่ได้แล้วสิ...

เธอถอนหายใจในอก ไอกะเตรียมพร้อมจิตใจสำหรับ "การต่อสู้จริง" ครั้งแรกในชีวิตกับศัตรูที่คิดจะเอาชีวิตเธอจริง ๆ เธอเหลือบมองสร้อยคอที่ซื้อมาจากกลุ่มแชทพลาซ่าแล้วนึกถึงพวกพ้อง

ยูจิ... ทุกคน... ขอพลังให้ฉันด้วยนะ...

ชายในเสื้อโค้ทสีเทาอ่อนจ้องมอง "เนื้อชิ้นหวาน" ที่อยู่เบื้องหน้า สายตาของมันประกายความหิวกระหายตัณหาขณะจับจ้องไปยังสะโพกและบั้นท้ายกลมกลึงสุดเย้ายวนที่ถูกกางเกงยีนส์รัดรูปเน้นจนเด่นชัด

ถ้าเป็นเวลาอื่น มันคงลักพาตัวแม่สาวคนนี้ไปทำเป็นของเล่นกามารมณ์ บำเรอความใคร่จนกว่าร่างกายจะพังทลายไปข้างแล้ว แต่ก็น่าเสียดาย... นี่เป็นภารกิจที่ได้รับมอบหมายมาจากเรย์นาเร่ (Raynare)

หึ... แต่ยัยนั่นก็ไม่ได้สั่งห้ามไม่ให้ชิมลางก่อนฆ่านี่หว่า... หึหึ

รอยยิ้มวิปริตซาดิสต์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมัน ก่อนที่มันจะควบแน่น "หอกแสง" สายหนาวเรียวยาวขึ้นมาบนฝ่ามือ มันจะยังไม่ฆ่าเธอในทันทีหรอก แค่จะแทงเข้าที่ขาเพื่อตัดกำลังไม่ให้หนี จากนั้นก็จะใช้เรือนร่างนี้ปรนเปรอความใคร่ให้หนำใจก่อนจะลงมือสังหาร

หึหึ ถ้าตายไปซะตั้งแต่แรกก็คงไม่ต้องมารับรู้เรื่องแบบนี้แล้วแท้ ๆ เอาเถอะ ไปแช่งความสวยของตัวเองในนรกก็แล้วกัน

มันขยับระยะเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อเตรียมจะคว้าตัวเธอเข้ามากอดในจังหวะเดียวกับที่หอกแสงทิ่มแทงทะลุขา และฉีกกระชากเสื้อแจ็กเก็ตกับกางเกงยีนส์น่ารำคาญพวกนั้นออกซะ

ห้าเมตร... สี่เมตร... สามเมตร... สองเมตร... หนึ่งเมตร...

และในวินาทีที่มันกำลังจะแทงหอกแสงใส่ขาของเธอ หอกแสงในมือกลับสลายหายไปดื้อ ๆ

อะ- อั่ก!!?

ทันใดนั้น แรงกระแทกอันมหาศาลก็ซัดเข้าที่ขมับซ้ายของมันอย่างรุนแรง ส่งร่างลอยละลิ่วกระเด็นไปตามแรงก่อนจะร่วงกระแทกพื้นไถลครูดไปกับคอนกรีต

"น-นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ?!"

มันหันไปทางเด็กสาวและเห็นเธอกำลังอยู่ในท่าโพสเตะค้างไว้ โดยเรียวขาขวาชี้ตรงขึ้นฟ้า

"ยัยผู้หญิงสารเลว!"

มันยันตัวลุกขึ้นด้วยความโกรธแค้นและพยายามจะควบแน่นหอกแสงขึ้นมาอีกครั้ง ทว่ากลับไม่มีอะไรปรากฏขึ้นเลย แม้กระทั่งบาดแผลบาดเจ็บก็ไม่มีทีท่าว่าจะสมานตัว ปกติแล้วแผลระดับนี้สำหรับมันจะใช้เวลาเยียวยาตัวเองแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น

เกิดอะไรขึ้นกันแน่-!

ยังไม่ทันที่มันจะได้คิดหาคำตอบ ร่างของไอกะก็พลันโผล่มาตรงหน้าในท่าทึ้งตัวต่ำ ก่อนจะซัดหมัดเข้าเต็มเหนี่ยวที่หน้าท้องของมัน

"อุ๊ฟฟฟฟ!"

แรงหมัดมหาศาลส่งร่างของมันลอยเหนือพื้นจนตัวม้วนงอไปข้างหน้า และก่อนที่ร่างจะร่วงกลับลงมา แขนขวาของมันก็ถูกคีมเหล็กมนุษย์คว้าหมับไว้แน่น จากนั้นทัศนียภาพรอบตัวของมันก็หมุนคว้างจนมองเห็นท้องฟ้า

ตูมมมมม!!

จุกจนไร้เสียงใด ๆ เล็ดลอดออกมาจากลำคอ มันรู้สึกถึงความเจ็บปวดเจียนตายแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่างเมื่อแผ่นหลังถูกทุ่มกระแทกพื้นคอนกรีตอย่างรุนแรงจนแตกละเอียด

ความเจ็บปวดไม่มีทีท่าว่าจะบรรเทาลง และมันรู้สึกอ่อนแรงอย่างถึงที่สุด พลังฟื้นตัวตามธรรมชาติไม่ทำงาน ไม่สามารถควบแน่นลิ่มแสงจากมือได้ และไม่สามารถแม้แต่จะกางปีกออกมา

ขณะที่มันนอนมองท้องฟ้าด้วยสายตาเหม่อลอย ภาพของเด็กสาวผู้เลอโฉมก็ก้าวมายืนค้ำหัวเธอไว้ เธอเงื้อเท้าขึ้นสูงเทียมฟ้า ก่อนจะกระทืบลงมาเต็มแรงเข้าที่ใบหน้าของมัน ส่งโลกทั้งใบของมันเข้าสู่ความมืดมิดทันที

เมื่อมองดู โดนาชีก (Dohnaseek) เทวดาตกสวรรค์เพศชายที่เป็นพันธมิตรกับเรย์นาเร่และเป็นคนที่มีเป้าหมายจะฆ่าเฮียวโด อิซเซย์ นอนสลบเหมือดอยู่บนพื้นคอนกรีตที่แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ไอกะก็พ่นลมหายใจยาว

ฉะ- ฉันทำได้... ฉันทำได้แล้วจริงๆ !!!

เธอทำสำเร็จ! เธอเอาชนะเทวดาตกสวรรค์ได้!!! ถึงแม้จะเป็นเพราะอานุภาพของสร้อยคอที่ทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ก็เถอะ แต่เธอก็สามารถล้มมันลงได้ด้วยกลยุทธ์และพละกำลังของตัวเอง!!!

มันเหนือความคาดหมายของเธอไปมาก!

พูดตามตรง เธอไม่คิดเลยว่าหมอนี่จะลอยละลิ่วเหมือนตุ๊กตาผ้าขนาดนั้นตอนที่เธอเตะออกไป เพราะเธอไม่เคยทดสอบพลังเต็มที่ของตัวเองมาก่อนเลย ดังนั้นนี่จึงเป็นเซอร์ไพรส์ที่น่ายินดีอย่างยิ่ง

และหลังจากที่รู้ระดับพลังแล้ว เธอก็แค่ประเคนหมัดเข่าทุบตีมันจนกว่าจะหมดสภาพไปเอง!

ฟู่~ ดีนะที่ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี... เมื่อกี้แอบใจหายใจคว่ำอยู่เหมือนกันนะเนี่ย...

เธอยังจำความรู้สึกตอนที่สายตากระหายกามของมันจ้องมองมาขณะขยับเข้ามาใกล้ ๆ ได้อยู่เลย ตอนนั้นเธอกลัวมากจริง ๆ และต้องใช้พลังใจทั้งหมดที่มีเพื่อไม่ให้แสดงพิรุธออกมาจนกว่ามันจะเข้ามาอยู่ในระยะจู่โจม

ฮ่า... รีบไปจากที่นี่ก่อนที่พวกพ้องของมันจะมาดีกว่า...

ไอกะกวาดสายตามองสมรภูมิรบของเธออีกครั้งก่อนจะก้าวเดินจากไป มุ่งหน้ากลับบ้านอย่างรวดเร็วโดยยังคงเปิดใช้งานคุณสมบัติซ่อนเร้นของสร้อยคอเวทมนตร์เอาไว้

ทว่าในจังหวะที่กำลังจะก้าวเท้าเข้าประตูบ้าน เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนก็ดังขึ้น

หืม? ใครส่งอะไรมาน่ะ? ยูจิเหรอ?

เธอดึงโทรศัพท์ออกมาดูขณะก้าวเท้าเข้าบ้าน และสายตาก็จ้องมองไปยังหน้าจอ

เอ๊ะ... ?

ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ร่างกายแข็งทื่ออยู่ตรงบริเวณโถงทางเข้าบ้านทันที

—---------------------------------- เควสใหม่ปรากฏขึ้นแล้ว! —----------------------------------

ยูจิส่งยิ้มบาง ๆ ขณะมองดูพี่สาวฝาแฝดทั้งสองคนนอนเอาหัวซบไหล่ของเขาหลับสนิทในระหว่างนั่งรถไฟขากลับบ้าน

มันเป็นเวลาหลายปีแล้วที่พวกเขาไม่ได้ไปเที่ยวสวนน้ำหรือชายหาดด้วยกันกับคุณแม่มิระและน้าไอกะ เนื่องจากรูปร่างหน้าตาของพวกเธอในชุดว่ายน้ำจะดึงดูดสายตาที่ไม่พึงประสงค์มากเกินไป ดังนั้นพวกลูก ๆ จึงตื่นเต้นกันมากและสนุกสนานกับการเล่นน้ำในสวนน้ำร่วมกับฮิบิกิ (Hibiki) และฮารุนะ (Haruna) เป็นอย่างยิ่ง

โชคดีที่ไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น นอกจากเรื่องที่มีสาว ๆ เข้ามาจีบยูจิในช่วงแรก

ไม่มีฉากจำเจน่ารำคาญ (Cliche) ที่ยูจิหวาดกลัว อย่างพวกผู้ชายหน้าหม้อที่พยายามเข้ามาหลีพี่สาวของเขาหรือพวกพี่สาวรุ่นพี่ เพราะแค่รูปลักษณ์ภายนอกอันทรงพลังของเขาก็เพียงพอจะขับไล่พวกนั้นไปได้เกือบหมด ส่วนพวกที่ยังดันทุรังและทำตัวซ่าลนลาน ก็รีบโกยแน่บหางจุกตูดไปหลังจากโดนเขาส่งสายตาพิฆาตจ้องเขม็งไปเพียงครั้งเดียว

ยูจิเตรียมพร้อมที่จะทดสอบสกิล [ความชำนาญคราฟมาก้า] (Krav Maga Proficiency) ของตัวเองอยู่แล้ว แต่ก็โชคดีที่ไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าพอจะผลักดันเขาไปถึงจุดนั้น

ทุกอย่างราบรื่นไปด้วยดีอย่างยิ่ง ทว่า... กลับมี "เหตุการณ์" อยู่สองอย่างที่แม้จะไม่นับว่าเป็นปัญหา แต่มันก็สร้างความประทับใจฝังลึกให้แก่พวกเธออย่างเด่นชัด

อย่างแรกคือวินาทีที่พวกพี่สาวและฮารุนะสังเกตเห็น "ส่วนนูนขนาดยักษ์" ในกางเกงของเขา มันเป็นช่วงเวลาที่น่ากระอักกระอ่วนใจสำหรับเขามากเมื่อพวกเธอพากันตัวแข็งทื่อและจ้องมองสิ่งนั้นตาค้างจนยูจิ ต้องเอ่ยปากเรียกสติ และถึงแม้จะรู้สึกตัวแล้ว พวกเธอก็ยังไม่กล้าสบตาเขาตรง ๆ ไปพักใหญ่ ๆ เลยทีเดียว จนกระทั่งได้ฮิบิกิช่วยหันเหความสนใจด้วยเครื่องเล่นและสไลเดอร์ต่าง ๆ ในสวนน้ำ พวกเธอถึงกลับมาสบตาเขาได้อีกครั้ง

ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน "เหตุการณ์" อย่างที่สองก็บังเกิดขึ้น...

เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเขากำลังอยู่ในสวนน้ำ ประกอบกับความตื๊อของฮารุนะที่อยากให้ยูจิลงไปเล่นน้ำด้วยกัน ในที่สุดเขาก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องถอดเสื้อฮู้ดออก

ในวินาทีนั้น ฮารุนะที่กำลังร่าเริงสุดขีดเพราะเขาตอบรับคำขอพลันตัวแข็งทื่อ สายตาของเธอถูกล็อกเป้าตรึงแน่นอยู่กับแผ่นน้ำหนักและเรือนร่างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อราวกับรูปสลักของเทพเจ้า

ยูนะ (Yuna) และนีนะ (Nina) ที่พูดตามตรงว่าต่างเฝ้ารอคอยเวลานี้มาโดยตลอดนับตั้งแต่ทำสัญญาลูกผู้หญิงไว้กับฮิบิกิและฮารุนะ ก็ถึงกับตกตะลึงในความงดงามเชิงบุรุษเพศของร่างกายเขา แม้จะเคยแอบเห็นรำไรที่บ้านและคาดเดาไว้อยู่แล้วว่าน้องชายของพวกเธอต้องมีหุ่นที่ยอดเยี่ยมแน่ ๆ แต่พอมาเห็นเต็มสองตาแบบนี้ พวกเธอก็โดนเสน่ห์นั้นสะกดให้เคลิบเคลิ้มไปในทันที

ไม่ต้องพูดถึงฮิบิกิเลย ขนาดเธอเองยังไม่อาจละสายตาไปจากเขาได้ ขณะที่พวงแก้มทอสีแดงระเรื่อขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

และตลอดเวลาหลังจากนั้นในวันนั้น สาว ๆ ทั้งสี่คนมักจะคอยแอบชำเลืองมองร่างกายของเขาในตอนที่เล่นน้ำ และบ่อยครั้งที่พวกเธอจะสติหลุดหลงเสน่ห์ไป แม้กระทั่งหลังจากที่เขาใส่เสื้อฮู้ดกลับคืนแล้วก็ตาม

ถึงอย่างนั้น แม้จะมีเหตุการณ์ชวนกระอักกระอ่วนใจสองเรื่องนั้นเกิดขึ้น แต่มันก็ช่วยให้พวกเขาได้ขยับความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากขึ้นกว่าแต่ก่อน และได้ใช้ช่วงเวลาที่สนุกสนานร่วมกันอย่างมหัศจรรย์

"พี่ยูนะ... พี่นีนะ... ใกล้จะถึงแล้วครับ"

ยูจิกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูของพวกเธอ พยายามปลุกให้ตื่นอย่างอ่อนโยนที่สุด แต่แทนที่จะตื่น ทั้งสองคนกลับครางอืออาในลำคอแล้วเบียดศีรษะเข้าหาไหล่ของเขาหนักกว่าเดิม ส่งผลให้เนื้อนุ่มนิ่มราวกับปุยเมฆของหน้าอกด้านข้างเบียดกระแซะเข้ากับท่อนแขนของเขาเต็ม ๆ

อึּ่ก... น-น-พวกเธอน่ารักเกินไปแล้ว!

ยูจิต้องเผชิญหน้ากับความขัดแย้งในใจอย่างหนักหน่วงขณะมองดูใบหน้ายามนิทราอันแสนน่าเอ็นดูของพี่สาว ในแง่หนึ่งเขาก็อยากจะนั่งมองสีหน้าน่ารัก ๆ ตอนหลับปุ๋ยแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ แต่อีกแง่หนึ่ง... ถ้าไม่ตื่นตอนนี้พวกเธอจะเลยสถานีแล้วนะ!

ยูจิเปิดศึกรบในใจอย่างยาวนาน และก่อนที่เขาจะได้ตัดสินใจ เสียงประกาศจากลำโพงเพื่อแจ้งการมาถึงสถานีปลายทางก็ดังก้องขึ้นภายในตู้โดยสาร ปลุกให้ยูนะและนีนะปรือตาตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล

"อืมม... ถึงแล้วเหรอ... หาววว~"

"เมื่อกี้... เสียงประกาศใช่ไหม..."

ยูจิแทบจะหวีดร้องในใจด้วยความฟินเมื่อเห็นท่าทางกึ่งตื่นกึ่งฝันอันแสนน่ารักน่าชังของพี่สาวทั้งสองคน

"ครับ ตื่นได้จังหวะพอดีเลย ป่ะ ลุกเตรียมตัวลงรถไฟแล้วกลับบ้านกันเถอะครับ"

"อื้อ..."

"จ้า..."

ยูจิยังคงรักษาความตื่นตัวระดับสูงขณะนำทางพี่สาวที่ยังงัวเงียอยู่กลับบ้าน พร้อมที่จะปกป้องพวกเธอในกรณีที่มีไอ้ขี้เหล้าที่ไหนพยายามจะเข้ามาเพ่นพ่านใกล้ ๆ

ทว่าไม่มีเรื่องพรรค์นั้นเกิดขึ้น ส่วนใหญ่เป็นเพราะออร่าจงอางหวงไข่ที่แผ่ออกมาจากตัวของยูจิมันรุนแรงเกินไป และพวกเขาก็เดินทางกลับมาถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ

"คุณแม่ครับ น้าไอกะ พวกเรากลับมาแล้วครับ"

"กลับมาแล้วค่า~!!!"

"กลับมาแล้วจ้า"

"อารา~ ยินดีต้อนรับกลับบ้านจ้า~ มาได้จังหวะพอดีเลยนะ~ แม่เพิ่งทำมื้อเย็นเสร็จพอดีเลย~"

มิระโผล่หน้าออกมาจากในครัวในสภาพสวมผ้ากันเปื้อนและถือกระบวยตักน้ำซุปในมือ พร้อมกับส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจต้อนรับพวกลูก ๆ สุดที่รักกลับบ้าน

"จริงเหรอคะ~? เย้~ หิวจะแย่อยู่แล้ว~!"

"ขอบคุณครับคุณแม่ ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอตัวไปเปลี่ยนชุดข้างบนแปบนึงนะครับ"

"อืม ยูนะ ไปกันเถอะ"

"อื้อ~!"

"อุฟุฟุฟุ~ จ้า~"

ยูนะและนีนะเดินมุ่งหน้าไปยังบันไดเพื่อขึ้นห้องของตัวเอง ทว่าในจังหวะที่ยูจิกำลังจะเดินตามไป ท่อนแขนของเขาก็ถูกดึงรั้งและจมหายเข้าไปในความนุ่มนิ่มระดับสรวงสวรรค์ที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี

"เอ๊ะ-"

กลิ่นหอมหวลยวนเย้าชวนใจสั่นสไตล์มวลดอกไม้และฟีโรโมนของคนเป็นแม่โชยเข้าจมูกทันที เมื่อเธอเขย่งปลายเท้าขึ้นมาใกล้ใบหูของเขา

"อย่าลืมมาหาแม่ที่ห้องหลังมื้อเย็นนะจ๊ะ~ โอเคไหม~?"

ลมหายใจจากคำกระซิบ น้ำเสียงที่นุ่มนวลชวนสยิว และคำพูดที่ชวนให้คิดลึกได้อย่างง่ายดายนั้น ปลุกเร้าอารมณ์ดิบตัณหาของเขาให้พุ่งทะยานสู่ระดับสูงสุดทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อท่อนแขนของเขาถูกหนีบอยู่ตรงกลางระหว่างปทุมถันในฝันคู่นั้น

เขาหันไปมองคุณแม่ ใบหน้าแดงแจ๋ลามไปถึงหู และเกือบจะหัวใจวายตายเมื่อได้เห็นรอยยิ้มและสายตาอันแสนยั่วยวนเปี่ยมเสน่ห์ราคะสะกดใจของเธอ

"อ-อื้อ... ผ-ผมจะไปครับ ค-ควรจะเอาแล็ปท็อปไปด้วยไหมครับ?"

"แน่นอนอยู่แล้วจ้า~ อุฟุฟุฟุ~ แม่บังเอิญอยากเห็นพอร์ตการลงทุนของลูกพอดีเลยน่ะ~"

"รั-รับทราบครับ"

"เด็กดี~"

เธอลูบหัวเขาอย่างอ่อนโยน ก่อนจะยอมปล่อยแขนของเขาแล้วหันหลังกลับ เผยให้เห็นแผ่นหลังสุดเซ็กซี่และสะโพกกลมกลึงขนาดใหญ่ที่ถูกเน้นย้ำด้วยกระโปรงทรงสอบยาวเสมอกระเข่าที่ส่ายไปมาตามจังหวะก้าวเดิน

*อึּ่ก... เกือบไปแล้ว... เกือบตบะแตกคุมตัวเองไม่อยู่แล้ว... คืนนี้ฉันคงต้องนอนดึกอีกตามเคยแน่ ๆ... *

ด้วย "สิ่งกระตุ้น" มากมายที่เขาได้รับมาจากสวนน้ำในวันนี้ บวกกับการทำอนาจารทางสายตา... เอ๊ย การกลั่นแกล้งของคุณแม่เมื่อกี้นี้ เขาเดาได้เลยว่าคืนนี้คงนอนไม่หลับแน่ ๆ ถ้าไม่ได้ "จัดการ" มันออกไปซะก่อน...

ยิ่งกว่านั้น พรุ่งนี้จะมีแขกมาเยี่ยมบ้านด้วย ดังนั้นเขาจะปล่อยให้อารมณ์เงี่ยนค้างคาในช่วงเวลานั้นไม่ได้เด็ดขาด...

ยูจิถอนหายใจยาวในใจขณะแอบชำเลืองมองสะโพกที่ส่ายไปมาของคุณแม่พรางกลืนน้ำลายอึกใหญ่

ม-ไม่ได้นะ! ยูจิคนลามก! ดึงหัวสมองออกมาจากเรื่องใต้สะดือเดี๋ยวนี้เลย!

เขาสะบัดศีรษะไล่ความนึกคิดที่จะเอาหน้าเข้าไปซุกบั้นท้ายสวรรค์นั้นออกไป แล้วรีบวิ่งขึ้นห้องเพื่อไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

เมื่อทั้งสามคนเดินกลับลงมา ทุกคนก็นั่งประจำที่รอบโต๊ะอาหารพอดิบพอดีกับที่มิระจัดวางจานอาหารจานสุดท้ายลงบนโต๊ะ ส่วนไอกะเองก็นั่งอยู่ที่นั่นแล้ว ทว่าเธอยังคงอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวและกระโปรงทรงดินสอ ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่ยูจิเห็นเธอใส่ที่ร้านคาเฟ่

"โอ้! กลับมาแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้าง? สนุกไหม?"

"อื้อ~! สนุกมากเลยค่ะ~!"

"อืม รุ่นพี่สึบากิฮาระคุยสนุกมากเลยค่ะ ส่วนรุ่นพี่สึึึึคาฮาระก็ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นพี่สาวที่พึ่งพาได้ พวกเราเลยเที่ยวเล่นกันได้อย่างสบายใจไร้กังวลเลยค่ะ"

"งั้นก็ดีแล้วล่ะ"

จากนั้นไอกะก็หันมาทางยูจิ

"มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นไหม?"

น้ำเสียงที่เธอใช้ทำให้ยูจิเดาออกทันทีว่าเธอหมายถึงเรื่องอะไร

"ไม่มีครับ ไม่มีใครกล้าเข้ามาทักพี่ยูนะกับพี่นีนะเลยตอนที่ผมอยู่ด้วย"

"ดีมาก"

ยูจิส่งยิ้มละมุนให้ท่านน้าสุดเอารสของเขา ถึงแม้ภายนอกจะดูแข็งกร้าว แต่เนื้อแท้เธอก็เป็นยัยตัวแสบที่น่ารักคนหนึ่งอยู่ดี เธอคงจะแอบเป็นห่วงยูนะกับนีเนะแน่ ๆ ด้วยรูปร่างหน้าตาของพวกเธอ ขืนไม่มีคนคอยคุมสิถึงจะแปลก โดยเฉพาะตอนที่สวมชุดว่ายน้ำพวกนั้น... ขนาดตอนนี้ เขายังจดจำเรือนร่างสุดฮอตในชุดว่ายน้ำของพวกเธอได้อย่างติดตาตรึงใจเลย...

ขอบคุณระบบความจำระดับเทพของเขาจริง ๆ

"อา! แต่มีผู้หญิงเพียบเลยที่เข้ามาหาตูยูคุง! มีเยอะมากเลยล่ะค่ะ! ฉันกับยูนะเกือบรับมือไม่ไหวแน่แน่ะ!"

"อืม โดนล้อมหน้าล้อมหลังขนาบข้างด้วยสาว ๆ ในชุดว่ายน้ำเต็มไปหมดเลยค่ะ"

"“เอ๋?”

ทั้งมิระและไอกะพลันตวัดสายตาขวับมาทางเขาเขม็ง ขณะที่ยูนะและนีนะพากันทำหน้ามุ่ยใส่เขา

"อ-อา... ค-คือเรื่องนั้น มันก็ใช่ครับ... ขอโทษที่ทำให้ลำบากนะครับ... คือผมสวมเสื้อฮู้ดแล้วและพยายามปฏิเสธเต็มที่แล้วจริง ๆ แต่พวกเธอตื๊อไม่เลิกเลย แล้วรู้ตัวอีกทีก็โดนล้อมซะแล้วครับ"

ยูจิรีบอธิบายสถานการณ์ให้คุณแม่และคุณน้าฟังอย่างลนลาน เขาไม่อยากให้พวกเธอเข้าใจผิดคิดว่าเขากำลังเริงร่าเพลิดเพลินกับช่วงเวลานั้นนะ!

เขารู้สึกเหมือนสามีที่กำลังโดนภรรยาจับผิดคิดว่ามีชู้ไม่มีผิด... เขาสาบานได้เลยว่าไม่ได้มีความสุขกับเรื่องนั้นเลยแม้แต่วินาทีเดียว!

"งั้นเหรอ... ทีหลังต้องระวังตัวให้มากกว่านี้หน่อยนะจ๊ะ ยูจิคุง?"

"จริงด้วย... พยายามอย่าไปอยู่คนเดียวในสถานที่แบบนั้นอีกนะ"

"ครับ..."

ยูจิแอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกในใจเมื่อดูเหมือนพวกเธอจะยอมรับคำอธิบายของเขาแล้ว

หลังจากผ่านพ้นวิกฤตการณ์นั้นไปได้ เขาก็สามารถกินมื้อเย็นได้อย่างสงบสุขพร้อมกับพูดคุยสัพเพเหระเกี่ยวกับเรื่องที่เจอมาในวันนี้

เมื่อทานเสร็จ ไอกะก็รีบขึ้นไปข้างบนทันทีเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนยูนะและนีนะก็อยู่ช่วยมิระล้างจานในครัว

ยูจิเดินกลับขึ้นห้องของตัวเองและรีบเปิดแล็ปท็อปทันที เขามีลางสังหรณ์บางอย่างและอยากจะปิดสถานะการเทรด (Placements) ของตัวเอง จึงรีบเข้าไปเช็กดู

และก็เป็นไปตามคาด หุ้นที่เขาช้อนซื้อเอาไว้พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในตอนนี้แล้ว ยูจิสั่งขายทำกำไรทั้งหมดโดยไม่ลังเล และหลังจากหักภาษีรวมถึงค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์แล้ว เขาก็สามารถคว้ากำไรมาได้มากกว่า 2,000 ดอลลาร์อีกครั้งหนึ่ง

เยี่ยม! ทุกอย่างเป็นไปตามแผน และได้จังหวะเวลาพอดีเป๊ะเลย

เขาเช็กยอดเงินในบัญชี และหลังจากผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ เขาก็สามารถเปลี่ยนเงินทุนตั้งต้น 10,000 เยนที่คุณแม่ให้มา ให้กลายเป็นเงินมากกว่า 5,000 ดอลลาร์ หรือมากกว่า 500,000 เยนได้สำเร็จ

หากเทียบกับมูลค่าหุ้นที่เขาถือครองอยู่ในบริษัท iApple และเงินปันผลที่จะได้รับในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ตัวเลขนี้อาจจะดูจิ๊บจ๊อยไปหน่อย แต่มันก็ยังคงเป็นจำนวนเงินที่น่าเหลือเชื่ออยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่าตอนนี้เขาเป็นแค่เด็กนักเรียนมัธยมปลายปีหนึ่งเท่านั้น!

ยิ่งไปกว่านั้น นี่คือเงินที่เขาหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงและความสามารถของตัวเอง! ถึงแม้สกิล [ความชำนาญการลงทุน] (Investment Proficiency) จะช่วยเขาได้มาก แต่ในท้ายที่สุด คนที่ทำการตัดสินใจว่าจะซื้อหุ้นตัวไหน ซื้อตอนไหน และขายตอนไหนก็คือตัวเขาเองอยู่ดี

มันเป็นความสำเร็จที่น่าประทับใจอย่างไม่ต้องสงสัย และยูจิก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ แต่ไม่ใช่เพราะเขาเพิ่งได้เงินจำนวนมหาศาลมาหรอกนะ

เงิน 5,000 ดอลลาร์นี้คือหลักฐานยืนยันว่าตอนนี้เขามีขีดความสามารถที่จะเลี้ยงดูและดูแลครอบครัวอันเป็นที่รักของเขาได้แล้ว และเขาจะไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่นอน เขาจะเปย์คุณแม่ คุณน้า และพวกพี่สาวด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่โลกใบนี้จะปรนเปรอให้ได้เลย!

เอาล่ะ ทีนี้ก็รอจนกว่าคุณแม่จะพร้อม

ไม่กี่นาทีต่อมา ขณะที่เขากำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานและพิมพ์แชทคุยกับทัตสึยะและซาโต้ในกลุ่มแชท เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

"พร้อมหรือยังจ๊ะ ยูจิคุง~?"

"อา ครับ พร้อมแล้วครับคุณแม่"

"โอเคจ้า~ งั้นมาที่ห้องแม่ได้เลยนะ~"

"ครับ"

ยูจิรีบคว้าแล็ปท็อปและพิมพ์บอกเพื่อน ๆ ในแชทว่าจะขอตัวไปทำธุระแปบนึง (AFK) จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังห้องของคุณแม่

เมื่อมาถึงหน้าห้องของมิระ ยูจิก็ยกมือเคาะประตู

"คุณแม่ครับ ผมเองครับ"

"อา เข้ามาได้เลยจ้า~"

"อืม ขออนุญาตนะครับ"

ยูจิเปิดประตู ก้าวเข้าไปในห้องนอนของคุณแม่ และเห็นเธอกำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่ข้าง ๆ เตียงนอน

ห้องนี้ต่างจากห้องทำงานของเธอตรงที่มันเป็นห้องที่ค่อนข้างเรียบง่ายและเป็นระเบียบเรียบร้อย มีเตียงนอนขนาดใหญ่ ตู้เสื้อผ้าบานคู่ขนาดใหญ่ โต๊ะทำงาน และเก้าอี้สำนักงาน มีรูปถ่ายครอบครัวจำนวนมากแขวนอยู่บนผนังหรือปักอยู่บนบอร์ดโฟมที่เธอติดไว้บนกำแพงเหนือโต๊ะทำงานพอดิบพอดี

ยูจิสูดหายใจเข้าลึก ๆ โดยไม่รู้ตัว สูดเอากลิ่นหอมอวลของมวลดอกไม้ในอากาศภายในห้องของคุณแม่เข้าไปเต็มปอด

เขารู้สึกตื่นเต้นมากอย่างบอกไม่ถูก... มันเหมือนกับความรู้สึกตอนที่ได้ก้าวเข้าไปในห้องของคนที่ตัวเองแอบชอบเป็นครั้งแรกไม่มีผิด!

จะว่าไป ความรู้สึกนั้นมันก็ถูกต้องแล้วล่ะ แต่นี่มันห้องของแม่เลี้ยงเขานะ!

"เอาล่ะจ้า~ ไหน ขอแม่ดูพอร์ตของลูกหน่อยซิ~?"

"อา ครับ นี่ครับ"

ยูจิเปิดแล็ปท็อปแล้วเปิดแอปพลิเคชันเทรดหุ้น จากนั้นเขาก็นำทางหน้าจอไปยังประวัติการทำธุรกรรมและพอร์ตการลงทุน ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะทำงานของคุณแม่เพื่อให้เธอได้เห็น

"เอ๊ะ... ?"

ในวินาทีนั้นเอง ดวงตาของมิระก็เบิกกว้างเท่าไข่ห่านทันทีที่ได้เห็นตัวเลข

"น-นี่มัน..."

เขาไม่ได้แค่ทำเงินทุนตั้งต้นที่เธอให้ไปเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว แต่เขาเปลี่ยนเงิน 10,000 เยนที่เธอให้ไปให้กลายเป็นเงินมากกว่า 500,000 เยน ทั้งหมดนี้ภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว!

มิระรีบไล่ดูประวัติการทำธุรกรรมและพอร์ตการลงทุนของเขาในทันที และนั่นยิ่งทำให้เธอถึงกับพูดไม่ออกยิ่งกว่าเดิม

การเทรดครั้งแรกของเขา... คือการเทรดทองคำแท่ง (Spot Gold) ในตลาดลอนดอนด้วยอัตราเลเวอเรจสูงถึง 100:1!!! ปกติแล้ว การใช้เงินแค่ 10% ของทุนที่มีไปลงกับการเทรดเลเวอเรจ 100:1 สำหรับการเทรดครั้งเดียวก็ถือว่าบ้าระห่ำเกินเยียวยาแล้ว แต่นี่เขาเล่นใช้เงินทุนทั้งหมดที่เธอให้ไปเลย! มันเป็นการกระทำที่เสี่ยงอันตรายขั้นสุดยอด!!!

ทว่า... ผลตอบแทนที่เขาได้รับกลับมามันก็เหลือเชื่อเกินกว่าจะบรรยายได้เช่นกัน...

เขาชนะการเดิมพันครั้งนั้น... ไม่สิ ต้องเรียกว่าเขาถูกแจ็กเก็ตพ็อตครั้งใหญ่จากการเทรดครั้งนี้ต่างหาก!

แต่ถึงอย่างนั้น มิระก็ยังอยากจะดุดังซ้ำเติมเขาอยู่ดีสำหรับการเทรดที่เสี่ยงอันตรายขนาดนี้ แม้เขาจะชนะและได้กำไรกลับมามากกว่าทุนเดิมหลายเท่าตัว แต่มันก็ยังเป็นการกระทำที่ประมาทเลินเล่อและเป็นนิสัยที่ไม่ดีอย่างยิ่งในการลงทุน

ทว่าเมื่อเธอไล่ดูการเทรดอื่น ๆ ของเขาต่อไป ความคลางแคลงใจก็เริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจ

หรือว่าการเทรดครั้งแรกนั่น... จะผ่านการคำนวณมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว?

ตอนที่เธอเห็นการเทรดครั้งแรก มันดูเหมือนเป็นการเทรดที่ไร้ความรับผิดชอบแบบที่มือสมัครเล่นจอมซ่าชอบทำอย่างไม่ต้องสงสัย แต่พอได้เห็นการเทรดส่วนที่เหลือของเขาแล้ว การเทรดครั้งแรกนั้นดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เขาทำลงไปหลังจากคำนวณและเฝ้าสังเกตการณ์ตลาดทองคำอย่างลึกซึ้งแล้วต่างหาก

ตำแหน่งที่เขาเปิดสัญญา (Positions) จำนวนเงินที่เขาใส่ลงไป จังหวะเวลา ทุกสิ่งทุกอย่างราวกับถูกดำเนินงานโดยเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์และมีความรู้สูงส่งขั้นเซียน และเป็นเทรดเดอร์ที่โชคดีอย่างเหลือเชื่อด้วยเช่นกัน

ผลกำไรที่เขาได้รับจากการเทรดเหล่านั้น ล้วนเทียบเท่ากับการถูกรางวัลใหญ่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่จบไม่สิ้น

มันราวกับว่าเขาสามารถมองเห็น... อนาคตได้เลยทีเดียว

มิระจ้องมองพอร์ตการลงทุนของเขาอยู่พักใหญ่ด้วยความเหลือเชื่อ ก่อนจะหันไปมองลูกชายของเธอ

ยูจิ... ลูกชายสุดที่รักของเธอ... นับตั้งแต่เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน เขาก็ทำให้เธอประหลาดใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า เริ่มจากรูปลักษณ์ภายนอก จากนั้นก็ความรู้เรื่องการเทรด และตอนนี้ก็พรสวรรค์อันน่าเหลือเชื่อในด้านนี้

เธอกุมบังเหียนเฝ้าสังเกตการณ์เขาอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอดนับตั้งแต่เขาเข้ามาเป็นลูกเลี้ยงของเธอ

เธอรู้ดีว่าเขารักเธอในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งมากแค่ไหน เธอรู้ว่ายูจิมองน้องสาวและลูกสาวของเธออย่างไรด้วยเช่นกัน เธอรู้ด้วยว่าเขาเคยเก็บพวกเธอไปจินตนาการฟุ้งซ่านและเพรียกหาชื่อของพวกเธอทุกครั้งที่เขา "ปลดปล่อยตัวเอง" ทันทีที่ย่างเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ และเธอก็รู้ว่ายูจิ แม้จะมีความน่ารัก ใจดี อ่อนโยน และพึ่งพาได้เป็นอย่างยิ่ง แต่เขาก็มีระดับความสามารถแค่สูงกว่าค่าเฉลี่ยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

แม้เขาจะมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่เธอก็ยังคงรักเขาในฐานะลูกชายและผู้ชายคนหนึ่งอยู่ดี

ทว่าตอนนี้... เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองรู้จักทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับเขาจริง ๆ หรือเปล่า...

เขาเพิ่งจะมาค้นพบพลังนี้งั้นเหรอ? หรือบางที... เขาแอบซ่อนพรสวรรค์เอาไว้? ไม่หรอก ยูจิของเธอไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นแน่ แต่ถ้าเป็นอย่างแรก... แล้วมันจะมีพรสวรรค์แบบไหนอีกที่กำลังหลับใหลอยู่ส่วนลึกในตัวเขากันล่ะ?

เธอรู้สึกเหมือนว่าในตอนนี้มีระยะห่างบางอย่างถูกสร้างขึ้นระหว่างเธอกับยูจิสุดที่รักจากการเปิดเผยเรื่องนี้... และเธอไม่ชอบมันเลย

"แ-แม่ไม่เคยรู้เลยว่าลูกมีพรสวรรค์ด้านนี้มากขนาดนี้... ยูจิคุง"

ใบหน้าของยูจิพลันซีดเผือดลงทันที ขณะที่เหงื่อเย็น ๆ เริ่มไหลอาบแผ่นหลัง มันไม่ใช่เพราะความจริงที่คุณแม่ตกตะลึงกับผลลัพธ์ของเขา เขารู้ดีว่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไปมันเหนือเชื่อเกินไปจริง ๆ

แต่สิ่งที่ทำให้เขาแสดงปฏิกิริยาแบบนี้ออกมา เป็นเพราะระยะห่างที่เขาสัมผัสได้จากน้ำเสียงของเธอ น้ำเสียงของเธอมักจะเปี่ยมไปด้วยความรักและความเอ็นดูอยู่เสมอ ทว่าตอนนี้... มันกลับแฝงความเย็นชาอยู่เล็กน้อย

"ผ-ผมขอโทษครับ..."

ในสภาวะที่กำลังช็อก มีเพียงคำสองคำนี้เท่านั้นที่หลุดรอดออกมาจากริมฝีปากของเขา

มิระเกิดอาการลนลานทันทีเมื่อได้เห็นสีหน้าของเขา และดึงร่างของเขาเข้ามาสวมกอดในทันใด กดศีรษะของเขาให้ซุกเข้ากับหน้าอกหน้าใจของเธออย่างแนบแน่น

"ไม่นะ! แม่ไม่ได้หมายความอย่างนั้น! แ-แม่ขอโทษจริง ๆ..."

ยูจิเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจจากอ้อมกอดนั้นและตัวแข็งทื่อทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของเธอ

ความอบอุ่นในน้ำเสียงของเธอ... มันกลับมาแล้ว... แต่คราวนี้ มันถูกคลอเคลียไปด้วยความเจ็บปวด

"แม่... แม่แค่ตกใจมากเกินไปกับพรสวรรค์ของลูก... แม่ไม่เคยรู้เลยว่าลูกจะเก่งกาจขนาดนี้"

มิระยังคงลูบหัวเขาอย่างอ่อนโยน จูบลงบนเรือนผมของเขาทุกครั้งที่เว้นจังหวะพ่นลมหายใจ ขณะที่ยังคงกอดเขาไว้แน่น

"แม่นึกว่าตัวเองคอยดูแลเฝ้ามองดูลูกชายตัวน้อยสุดน่ารักของแม่มาโดยตลอดแท้ ๆ แต่ดูเหมือนว่าแม่จะยังมองเห็นตัวตนทั้งหมดของลูกได้ไม่ดีพอ แม่ขอโทษนะ..."

"ไม่ครับ! ได้โปรดอย่าขอโทษเลยครับ!"

ยูจิคว้าไหล่ของเธอแล้วผละตัวออกมาจากอ้อมกอด ก่อนจะประสานสายตากับเธออย่างมั่นคง

"ผ-ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองมีพลังนี้อยู่ข้างใน ผมแค่... อยากจะลองดูว่าตัวเองจะสามารถเลี้ยงดูคนที่ผมรักและมอบความสุขให้แก่ทุกคนได้ไหม ผมได้รับแรงบันดาลใจมาจากคุณแม่ครับ... และก็โชคดีที่ดูเหมือนผมจะมีพรสวรรค์กับเรื่องนี้อยู่บ้าง"

น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงขณะจ้องมองเธอด้วยรอยยิ้มละมุนเปี่ยมรัก ส่งผลให้พวงแก้มของเธอขึ้นสีแดงระเรื่อและหัวใจเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งตึก

*อา... เขายังคงเป็นยูจิคุงของฉันคนเดิมจริง ๆ ด้วย... เขายังคงเป็นผู้ชายที่ฉันตกหลุมรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้น... *

ในที่สุดเธอก็ตระหนักได้ ไม่ว่าเธอจะได้พบเจอเรื่องแปลกใหม่เกี่ยวกับตัวเขามากแค่ไหน ในท้ายที่สุดเขาก็ยังคงเป็นยูจิสุดที่รักของเธออยู่ดี เธอรู้สึกว่าตัวเองงี่เง่าเหลือเกินที่ไปคิดว่ามีระยะห่างเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาก่อนหน้านี้...

สีหน้าตื่นตระหนกของเธอค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนและเปี่ยมล้นไปด้วยความรัก ขณะที่เธอเริ่มใช้ฝ่ามือลูบไล้แก้มของเขาเบา ๆ

"แม่เข้าใจแล้วจ้า อุฟุฟุฟุ~ ถ้าอย่างนั้นในอนาคตแม่คงต้องฝากฝังเนื้อฝากตัวด้วยแล้วนะจ๊ะ~"

"แน่นอนอยู่แล้วครับ ผมจะทำให้คุณแม่มีความสุขให้ได้เลยครับ"

"จ้า ๆ~"

หลังจากสบตากันเงียบ ๆ อยู่พักหนึ่ง มิระก็ปล่อยตัวยูจิและบอกเขาว่าเขาสามารถทำสิ่งที่กำลังทำอยู่ต่อไปได้ ตราบใดที่ไม่ทำอะไรเกินตัว

และหลังจากที่ยูจิให้คำมั่นสัญญาค้ำประกันกับเธอว่าเขาจะเลิกทำตัวเสี่ยงอันตรายแบบนี้ และจะเริ่มเอาเงินไปลงทุนในบัญชีออมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง (High-Yield Savings Accounts) ซื้อหุ้นกู้ของบริษัทต่าง ๆ ที่เขารู้ว่ามันจะพุ่งทะยาน และการลงทุนที่ปลอดภัยอื่น ๆ เขาก็เดินกลับห้องของตัวเองหลังจากได้รับรอยยิ้มพิมพ์ใจพร้อมจุมพิตบอกฝันดี (Good Night Kiss) ที่ข้างแก้มจากมิระ

เมื่อเขาจากไปในที่สุด มิระก็รู้สึกราวกับว่าเรี่ยวแรงทั้งหมดในร่างกายได้สลายหายไปในอากาศ

เธอล้มตัวลงนอนแผ่บนเตียงแล้วพ่นลมหายใจยาว ความรู้สึกที่แปรปรวนสลับไปมาอย่างรุนแรง (Emotional Whiplash) ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีนั้น ทำให้เธอรู้สึกหมดพลังงานไปมากจริง ๆ...

เธอยกโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้าง ๆ บนเตียงขึ้นมา ปลดล็อกหน้าจอแล้วจ้องมองภาพวอลเปเปอร์อยู่พักหนึ่ง

มันเป็นรูปถ่ายครอบครัวห้าคนของเราที่ถ่ายไว้เมื่อสิบเอ็ดปีก่อน... วันที่เขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของเธอ

"ฮะ... เวลาผ่านไปไวเหลือเกิน เด็กชายตัวน้อยสุดน่ารักของฉัน กลายมาเป็นผู้ชายที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ..."

มิระหวนรำลึกถึงช่วงเวลาตอนที่ยูจิยังเป็นเด็ก วิธีที่เขาเล่นสนุกกับพวกพี่สาว บริหารเสน่ห์ตกผู้หญิงทุกคนที่เดินผ่าน และวิธีที่เขาชอบบอกว่าจะแต่งงานกับเธอ กับคุณน้า และกับพวกพี่สาวตอนที่เขาโตขึ้น

และตอนนี้ เขาก็ได้กลายมาเป็นผู้ชายที่ยอดเยี่ยมเกินกว่าที่เธอคาดคิดเอาไว้มาก มิระหลับตาลงพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง เสียงของเขาที่บอกว่าจะทำให้คนที่รักมีความสุขดังก้องฉายซ้ำไปซ้ำมาในหัวสมองของเธอไม่หยุด

"อา... ทำไมเขาถึงทำให้ฉันตกหลุมรักเขาหัวปักหัวปำได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ขนาดนี้กันนะ~"

เมื่อกลับมาถึงห้องของตัวเอง ยูจิวางแล็ปท็อปลงบนโต๊ะและทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียงทันที

ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวและหัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก! เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองจะพูดประโยคพวกนั้นออกไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยได้ขนาดนั้น!

แต่... แต่เขาจะทำยังไงได้ล่ะ... ? มันคือความรู้สึกที่แท้จริงของเขานี่นา เขารักมิระอย่างหมดจิตหมดใจและสมบูรณ์แบบขนาดนี้ ดังนั้นพอเธอพูดเรื่องแบบนั้นออกมา คำพูดเหล่านั้นมันเลยไหลพรั่งพรูออกมาจากตัวเขาเองตามธรรมชาติ ฮ่า... ฉันคิดว่าฉันคงเก็บมันไว้ต่อไปไม่ไหวแล้วล่ะ...

เขาควรจะสารภาพรักกับเธอเร็ว ๆ นี้ดีไหมนะ?

ในตอนนี้เขามีความสามารถที่จะดูแลครอบครัวได้แล้ว และมีพลังที่จะปกป้องพวกเธอได้แล้ว ยูจิจึงมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าเขาจะสามารถทำให้เธอมีความสุขได้อย่างแน่นอน

ฉันควรจะชวนเธอไปเดตเร็ว ๆ นี้ดีไหมนะ...? หรือบางทีอาจจะเป็นดินเนอร์หรูด้วยกันสักมื้อ...?

ใบหน้าของยูจิคลายออกเป็นรอยยิ้มเคลิบเคลิ้มขณะเริ่มจินตนาการฟุ้งซ่านถึงการไปเดตกับคุณแม่ การได้เดินเที่ยวรอบเมืองและสนุกสนานไปด้วยกัน จากนั้นก็ไปทานมื้อค่ำด้วยกันในร้านอาหารหรูหราระดับห้าดาว และปิดท้ายค่ำคืนด้วยการเช็คอินเข้าห้องสวีทของโรงแรมระดับห้าดาวเพื่อใช้เวลาค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความปรารถนาอันเร่าร้อนร่วมกัน...

มันจะวิเศษขนาดไหนกันนะ?! มันจะเป็นความฝันที่เป็นจริงเลยล่ะ!!!!!

ฉ-ฉันควรจะชวนเธอตอนนี้เลยดีไหมนะ...?

ยูจิขบคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเกิดอาการลังเล มันจะเร็วเกินไปไหมนะ...? เขาควรจะบริหารเสน่ห์สร้างความโรแมนติกกับเธอให้มากกว่านี้อีกหน่อยก่อนจะลงมือดีกว่าไหม?

เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าควรจะเข้าหาเรื่องนี้ยังไงดี!

ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ดึงความสนใจของเขาไปในทันที

"หืม? เสียงแจ้งเตือน...? ไม่ใช่ข้อความนี่นา...

—---------------------------------- เควสใหม่ปรากฏขึ้นแล้ว! —----------------------------------

"เอ๊ะ... ?"

เควสใหม่... นี่เป็นเควสแรกเลยนับตั้งแต่ที่พวกเขาได้รับระบบนี้มา...

ทันทีที่กดคลิกเข้าไปที่ข้อความแจ้งเตือน หน้าจอก็ถูกเปลี่ยนทิศทางไปยังแถบ [เควส] (Quest Tab) ของแอปพลิเคชัน พร้อมกับรายละเอียดของภารกิจที่ปรากฏขึ้นเด่นชัด

โลก: [Mahouka Koukou no Rettousei] (พี่น้องปริศนาโรงเรียนมหาเวท)

ภารกิจ: - ขับไล่การโจมตีขององค์กรบลองช์ (Blanche) ที่มีต่อโรงเรียนมัธยมปลายสาธิตลำดับที่ 1 แห่งมหาวิทยาลัยเวทมนตร์แห่งชาติ

• เข้าร่วมการแข่งขันศึกเก้าโรงเรียน (Nine Schools' Competition)
• คว้าตำแหน่งแชมป์เปี้ยนในการแข่งขันศึกเก้าโรงเรียน
• กำจัดสมาชิกบอร์ดบริหารขององค์กรอาชญากรรม โนเฮดดราก้อน (No Head Dragon) สาขาญี่ปุ่นทั้งหมด
• ปกป้องเกาะโอกินาวะจากการรุกรานของกองทัพต่างชาติ

จำนวนผู้เข้าร่วม: 2 คน

จบบทที่ บทที่17

คัดลอกลิงก์แล้ว