- หน้าแรก
- บวกค่าพลังวันละหนึ่ง ผมจับหลี่หยวนป้ามาตบดิ้น
- บทที่ 5 ความลับเล็กๆ
บทที่ 5 ความลับเล็กๆ
บทที่ 5 ความลับเล็กๆ
บทที่ 5 ความลับเล็กๆ
ประตูห้องแง้มอยู่ หยางฉีมองลอดช่องประตูเข้าไป เห็นหลี่เอ้อร์โก่วนอนตะแคงหันหน้าเข้าหากำแพงอยู่บนเตียงไม้ ตัวงอเป็นกุ้ง ส่งเสียงหัวเราะหื่นกามออกมาเป็นระยะ
"ไอ้แก่เจ้านี่ กำลังทำเรื่องชั่วร้ายอะไรอยู่หรือเปล่านะ?"
หยางฉีกรอกตาไปมา แผนการผุดขึ้นในหัว
เขาถอดรองเท้า หิ้วไว้ในมือ แล้วค่อยๆ ผลักประตูห้อง ย่องเบาๆ เข้าไปหยุดอยู่ด้านหลังหลี่เอ้อร์โก่ว
เขาทอดสายตามองไปข้างหน้าหลี่เอ้อร์โก่ว อยากจะรู้เหลือเกินว่าไอ้แก่เจ้านี่มีความลับอะไรซ่อนอยู่?
นั่นคือกระดาษสีเหลืองเนื้อหยาบ แผ่นหนึ่ง มีรอยขุยที่ขอบกระดาษอย่างเห็นได้ชัด บนนั้นวาดภาพคนอยู่ หยางฉีพอมองออกคร่าวๆ ว่าเป็นภาพผู้หญิง
พอมองท่าทางหื่นกามของหลี่เอ้อร์โก่ว บวกกับมือซ้ายที่ขยับไปมาอยู่ใต้ชายเสื้อ หยางฉีก็เข้าใจแจ่มแจ้งในทันที
"เชี่ย..."
"โอ๊ย เชี่ย!"
หลี่เอ้อร์โก่วตกใจเสียงพึมพำเบาๆ ของหยางฉีที่อยู่ด้านหลัง เสียงร้องหลงจนผิดคีย์ รีบซ่อนกระดาษแผ่นนั้นไว้ในอกเสื้ออย่างลนลาน
หยางฉีเองก็ตกใจกับปฏิกิริยาตอบสนองอันรุนแรงของหลี่เอ้อร์โก่ว ถอยหลังไปสองก้าว
หลี่เอ้อร์โก่วหันขวับมา อาศัยแสงไฟริบหรี่จากตะเกียงน้ำมัน ถึงพอมองเห็นหน้าคนมาเยือน
"เจ้าคือ... คุณชายน้อยรึ?"
หลี่เอ้อร์โก่วถามด้วยความสงสัย
ก็ไม่แปลกที่เขาจะสงสัย เพราะสภาพของหยางฉีก่อนและหลังอาบน้ำช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว
เด็กหนุ่มตรงหน้า อายุอานามเพิ่งจะยี่สิบ คิ้วเข้มตาคม จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากได้รูป
รูปร่างสูงโปร่งสง่างาม ไหล่กว้างเอวสอบ ดูสะอาดสะอ้านและทะมัดทะแมง
ข้อเสียอย่างเดียวคือใบหน้าดูซีดเซียวไปหน่อย น่าจะเกิดจากการขาดสารอาหารมาเป็นเวลานาน
"ข้าเอง พี่เอ้อร์โก่ว ท่านกำลังทำอะไรอยู่น่ะ?"
หลี่เอ้อร์โก่วถอนหายใจอย่างโล่งอก ถลึงตาใส่หยางฉีพลางดึงกางเกงขึ้น พูดยอกย้อนว่า "คุณชายน้อยนี่ เดินทำไมไม่ให้มีเสียงเลยฮึ?"
พูดจบ เขาก็ทำตัวลับๆ ล่อๆ เดินไปที่ประตูห้อง ชะโงกหน้าออกไปมองดูลาดเลาข้างนอก เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใคร ก็ปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา
จากนั้นเขาก็ดึงหยางฉีให้นั่งคุกเข่าลงข้างๆ โต๊ะเตี้ย ท่าทางลึกลับซับซ้อนทำเอาหยางฉีงงเป็นไก่ตาแตก
หลี่เอ้อร์โก่วค่อยๆ ล้วงกระดาษสีเหลืองแผ่นนั้นออกมาจากอกเสื้ออย่างระมัดระวัง แล้วพูดว่า "คุณชายน้อย อย่าหาว่าพี่ชายมีของดีแล้วไม่นึกถึงเจ้าเชียวนะ ของล้ำค่าแบบนี้ ข้าให้เจ้าดูแค่แวบเดียวเท่านั้น!"
พูดจบ เขาก็คลี่กระดาษสีเหลืองออก คราวนี้หยางฉีเห็นชัดเจนแจ่มแจ้ง
ผู้หญิงในภาพวาดหน้าตาเลือนราง เสื้อผ้าใส่ครบชิ้น รูปร่างวาดออกมาดูอวบอั๋นดี
แค่นี้เนี่ยนะ? หยางฉีอุตส่าห์นึกว่าเป็นของวิเศษวิโสอะไรนักหนา
ในฐานะชายหนุ่มหน้าตาดีแห่งศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด หยางฉีไม่เคยเห็นของดีอะไรบ้าง? ทั้งยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี ในประเทศ มีเนื้อเรื่อง ให้เล่าสามวันสามคืนก็ยังไม่จบ
ถึงจะไม่เคยลงสนามจริง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าหยางฉีจะวิจารณ์ภาพวาดแผ่นนี้ไม่ได้
"ขยะ!"
หยางฉีพ่นคำสั้นๆ ออกมาสองคำ
หลี่เอ้อร์โก่วตอนแรกทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ จากนั้นคิ้วก็ขมวดเข้าหากัน กระชากคอเสื้อหยางฉีอย่างแรง ใบหน้าแทบจะแนบชิดติดกับหน้าหยางฉี
"เจ้าว่าไงนะ?"
หยางฉีมองเห็นคราบน้ำมัน หนวดเครา หรือแม้แต่สิวเสี้ยนบนหน้าหลี่เอ้อร์โก่วได้อย่างชัดเจน กลิ่นปากเหม็นหึ่งทำเอาหยางฉีแทบอ้วก
หยางฉีเบือนหน้าหนี แต่ก็ถูกหลี่เอ้อร์โก่วจับหันกลับมาอย่างแรง หน้าเขาแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเพราะเหม็นหรือโดนบีบกันแน่ เขาพูดว่า "ข้าบอกว่า นี่มันขยะ!"
หลี่เอ้อร์โก่วได้ยินดังนั้นก็ยิ่งโกรธเกรี้ยว ตวาดลั่น "ไอ้เด็กบ้า!"
แล้วเขาก็ค่อยๆ ยกตัวหยางฉีขึ้นมาทั้งตัว
หยางฉีสัมผัสได้เลยว่า หลี่เอ้อร์โก่วคนนี้พละกำลังมหาศาลมาก ลำแขนสองข้างน่าจะมีแรงเกินครึ่งร้อยกิโลกรัม ตัวเขาในตอนนี้ไม่มีทางสู้ได้เลย
หยางฉีถูกยกสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหลี่เอ้อร์โก่วก็ต่ำลงเรื่อยๆ
สูงขึ้นเรื่อยๆ ต่ำลงเรื่อยๆ...
ในที่สุด หยางฉีก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ ตัวเขาลอยอยู่กลางอากาศแล้ว แต่ทรงตัวได้นิ่งมาก ทำให้เขาทึ่งในพละกำลังของหลี่เอ้อร์โก่วอีกครั้ง!
พอก้มลงมอง อ้าว? ทำไมหลี่เอ้อร์โก่วถึงไปคุกเข่าอยู่บนพื้นล่ะ?
หลี่เอ้อร์โก่วเงยหน้าขึ้นมาอย่างฉับพลัน ในดวงตามีเส้นเลือดแดงก่ำ หน้าแดงก่ำ หายใจหอบถี่
หยางฉีเริ่มใจคอไม่ดี อาการของเอ้อร์โก่วตอนนี้ ทำไมเหมือนคนกินยาปลุกเซ็กส์เลยวะ? แค่ดูภาพห่วยๆ แผ่นนั้น มันจะมีฤทธิ์รุนแรงขนาดนี้เชียวหรือ?
นี่ข้าเพิ่งทะลุมิติมาได้แค่วันที่สามเองนะ? หรือว่าข้าต้องมาจบชีวิตลงที่นี่วันนี้? สวรรค์บัดซบ!
"พี่เอ้อร์โก่ว เมื่อกี้ข้าพูดเล่นน่ะ ท่านให้โอกาสข้าอีกครั้งเถอะ ท่านอย่า... ท่านอย่า..."
หยางฉียอมอ่อนข้อให้แล้ว ก็ตอนนี้เขาโดนชายฉกรรจ์จับล็อคอยู่นี่นา คนอยู่ใต้ชายคา จะไม่ก้มหัวก็ไม่ได้!
"คุณชายน้อย ไม่สิ นายท่านน้อย!"
หลี่เอ้อร์โก่วเอ่ยปากพูด ใบหน้าเผยรอยยิ้มที่ทำเอาหยางฉีรู้สึกขยะแขยง ราวกับดอกเบญจมาศค้างคืนที่กำลังเบ่งบาน น้ำเสียงประจบสอพลออย่างไม่ปิดบัง
"นายท่านน้อย พูดแบบนี้ แสดงว่าท่านมีของที่ดีกว่านี้ใช่ไหม?"
หยางฉีได้ยินดังนั้น ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เอง! เขานึกว่าไปล่วงเกินไอ้หมอนี่เข้า แล้วจะโดนจับกดซะอีก!
"ไม่มี!"
"มารดามันเถอะ!"
หลี่เอ้อร์โก่วลุกพรวดขึ้นมา ราวกับหมีดำ จ้องมองหยางฉีอย่างดุร้าย
เงาร่างใหญ่โตทาบทับร่างผอมบางของหยางฉีจนมิด เขาง้างหมัดใหญ่เท่าหม้อดินตั้งท่าจะชกเข้าที่หน้าหยางฉี
"แต่ว่า!"
หมัดยักษ์ชะงักค้างห่างจากหน้าหยางฉีเพียงหนึ่งนิ้ว ลมจากหมัดพัดเอาผมม้าของหยางฉีปลิวไสว
"แต่อะไร?"
"ข้าวาดเป็น! แถมขวาดได้ดีกว่านี้เป็นร้อยเท่า! แล้วข้ายังเขียนเป็นด้วย!"
"จริงรึ?!"
"จริงสิ!"
หลี่เอ้อร์โก่วตาเป็นประกาย รีบปล่อยคอเสื้อหยางฉีทันที แล้วประคองหยางฉีไปนั่งที่เตียงด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
กระดาษสีเหลืองแผ่นนี้ เขาต้องจ่ายราคาแพงลิ่ว ถึงจะได้มาจากท่านนักบัญชีของจวนก่อนหน้านี้
พวกบัณฑิตมักจะหยิ่งยโส มองว่าภาพวาดพวกนี้เป็นของต่ำทราม ถ้าไม่ถูกบีบคั้นด้วยความลำบาก จะมีบัณฑิตคนไหนยอมวาดรูปพวกนี้ให้ล่ะ?
ตอนนี้ท่านนักบัญชีก็จากไปแล้ว ในจวนไม่มีใครวาดภาพแบบนี้ได้อีก กระดาษสีเหลืองแผ่นนี้จึงกลายเป็น 'ของหายาก' ไปโดยปริยาย!
ก็เพราะพึ่งกระดาษสีเหลืองแผ่นนี้นี่แหละ เขาถึงไม่เคยขาดแคลนของกินของใช้ในหมู่คนงานหยาบกระด้างพวกนี้เลย!
ไอ้พวกเถื่อนพวกนี้คลั่งไคล้ผลงานชิ้นเอกชิ้นนี้กันสุดๆ ต่อให้แค่ขอดูแวบเดียว ก็ต้องแลกกับแป้งถั่วแห้งถึงสองก้อน!
"นายท่านน้อยอย่าโกรธไปเลย เมื่อกี้ข้าแค่เห็นยุงเกาะอยู่บนหน้าผากท่าน เลยกะจะต่อยไล่มันไปน่ะ! ท่านก็รู้นี่ ฤดูร้อนยุงมันชุม! ฮ่าๆๆ"
"ฮ่าๆ พี่เอ้อร์โก่วช่างมีน้ำใจจริงๆ!"
หยางฉีก็หัวเราะตอบโต้กลับไป แม่งเอ๊ย ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนี้สู้มึงไม่ได้นะ กูเตะไข่มึงแตกไปแล้ว!
คุยกับพวกคนเถื่อนนี่ต้องระวังตัวให้ดี ไอ้พวกนี้มันพร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อเพียงแค่พูดผิดหูคำเดียว!
อย่าเพิ่งพูดถึงว่าเมื่อกี้หลี่เอ้อร์โก่วคิดจะฆ่าเขาจริงๆ หรือเปล่า ต่อให้เป็นการหยอกล้อเล่นกัน แต่ความรู้สึกไร้ทางสู้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพละกำลังที่เหนือกว่า หยางฉีไม่อยากจะเจอเป็นครั้งที่สองอีกแล้ว
"ว่าแต่ พี่เอ้อร์โก่ว ในเมื่อท่านมีความต้องการขนาดนี้ ทำไมไม่แต่งงานเสียล่ะ?"
หลี่เอ้อร์โก่วหน้าเจื่อนลง ถอนหายใจ แล้วฝืนยิ้ม "นายท่านน้อยพูดเล่นแล้ว พวกเราน่ะ อาชีพเฝ้ายามคุ้มกันบ้าน หัวหลุดจากบ่าได้ทุกเมื่อ!"
"วันนี้ยังกินดื่มเที่ยวเล่นอยู่ พรุ่งนี้อาจจะโดนฟันคอขาดก็ได้ ทรัพย์สินเงินทองก็ไม่มี ผู้หญิงที่ไหนจะยอมแต่งด้วย?"
"ต่อให้เป็นสาวใช้ในจวน ก็ไม่ใช่พวกที่เราจะหมายปองได้หรอก!"
หยางฉีมองหลี่เอ้อร์โก่ว ถึงปากจะยิ้มแย้มตอนพูด แต่เขากลับรู้สึกได้ถึงความโศกเศร้าในแววตา
"เป็นอย่างนี้นี่เอง!"
หยางฉีก็พอจะเข้าใจ แตกต่างจากโลกก่อน ในยุคสงครามนี้ ชีวิตคนไร้ค่าเหมือนผักปลา!
สงคราม ความอดอยาก โรคระบาด การเกณฑ์แรงงาน ล้วนเป็นสิ่งที่กลืนกินชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วน โดยเฉพาะผู้ชาย
ผู้หญิงกับเด็กถึงจะน่าสงสาร แต่ก็ยังมีหนทางรอด ผู้ชายส่วนใหญ่ที่ขึ้นสนามรบเป็นครั้งแรก มักจะใช้สนามรบนั่นแหละเป็นหลุมฝังศพของตัวเอง
ทำไมพวกตระกูลใหญ่ๆ ถึงได้ร่ำรวยล้นฟ้า? แล้วทำไมถึงมีคำกล่าวว่า คนจนไม่เกินสามชั่วโคตร?
ก็เพราะคนน่ะสิ! ทุกอย่างต้องใช้คน!
คนจนแค่จะแต่งเมียยังยาก แล้วจะมีลูกหลานสืบสกุลได้ยังไง? แบบนี้ก็ต้องจนไม่เกินสามชั่วโคตรอยู่แล้วล่ะ
ส่วนตระกูลใหญ่ๆ มีลูกหลานสืบสกุลมากมาย คนแล้วคนเล่าผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ย่อมทำการใหญ่ได้สำเร็จ!
หลี่เอ้อร์โก่วเห็นหยางฉีเงียบไปนาน ก็ตบหัวตัวเองดังฉาด พูดว่า "ข้าลืมไปเลย!"
หลี่เอ้อร์โก่วรีบหยิบห่อผ้าออกมาจากมุมเตียงของตัวเอง แล้วเปิดออกให้หยางฉีดูราวกับกำลังถวายของล้ำค่า มันคือหมั่นโถวสองลูก!
"แป้งขาวๆ ของใหม่เลยนะ!"
หยางฉีพุ่งเข้าใส่เหมือนหมาป่าหิวโซ คว้าหมั่นโถวมากัดกินอย่างตะกละตะกลาม
หลี่เอ้อร์โก่วมองดูท่าทางการกินอย่างมูมมามของหยางฉี แล้วยิ้มประจบประแจง "ถ้านายท่านน้อยมีเวลาว่างเมื่อไหร่ อย่าลืมวาดรูปให้ข้าสักรูปนะ ข้าชอบแบบใหญ่ๆ ขอบคุณร่วงหน้าเลยล่ะกัน!"
"จัดไป!"
[จบแล้ว]