- หน้าแรก
- หลังลงจากเขา ข้ากลายเป็นลูกรักของบิ๊กบอสทั้งห้า
- บทที่ 13 เจ้าก้อนแป้งนุ่มนิ่มวิ่งจ๊อกกิ้งยามเช้ากับคุณพ่อ
บทที่ 13 เจ้าก้อนแป้งนุ่มนิ่มวิ่งจ๊อกกิ้งยามเช้ากับคุณพ่อ
บทที่ 13 เจ้าก้อนแป้งนุ่มนิ่มวิ่งจ๊อกกิ้งยามเช้ากับคุณพ่อ
บทที่ 13 เจ้าก้อนแป้งนุ่มนิ่มวิ่งจ๊อกกิ้งยามเช้ากับคุณพ่อ
นาฬิกาชีวิตของมู่เซินทำงานตรงเวลาอย่างยิ่ง เขาลืมตาตื่นขึ้นในเวลาหกโมงเช้า เปลี่ยนเป็นชุดกีฬาสำหรับออกกำลังกายสีดำ ล้างหน้าแปรงฟันแล้วจึงเดินออกไป
ทันทีที่เขาเดินออกมา เสียงคลิกเบาๆ ก็ดังมาจากห้องนอนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
ท่าทางที่กำลังม้วนแขนเสื้อของเขาชะงักไป ดวงตาคมลึกปรายมองไปทางด้านข้าง
ประตูเปิดออกเป็นช่องเล็กๆ จากนั้น หัวกลมๆ ที่โกนผมจนเกลี้ยงเกลาก็โผล่ออกมา
เจ้าตัวเล็กไม่ทันสังเกตเห็นมู่เซินที่อยู่ไม่ไกล เนื่องจากความสูงยังไม่พอ ร่างกลมป้อมจึงพยายามเขย่งปลายเท้าอย่างสุดความสามารถ ยื่นแขนเล็กๆ ออกไปเพื่อเอื้อมให้ถึงลูกบิดประตู
โถ คุณพ่อ ประตูของโยมพ่อบานใหญ่มาก และลูกบิดประตูก็อยู่สูงเหลือเกิน
เจ้าก้อนแป้งนิ่มคว้าลูกบิดประตูเอาไว้แล้วดึงกลับหลัง เสียงประตูปิดลงดังคลิก
เมื่อส้นเท้าแตะถึงพื้น ร่วนร่วนอ้าปากเล็กๆ ที่อวบอิ่มออกเล็กน้อยแล้วผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ
เจ้าก้อนแป้งนิ่มจ้องมองลูกบิดประตูนั้นด้วยสายตาขุ่นเคืองอย่างยิ่ง พลางเปรียบเทียบกับความสูงของตัวเอง จากนั้นก็ส่ายหัวกลมๆ แล้วถอนหายใจ
ร่วนร่วนยังตัวเตี้ยเกินไปจริงๆ
มู่เซินผู้เห็นเหตุการณ์ปิดประตูทั้งหมด "..."
ดูซื่อบื้อไปหน่อยนะ
ทว่า... ก็น่ารักมากทีเดียว
ร่วนร่วนที่เดินออกมาสวมชุดกีฬาตัวเล็กสีครีม ด้านหน้าสกรีนรูปหนูแฮมสเตอร์ตัวน้อยกำลังกอดเท้าตัวเอง ทั้งฟูและอวบอ้วนเหมือนกับตัวเธอไม่มีผิด
ทันทีที่ร่วนร่วนหันกลับมา เธอพบว่ามีคนตัวสูงมากยืนอยู่ข้างหลัง และเกือบจะชนเข้ากับเขาแล้ว
เณรน้อยถอยหลังไปสองสามก้าวแล้วเอียงคอ มองดูเขา
หลังจากมองเห็นชัดเจนว่าเป็นใคร ดวงตาของร่วนร่วนก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที
"คุณพ่อ!" เธอร้องเรียกคุณพ่อด้วยน้ำเสียงใสแจ๋ว แล้วเข้ามากอดขาที่ยาวของเขาเอาไว้
มู่เซินมองดูเจ้าตัวเล็กที่มีแววตาตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด ลูกกระเดือกของเขาขยับเล็กน้อยก่อนจะเปล่งเสียงตอบรับในลำคอเบาๆ ว่า "อืม"
แม้จะเป็นเพียงการตอบรับสั้นๆ แต่ร่วนร่วนก็ดีใจจนเนื้อเต้น
"คุณพ่อ คุณพ่อยอมรับแล้วใช่ไหมคะว่าคุณพ่อเป็นโยมพ่อของร่วนร่วน ร่วนร่วนดีใจที่สุดเลยค่ะ!"
เจ้าตัวเล็กมีความสุขอย่างแท้จริง น้ำเสียงของเธอยังเจือไปด้วยความหวานละมุน
เมื่อวานนี้เธอเรียกคุณพ่อตั้งหลายครั้ง แต่คุณพ่อไม่เคยตอบรับเธอเลย วันนี้คุณพ่อตอบรับเธอแล้ว ร่วนร่วนอยากจะบอกข่าวดีนี้กับอาจารย์ทันที
มู่เซินกระแอมไอ ดึงตัวเจ้าตัวเล็กที่เกาะขาเขาอยู่ออก และพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า "ยืนดีๆ"
ต่อให้คุณพ่อจะทำหน้าดุ เธอก็ไม่กลัวหรอก!
ร่วนร่วนยังคงตื่นเต้นอย่างที่สุดกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น ฮิฮิ... เมื่อกี้คุณพ่อเพิ่งจะตอบรับเธอด้วยละ
อย่างไรก็ตาม เธอยังคงยืนอย่างเชื่อฟัง ร่างกายเล็กๆ ยืดตรงแด่วราวกับแผ่นไม้ ทว่ารอยยิ้มซื่อๆ บนใบหน้าของเธอนั้นดูตลกจนแทบดูไม่ได้
มู่เซินรู้สึกอยากจะเอามือกุมขมับ ซื่อบื้อขนาดนี้ นี่ใช่ลูกสาวของเขาจริงๆ หรือ
"ทำไมตื่นเช้านักล่ะ"
มู่เซินปรายสายตามองเจ้าตัวเล็ก
ร่วนร่วนกะพริบตากลมโตและตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพลางนับนิ้วมือไปด้วย
"ร่วนร่วนต้องตื่นเช้ามาวิ่ง ฝึกวิทยายุทธ์ แล้วก็ทำสิ่งที่คุณครูสั่งค่ะ"
คราวนี้เป็นตาของมู่เซินที่ต้องประหลาดใจ เขาขมวดคิ้ว "ต้องทำทั้งหมดนี่ทุกวันเลยเหรอ"
ร่วนร่วนพยักหน้ารัวๆ "ใช่ค่ะ ใช่ค่ะ ร่วนร่วนขยันมาก ไม่ขี้เกียจหรอกนะ"
มู่เซินกล่าวว่า "เธอยังเด็กขนาดนี้ ไม่จำเป็นต้องตื่นเช้าขนาดนั้นเพื่อทำเรื่องพวกนี้หรอก"
เด็กๆ ควรจะชอบนอนตื่นสายไม่ใช่หรือไง
เหมือนอย่างหลานชายไม่กี่คนของเขา ที่เขาไม่สามารถลากพวกมันลงจากเตียงได้เลย และการไปโรงเรียนในแต่ละวันก็ราวกับต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด อย่าว่าแต่หลานชายเลย แม้แต่น้องชายที่ไม่เอาไหนของเขาที่อายุสิบกว่าปีแล้วก็ยังนอนตื่นสายอยู่ดี
ร่วนร่วนเบิกตากลมโตขึ้นทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของมู่เซิน
"ร่วนร่วนเป็นเด็กโตแล้วนะค! อาจารย์บอกว่านิสัยที่ดีต้องปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็ก การออกกำลังกายทุกวันจะช่วยให้ร่างกายเติบโตแข็งแรง และสามารถทุบตีคนอื่นได้ตั้งหลายคนเลยค่ะ!"
มู่เซิน "..."
ประโยคสุดท้ายนั่นมันเรื่องอะไรกันเนี่ย!
อย่างไรก็ตาม ในเมื่อเจ้าตัวเล็กตื่นขึ้นมาแล้ว เขาคงไม่สามารถไล่เธอให้กลับไปนอนได้
ดังนั้นเขาจึงพาร่วนร่วนลงไปข้างล่าง
เจ้าตัวเล็กเดินตามเขาไปราวกับหางแถวตัวน้อย เมื่อเดินผ่านห้องของเสี่ยวป๋าย เธอก็เรียกหมาป่าน้อยออกมาด้วย หลังจากลงมาข้างล่างแล้ว จึงมีหางแถวตัวน้อยสองตัวเดินตามหลังมู่เซิน
ร่วนร่วนดูตื่นเต้นเป็นพิเศษ เธอเอาแต่พูดคุยกับเสี่ยวป๋ายไม่หยุดเกี่ยวกับเรื่องที่เธอเรียกคุณพ่อแล้วมู่เซินตอบรับเมื่อสักครู่ แม้จะเป็นเพียงเรื่องธรรมดาๆ แต่เธอก็เก็บมันไว้ในใจอย่างมีความสุขและยังแบ่งปันให้กับเพื่อนตัวน้อยที่ดีที่สุดของเธอด้วย
ถึงแม้เพื่อนตัวน้อยคนนั้นจะเป็นลูกหมาป่าที่พูดไม่ได้ก็ตาม
มู่เซินรู้สึกสับสนในใจอยู่บ้าง
"คุณพ่อคะ ร่วนร่วนจะไปออกกำลังกายยามเช้าแล้วนะ!" ร่วนร่วนพร้อมกับเสี่ยวป๋ายที่เดินตามอยู่ที่แทบเท้า ยกอุ้งมือเล็กๆ ขึ้นมาโบกมือให้มู่เซิน
"เดี๋ยวก่อน ฉันจะไปด้วย" มู่เซินอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมาอย่างง่ายดายและวางเธอลงให้ยืนอย่างเป็นระเบียบตามเดิม เขาเดินไปที่ตู้น้ำ กดน้ำดื่มให้ตัวเองหนึ่งแก้ว และกดเผื่อร่วนร่วนด้วยความเคยชินอีกหนึ่งแก้ว
ก่อนที่ร่วนร่วนจะทันได้ประหลาดใจอย่างยินดีที่คุณพ่อจะออกไปออกกำลังกายยามเช้าด้วย น้ำหนึ่งแก้วก็ถูกยื่นมาตรงหน้าเธอ
เธอรีบใช้สองอุ้งมือรับมันไว้ ยิ้มแย้มสดใสราวกับดวงอาทิตย์ดวงน้อย และพูดด้วยน้ำเสียงหวานหยดว่า "ขอบคุณค่ะคุณพ่อ"
จากนั้นเธอก็กอดแก้วน้ำไว้อย่างมีความสุขแล้วจิบดื่มทีละนิด
แม่ครัวของตระกูลมู่เป็นคุณป้าที่ทำอาหารให้ตระกูลมู่มานานหลายปี เธอรู้ตารางเวลาการตื่นนอนของมู่เซินดี จึงมาถึงแต่เช้าและกำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่ในห้องครัว
มู่เซินเดินเข้าไปสั่งความให้เตรียมอาหารเช้าและนมไว้ให้ร่วนร่วน จากนั้นเขาก็พาลูกสาวออกไปข้างนอกด้วยกัน
ร่วนร่วนซอยเท้าถี่ๆ เพื่อวิ่งตามให้ทัน มือเล็กๆ ของเธอเกาะกุมนิ้วหนึ่งของมู่เซินเอาไว้ พลางมองไปรอบๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เมื่อเดินพ้นประตูรั้วคฤหาสน์ตระกูลมู่ มู่เซินก็พาร่วนร่วนไปที่สวนสาธารณะ
หมอกยามเช้ายังคงค่อนข้างหนาแน่น สวนสาธารณะในหมู่บ้านจัดสรรนั้นใหญ่โตมาก มีต้นไม้เขียวชอุ่ม ดอกไม้และพืชพรรณมากมาย รวมถึงมีสระน้ำที่ใสสะอาดและสว่างไสว อากาศที่นี่จึงดีมากเช่นกัน
ตลอดทาง ร่วนร่วนได้ยินเสียงนกคอยส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วอยู่บนต้นไม้
เสี่ยวป๋ายเองก็ทำตัวว่าง่าย แม้จะไม่มีสายจูงคอยดึงไว้ แต่มันก็เดินตามข้างกายร่วนร่วนอย่างเชื่อฟัง
"วันหลังอย่าวิ่งซนไปทั่วเวลาไปถึงสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย" มู่เซินพูดกับร่วนร่วนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ร่วนร่วนพยักหน้ารับแล้วแลบลิ้นเล็กๆ ออกมา "ใช่ค่ะ ใช่ค่ะ ร่วนร่วนทราบแล้ว ตอนแรกครูแค่อยากจะออกกำลังกายยามเช้าในสวนของคุณพ่อ สวนของคุณพ่อใหญ่มาก แต่ก็ยังไม่ใหญ่เท่าบนภูเขา ร่วนร่วนจะวิ่งเพิ่มอีกสักสองสามรอบค่ะ"
มู่เซินไม่ได้ตอบรับคำ และเริ่มวิ่งไปพร้อมกับร่วนร่วน
เขาเดินวิ่งช้ากว่าปกติหลายเท่า แทบจะเรียกได้ว่าเป็นการเดิน เพื่อที่จะรอขาสั้นๆ ข้างหลังเขา
ร่วนร่วนหอบหายใจแฮกๆ ขณะวิ่งตามคุณพ่อไปหนึ่งรอบ การวิ่งรอบสระน้ำหนึ่งรอบมีระยะทางประมาณแปดร้อยเมตร สิ่งที่ทำให้มู่เซินประหลาดใจก็คือ แม้เจ้าตัวเล็กจะวิ่งช้ามาก แต่หลังจากวิ่งไปหนึ่งรอบ ใบหน้าของเธอเพียงแค่เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อเล็กน้อย และไม่มีเหงื่อออกมากนักด้วยซ้ำ
"คุณพ่อคะ ร่วนร่วนจำทางได้แล้วค่ะ คุณพ่อวิ่งไปก่อนเลย ร่วนร่วนวิ่งช้า และมีเสี่ยวป๋ายอยู่เป็นเพื่อนแล้วค่ะ"
มู่เซินชำเลืองมองเธอ "ไม่เป็นไร ฉันถือว่ามาเดินเล่น"
อย่างมากที่สุด เขาก็ค่อยกลับไปออกกำลังกายในห้องฟิตเนสต่ออีกสักพัก
ร่วนร่วนฉีกยิ้มกว้างอย่างมีความสุขยิ่งขึ้น แต่ดวงตาเล็กๆ ของเธอกลับมองดูขาที่ยาวของมู่เซินด้วยความอิจฉา ทุกๆ ก้าวที่คุณพ่อก้าวเดิน เธอต้องวิ่งตั้งหลายก้าว
หลังจากวิ่งไปได้สามรอบ ร่วนร่วนเริ่มมีเหงื่อซึมและเริ่มหอบ แต่เธอก็ยังคงอดทนวิ่งต่อไป ลูกหมาป่าที่อยู่ข้างกายเธอวิ่งบ้างหยุดบ้าง แต่ในที่สุดมันก็วิ่งตามมาจนครบสามรอบ
ในเวลาหกโมงครึ่ง เริ่มมีผู้คนทยอยปรากฏตัวในสวนสาธารณะทีละคนสองคน เกือบทั้งหมดเป็นผู้สูงอายุ สวมชุดฝึกซ้อม ถือกระบี่หรือมาด้วยมือเปล่า ต่างพากันจับจองพื้นที่ที่ตนเองมักจะมาเป็นประจำเพื่อเตรียมตัวฝึกมวยไทเก๊ก
ตามปกติแล้ว ทันทีที่มาถึงพวกแกก็จะเริ่มฝึกซ้อมทันที ทว่าในวันนี้ คุณยายและคุณตาหลายคนกลับมองดูเจ้าก้อนแป้งนมนิ่มที่กำลังวิ่งอยู่ด้วยความสนใจเป็นพิเศษ
"อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณตาคุณยาย" เมื่อวิ่งมาถึงข้างกายพวกแก เจ้าก้อนแป้งนิ่มที่กำลังหอบหายใจก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยทักทายผู้สูงอายุแปลกหน้าเหล่านี้อย่างมีมารยาท