- หน้าแรก
- จินตนาการสรรค์สร้าง มหาเวทสูตรโกงไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 36 5 วินาทีสู่ขอบเขตรวบรวมลมปราณระดับ 11 ขั้นสมบูรณ์แบบ!
บทที่ 36 5 วินาทีสู่ขอบเขตรวบรวมลมปราณระดับ 11 ขั้นสมบูรณ์แบบ!
บทที่ 36 5 วินาทีสู่ขอบเขตรวบรวมลมปราณระดับ 11 ขั้นสมบูรณ์แบบ!
เย่เกอมองดูผลงานศิลปะในฝ่ามือแล้วเอ่ยชมเปาะ "ช่างเป็นผลงานชิ้นเอกที่สร้างสรรค์ดุจเทพยดาประทานพรเสียจริง ไม่นึกเลยว่าของวิเศษชิ้นแรกที่ข้าหลอมขึ้นมาจะทรงพลังถึงเพียงนี้ ข้านี่มันอัจฉริยะชัดๆ"
เขาสัมผัสได้ถึงความเชื่อมโยงที่ก่อตัวขึ้นระหว่างตัวเขากับหอคอยดารา ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาได้หลอมรวมของวิเศษชิ้นนี้เข้ากับตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เขานึกย้อนไปถึงบทนำเกี่ยวกับการหลอมศาสตราที่เคยอ่านมา แต่ก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามันจะมีคุณสมบัติเช่นนี้ด้วย
หลังจากลองคิดใคร่ครวญดูแล้ว มันจะต้องเกี่ยวข้องกับเคล็ดวิชาหลอมศาสตราเฉพาะตัวของเขาอย่างแน่นอน
ความเข้ากันได้ยังสูงปรี๊ดถึง 100 เปอร์เซ็นต์อย่างน่าเหลือเชื่อ
อาการเบียวของเย่เกอกำเริบขึ้นมาทันที "ตอนนี้คือช่วงเวลาแห่งการเป็นประจักษ์พยานถึงปาฏิหาริย์ ข้ากำลังจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตก่อตั้งรากฐานในตำนาน และก้าวเท้าข้างหนึ่งเข้าสู่โลกแห่งการฝึกตนอย่างแท้จริงแล้ว"
เขาเก็บหอคอยดาราเข้าไปในจุดตันเถียน
เย่เกอนั่งขัดสมาธิลงตรงนั้นและเริ่มลงมือทะลวงเข้าสู่ขอบเขตก่อตั้งรากฐาน
เขามั่นใจในการก่อตั้งรากฐานครั้งนี้มาก ท้ายที่สุดแล้วเขาก็มีทุกสิ่งที่ต้องการครบถ้วน แถมความเข้ากันได้ก็ยังสูงถึงขีดสุด เขาจึงหาเหตุผลที่จะทำให้มันล้มเหลวไม่เจอเลยสักนิด
วันแรก ใบหน้าของเย่เกอยังคงเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
วันที่สอง ร่องรอยแห่งความประหลาดใจเริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
วันที่สาม สีหน้าของเย่เกอบ่งบอกถึงความสงสัยในชีวิตอย่างเห็นได้ชัด
วันที่สี่ เย่เกอลืมตาขึ้นมาด้วยความสิ้นหวัง
"บ้าเอ๊ย! ทำไมกัน เงื่อนไขทุกอย่างก็ครบถ้วนหมดแล้ว แล้วทำไมข้าถึงยังทะลวงเข้าสู่ขอบเขตก่อตั้งรากฐานไม่ได้อีก"
เย่เกอแทบจะสติแตกและระบายอารมณ์ออกมาเสียงดัง
ผ่านไปครู่หนึ่ง เย่เกอก็นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก
เขาคิดไม่ออกเลยว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ ระบบก็เอ่ยขึ้นมา "ถึงแม้ข้าจะไม่เคยเจอสถานการณ์แบบเจ้ามาก่อน แต่หลังจากใช้ความสามารถในการอนุมานอันทรงพลังของระบบคำนวณดูแล้ว มีความเป็นไปได้สูงว่าระดับขอบเขตรวบรวมลมปราณของเจ้ายังไม่เพียงพอ"
สีหน้าของเย่เกอเปลี่ยนไปทันที เขารีบผุดลุกขึ้นจากพื้น
"เจ้าหมายความว่าข้าต้องยกระดับขอบเขตรวบรวมลมปราณให้สูงกว่าระดับ 11 อย่างนั้นหรือ"
ระบบตอบกลับ "ถูกต้อง ตามการคำนวณของข้า นี่คือความเป็นไปได้เพียงหนึ่งเดียว เดิมทีหอคอยดาราของเจ้าก็อยู่ในระดับที่สูงมากอยู่แล้ว และหลังจากที่เจ้าทำการหลอมมัน คุณภาพของมันก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างน้อย 100 เท่า ระดับของมันสูงเกินไป ถึงแม้เจ้าจะหลอมรวมของวิเศษชิ้นนี้ได้แล้ว แต่ความแข็งแกร่งของเจ้ายังต่ำต้อยเกินไป จึงไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตก่อตั้งรากฐานได้"
"วิชาปรุงโอสถความโกลาหลที่เจ้าได้มานั้นไม่ธรรมดาเลย ข้าไม่คาดคิดเลยว่าหลังจากที่เจ้าดัดแปลงมันอย่างมั่วซั่วแล้วนำมาประยุกต์ใช้กับการหลอมศาสตรา มันจะไม่ได้ด้อยไปกว่าการปรุงโอสถเลย ซ้ำยังแข็งแกร่งกว่าเสียด้วยซ้ำ"
"ข้าบอกเจ้าได้เลยว่า สำหรับนักหลอมศาสตรานั้นไม่มีสิ่งที่เรียกว่าความหนาแน่นหรอก อย่างมากที่สุดก็แค่เสริมความแข็งแกร่งให้กับตัววัตถุดิบได้เพียงไม่กี่เท่า ซึ่งนี่ก็เป็นแค่การเสริมความแข็งแกร่งตามปกติในระหว่างการตีขึ้นรูปเท่านั้น"
"แต่เจ้ากลับสามารถเสริมความแข็งแกร่งให้มันได้ถึง 100 เท่า ข้าล่ะไม่รู้จริงๆ ว่าสมองอันปราดเปรื่องของเจ้าคิดเรื่องแบบนี้ออกมาได้อย่างไร!"
เย่เกอถึงกับพูดไม่ออก ดัดแปลงอย่างมั่วซั่วหมายความว่ายังไงกัน นี่มันออกจะยอดเยี่ยมมากเลยไม่ใช่หรือไง
"แล้วข้าจะเพิ่มระดับขอบเขตรวบรวมลมปราณต่อไปได้ยังไงล่ะ แม้แต่ค่าประสบการณ์และฐานพลังฝึกตนจากการฆ่าไก่ ข้าก็ไม่สามารถดูดซับได้อีกแล้วนะ"
พอได้ยินเรื่องฆ่าไก่ ระบบก็ฉุนกึกขึ้นมาทันที "ฆ่าไก่ ฆ่าไก่ วันๆ เจ้าก็รู้จักแต่ฆ่าไก่! เจ้าหัดมีความทะเยอทะยานแล้วออกไปล่าเหยื่อระดับสูงๆ บ้างไม่ได้หรือไง ทำตัวแบบนี้ ข้านึกว่าในแผนที่ของข้ามีแต่ไก่ซะอีก! ต่อให้ออกไปฆ่าไก่ป่าที่มีระดับสูงกว่านี้สักหน่อยก็ยังดี!"
เย่เกอหัวเราะเบาๆ "ไม่ว่าจะเป็นไก่บ้านหรือไก่ป่า ขอแค่เป็นไก่ที่กินได้ก็ถือว่าเป็นไก่ที่ดีทั้งนั้นแหละ ข้าไม่เลือกกินหรอกนะ"
ระบบรู้สึกอับจนหนทาง มันรู้ดีว่าตัวเองเป็นคนปล่อยฉายาและแผนที่ลับออกมาเอง
เจ้าจอมคลั่งกินไก่คนนี้จะต้องไม่มีวันเลิกฆ่าไก่ในอนาคตอย่างแน่นอน
"เจ้าก็โยนไอเทมพิเศษเข้าไปในวงจรปราณในจุดตันเถียนของเจ้าต่อไปสิ ลองโยนค้อนอันนั้นกับหอคอยดาราของเจ้าเข้าไปดู เจ้าน่าจะทะลวงผ่านไปได้อีกอย่างน้อย 2 ระดับ ถ้ายังไม่ได้ผลอีก ก็ลองดูว่าจะโยนเตาหลอมของเจ้าเข้าไปด้วยได้ไหม"
เย่เกอพยักหน้า ใบหน้าของเขาเผยให้เห็นถึงความกระจ่างแจ้ง "อย่างนี้นี่เอง แต่หอคอยดาราเป็นสิ่งที่ข้าตั้งใจจะใช้สำหรับการก่อตั้งรากฐานนะ ถ้าข้าเอามันไปถมพื้นที่ตรงนั้น มันจะไม่มีปัญหาอะไรเหรอ"
ระบบกล่าวว่า "ไม่ต้องกังวลไป ทันทีที่เจ้าทะลวงเข้าสู่ขอบเขตใหม่ ไอเทมทั้งหมดในวงจรปราณก็จะสามารถนำออกมาได้ หากเจ้าไม่เชื่อ ก็ลองดูตอนนี้เลยสิว่าเจ้าสามารถเอาเมล็ดพันธุ์ไฟสีม่วงออกมาได้หรือไม่"
เย่เกอรีบทดลองดูว่าเขาสามารถดึงเมล็ดพันธุ์ไฟสีม่วงออกมาได้หรือไม่ ก่อนหน้านี้เขาพบว่าหลังจากที่ไฟสีม่วงเข้าไปในวงจรปราณ มันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการใช้งานแต่อย่างใด เขาจึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
อย่างรวดเร็ว ภายใต้การควบคุมของเย่เกอ เมล็ดพันธุ์ไฟสีม่วงก็ลอยออกมาจากวงจรปราณ
"ไม่มีปัญหาจริงๆ ด้วยแฮะ ถ้างั้น ถ้าข้าโยนมันกลับเข้าไป ข้าจะอัปเลเวลต่อไปได้อีกไหม" เย่เกอสงสัยขึ้นมาอย่างปุบปับ
ระบบถึงกับพูดไม่ออก "ฝันไปเถอะ!"
ระบบตอกกลับแต่ไม่ได้อธิบายเหตุผล เห็นได้ชัดว่ามันไม่อยากตอบคำถามโง่ๆ แบบนี้
เย่เกอเกาหัวแกรกๆ อย่างเก้อเขิน จากนั้นก็หยิบค้อนก่อตั้งรากฐานออกมาจากช่องเก็บของของระบบ
แล้วจู่ๆ เขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ "เดี๋ยวก่อนสิ! ข้ายังหลอมค้อนอันนี้ไม่ได้เลย แล้วข้าจะเอามันเข้าไปในวงจรปราณได้ยังไงล่ะ"
ปัญหาวนกลับมาที่จุดเริ่มต้น: หากต้องการเข้าสู่ขอบเขตก่อตั้งรากฐาน เขาต้องส่งค้อนเข้าไปในจุดตันเถียนให้ได้ แต่การจะส่งเข้าไปในจุดตันเถียน เขาต้องหลอมค้อนให้สำเร็จเสียก่อน และการจะหลอมค้อนให้สำเร็จ เขาก็ต้องมีระดับพลังที่สูงกว่านี้
"ให้ตายเถอะ วนเป็นลูปนรกหาทางออกไม่ได้เลย" เย่เกอดึงทึ้งผมตัวเองทั้งสองข้าง แทบจะกลายเป็นคนบ้าไปแล้ว
ระบบพูดขึ้น "นั่นมันธุระของเจ้า ข้ามีหน้าที่แค่เสนอไอเดียเท่านั้น"
เย่เกอรู้สึกหมดหนทาง ในเมื่อแม้แต่ระบบก็ยังบอกว่าไม่มีวิธีอื่น เขาก็ทำได้เพียงแค่ลองทะลวงเข้าสู่ขอบเขตรวบรวมลมปราณระดับ 11 ดูก่อนเท่านั้น
บางทีระดับ 11 อาจจะเพียงพอแล้วก็ได้ ใครจะไปรู้ล่ะ
เย่เกอทำได้เพียงสวดภาวนาให้ทุกอย่างออกมาดี
เขาโยนหอคอยดาราเข้าไปในวงจรปราณ ทันใดนั้นวงจรปราณทั้งหมดก็ส่งเสียงดังกึกก้องประหนึ่งฟ้าร้อง
จากนั้นมันก็เริ่มขยายตัวใหญ่ขึ้นเป็น 2 เท่า ก่อนจะหยุดนิ่งลง
ในชั่วพริบตา เย่เกอก็สัมผัสได้ว่าระดับพลังของเขาสามารถทะลวงต่อไปได้แล้ว
เขารีบนั่งขัดสมาธิและเริ่มทำการฝึกตน ในขณะที่เขากำลังจะหยิบอาหารสวรรค์ออกมากินนั้นเอง
เขาก็นึกขึ้นได้ถึงค่าประสบการณ์ที่ระบบสะสมเอาไว้ให้
เขาเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาและค้นหาจุดที่สะสมค่าประสบการณ์เอาไว้
เขากดปลดปล่อยมันออกมา และในชั่วพริบตา เย่เกอก็สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานอันแข็งแกร่งที่ปะทุขึ้นมาโดยตรงภายในวงจรปราณของเขา
ฐานพลังฝึกตนของเย่เกอทะลวงเข้าสู่ขอบเขตรวบรวมลมปราณระดับ 11 ในทันที เติมเต็มวงจรปราณที่เพิ่งจะขยายใหญ่ขึ้นเป็น 2 เท่าจนเต็มเปี่ยม
เขาก้าวเข้าสู่ขอบเขตรวบรวมลมปราณระดับ 11 ขั้นสมบูรณ์แบบโดยตรง
เขาลืมตาขึ้นและผ่อนลมหายใจออกมาอย่างช้าๆ "สดชื่นชะมัด!"
การทะลวงผ่านขอบเขตย่อยได้ทั้งหมดภายในเวลาเพียง 5 วินาที ไม่ว่าใครก็ต้องบอกว่ามันรู้สึกสดชื่นทั้งนั้นแหละ
เขานำหอคอยดาราออกมาจากวงจรปราณ และเย่เกอก็เริ่มลงมือทะลวงเข้าสู่ขอบเขตก่อตั้งรากฐานอีกครั้ง
หลังจากผ่านไป 1 วัน เย่เกอก็ลืมตาขึ้นมาอย่างจนปัญญา
เขายังคงทะลวงเข้าสู่ขอบเขตก่อตั้งรากฐานไม่ได้ ดูเหมือนว่าระดับรวบรวมลมปราณของเขาจะยังต่ำเกินไปจริงๆ
เย่เกอหมดหนทาง จึงต้องหยิบค้อนออกมาอีกครั้ง พร้อมกับครุ่นคิดหาวิธีที่จะหลอมมัน
แต่ทว่าในครั้งนี้ ทันทีที่ค้อนปรากฏออกมา มันก็ลอยล่องขึ้นไปบนอากาศในทันที
มันบินวนรอบตัวเย่เกอไป 1 รอบ
"นี่มันสถานการณ์แบบไหนกันเนี่ย" เย่เกอรู้สึกงุนงงไปหมด
ค้อนมันบินได้ด้วยตัวเอง หรือว่ามันจะมีสติปัญญาอย่างนั้นหรือ
วินาทีต่อมา เขาก็รู้ว่าสิ่งที่เขาเดานั้นถูกต้อง
"รวบรวมลมปราณระดับ 11 ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีวาสนาอยู่บ้าง หากเจ้าได้รับความช่วยเหลือจากข้า เจ้าก็จะสามารถบรรลุถึงระดับ 12 ได้ ซึ่งก็น่าจะพอผ่านเกณฑ์ในการยอมรับนายได้แบบฉิวเฉียด"
จู่ๆ ค้อนก็ส่งเสียงพูดออกมา
อีกฝ่ายมีจิตสำนึกจริงๆ ด้วย และมันก็ไม่ใช่สิ่งของธรรมดาๆ อย่างแน่นอน ฟังจากน้ำเสียงแล้ว มันกำลังจะยอมรับข้าเป็นเจ้านายสินะ เย่เกอคิดด้วยความดีใจ
เขารีบพูดอย่างร้อนรน "เร็วเข้าๆ รีบเข้ามาเลย! ถ้ามีเจ้า ข้าก็สามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตรวบรวมลมปราณระดับ 12 ได้แล้ว"
ค้อนแค่นเสียงเย็นชาและกล่าวอย่างเย่อหยิ่ง "เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้ามีที่มาที่ไปอย่างไร กล้าดียังไงมาเสียมารยาทกับข้า ไอหนู เตรียมตัวโดนทุบได้เลย"
พูดจบ มันก็พุ่งเข้าทุบเย่เกอเข้าจริงๆ
เย่เกอถูกทุบตีกุมหัวร้องโอดโอยอยู่บนพื้น รู้สึกเสียใจที่ปากพล่อยไม่เข้าเรื่อง
ค้อนไม่ได้ลงมือถึงตาย ทุกการโจมตียังอยู่ในระดับที่เย่เกอพอจะทนรับไหว
มิฉะนั้น เพียงแค่ค้อนทุบลงมาทีเดียวก็สามารถปลิดชีพเย่เกอได้แล้ว
มันแค่ต้องการให้เขารู้ถึงผลกรรมของการเป็นคนปากเปราะเท่านั้น