เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 23 กลายเป็นแม่เลี้ยง

ตอนที่ 23 กลายเป็นแม่เลี้ยง

ตอนที่ 23 กลายเป็นแม่เลี้ยง


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

“ไอ้เวรวางหยางมันอยู่ห้องไหน? ฉันจะไปเช็กบิลมัน!”

 

หลินเฉี่ยนเปิดประตูออกมาพร้อมกับเลิกแขนเสื้อขึ้นทำท่าทางพร้อมมีเรื่องชกต่อยอีกครั้ง “ไอ้กร๊วกเอ๊ย ที่ทำไปนั่นเพราะแค่หวังจะเอาใจยัยหนานอิน ถุ้ย ไอ้ไก่อ่อน แค่จีบสาวให้ติดเรื่องหมูๆ แบบนี้ก็ทำเองไม่ได้ ชิ! พอไม่มีปัญญาจัดการเรื่องของตัวเองก็ไปลากคนอื่นให้มาช่วย ไอ้ห่า ควายยังฉลาดซะกว่า  แม่งเอ๊ย! อย่าให้เจอนะแม่จะ.......”

 

กู้เฉิงเซียวใช้มือของเขาโอบเข้าไปบริเวณรักแร้แม่ภรรยาจอมซ่าที่กำลังสบถหยาบคายเสียงดังลั่นจากด้านหลัง ก่อนที่จะยกตัวเธอลอยขึ้นกลางอากาศ “เห้ยๆๆๆ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ วันนี้ฉันปิดบัญชีแค้นกับมันให้ได้!” หลินเฉี่ยนสะบัดตัวขาทั้งสองข้างทั้งเตะทั้งถีบเพื่อจะดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนคนตัวโต ขณะเดียวกันปากเล็กๆก็ยังคงพ่นคำสาปแช่งออกมาไม่หยุด “แม่งเอ๊ย! ไอ้สวะ ไม่เคยได้ยินรึไงว่าก่อนจะซัดหน้าคนอื่นก็ต้องเตรียมถูกซัดหน้ากลับด้วย วันนี้แหละเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ให้ดีๆเลย ไอ้พวกหนูสกปรก!”

 

กู้เฉิงเซียวพาตัวแม่จอมโวยวายไปที่เตียง น่าเสียดายที่เท้าของหลินเฉี่ยนไม่ได้ยาวพอที่จะแตะถึงพื้นได้ ไม่ว่าจะเตะขาหรือเหวี่ยงตัวยังไง เธอก็ไม่สามารถหลุดออกไปจากแขนแข็งแรงที่รัดอย่างแน่นหนาของคนตัวโตที่อยู่ด้านหลังได้

 

“ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะกู้เฉิงเซียว นายไม่ต้องมายุ่ง มันทำให้ฉันต้องอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างจากผี วันนี้แหละฉันจะต้องล้างแค้นให้ได้ เล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับคนอย่างหลินเฉี่ยน ฉันจะซัดให้มันน่วมจนพ่อมันจำหน้าไม่ได้เลย คอยดู!”

 

“โว้ย ไอ้คนแซ่กู้ หูหนวกรึไง? ไม่ได้ยินเหรอ บอกให้วางฉันลง!”

 

“อ้าา”

 

ในที่สุดกู้เฉิงเซียวก็ยอมแพ้ เขาวางหลินเฉี่ยนลงบนเตียงไม่เบานัก โดยเอาลำตัวส่วนบนของเธอพาดลงไปก่อน “โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ!” คนปากดีโวยวายพลางใช้มือจับแผลที่ใบหน้าตัวเองก่อนจะบ่นต่อด้วยความไม่พอใจ “นายมาห้ามฉันทำไมห๊ะ?!”

 

กู้เฉิงเซียวยกขาทั้งสองของคนตัวเล็กให้ขึ้นเตียงตามไป และตอบอย่างไม่แยแส “อยากไปก็ไปสิ ฉันไม่ได้ห้าม”

 

“.......” ‘ประสาท! ถ้าไม่ห้ามแล้วที่กำลังทำอยู่นี่มันอะไร?’

 

“ตั้งแต่ฉันเข้ามาก็เห็นหน้าเธอมันดูเหมือนผีมาตั้งแต่แรกแล้ว ตอนแรกโวยวายเรื่องหน้าเละดูไม่ได้ แล้วตอนนี้ไม่อายคนอื่นเค้าหรือไงถึงได้กล้าลุกออกจากเตียงน่ะฮึ?”

“……”

 

“เป็นผู้หญิงแต่กลับไม่มีความเป็นผู้หญิงเลยสักนิด ดูเธอตอนนี้สิ ดูพูดจาเข้า! มันน่าฟังซะที่ไหน?”

 

“...... ไม่น่าฟังตรงไหน?” ถึงแม้ว่าตามรูปการณ์หลินเฉี่ยนจะตกเป็นรอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะยอมแพ้ “ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้ ถ้าทนดูไม่ได้ก็แค่ปล่อยวางซะ ฉันไม่ได้ขอให้นายมาเป็นผู้ปกครองคอยควบคุมฉันนี่”

 

สีหน้าของกู้เฉิงเซียวไม่เปลี่ยนไปสักนิด แม้ว่าในใจจะไม่เป็นอย่างนั้นเลยก็ตาม ภายนอกเขายังดูนิ่ง แถมยังดูเหมือนจะนิ่งมากขึ้นเรื่อยๆและเรื่อยๆด้วย “เธอคิดว่าฉันอยากจะควบคุมเธอรึไง? ฉันก็แค่อยากจะดูแลเธอ เพราะฉันกลัวว่าเธอจะเสียใจ”

 

นี่คือความจริง ถึงแม้หลินเฉี่ยนจะไม่อยากเชื่อมันในตอนแรก แต่ตอนนี้เธอต้องยอมรับแล้วว่าตั้งแต่ที่เขาเข้ามามีส่วนพัวพันในชีวิต ชีวิตของเธอก็ดีขึ้นกว่าเดิมมาก เธอรู้แล้วว่าตัวเองโชคดีมากแค่ไหน

กู้เฉิงเซียวมองสาวน้อยใต้ร่างด้วยสายตาที่แสนซับซ้อน แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนจนสัมผัสได้ถ้าหากสังเกตให้ดีๆคือแววแห่งความผิดหวัง

 

มันเป็นความจริงที่เขายังไม่รู้จักเธอดีพอ เขารู้แค่ว่าเธอเป็นนักศึกษา และเขาก็คิดว่าคนตรงหน้าก็คงจะเป็นนักศึกษาสาวธรรมดาๆคนหนึ่งที่ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร

 

แต่ในความเป็นจริง เขาประเมินเธอต่ำเกินไป เพราะท่าทางที่ดูใสซื่อ ไร้เดียงสา หัวอ่อนจนยอมเชื่อฟังทุกเรื่องที่เธอแสดงให้เขาเห็นตั้งแต่แรกมันเป็นแค่การเสแสร้งเพื่อให้ดูน่าสงสารเท่านั้นแต่ที่จริงแล้วยัยเด็กนี่ร้ายกว่านั้นมาก

 

ไม่กี่วันที่ผ่านมาเด็กสาวใสซื่อของเขาเพิ่งจะซัดคนอื่นจนเข้าโรงพยาบาล แล้วไม่กี่วันหลังจากนั้นก็ถูกรุมกระทืบจนถูกหามส่งโรงพยาบาลเองอีก เรื่องแบบนี้เด็กมหาลัยคนอื่นเขาทำกันซะที่ไหนล่ะ

 

นี่มันเป็นเรื่องที่เด็กผู้หญิงทั่วๆไปควรจะทำงั้นเหรอ?

 

ครั้งนี้ กู้เฉิงเซียวไม่ได้แสดงอารมณ์โกรธหรือกล่าวตำหนิออกมาอีก คนตัวโตหันหลังเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรออกมาเลย

 

“......” หลินเฉี่ยนเม้มปากเน้นแต่เธอก็ทำแค่เพียงมองอีกฝ่ายเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรออกมาเช่นกัน

 

เป็นเพราะเขาใส่รองเท้าทหารทำให้เสียงกุกกักดังก้องไปตลอดทางเดินระหว่างห้องพักฟื้นอย่างหนักหน่วง ฟังจากจังหวะที่หนักแน่นและรัวเร็วนั้นแล้วเธอก็เดาได้เลยว่าเขาใช้ความเร็วในการเดินมากแค่ไหน

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากู้เฉิงเซียวจะไม่ได้อยู่คอยขัดขวางเธอแล้วและประตูก็ยังเปิดกว้างอย่างเชื้อเชิญ แต่หลินเฉี่ยนก็ไม่ได้รีบพุ่งออกไปคิดบัญชีแค้นกับวางหยาง เธอยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเตียงเงียบๆ สายตาจากตาคู่สวยที่บวมเป่งมองไปรอบๆ ทุกอย่างมีแต่ความว่างเปล่า...ความอ้างว้าง เดียวดาย มันเป็นความรู้สึกที่เธอแสนจะคุ้นเคยในขณะเดียวกันเธอก็เกลียดมันมากที่สุดด้วย

 

ตอนนี้เป็นอย่างที่เธอต้องการแล้ว...เป็นเหมือนที่เธอบอกเขา...ไม่มีใครมาสนใจเธออีกแล้ว  แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรถึงทำให้เธอรู้สึกคล้ายกับว่าตัวเองสูญเสียอะไรบางอย่างไป มันเกือบจะเหมือนความว่างเปล่าแบบเดิมๆขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

 

เรื่องดีไม่ค่อยแพร่งพราย ทว่าเรื่องร้ายกลับกระจายได้ไกลหมื่นกิโล ข่าวเรื่องที่หลินเฉี่ยนได้รับบาดเจ็บหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาลกระจายไปทั่วมหาลัยอย่างรวดเร็ว

 

ในเวลาเดียวกันข่าวที่ว่าวางหยางขอพักการเรียนและย้ายออกนอกประเทศไปก็ถูกกระจายออกไปด้วยเช่นเดียวกัน

 

การที่วางหยางย้ายออกนอกประเทศไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่การที่เขาออกไปอย่างกะทันหันแบบนั้นมันดูผิดปกติเกินไปหน่อย

 

หลายคนที่ไม่รู้ความจริง ก็เอาเรื่องนี้ไปตีไข่ใส่สีแล้วซุบซิบต่อๆกันไปในมากมายหลายเวอร์ชั่น เรื่องที่ดูจะโอเวอร์ที่สุดก็คือ ‘แม่เลี้ยง’

 

“ข่าวใหญ่ๆ ฉันได้ยินมาว่าเสี่ยเลี้ยงของหลินเฉี่ยนเป็นพวกคนรวยตระกูลวางนะ ที่วางหยางออกตัวแทนหนานอินเป็นแค่ข้ออ้างทั้งนั้นแหละ แต่เป้าหมายหลักๆคือเขาไม่พอใจที่หลินเฉี่ยนไปเป็นเมียน้อยพ่อของเขาต่างหากล่ะ!”

 

“เห้ยนี่พูดจริงพูดเล่นวะเนี่ย?”

 

“ไม่ผิดแน่นอน หลินเฉี่ยนถูกคนทำร้ายร่างกายจนเจ็บสาหัสเลยแหละ พ่อของวางหยางก็เลยส่งลูกชายตัวเองไปต่างประเทศไงเล่า”

 

“แล้ววางหยางยอมเหรอ? ไม่ใช่ว่าเขากำลังตามจีบหนานอินอยู่หรอกเหรอ?”

 

“ไม่ยอมแล้วจะทำอะไรได้อีก วางหยางไปพ้นหูพ้นตาแล้วแบบนี้ หลังจากนี้หลินเฉี่ยนก็คงจะทางสะดวกแล้วล่ะ”

 

“พวกแกกำลังจะบอกว่าที่หลินเฉี่ยนบริจาคเงินให้มหาลัยจนเข้ามาอยู่ในนี้ได้ มันเป็นเงินที่นางได้มาจากพ่อของวางหยางงั้นดิ?”

 

“ปิ๊งป่อง! มีความเป็นไปได้สูงมว๊ากกก! ดูยังไงหลินเฉี่ยนก็ไม่ใช่พวกลูกคนรวย จะไปเอาเงินมากมายพวกนั้นมาจากที่ไหน! เพื่อที่จะได้มาเข้าเรียนที่นี่ ต่อให้ต้องทำเรื่องน่าอาย ยัยนั่นก็ยอมทำทั้งนั้นแหละ…แต่จะว่าไปพ่อของวางหยางก็อายุเท่าพ่อแกเลยนะ”

 

เรื่องซุบซิบนินทาหาความจริงไม่ได้แบบนี้ยังดำเนินต่อไปอย่างไม่มีจุดจบ

 

แน่นอนว่าพอหลินหยีได้ยินก็โกรธอย่างหนัก และรีบเอาข่าวลือที่เกิดขึ้นมาเล่าให้หลินเฉี่ยนฟัง คุณชายเฉี่ยนผู้กลายเป็นอีหนูของเสี่ยงยกนิ้วโป้งขึ้นมาหลังจากฟังจเรื่องจบแล้วเอ่ยปากชมจากก้นบึ้งหัวใจ “ฉันเพิ่งรู้นะว่าเพื่อนๆนักศึกษาในมหาลัยที่อยู่รอบๆตัวเราเนี่ย เป็นพวกเป็นที่เต็มไปด้วยจินตนาการกันมากขนาดนี้ นี่มัน  ‘สุดยอดมันสมองระดับเทพ’ เลยนะเนี่ย ไอเดียของคนพวกนี้บรรเจิดพอจะเอาไปสร้างเป็นซีรี่ย์น้ำเน่าได้เลย”

 

แม้จะโกรธแทนคนตรงหน้ามากแค่ไหนและถึงจะหงุดหงิดกับท่าทีเหมือนไม่คิดจะแคร์ของหลินเฉี่ยน แต่หลินหยีก็ยังไม่ลืมที่จะสอดรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ “ว่าแต่เรื่องนี้จริงๆแล้วมันยังไงกันแน่เนี่ย? แล้วคุณกู้เขาว่ายังไงบ้างอ่ะ?”

 

หลินเฉี่ยนส่ายหน้า “ตั้งแต่ที่เขาหายไปเมื่อวันก่อนฉันก็ไม่เห็นเขาอีกเลย”

 

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลินหยีก็อดรู้สึกกังวลขึ้นมาไม่ได้ “นี่ อย่าหาว่าฉันยุ่งเรื่องของเธอเลยนะ แต่ฉันแค่เป็นห่วงน้องสาวของฉัน ฉันเลยอยากรู้ว่าทำไมเขาถึงอยากแต่งงานกับเธอ?”

 

หลินเฉี่ยนส่ายหน้าพร้อมกับยักไหล่ “ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน ถ้าเธอรู้เมื่อไหร่ก็ช่วยบอกฉันด้วยนะ”

 

“…….” หลินหยีถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนที่จะเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “แล้วนี่จะได้ออกจากโรงบาลวันไหน? ฉันว่าถ้าเธอยังไม่ไปเคลียร์เรื่องทุกอย่างนะ มีหวังเธอได้กลายเป็นแม่เลี้ยงวางหยางตลอดไปแน่ๆ”

 

“ไปเคลียร์? เคลียร์กับใคร? จะให้ฉันไปปิดป้ายประกาศว่าฉันไม่ได้เป็นเมียน้อยพ่อเขางั้นเหรอ? เหอะ ปัญญาอ่อนดิ”

 

“แล้วเธอไม่คิดจะทำอะไรหน่อยเรอะ?”

 

“แคร์อะไรล่ะ? พูดไปก็ดูเหมือนหาข้อแก้ตัว ยิ่งร้อนรนก็ยิ่งเหมือนร้อนตัว ฉันว่าไม่ต้องไปสนใจหรอก เดี๋ยวเวลาผ่านไปทุกคนก็รู้เองแหละว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง”

 

หลินหยีพยักหน้า “ฉันก็หวังว่ามันจะเป็นแบบนั้นนะ หนิแล้วตกลงเธอจะออกจากโรงบาลวันไหนแน่ห๊ะ? แล้วออกไปแล้วจะเอาไงต่อ? จะไปอยู่ที่ไหน?”

 

ไม่ใช่ว่าหลินเฉี่ยนไม่อยากตอบแต่เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอาไงต่อ เพราะตั้งแต่วันนั้นที่กู้เฉิงเซียวเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรกับเธอ เขาก็ไม่มาหาเธออีกเลยและไม่มีใครมาหาเธอเลยเช่นกันแม้แต่ย่าของเขาก็ด้วย

 

แถมหลินเฉี่ยนก็ไม่กล้าพอที่จะโทรไปหากู้เฉิงเซียวด้วย

 

“คุณกู้คนนี้ถ้าไม่ใช่สมองมีปัญหาก็ร่างกายมีปัญหานั่นแหละถึงมาเลือกแต่งงานกับเธอได้น่ะ แต่ฉันเดาว่า 80% เขาต้องมีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็นว่ะ ฉันว่านะตอนนี้เธอต้องวางแผนให้ดีๆก่อน ต้องคิดให้รอบคอบว่าควรจะเอายังไงต่อ”

 

หลินเฉี่ยนไม่สามารถหาอะไรมาอธิบายให้หลินหยีเข้าใจได้ และสิ่งที่หลินหยีสงสัยก็คือเรื่องเดียวกับที่เธอกำลังไม่เข้าใจอยู่ในตอนนี้

 

“นี่หลินเฉี่ยน” จู่ๆหลินหยีก็ลดเสียงลง ก่อนที่จะกระซิบถาม “เธอกับเขาเคย...กันรึยังล่ะ?”

 

“ยัง! ฉันไม่ยอมแล้วเขาก็ไม่ได้บังคับฉันด้วย”

 

ป้าบ! หลินหยีตบหน้าขาตัวเอง “เห็นไหมล่ะฉันบอกแล้ว! ฉันว่านะที่หมอนั่นมาแต่งงานกับคนแบบเธอได้นี่ต้องเป็นเพราะเขามีปัญหาเรื่องการใช้งานเจ้านั่นแน่ๆ!”

.

.

.

.

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จบบทที่ ตอนที่ 23 กลายเป็นแม่เลี้ยง

คัดลอกลิงก์แล้ว