เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21 นิ่งราวกับพระพุทธรูป

ตอนที่ 21 นิ่งราวกับพระพุทธรูป

ตอนที่ 21 นิ่งราวกับพระพุทธรูป


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

วางหยางยังคงใส่ชุดคนไข้ของโรงพยาบาล ขาข้างซ้ายของเขาก็ยังคงมีเฝือกหนาและถูกเหล็กดามไว้แน่น แขนทั้งสองข้างของเขาค้ำยันไม้เท้าไว้เพื่อช่วยพยุงตัว สีหน้าของเขาบูดบึ้งบอกบุญไม่รับ เห็นชัดว่าเขาน่าจะถูกบังคับให้มาที่นี่

 

แม้ว่าสีหน้าของเขาจะไม่เต็มใจอย่างมากแต่เขาก็ยังยอมก้มหน้าให้หลินเฉี่ยนเล็กน้อยแล้วเอ่ยขอโทษ “ฉันขอโทษ”

 

“…….” หลินเฉี่ยนแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองที่เห็นลูกชายของเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดในเมืองก้มหัวให้เธอแบบนี้ ‘ไอ้คนเย่อหยิ่ง จองหอง อวดดีไม่มีใครเกิน อย่างหมอนี่เนี่ยนะ พูดคำว่า ‘ขอโทษ’ ออกมา?’

 

‘นี่เรื่องจริงหรือเราฝันไปวะเนี่ย?!’

 

ทว่าถึงแม้ว่าวางหยางจะเอ่ยคำขอโทษออกมาแล้วแต่ดูเหมือนว่าพ่อของเขาจะยังไม่พอใจเท่าไหร่นัก วางไห่เฉิงใช้มือฟาดหัวของลูกชายไปหนึ่งทีก่อนจะด่า “ไอ้เด็กเวร! เรียนก็ไม่ตั้งใจเรียนยังจะไปมีเรื่องชกต่อยให้ขายหน้าอีก ตัวเองสู้เขาไม่ได้ก็ยังจะไปเรียกพวกมารุมเขา ฉันควรจะเรียกแกว่าอันธพาลเลยดีไหม! แกอยากจะเข้าไปกินข้าวแดงในคุกนักใช่ไหมห้ะ!”

 

“เด็กผู้หญิงดีๆกลับต้องมาถูกแกทำร้ายร่างกายจนกลายเป็นแบบนี้! เตะแกให้ขาหักแค่ข้างเดียวมันยังน้อยไป แค่ขาหักข้างเดียวมันยังน้อยเกินไป คนอย่างแกควรจะโดนมากกว่านี้!”

 

“คุกเข่าลงไปเดี๋ยวนี้ ถ้าฝ่ายนู้นเขายังไม่ยกโทษให้แกก็ไม่ต้องกลับไปกับฉัน”

 

ต่อหน้าผู้เป็นพ่อที่กำลังโกรธจัด วางหยางก็ยังคงพยายามจะขัดขืน “ขาแบบนี้ผมคุกเข่าไม่ได้หรอกพ่อ”

 

วางไห่เฉิงได้ยินคำตอบของลูกชายก็ตบหัวของเขาอย่างแรงอีกครั้ง “นี่แกตั้งใจจะยั่วโมโหฉันใช่ไหม ฉันบอกให้คุกเข่า คุกเข่าลงไป!” วางไห่เฉิงคว้าหลังคอของวางหยางก่อนที่จะกดเขาลงไปที่พื้นอย่างแรง “แกมันสมควรตายจริงๆ ไอ้เด็กเวรเอ๊ย!”

 

‘ดูเหมือนพ่อลูกคู่นี้ จะตั้งใจเข้ามาเล่นละครซีนดราม่าให้พวกเขาดูสินะ’ กู้เฉิงเซียวไม่ได้รู้สึกอินไปกับละครของพวกเขาเลยสักนิดเริ่มทนไม่ไหว ตั้งแต่คู่พ่อลูกนี่เดินเข้ามา ก็เอาแต่ส่งเสียงโหวกเหวกแสดงพฤติกรรมน่ารำคาญ จนในที่คนทนไม่ไหวก็พูดขึ้น “พอแล้วประธานวาง เขาใส่เฝือกขนาดนั้น คุณจะให้เขาคุกเข่าลงไปได้ยังไง?”

 

วางไห่เฉิงหยุดและหันกลับมามองกู้เฉิงเซียวด้วยสีหน้าที่รู้สึกผิด แววตาของเขาร้องขออ้อนวอน “หัวหน้ากู้ เรื่องนี้เป็นความผิดของผมเองที่ผมอบรมสั่งสอนเจ้าเด็กนี่ไม่ดีพอ คุณเองก็เป็นคนมีอำนาจ ยิ่งใหญ่ เป็นที่นับหน้าถือตา ฉะนั้นได้โปรดอย่าถือสาหาความเจ้าเด็กไม่ยอมโตนี่เลยนะครับ”

 

หลินเฉี่ยนหันไปมองสองพ่อลูก เธอเคยได้ยินชื่อเสียงของวางหยางมาก่อน เธอรู้ว่าวางหยางเป็นลูกชายคนเดียวของเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองบี แถมถ้าหากวางหยางต้องการจะแก้แค้นใคร ตระกูลวางก็จะช่วยสนับสนุนเขาทุกครั้ง

 

ทว่าตอนนี้สองคนพ่อลูกคู่นี้กลับกำลังแสดงท่าทางที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับกู้เฉิงเซียว!!...นี่ทำให้หลินเฉี่ยนรู้สึกอึ้งจนหมดคำพูดไปเลยจริงๆ

 

หลินเฉี่ยนตัดสินใจไม่ถูกเลยว่า เธอควรจะรู้สึกซาบซึ้งใจก่อนหรือสมเพชพวกเขาก่อนดี

 

“ตำรวจจะเป็นคนจัดการเรื่องพวกนั้น ฉะนั้นคุณวางไม่ห่วง” กู้เฉิงเซียวพูดเสียงเรียบ

 

หลินเฉี่ยนยังคงนอนนิ่งๆอยู่บนเตียงคนไข้ เธอไม่กระดิกแม้แต่ปลายนิ้ว และส่งเสียงแม้แต่นิดเดียว แต่ทว่าดวงตาทั้งคู่ยังคงจับจ้องคนทั้งสองฝ่ายไปมาอยู่อย่างไม่ลดละ

 

วางไห่เฉิงรู้สึกสั่นสะท้านไปกับแววตาที่เย็นชาไม่ต่างจากน้ำแข็งขั้วโลกของกู้เฉิงเซียว โดยที่ไม่รู้เลยว่าว่าที่อีกฝ่ายกำลังโกรธไม่ได้เป็นเพราะลูกชายของเขา แต่เป็นเพราะภรรยาตัวน้อยของเขาที่อยู่บนเตียงคนไข้นั่นต่างหาก

 

ทันใดนั้นวางไห่เฉิงก็ทำราวกับว่านึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ในระหว่างที่พูดเขาก็ค่อยๆก้าวไปที่ประตูไปด้วย “จริงสิ หัวหน้ากู้ พอดีผมมีของติดมือมาให้ด้วยเป็นยาบำรุงร่างกายสำหรับคุณผู้หญิงกู้ครับ” วางไห่เฉิงคว้าของจากลูกน้องของเขาที่รออยู่ด้านนอกห้อง มันเป็นรังนกและหูฉลามชั้นเลิศ ของสองอย่างนี้เป็นของกำนัลราคาแพงมาก และไม่ได้หาซื้อได้ง่ายนัก “ลูกชายของผมหน้ามืดตามัว ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงจนเผลอไปล่วงเกินคุณผู้หญิงกู้ หวังว่าคุณผู้หญิงกู้จะให้อภัย และกรุณาอย่าถือสาลูกชายโง่ๆของผมเลยนะครับ”

 

วางไห่เฉิงนำของเยี่ยมไข้ของเขาไปวางไว้ข้างเตียงในระหว่างนั้นเขาก็แอบใช้ขาเตะสะกิดลูกชายตัวเองเบาๆพร้อมกับส่งสายตาเตือนให้เขารีบขอโทษ

 

วางหยางลองมองท่าทีเย็นชาของกู้เฉิงเซียวก่อนที่จะหันไปมองพ่อของตัวเองอย่างไม่พอใจเพื่อบอกให้รู้ว่าเขาไม่เต็มใจ แต่ในที่สุดเขาก็ยอมก้มหัวลงพร้อมกับพูดประโยคที่ยาวขึ้นว่า “คุณผู้หญิงกู้ ขอโทษครับ ได้โปรดยกโทษให้ผมด้วย”

 

‘ก็เขาจะไปรู้ได้ยังไงละว่ายัยนี้เป็นใคร สำคัญขนาดไหน?’ ใครจะไปรู้ว่า คนที่ดูเหมือนจะเป็นหญิงก็ไม่ใช่ชายก็ไม่เชิงอย่างหลินเฉี่ยนจะมีอิทธิพลมากขนาดนี้ และเขาก็ไม่ได้รู้จักกู้เฉิงเซียวมาก่อนเลยด้วย แต่เขาเองฉลาดพอที่จะคาดเดาฐานะของอีกฝ่ายได้จากท่าทางที่เคร่งเครียดของพ่อตัวเอง  ถ้าพ่อเขาทำถึงขนาดนี้ แสดงว่าหัวหน้ากู้คนนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ แต่ที่เขาไม่เข้าใจอีกก็คือ คนที่ดูจะปากหนักเหมือนพูดไม่เป็นแถมยังเย็นชาไร้อารมณ์อย่างหัวหน้ากู้คนนี้ถึงได้มาสนใจยัยผู้หญิงกะโหลกกะลาแบบหลินเฉี่ยนนี่ได้ ‘นี่เขาตาบอดรึยังไงกันนะ?’

 

คนทั้งมหาลัยรู้ดีว่าเขาชอบหนานอินมาก และเป็นเพราะหลินเฉี่ยนทำให้หนานอินไม่พอใจ หนานอินจึงสั่งให้เขาจัดการกับหลินเฉี่ยน หลังจากนั้นเขาก็เรียกคนของเขาให้ไปช่วย แต่ที่เขาคิดไม่ถึงคือยัยผู้หญิงน่ากลัวนี่จะมีฝีมือถึงขั้นสามารถล้มคนของเขาทั้งหมดได้ แถมเขาเองก็ยังถูกซัดจนขาหักด้วยเหมือนกัน ‘ต้องมาเจอแบบนี้ใครมันจะไปรับได้วะ?!’

 

หลังจากเกิดเรื่องครั้งนั้นขึ้น เทพธิดาหนานอินของเขาก็ถูกคนในมหาลัยตราหน้าด่าทอ และมันจะต้องกลายเป็นเรื่องที่เป็นตราบาปติดตัวเธอไปตลอดชีวิต

 

เรื่องที่เกิดขึ้นกับหนานอินคราวนั้น ทำให้ความเกลียดชังหลินเฉี่ยนผุดขึ้นมาในใจของเขา เขาสาบานกับตัวเองว่าจะต้องทำให้ยัยหลินเฉี่ยนนี่ได้เจอกับบทเรียนที่แสนสาหัส!

 

จากนั้นเขาก็รวบรวมคนของเขาอีกครั้ง ในเมื่อเก้าคนมันยังไม่เพียงพอ งั้นก็สิบห้าคนไปเลยแล้วกัน และถ้าสิบห้าคนมันยังไม่พอก็เขาก็จะเพิ่มให้อีกเป็นยี่สิบคน และต่อให้ต้องจ่ายเงินเท่าไหร่เขาก็ยอม

 

นี่เองคือที่มาของการต่อสู้กันขึ้นเมื่อวานนี้

 

ครั้งนี้ก็เหมือนกับครั้งก่อนหน้าที่หนานอินทำไม่ผิดเพี้ยน นั่นก็คือทั้งสองฝ่ายต่างก็ยับเยินกันไป แต่ครั้งที่แล้วเรื่องหนานอินจบลงในมหาวิทยาลัย แต่ตอนนี้เรื่องของเขากลับถึงมือตำรวจ! สถานการณ์ของเขาในตอนนี้ไม่เหมือนกันแล้ว

 

การทะเลาะวิวาทกันจนถึงขั้นบาดเจ็บมีความผิดทางอาญา และเมื่อเป็นการทำร้ายร่างกายโดยเจตนาเพื่อให้เกิดการบาดเจ็บก็มีโทษถึงขั้นจำคุก!

 

“คุณกู้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ลูกชายผมต้องรับผิดชอบ คุณอยากจะให้จ่ายชดเชยให้เท่าไหร่บอกผมมาได้เลย หลังจากนี้ถ้าร่างกายของคุณผู้หญิงเกิดอะไรขึ้น ตระกูลวางจะเป็นคนรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดให้เอง คุณมีจิตใจเมตตาโอบอ้อมอารี ผมหวังว่าคุณทั้งคู่จะช่วยเห็นใจและให้อภัยลูกชายของผมด้วยนะครับ”

 

วางไห่เฉิงรู้ดีว่าการแก้ปัญหาด้วยเงินแบบนี้คงจะไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมากนักเพราะกู้เฉิงเซียวไม่ได้เดือดร้อนเงินแม้แต่น้อย เขาคิดไปคิดมาหลายตลบ ก่อนตัดสินใจพูดต่อว่า “คุณกู้ครับ ผมได้ยินมาว่าจะมีการขยายโรงพยาบาลทหาร บังเอิญว่าวางซื่อกรุ้ปของเราก็ตั้งอยู่ใกล้ๆแถวนั้นพอดี ถ้าคุณไม่ว่าอะไรผมเต็มใจที่จะบริจาคเงินเพื่อช่วยสร้างและต่อเติมโรงพยาบาลให้ได้นะครับ”

 

กู้เฉิงเซียวยังคงนิ่งอยู่เช่นเดิม ความเงียบแม้เสี้ยววินาทีก็กินเวลาเหมือนนานนับปี ในที่สุดทหารหนุ่มรูปหล่อก็พูดขึ้นมาว่า “ยังไงเรื่องนี้ก็เป็นหน้าที่ของทางตำรวจที่จะจัดการ ประธานวางไม่ต้องทำแบบนี้หรอกครับ”

 

“.......” วางไห่เฉิงเงียบไป ความรู้สึกหวาดกลัวก่อตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในใจเขา เขากลัวมากจริงๆว่าลูกชายเขาอาจจะต้องเข้าไปอยู่ในคุก แต่เขาก็กลัวว่าถ้ายังขืนพูดมากไปกว่านี้อาจจะทำให้กู้เฉิงเซียวโมโหได้ ความรู้สึกอัดอั้นตันใจทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะหันไปด่าวางหยางลูกชายของตัวเองด้วยความโกรธ

 

“ไอ้เด็กเวร! แกมันเลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ!”

 

วางหยางรู้ดีว่าตอนนี้พ่อเขากำลังโกรธมากจริงๆ เขาจึงได้แต่ยืนฟังเงียบๆโดยไม่ตอบโต้ เขาเองก็กลัวและไม่กล้าพูดอะไรออกมาทั้งสิ้น

 

มีคำกล่าวที่ว่า สิ่งที่ดีกว่าการเป็นนักธุรกิจคือเป็นนักการเมือง สิ่งที่ดีกว่าการเป็นนักการเมืองคือเป็นทหารระดับสูง ตัวเขาเป็นเพียงนักธุรกิจต่อให้รวยแค่ไหนก็คงไม่อาจหาญไปมีหาเรื่องมีปัญหากับนายทหารระดับสูงอย่างแน่นอน

 

พูดดีก็แล้ว ให้ของก็แล้ว อีกฝ่ายก็ยังไม่เห็นใจ ตอนนี้เขาก็หมดหนทางแล้วจริงๆ

 

วางไห่เฉิงลากวางหยางออกมาจากห้องของหลินเฉี่ยนทันที แม้แต่ของเยี่ยมไข้ชิ้นอื่นๆที่เขาตั้งใจเอามา ก็ถูกทิ้งไว้ด้านนอกประตูโดยไม่สนใจไยดีอีก

 

เขาเคยทำงานอยู่ในเซี่ยงไฮ้มาหลายปี และเคยติดต่อกับเหล่าเจ้าหน้าที่ระดับสูง หรือคนใหญ่คนโตของบ้านเมืองอยู่หลายครั้ง เขาจึงรู้ดีกว่ากับคนบางคนการให้ของกำนัลก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้

 

ลูกน้องคนสนิทผู้ติดตามวางไห่เฉิงมาด้วยที่รออยู่นอกประตูเห็นเจ้านายออกมาด้วยความขุ่นเคืองก็เข้าใจสถานการณ์ทันที และรีบกระซิบถามเจ้านายของตัวเอง “ท่านประธานครับ กู้เฉิงเซียวนี่มันไม่ไว้หน้าท่านเลย ท่านจะให้ผมไปหาคนมาสั่งสอนมันไหมครับ?”

 

วางไห่เฉิงจ้องมองอีกฝ่ายด้วยแววตาเคร่งเครียด หลังจากหันซ้ายหันขวาแล้วพบว่าบริเวณนี้ไม่มีคนอื่นนอกจากพวกเขา เขาก็ลอบถอนหายใจ ก่อนจะออกปากเตือน “อย่าทำอะไรเด็ดขาด คนคนนั้นเล่นด้วยยาก ตอนนี้อย่าเพิ่งพูดอะไร รีบออกไปจากที่นี่ก่อน”

 

ภายในห้องพักผู้ป่วย หลินเฉี่ยนดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวจนมิด ก่อนหน้านี้ที่เธอพูดคำว่า ‘ไม่ต้องสนใจฉัน’ และ ‘ฉันแก้ปัญหาเองได้’ ออกไปได้อย่างง่ายดายแบบนั้น ตอนนี้เธอคงต้องกลับมาคิดทบทวนแล้วว่าบางทีเธออาจจะไม่รู้จักกู้เฉิงเซียวดีพอ

 

กู้เฉิงเซียวยังคงนิ่งเงียบ เขาเดินมานั่งหมิ่นๆอยู่ที่ขอบเตียงของเธอ “ไหนลองพูดมาสิ  พูดมาตอนที่ฉันยังมีอารมณ์จะฟังเธออธิบาย”

 

“……ก็..ทุกอย่างก็โอเคหมดแล้วไม่ใช่เหรอ?...ปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปเถอะ......”

.

.

.

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จบบทที่ ตอนที่ 21 นิ่งราวกับพระพุทธรูป

คัดลอกลิงก์แล้ว