- หน้าแรก
- พกปืนไปฝึกลัทธิเต๋า
- บทที่ 1 ปฐมบท
บทที่ 1 ปฐมบท
บทที่ 1 ปฐมบท
บทที่ 1
ณ "ภาคพื้นลอย"
สำนักเทพวารี
โครม! โครม! โครม!
เสียงคลื่นซัดกระทบชายฝั่งดังสนั่น ปลุกให้ "เฉิงชง" ตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา
"อืม... ปวดหัวชะมัด!"
"คุณชาย! ท่านฟื้นแล้ว!"
"คุณชาย? อะไรของเจ้า!?"
เฉิงชงมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างงุนงง ใบหน้าเธอแทบจะชิดติดกับจมูกของเขา
ข้าคือใคร?
ที่นี่ที่ไหน?
"คุณชาย? ท่านเป็นอะไรหรือไม่?" หญิงสาวเอ่ยถามด้วยท่าทีร้อนรน
ทันใดนั้น ความทรงจำที่กระจัดกระจายในสมองของเฉิงชงก็เริ่มหลอมรวมเข้าด้วยกัน
ดวงตาของเขาเบิกกว้าง!
ที่นี่คือ "อาณาจักรเมฆาทะเล" โลกใบนี้เป็นโลกแห่งการบ่มเพาะพลังที่แท้จริง!
เขา... ข้ามมิติแล้ว!
ติ๊ง! ตรวจพบว่าผู้ครอบครองได้ทำการข้ามภพ ระบบเนตรสวรรค์กำลังจะเปิดใช้งาน!
กำลังโหลดข้อมูลระบบ...
โหลดข้อมูลเสร็จสิ้น ระบบเนตรสวรรค์เปิดใช้งานแล้ว!
เสียงระบบอันเย็นเยียบดังขึ้นในห้วงจิตของเฉิงชง
"ผู้ครอบครอง: เฉิงชง ก่อนข้ามภพเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธปืนแห่งแคว้นเอช และเชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้ระยะประชิด"
"เนื่องจากร่างกายปัจจุบันของผู้ครอบครองอ่อนแอ ระบบขอมอบ 'แพ็กเกจเริ่มต้น' เป็นของขวัญ ผู้ครอบครองต้องการรับหรือไม่?"
"รับ!"
"ยินดีด้วย! ผู้ครอบครองได้รับการเพิ่มพูนปัญญา ฟื้นฟูสมรรถภาพทางกาย และเพิ่มความเร็วปฏิกิริยาจนเทียบเท่าระดับในโลกเดิม!"
"ยินดีด้วย! ผู้ครอบครองได้รับ 'ร่างอมตะเหนือชั้น' แต่ยังไม่ได้ปลดล็อก จำเป็นต้องเริ่มบ่มเพาะพลังเสียก่อน!"
เสียงระบบยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
"ผู้ครอบครอง ขณะนี้ระบบเนตรสวรรค์ของท่านได้เปิดใช้งานแล้ว ระดับปัจจุบันคือระดับ 1 สามารถเปิดใช้คลังพกพา ท่านต้องการเปิดใช้งานหรือไม่?"
"คลังพกพา! นี่มันของดีเลย เปิดใช้งานทันที!"
เฉิงชงตอบรับโดยไม่ลังเล!
"คลังพกพาเปิดใช้งานแล้ว! ปัจจุบันคลังสามารถใช้เก็บของได้เท่านั้น! ฟังก์ชันเพิ่มเติมจะปลดล็อกเมื่อระบบเลื่อนระดับ!"
ทันใดนั้น เฉิงชงรู้สึกเหมือนมีประตูบานหนึ่งเปิดออกตรงหน้า
จิตสำนึกของเขาถูกดึงเข้าไปข้างใน และเมื่อมองไปรอบๆ เขาก็ต้องตกตะลึง
"ห๊ะ? นี่มัน... คลังอาวุธของข้านี่นา!?"
เฉิงชงตะลึงงันไปชั่วขณะ
"ระบบ ข้าต้องทำอย่างไรถึงจะใช้คลังนี้ได้?"
เขาถามด้วยความตื่นเต้น
"ผู้ครอบครองเพียงจดจ่อจิตสำนึก ก็สามารถเก็บหรือหยิบสิ่งของออกมาได้ตามต้องการ"
"กรุณาทราบ ผู้ครอบครองสามารถจัดเก็บได้เฉพาะวัตถุไม่มีชีวิตเท่านั้น!"
"หมายความว่าถ้าข้ามีสิทธิ์มากพอ ข้าจะเก็บสิ่งมีชีวิตได้สินะ?"
เฉิงชงถามด้วยความตื่นเต้น
"สิทธิ์ของผู้ครอบครองยังไม่เพียงพอ ไม่สามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้"
"เฮอะ! เล่นตัวจริงนะเจ้าระบบ!"
เฉิงชงลองใช้จิตสำนึกหยิบปืนเลเซอร์ LS-1 ที่ยังไม่เคยทดสอบออกมา
ทันใดนั้น ปืนก็หายวับไป!
"ระบบ! ปืนของข้าหายไปไหน!?"
เฉิงชงรู้สึกใจหายวาบ
"อาวุธได้ถูกดึงเข้าสู่จิตสำนึกของท่าน เพียงจดจ่อก็สามารถทำให้มันปรากฏขึ้นในมือได้"
"... ระบบนี้โคตรเจ๋ง!"
...
"คุณชาย? คุณชาย?"
มือเล็กขาวเนียนสะบัดไปมาอยู่ตรงหน้าเขา เฉิงชงจึงได้สติกลับมา
"เสี่ยวเตี๋ย?"
หญิงสาวตรงหน้า อายุราวสิบสองสิบสามปี แม้เสื้อผ้าที่สวมใส่จะเรียบง่าย แต่ก็เผยให้เห็นโฉมหน้างดงามที่มีเค้าของความเป็นหญิงงามในอนาคต
นางคือ "เสี่ยวเตี๋ย" หญิงเพียงคนเดียวที่ยังเป็นดั่งครอบครัวของเฉิงชงในโลกใบนี้
เมื่อเจ็ดปีก่อน "เฉิงซาง" ผู้เป็นบิดาบุญธรรมของเขา ได้เก็บนางมาจากชานเมืองซีหนิว นางเป็นเพียงเด็กกำพร้าผู้โชคร้าย แต่ก็เติบโตมาพร้อมกับเขา
ร่างนี้ของเขาเอง... ก็เพิ่งมีอายุเพียงสิบสี่ปีเท่านั้น
"คุณชาย ท่านทำเอาข้าตกใจแทบตายเลยนะ!"
เสี่ยวเตี๋ยตบหน้าอกตัวเองป้อยๆ ทำท่าทางเว่อร์เกินจริง
"คุณชาย รีบลุกเถอะ! วันนี้เป็นวันรับศิษย์ของสำนักนะเจ้าคะ ท่านอย่าได้สายเด็ดขาด!"
หลังจากอาบน้ำล้างหน้าล้างตาและทานมื้อเช้าโดยมีเสี่ยวเตี๋ยคอยรับใช้ เฉิงชงก็รีบออกจากบ้านมุ่งหน้าสู่มหาวิหารของสำนัก
ใช่แล้ววันนี้เป็นวันที่ "สำนักเทพวารี" เปิดรับศิษย์ครั้งใหญ่ ซึ่งจัดขึ้นทุกๆ สามปี
เด็กวัยสิบสองถึงสิบสี่จากทั่วภาคพื้นลอยน้ำ ต่างพากันเดินทางมาเป็นเวลาหลายวัน บ้างก็นั่งเรือที่สำนักส่งไปรับถึงเชิงเขา หวังเพียงแค่จะได้มีโอกาสก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการบ่มเพาะพลัง
ที่ลานกว้างหน้ามหาวิหาร นับหมื่นชีวิตต่างเบียดเสียดกันแน่นขนัด
บนแท่นสูงเหนือศีรษะของผู้เข้ารับการคัดเลือก ห้าผู้อาวุโสแห่งสำนักเทพวารี ต่างนั่งขัดสมาธิอย่างสงบนิ่ง มองลงมายังเบื้องล่างด้วยสายตาทรงอำนาจ
เว้นเสียแต่... "น้ำหนึ่งเดียว" ของสำนัก"คือสุ่ยหลิงหลง" เจ้าสำนักเทพวารี ซึ่งยังคงไร้วี่แววของนาง
"ทำไมเจ้าสำนักยังไม่มานะ? หรือว่าปีนี้จะไม่รับศิษย์อีก?"
"เย่หยูชุน" ผู้อาวุโสแห่งยอดเขาหยกกระบี่ กล่าวขึ้นเสียงเบา
"ไม่แน่ใจเหมือนกัน สำนักหลักของนางยังไม่มีแม้แต่ศิษย์เอกสักคนเดียว นางคิดจะทำอะไรกันแน่?"
"ซุนซูฉวน" ผู้อาวุโสแห่งยอดเขาโอสถ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ
*ก้องงงง!*
เสียงระฆังศักดิ์สิทธิ์จากมหาวิหารดังขึ้นสามครั้ง
เสียงของผู้อาวุโสประจำพิธีรับศิษย์กึกก้องไปทั่วทั้งลานกว้าง
"พิธีรับศิษย์แห่งสำนักเทพวารี เริ่มต้น ณ บัดนี้!"
"เด็กที่มีพรสวรรค์ระดับสูง จะได้รับการอุปถัมภ์เป็นศิษย์หลักของสำนัก
ระดับกลาง สามารถเข้าร่วมเป็นศิษย์สายนอก
ศิษย์สายนอก หากสามารถบรรลุพลังขั้น 'สร้างฐาน' ได้ภายในสามปี จะได้เลื่อนขั้นเป็นศิษย์สายใน
ส่วนผู้ที่มีพรสวรรค์ระดับต่ำ จะสามารถอยู่ต่อในฐานะศิษย์ฝ่ายรับใช้
และหากตรวจไม่พบพรสวรรค์ใดๆให้ขับออก!"
สิ้นเสียงประกาศ พิธีทดสอบพลังปราณเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ!
"ปีนี้จะมีเด็กที่มีพรสวรรค์ระดับสูงหรือไม่หนอ?"
"จางซวนจี" ผู้อาวุโสแห่งยอดเขาหมื่นปริศนา เอ่ยพึมพำกับตนเอง
"ยากยิ่งนัก พรสวรรค์ระดับสูงเป็นสิ่งหายาก ศิษย์ระดับสูงคนล่าสุดของเราก็คือสุ่ยหลิงหลงนั่นเอง หลังจากนั้นมาก็ไม่มีใครที่มีพรสวรรค์ระดับสูงมานานถึงห้ารุ่นแล้ว..."
"สุ่ยลั่วเฉิน" ผู้อาวุโสแห่งยอดเขาหมื่นเวท ถอนหายใจยาว
"จริงสิ... ตอนนี้สำนักของเรากำลังขาดแคลนกำลังหลัก ศิษย์เอกของสำนักไม่มีใครโดดเด่นเป็นพิเศษเลย ปีนี้ต้องไปประลองหกสำนักใหญ่ ข้าเกรงว่าเราจะพ่ายแพ้..."
"หูเทียนเฉิง" ผู้อาวุโสแห่งยอดเขาหลอมศาสตรา กล่าวด้วยน้ำเสียงกลัดกลุ้ม
"เฮ้อ ขอให้ปีนี้มีเด็กดีๆ บ้างเถอะ!"
...
ที่ลานกว้าง พิธีทดสอบพลังปราณกำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
"หลัวฮวาอัน ธาตุไฟ พรสวรรค์ระดับกลาง!"
"จางเสี่ยวหลง ธาตุน้ำ พรสวรรค์ระดับต่ำ!"
"เฉินอวิ๋นจือ ธาตุไม้ พรสวรรค์ระดับต่ำ!"
"เย่ลั่วลั่ว ธาตุน้ำ-ไม้คู่ พรสวรรค์ระดับสูง!"
"โห่ ฮา!"
เสียงฮือฮาดังสนั่นไปทั่วทั้งลาน
บนแท่นทดสอบ "เย่ลั่วลั่ว" สาวน้อยในชุดกระโปรงเขียว เผยรอยยิ้มอ่อนโยน นางดูงดงามราวกับดอกบัวแรกแย้ม
เมื่อรู้ว่าตนเองมีพรสวรรค์ระดับสูง นางถึงกับชูแขนขาวเนียนราวกับหิมะสะอาดขึ้น แล้วโบกมือไปทางเฉิงชงด้วยความดีใจ
“โอ้ นับว่าไม่เลวเลยนะ! หญิงสาวผู้นี้มีพรสวรรค์ขนาดนี้เชียวหรือ”
เฉิงชงโบกมือตอบกลับไปเช่นกัน
ในความทรงจำของร่างนี้ เย่ลั่วลั่วถือเป็นสหายวัยเดียวกันเพียงคนเดียวที่เขาสนิทสนมนอกจากเสี่ยวเตี๋ย
เหล่าเด็กๆ แห่งสำนักเทพวารี ต่างมองว่าเขาเป็นเพียง "ลูกนอกคอก" เพราะถูกเก็บมาเลี้ยง จึงไม่มีใครอยากเล่นด้วย มิหนำซ้ำยังกลั่นแกล้งเขาเป็นประจำ
แม้สำนักจะไม่ได้ทอดทิ้งเขาเสียทีเดียว ทุกเดือนก็ยังมีเบี้ยเลี้ยงให้พอประทังชีพ แต่ชีวิตที่ต้องอาศัยอยู่ริมทะเลกับเสี่ยวเตี๋ย ก็ทำให้ทั้งสองต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด
มีเพียงเย่ลั่วลั่วเท่านั้น ที่ปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างเป็นธรรม ไม่เพียงช่วยปกป้องเขาจากพวกเด็กเกเร แต่ยังมักจะเอาของกินอร่อยๆ มาแบ่งให้เสมอ
พูดถึงเย่ลั่วลั่วแล้ว...
ท่านปู่ของนางก็คือ "เย่หยูชุน" ผู้อาวุโสแห่งยอดเขาหยกกระบี่!