เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16 เขาก็คือผู้ชายรวย ๆ โง่ ๆ คนนั้นแหละ

ตอนที่ 16 เขาก็คือผู้ชายรวย ๆ โง่ ๆ คนนั้นแหละ

ตอนที่ 16 เขาก็คือผู้ชายรวย ๆ โง่ ๆ คนนั้นแหละ


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จางคายเคยเจอมิจฉาชีพที่ทำแบบนี้มาก่อน เขารู้จักพฤติกรรมหลอกลวงของโจรพวกนี้ดี ทันทีที่เห็นรถหรูขับผ่านมาพวกโจรก็จะแกล้งทำเป็นล้มลงแล้วร้องโวยวายเสียงดังหรือแกล้งทำตัวน่าสงสารเพื่อหลอกเอาเงินค่าเสียหาย เขารู้ว่าวิธีจัดการที่ดีที่สุดคือจะต้องทำเป็นไม่สนใจแล้วพวกนั้นก็จะล้มเลิกไปเองและมองหาเหยื่อรายใหม่

 

แต่สำหรับเหตุการณ์ในตอนนี้จางคายไม่สามารถทักท้วงอะไรได้ ถึงเขาจะคิดว่ายายแก่ๆคนนี้ไม่น่าไว้ใจ แต่เพราะเขาเป็นแค่คนขับรถ เป็นลูกจ้างธรรมดาๆ ถ้าเจ้านายสั่ง แน่นอนว่าไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องทำตามอยู่แล้ว

 

ทว่าหลังจากทุกคนขึ้นรถ ด้วยความหวาดระแวงจนทนไม่ไหวในที่สุดจางคายก็หันมาพูดเสียงแข็งใส่คนแก่ที่นั่งข้างหลินเฉียนบนเบาะหลังอย่างไม่เกรงใจ “ยาย ฉันเข้าออกหมู่บ้านนี้ทุกวัน ไม่เคยเห็นยายอยู่แถวนี้เลย บอกมาซะดีๆ ยายไม่ได้อยู่ที่นี่ใช่ไหม”

 

คุณยายตวัดสายตามองคนขับรถครั้งหนึ่งก่อนที่จะทำเมินไม่ตอบคำถามและหันไปพูดกับหลินเฉี่ยนแทน “เสี่ยวเฉี่ยนนี่แฟนเธอเหรอ? ทำไมถึงเอาผู้ชายที่แข็งกระด้างแบบนี้มาเป็นแฟนล่ะเนี่ย?”

“…….” จางคายแทบสะอึกเมื่อได้ยินคำเหน็บแนมของผู้หญิงรุ่นแม่

 

ท่าทางของทั้งคู่ทำให้หลินเฉี่ยนเผลอหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ “ฮ่าฮ่าฮ่า ย่า เขาไม่ใช่แฟนหนูหรอก แล้วที่เขาทำแบบนั้นก็เพราะเป็นห่วงหนูแค่นั้นแหละ”

 

“งั้นก็ดีแล้ว ผู้หญิงที่จิตใจดีงามแบบเธอควรจะได้ครองคู่กับผู้ชายฉลาดเฉลียวมีน้ำใจกว้างขวางสิถึงจะถูกต้อง” คุณยายพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ก็ไม่วายทำหน้าสมเพชจางคายไปด้วยจากนั้นก็พูดต่อว่า “นี่เสี่ยวเฉี่ยนที่จริงฉันรู้จักผู้ชายดีๆอยู่บ้างนะ ฉันช่วยแนะนำให้ดีไหม”

 

หลินเฉี่ยนได้ยินแบบนั้นก็รู้ทันทีอีกว่าอีกฝ่ายคงจะพยายามเสนอลูกหลานให้เธอ ‘ท่าทางจับคู่ให้ลูกให้หลานอย่างนี้ จะดูยังไงก็เหมือนเป็นแค่คนแก่ขี้เหงาแถมช่างเม้าท์ธรรมดาๆ ถึงจะโกหก แต่ก็ไม่น่าจะมีพิษภัยอะไรมากหรอกมั้ง’

 

อีกอย่างด้วยท่าทางของคุณยายคนนี้ที่ดูมีอารมณ์ขัน ได้คุยด้วยแล้วทำให้หลินเฉี่ยนรู้สึกสนุก จากตอนแรกที่กำลังอยู่ในอารมณ์หมองหม่นปนเบื่อหน่าย แต่จู่ๆพอได้เจอกับคุณยายก็ดูเหมือนชีวิตของหลินเฉี่ยนเริ่มจะมีสีสันขึ้นมาบ้าง  ที่สำคัญมันทำให้เธอรู้สึก ‘เหมือนได้พูดคุยกับย่าของเธอที่ล่วงลับไปแล้วอีกครั้ง’ เธอจึงอดไม่ได้ที่จะหาเรื่องพูดเพื่อต่อบทสนทนาให้ยาวขึ้นหวังจะเอาใจคนแก่โดยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก

 

“จริงเหรอย่า ดีจังเลย ขอบคุณย่ามากเลยนะ แต่แหม น่าเสียดายที่ฉัน ดั๊นแต่งงานแล้วนี่สิ”

 

“แต่งงาน?” คุณยายมองไปสาวน้อยตรงหน้า “อายุแค่นี้แต่งงานแล้วเหรอ?”

 

“โถ่ย่า ฉันหน้าตาดี สวยหวาน น่ารักขนาดนี้ก็ต้องมีผู้ชายรวยๆมาขอเป็นเรื่องธรรมดาแหละ อ่า..ยอมรับก็ได้ว่าเขาก็โง่อยู่หน่อยๆแหละ แต่แหมคนมันสวยก็ช่วยไม่ได้อะนะ ฮ่าๆๆๆๆ” หลินเฉี่ยนหัวเราะเสียงดังลั่นอย่างชอบอกชอบใจ

 

“.......”ขณะที่จางคายได้แต่ฟังเงียบๆอย่างหมดคำพูด

 

“……” หญิงชราเจ้าของบทสนทนาเองก็เช่นกัน

 

“ว่าแต่ย่ายังไม่บอกฉันเลยนะว่าย่าจะไปตรงไหน นี่ก็เข้ามาในหมู่บ้านตั้งไกลแล้ว บ้านย่าหลังไหนล่ะ?”

 

ทันทีที่ได้ยินคำถาม คนถูกถามก็แกล้งทำเป็นโมโหแล้วตั้งท่าโมโหพร้อมกับโวยวายใหญ่โต “หึ! ฉันจะไปตระกูลกู้น่ะสิ คุณชายตระกูลกู้ติดเงินฉันอยู่แสนหยวนยังไงฉันก็ต้องไปทวงคืนให้ได้!”

“……” จางคายเงียบเช่นเดิมแต่ครั้งนี้เป็นเพราะกำลังนิ่งอึ้ง

 

ผิดกับสาวน้อยหนึ่งเดียวในรถที่ทำท่าทางสนอกสนใจขึ้นมาทันที “ย่าหมายถึง...กู้เฉิงเซียวน่ะเหรอ?”

 

“นั่นแหละๆ เขานั่นแหละ เธอรู้จักเขาด้วยเหรอ?”

 

“ไม่ใช่แค่รู้จักหรอก อืม...จะว่าไงดีล่ะ เรียกว่าค่อนข้างคุ้นเคยก็คงได้แหละ จะบอกอะไรให้นะย่า เห็นเขารวยมากอย่างนั้นแต่ที่จริงแล้วเขาซื่อบื้อจะตาย ตามไม่ทันคนฉลาดๆนักหรอก”

“……” ในตอนนี้จางคายเงียบเพราะงุนงง

 

“……” หญิงชราเองก็เงียบไปด้วย แต่ครั้งนี้คนอายุมากสีหน้าแปลกๆอยู่ชั่ววูบโดยที่หลินเฉี่ยนผู้กำลังขี้โม้ไม่ทันได้สังเกตเห็น

 

“แต่ก็บังเอิญจังเลยนะย่า ฉันเองก็จะไปบ้านตระกูลกู้เหมือนกัน ย่าไปด้วยกันสิเดี๋ยวฉันทวงเงินให้เอง!”

 

“เอ่อ...ได้เลย แหม แม่หนูช่างจิตใจดีจริงๆ”

 

หลินเฉี่ยนหัวเราะชอบใจ เธอรู้สึกเบิกบานสำราญใจ โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ว่ากำลังมีความสุขกับอะไรอยู่กันแน่ ‘คงจะเป็นเพราะกำลังจะได้เห็นกู้เฉิงเซียวถูกคนทวงหนี้ล่ะมั้ง ท่าทางวันนี้จะมีเรื่องสนุกให้ดูแล้วสิเนี่ย’

 

เมื่อรถหรูราคาแพงจอดเทียบหน้าบ้านหัวหน้าพ่อบ้านก็รีบเดินออกมาต้อนรับ ทว่าในทันทีที่เห็นผู้หญิงสูงอายุคนหนึ่งลงจากรถเขาก็มองตาค้างด้วยความตกตะลึง

 

“คุณท่ะ—”

 

“แค่กๆ” คุณยายผมขาวไอเสียงดังขัดจังหวะหัวหน้าพ่อบ้าน ก่อนจะรีบพูดกับหลินเฉี่ยนด้วยเสียงที่ดังกว่า “เสี่ยวเฉี่ยนฉันมากับเธอแบบนี้จะไม่เป็นไรใช่ไหม?”

 

“ไม่เป็นไรหรอกย่า เข้าไปพร้อมหนูเถอะ”

 

“อื้อ”

 

หลินเฉี่ยนประคองคนแก่เข้าไปในบ้าน ในขณะที่หัวหน้าพ่อบ้านได้แต่เดินตามเข้าไปเงียบๆพลางแอบใช้หลังมือปาดเหงื่อบนหน้าผากของตัวเองเป็นระยะ เขามองตามแผ่นหลังของผู้หญิงต่างวัยที่เดินเคียงคู่กันอยู่ข้างหน้าด้วยแววตาหวาดหวั่น

 

เมื่อจอดรถเรียบร้อย จางคายก็รีบวิ่งเข้าไปหยุดหัวหน้าพ่อบ้านไว้แล้วกระซิบบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ทว่าหลังจากฟังจบคนเป็นหัวหน้าใหญ่ของคนรับใช้ทั้งหมดกลับมีสีหน้าเรียบเฉยแถมยังออกปากไล่ให้จางคายไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ คนขับรถผู้หวังดีจึงได้แต่เดินทำหน้างุนงงกลับไปที่โรงจอดรถตามเดิม

 

……...

 

หลินเฉี่ยนประคองคนแก่เดินเข้ามาภายในห้องอาหาร บนโต๊ะตัวยาวเต็มไปด้วยอาหารมื้อค่ำที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้แล้วจำนวนมาก ซึ่งทันทีที่คนอายุมากเห็นเข้าก็เบิกตากว้างแล้วอุทานเสียงตื่นเต้น “ว้าว มื้อค่ำพอดีเลยนะเนี่ย”

 

หลินเฉี่ยนเห็นคนแก่ดูมีความสุขก็พลอยสุขใจไปด้วย “ย่า มากินด้วยกันสิ นั่งก่อนๆ”

 

“มะ...ไม่ดีมั้ง” คนถูกชวนแกล้งแสดงท่าทางเป็นกังวล “ถ้าฉันนั่งกินอาหารด้วย คุณชายกู้อาจจะนับเป็นหนี้บุญคุณจนไม่ยอมคืนเงินให้ฉันก็ได้นะ”

 

“ไม่หรอก ย่าเห็นเขาเป็นคนแบบนั้นเหรอ?”

 

“เหอะ พวกคนรวยก็แบบนี้ทั้งนั้นแหละ”

 

“เอาเถอะ ของกินตั้งเยอะแยะคงไม่เป็นไรหรอกน่า…นั่งก่อนๆ” สองสาวต่างวัยนั่งลงข้างกันในมุมหนึ่งของโต๊ะอาหาร หลินเฉี่ยนเอ่ยปากถามคนแก่กว่าด้วยความสงสัย “ว่าแต่กู้เฉิงเซียวไปติดเงินย่าได้ไงน่ะ?”

 

หญิงชราที่หลินเฉี่ยนเรียกติดปากว่า ‘ย่า’ ใช้ตะเกียบคีบเนื้อย่างขึ้นมาโดยไม่สนใจหัวหน้าพ่อบ้านที่กำลังยืนเหงื่อโชกอยู่ข้างๆเลยแม้แต่น้อย “ก็หมอนั่นมาอ่อยเมียของหลานชายฉันน่ะสิ ก่อนหน้านี้พวกเขาก็รักกันดี แต่หลังจากที่เมียของหลานชายฉันมาเจอเจ้าหมอนั่น พวกเขาสองคนก็หย่าขาดจากกัน แถมแม่นั่นยังมาเอาเงินจากหลานชายฉันไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือยอีกตั้งแสนนึง เธอคิดดูสิว่าเงินแสนนั่นน่ะฉันก็สมควรที่จะมาทวงคืนเอากับกู้เฉิงเซียว ถูกไหมล่ะ?”

 

หลินเฉี่ยน “ฮ่าๆๆๆ มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย อื้ม...เขาก็สมควรชดใช้เงินแสนให้ย่าจริงๆนั่นแหละ ใครใช้ให้ไปอ่อยเมียชาวบ้านแบบนั้น ไปยุ่งกับผู้หญิงมีผัวแล้วแย่มากๆเลยอ่ะเนอะ”

 

“……” ในตอนนี้หัวหน้าพ่อบ้านหน้าซีดยิ่งกว่าไก่ในน้ำซุปที่ขึ้นโต๊ะอาหารวันนี้ไปแล้ว

 

“……” คนรับใช้คนอื่นๆในห้องนั้นก็ได้แต่เงียบกริบ

 

หลินเฉี่ยนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรยังคงถามต่อไป  “ย่า แล้วหลานชายย่าหย่ารึยังล่ะ?”

 

“ยังเลย ก็กำลังรอเขาคืนเงินอยู่นี่ไง”

 

“เหรอ อืม...ถ้างั้นก็ต้องให้เขารับผิดชอบเมียของหลานชายย่าด้วยสินะ แต่ว่าไม่ว่ายังไงก็ปล่อยให้คนที่ไปยุ่งกับเมียชาวบ้านลอยนวลไปไม่ได้เด็ดขาด จิตสำนึกไม่มี พฤติกรรมเลวระยำสุดๆ หึ! คนแบบนั้นมันต้องถูกสั่งสอนซะมั่ง ฉันว่าย่าน่าจะเรียกเมียของหลานย่ามาที่นี่ด้วยนะ ป่าวประกาศดังๆประจานให้คนรู้กันไปให้ทั่วๆ! มันจะต้อง…….มีสีสันขึ้นเยอะเลย!...คิดแล้วก็น่าสนุกดีแฮะ คิคิ”

คุณยายผมขาวอึ้งไปกับท่าทางของสาวน้อย “……”

 

“.......” ทุกคนในห้องก็เช่นกัน

 

คนแก่ที่กำลังอึ้งปนงุนงงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมาว่า “เอ่อนี่ เสี่ยวเฉี่ยน ฉันได้ยินมาว่าคนพวกนี้เรียกเธอว่าคุณผู้หญิง หรือว่าเธอคือ......”

 

หลินเฉี่ยนยิ้มแห้งๆอย่างช่วยไม่ได้แล้วตอบ “เห้อ...กู้เฉิงเซียวก็คือผู้ชายรวยๆโง่ๆที่มาขอหนูอย่างที่บอกย่าไปนั่นแหละ แต่ ถ้ารู้ว่าเขาเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรกหนูจะไม่แต่งงานกับเขาหรอกนะ” น้ำเสียงของสาวน้อยฟังดูธรรมดาแต่ทว่ากลับมีแววขุ่นมัวจางๆที่เจือความหม่นหมองที่จางยิ่งกว่าอยู่ แต่ทว่าคนมีอายุที่ผ่านร้อนผ่านหนาวบนโลกใบนี้มานานกลับรับรู้ได้ดี

 

คนแก่ผู้ผ่านโลกมามากยิ้มเจื่อนๆส่งให้สาวน้อยตรงหน้าเมื่อรู้สึกตัวว่าตัวเองอาจจะเล่นแรงมากเกินไป แล้วรีบเอ่ยประโยคถัดมา “เอ่อ…จริงๆ มันก็เป็นเพราะเมียของหลานชายฉันนั่นแหละที่หลายใจ จะว่าไปเขาก็เก่งดีนะที่สามารถขอคนดีๆอย่างเธอมาแต่งงานด้วยได้”

 

“ไม่หรอกย่า หมอนั่นก็แค่ใช้มีดมาจี้ที่คอฉันแล้วก็บีบบังคับให้ฉันแต่งงานกับเขาแค่นั้นแหละ เรื่องพวกนี้เขาถนัดเลยล่ะ”

คุณยายนิ่งอึ้งอีกครั้ง “……”

 

ทุกคนในห้องตกตะลึง “……”

 

“……” กู้เฉิงเซียวที่เพิ่งเดินลงมาด้านล่างก็เช่นกัน

 

ในตอนนั้นเองที่กู้เฉิงเซียวเดินลงมาจากชั้นสองของบ้าน เขาตรงเข้ามาในห้องอาหารก่อนจะมองเห็นหญิงสาวต่างวัยสองคนกำลังนั่งคุยกันอยู่และทันได้ยินบทสนทนาบางส่วน

 

“สายัณห์สวัสดิ์ครับคุณชาย” ทันทีที่เห็นคุณชายของเขาหัวหน้าพ่อบ้านก็รีบทักทาย

 

กู้เฉิงเซียวพยักหน้าก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “คุณย่าจะมาที่นี่ทำไมไม่บอกสักคำล่ะครับ?”

 

‘ว๊อท? ย่า? หลินเฉี่ยนมองอีกฝ่ายด้วยสายตางุนงงก่อนที่จะหันไปหาคนที่เธอเรียกติดปากว่าย่าตลอด และตอนนี้ผู้ชายที่เธอนินทาทั้งๆที่ยังอดเกรงใจไม่ได้ก็กำลังเรียกว่า ‘ย่า’ ด้วยเช่นกัน “นี่ย่าคุณเหรอ? ย่าแท้ๆเลยเหรอ?”

 

แน่นอนว่าหลินเฉี่ยนรู้ดีว่าคุณยายคนนี้กำลังโกหก เธอค่อนข้างมั่นใจว่าคุณยายคงจะเป็นสิบแปดมงกุฎแน่ๆ และเรื่องที่คนแก่คนนี้พูดก็คงจะไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมดอย่างแน่นอน หรือไม่แน่ว่าอาจจะเป็นเรื่องโกหกทุกคำพูดเลยก็ได้ แต่หลินเฉี่ยนก็เดาเอาว่าที่คุณยายคงจะมีความจำเป็นที่ต้องหลอกลวงคนอื่นแบบนี้ หรืออาจจะเป็นเพราะคุณยายมีปัญหาทางจิตใจจากปมในใจบางอย่างซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นก็น่าสงสารอยู่ไม่น้อย แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าคนแก่ที่เธอช่วยมาเพราะสงสารจะกลายเป็นย่าแท้ๆของกู้เฉิงเซียวไปได้ “…” ‘ตายห่า...งานจะเข้าไหมหว่า?’

 

ตอนนี้ถึงคราวที่หลินเฉี่ยนต้องเป็นฝ่ายเงียบไปเพราะกำลังอึ้งบ้างแล้ว สาวน้อยทำอะไรไม่ถูกจึงได้แต่หันไปสบตาหัวหน้าพ่อบ้านปริบๆแล้วอ้าปากพะงาบๆเหมือนอยากถามแต่หาเสียงของตัวเองไม่เจอว่า ‘ทำไมคุณไม่บอกฉัน?’

 

หัวหน้าพ่อบ้านส่ายหน้ากลับมาเป็นคำตอบ

 

คุณย่ายิ้มแย้มอย่างไม่สะทกสะท้านพลางคีบหมูวางบนจานของหลินเฉี่ยน “เสี่ยวเฉี่ยนกินหมูตุ๋นนี่สิ”

 

หลังจากที่หันไปมองหน้ากู้เฉิงเซียวที่ดูไม่ออกว่าเขากำลังอยู่ในอารมณ์ดีใจหรือโกรธเคือง หลินเฉี่ยนก็รีบลุกขึ้นก่อนจะก้มหน้างุดไม่กล้าพูดอะไรอีก วินาทีนี้แม้แต่หายใจเธอก็ยังแทบจะไม่กล้าแล้ว เมื่อกี้เธอเพิ่งจะนินทาเขาด้วยเรื่องแย่ๆ แถมยังนินทาให้ย่าแท้ๆของเขาเองฟังเสียด้วยซ้ำ หลินเฉี่ยนยืนนิ่งสำนึกผิด เธอสั่งสอนตัวเองเสร็จสรรพ พร้อมกับปฏิญาณในใจไปเรียบร้อยแล้วว่าจะไม่นินทาใครลับหลังแบบนี้อีก

 

กู้เฉิงเซียวเดินมายังโต๊ะอาหารก่อนที่จะนั่งลง “คุณย่าครับ หมอบอกว่าต้องกินอาหารลดอาหารมันไม่ใช่เหรอ หมูตุ๋นนั่นกินให้มันน้อยๆหน่อยเถอะ”

 

‘อ่าาาา~...เขามองข้ามวีรกรรมของยัยผู้หญิงที่ยืนสำนึกผิดตรงนี้ไปเลยสินะ’

 

“ต่างประเทศมีคนแก่ที่กินน้ำอัดลมทุกวัน หมอก็บอกว่ากินให้มันน้อยๆหน่อยแบบนี้เหมือนกัน สุดท้ายหมอคนนั้นก็ตายหลังจากนั้นไม่กี่ปี แต่คนแก่ที่กินน้ำอัดลมนั่นยังพูดได้หายใจคล่องอยู่เลย” ย่าพูดพร้อมกับคีบหมูสามชั้นเข้าปาก “นานๆฉันจะได้มาที่นี่ซักที ก็ขอกินหมูตุ๋นนี่ให้อร่อยหน่อยเถอะ”

 

กู้เฉิงเซียวหมดคำพูด เขาอยากจะโต้แย้ง แต่ไม่รู้จะพูดยังไงจึงได้แต่อ้าปากแล้วหุบ อ้าแล้วหุบ ก่อนจะเลือกเงียบในที่สุด “…….”

 

หลินเฉี่ยนเห็นภาพแบบนั้นก็หัวเราะพรวดออกมา แต่ทันทีที่กู้เฉิงเซียวหันมาจ้องมองด้วยสายตาน่ากลัว เธอก็รีบหุบปากก่อนที่จะก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม

 

ผู้อาวุโสที่สุดในที่แห่งนั้นกระตุกแขนของหลินเฉี่ยน “เสี่ยวเฉี่ยน เธอจะยืนค้ำหัวฉันทำไมเล่า นั่งลงสิ”

 

“คุณย่า...คือหนู...หนูไม่กล้านั่ง......”

 

“เธอเรียกฉันว่าย่านะ ไม่ต้องกลัวหรอกว่าใครจะทำอะไรเธอได้ นั่งลง ต่อหน้าฉันเจ้าเด็กนี่ไม่กล้ารังแกเธอหรอก”

 

หลินเฉี่ยนรีบพูด “แต่ถ้าย่าไม่อยู่...หนูอาจจะถูกเขาเฆี่ยนเอาก็ได้นะ”

 

“…….” กู้เฉิงเซียวหันขวับไปมองหน้าสาวน้อยพร้อมกับเปลี่ยนสีหน้าไปในทันที

.

.

.

.

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จบบทที่ ตอนที่ 16 เขาก็คือผู้ชายรวย ๆ โง่ ๆ คนนั้นแหละ

คัดลอกลิงก์แล้ว