เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 15 ยัยนั่นแค่ขี้มโนเท่านั้นเอง

ตอนที่ 15 ยัยนั่นแค่ขี้มโนเท่านั้นเอง

ตอนที่ 15 ยัยนั่นแค่ขี้มโนเท่านั้นเอง


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

หลินเฉี่ยนตบปุๆไปบนบ่าของหลินหยี คนเก๊กยกยิ้มมุมปาก หรี่ตาลงเพื่อส่งสายตาเจ้าเล่ห์ให้สาวสวยตรงหน้าก่อนที่จะยักคิ้วให้อีกหนึ่งครั้ง หลังจากนั้นเท้าทั้งคู่ก็ค่อยๆเยื้องย่างไปด้านหน้า ทำท่าทางให้องอาจสุดๆเหมือนตัวเองเป็นมาเฟียใหญ่

 

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า แหมเรานี่ก็เท่เหมือนกันแฮะ เฮ้อ คนอะไรจะเท่กระชากใจได้เบอร์นี้ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”

 

“ชิ! หลงตัวเอง” หลินหยีเบ้ปากใส่อย่างหมั่นไส้  “แต่โคตรสะใจเลยว่ะ เมื่อกี้ยัยหนานอินนั่นหน้าเจื่อนไปเลย คนแบบยัยนั่นสมควรโดนแบบนี้แหละ เป็นไงล่ะกรรมใดใครก่อกรรมนั้นย่อมตามสนอง!”

 

“หึ! หมั่นไส้มานานล่ะ ชอบทำตัวเรียกร้องความสนใจ รู้ทั้งรู้ว่าสู้ฉันไม่ได้ก็ยังชอบเอาตัวเองมาเทียบกับฉันอยู่เรื่อย คงอยากเอาชนะมากล่ะสิ ฉันล่ะเบื่อออ เห็นหน้านางวันนี้แล้วสะใจเป็นบ้าเลย”

 

“หืมมม เดี๋ยวนะแม่สาวน้อย…คนอย่างเธอนี่มีอะไรที่ยัยนั่นต้องอยากเอาชนะด้วยเรอะ?” หลินเฉี่ยนขมวดคิ้วถามแต่ก็ยังเก๊กท่าต่อไป

 

“ก็นางชอบเรียกร้องความสนใจจากฉันบ่อยๆอ้ะ คิดดูสิ ขนาดเข้าเรียนยังชอบเสนอหน้าหนาๆโบกรองพื้นสิบชั้นนั่นเข้ามาอยู่ในสายตาฉันตลอดเลย แบบนี้ถ้าไม่เรียกร้องความสนใจเพราะอยากแข่งกับฉันจะเรียกอะไร?” หลินหยีเถียง

 

“แต่ยัยนั่นเป็นถึงดอกไม้มหาลัยเลยนะ จะอยากแข่งไปทำไม… อ้อ ฉันรู้ล่ะ เธอคงจะอิจฉาล่ะสิเนี่ย?”

 

หลินหยีเถียงทันทีด้วยสีหน้าเหยียดหยาม “เหอๆ ดอกไม้มหาลัยเรอะ? คนขี้ตู่ที่มโนเอาเองว่าตัวเองเป็นดอกไม้มหาลัยนี่ถูกนับว่าเป็นดอกไม้มหาลัยจริงๆได้ด้วยเหรอเนี่ย?”

 

หลินเฉี่ยนหัวเราะก่อนจะพูดด้วยโทนเสียงทุ้มต่ำพร้อมกับใช้สายตากรุ้มกริ่มจ้องลึกเข้าไปในตาหลินหยี “อย่างยัยนั่นก็แค่คนขี้มโน ต้องอย่างเธอสิถึงจะเรียกว่าของจริง ใช่ไหม?”

 

หลินหยีเบิกตากว้างก่อนที่จะใช้มือลูบไหล่ตัวเอง “อี๋! ทำบ้าบออะไรของเธอเนี่ย ขนลุกชะมัด”

 

“ขนลุกอะไรเล่า  ฉันออกจากน่ารักขนาดนี้...เจอเสน่ห์คนน่ารักอย่างฉันไม่หวั่นไหวหน่อยเหรอจ๊ะถามจริง? ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”

“…..” หลินหยีได้แต่ถอนหายใจอย่างเอือมระอา

 

หลินเฉียนมองลูกพี่ลูกน้องอย่างขำๆก่อนจะถาม “นี่ คุณดอกไม้มหาลัยหลิน นี่ก็เย็นมากแล้วถ้าเธอยังไม่กลับบ้าน มีหวังแม่เธอได้อาละวาดแน่ๆ  ไงล่ะ ก่อนหน้านี้ชอบใช้ฉันเป็นไม้กัน ‘หมา’ ดีนัก ตอนนี้ดูเหมือนเธอจะต้องถูก ‘หมา’ กัดตูดแล้วล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า”

 

หลินหยีกลอกตามองบน เห็นๆอยู่ว่าเป็นห่วงเธอแท้ๆแต่ทำเป็นปากร้ายกลบเกลื่อน นี่แหละนะหลินเฉี่ยน

 

“นี่หลินเฉี่ยน บอกฉันมาตามตรงว่านายกู้นั่นอายุเท่าไหร่?”

 

“อยากรู้เรื่องสามีคนอื่นทำไมเนี่ย?”

“……”

 

หลินเฉี่ยนหรี่ตามอง “อ้ออออ รู้ล่ะ! เมื่อวานฉันเห็นนะว่าเธอมองหมอนั่นด้วยสายตาบ้าผู้ชาย แหนะ คิดอะไรกับเขาล่ะสิท่า ไม่ดีม้างงงง หมอนั่นเป็นน้องเขยเธอเลยนะเว้ย”

 

หลินหยีขมวดคิ้ว “น้องเขยอะไร ฉันไม่มีน้องสาวสักหน่อย!”

 

“อ่าว ก็ฉันไงน้องเธอ...นี่พี่คิดจะเป็นเมียน้อยผัวหนูเหรอคะ?” หลินเฉี่ยนแกล้งทำท่าไม่พอใจ เธอบีบเสียงให้สูงปรี๊ดและพูดดังลั่นจนคนอื่นๆเริ่มหันมามอง

 

“.......หลินเฉี่ยน ฉันจะฉีกปากเธอให้ไปถึงหูเลยคอยดู!” หลินหยีโมโห

 

หลินเฉี่ยนหัวเราะแล้วแลบลิ้นใส่ “แปร่ ดูปากนะคะ ฉัน-ไม่-เชื่อ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”

“หยุดเลยนะ” หลินเฉี่ยนวิ่งหนีขณะที่หลินหยีวิ่งไล่

 

สองพี่น้องวิ่งไล่กันสักพักก่อนจะเปลี่ยนเป็นเดิน เสียงพูดคุยและหัวเราะของทั้งสองดังขึ้นมาเป็นระยะจนกระทั่งทั้งคู่ออกมาจากประตูมหา’ลัย ในตอนที่สองสาวแยกย้ายกันเดินกลับบ้านของตัวเองก็เป็นเวลาที่ท้องฟ้าใกล้จะมืดเต็มทีแล้ว

 

หลินเฉี่ยนที่กำลังจะเดินไปที่สถานีรถไฟ จู่ๆก็รู้สึกได้ว่ามีรถขับตามมาก่อนที่จะขับมาจอดด้านหน้าเธอ

 

“คุณผู้หญิง” ผู้ชายคนหนึ่งตะโกนออกมาจากรถหรู ก่อนที่จะจอดรถตรงหน้าหลินเฉี่ยน แล้วรีบเดินลงมาเปิดประตูให้ “คุณผู้หญิงเชิญขึ้นรถครับ”

 

หลินเฉี่ยนชะงัก ที่แท้ก็เป็นจางคาย คนขับรถคนเดียวกับที่มาส่งเธอที่มหา’ลัยเมื่อเช้านั่นเอง ‘สังสัยคุณกู้จะให้มารับฉันกลับบ้าน’ หลินเฉี่ยนคิด

 

“อ้าวพี่ชาย ดีเลยๆ ขอบใจมากนะ ฉันกำลังหาทางกลับอยู่พอดี แหะๆ พอดีฉันไม่ค่อยคุ้นเส้นน่ะ”

 

“คุณผู้หญิงไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว เชิญคุณผู้หญิงขึ้นรถก่อนครับ”

 

คำพูดของจางคาย ทำให้หลินเฉี่ยนหยุดและหันไปพูดตอบเขาอย่างรวดเร็วในขณะที่กำลังก้าวขึ้นรถ “ไม่ได้ๆ ยังไงก็ต้องขอบใจอยู่ดี อืม..เอางี้เลยดีกว่าให้ฉันเลี้ยงสุกี้สักมื้อแล้วกันดีป้ะ?”

 

“เกรงว่าจะไม่เหมาะครับคุณผู้หญิง คุณชายกำลังรอทานข้าวอยู่ครับ”

 

หลินเฉี่ยนรู้สึกเสียวสันหลังวาบในทันทีที่ได้ยินจางคายเอ่ยถึงคุณผู้ชายของเขา เธอได้แต่ยิ้มแห้งๆให้และตกลงก่อนจะขึ้นไปนั่งในรถอย่างสงบเสงี่ยม

 

ปกติหลินเฉี่ยนใช้ชีวิตเร่ร่อนไปวันๆโดยไม่เคยมีใครมาสนใจ เธอจึงทำทุกอย่างด้วยตัวเองคนเดียวโดยไม่ต้องสนใจใคร แต่จู่ๆวันนี้กลับมีรถมาคอยรับส่ง แถมยังมีคนรออยู่ที่บ้านอีก นี่เป็นเรื่องที่เธอไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลยจริงๆ ‘ให้ตายเถอะ! ความรู้สึกแบบนี้มันจะประหลาดเกินไปแล้ว!’

 

‘อย่างนี่เขาเรียกว่าอะไรนะ บุญหล่นทับรึเปล่า? ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่สนุกไปกับมัน แล้วก็ไม่ผิดนี่ถ้าเราอยากจะเก็บรักษามันเอาไว้’ หลินเฉี่ยนคิดในใจ จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องพวกนี้จะเกิดขึ้นกับเธอ

 

ระหว่างที่รถกำลังขับไปเรื่อยๆ หลินเฉี่ยนก็คอยมองสองข้างทางเพื่อจำเส้นทางกลับบ้านหลังใหม่

 

ยิ่งรถแล่นมาได้ไกลขึ้นก็ยิ่งทำให้เธอได้รู้ว่า บ้านของ ‘เขา’ หรือบ้านใหม่ของเธอ ตั้งอยู่ในย่านที่พักของพวกคนรวยล้นฟ้า ด้วยทำเลที่ตั้งที่นับได้ว่าเป็นทำเลทองจึงทำให้ที่ดินแถวนี้ไม่ใช่แค่มีราคาแพงลิบลิ่วแต่มันแทบจะประเมินค่าไม่ได้ด้วยซ้ำ คงจะมีแต่คนที่มีทั้งอิทธิพลและมีเงินทองมหาศาลเท่านั้นถึงจะมีปัญญาครอบครองบ้านละแวกนี้ได้

 

‘ถ้าจะให้เปรียบเทียบที่นี่ก็คงเป็นเหมือนรังของหงส์ แล้วอีกา ไม่สิ นกกระจอกอย่างเธอถึงจะบินมาเกาะบนกิ่งไม้เดียวกันกับหงส์พวกนี้ได้แต่เธอคู่ควรจะอยู่ที่นี่จริงๆเหรอ? ยังไงซะนกกระจอกก็คือนกกระจอกอยู่ดี ไม่มีวันกลายเป็นหงส์ไปได้หรอก’

 

หลินเฉี่ยนคิดเรื่อยเปื่อยในขณะที่รถแล่นไปเรื่อยๆด้วยความเร็วไม่มากนัก ทันใดนั้นสายตาของเธอก็สะดุดกับภาพของหญิงชราผมขาวคนหนึ่งที่กำลังจะเดินข้ามถนน คุณยายคนนั้นยกมือขึ้นช้าๆเพื่อเป็นสัญญาณให้รถชะลอความเร็วลง ดูเหมือนว่าคุณยายผมขาวจะเคลื่อนไหวได้ค่อนข้างช้า

 

ในตอนที่รถที่เธอนั่งกำลังขับผ่านไป บริเวณกระโปรงหลังรถก็เกิดเสียงดังขึ้น หลินเฉี่ยนหันไปมองและเห็นว่าหญิงชราที่กำลังจะข้ามถนนล้มลงไปกองอยู่ที่พื้น

 

“จอดก่อน!” เธอตะโกนขึ้น พร้อมกับรีบปลดสายนิรภัยออกจากตัว “ฉันขอลงไปดูแป๊บนึง”

 

จางคายรู้สึกไม่ไว้ใจจึงพูดห้าม “คุณผู้หญิงรถเราไม่ได้ชนคุณยายคนนั้นเลยนะครับ แล้วพวกสิบแปดมงกุฎที่ทำแสร้งว่าถูกรถชนแล้วเรียกร้องค่าเสียหายก็มีอยู่เยอะด้วย ปล่อยไปเถอะครับ”

 

“ในเมื่อเราไม่ได้ขับชนก็แสดงว่าเราไม่ผิด แล้วจะต้องกลัวอะไรล่ะจริงไหม ขอฉันลงไปดูแป๊บนึง”

 

หลินเฉี่ยนเปิดประตูรถก่อนที่จะเดินลงมาดูหญิงชราที่ล้มอยู่ด้านหลังรถคันหรูที่เธอนั่งมา

 

ในตอนแรกหญิงชราไม่ได้คาดหวังว่าจะมีคนลงจากรถมาดูเธอ เพราะรถขับห่างออกไปไกลแล้ว แต่ทว่าเธอก็เห็นรถคันนั้นค่อยๆ ถอยกลับมา ก่อนที่จะมีคนเปิดประตูออกจากรถ

 

ทันทีที่เห็นว่ามีคนลงรถมา หญิงชราผมขาวก็รีบร้องครวญครางเสียงดัง “โอ๊ย กระดูกฉัน...สงสัยจะอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว โอ๊ยยย”

 

ถึงแม้จะคิดว่าคนแก่คนนี้ไม่น่าจะใช่มิจฉาชีพ แต่หลินเฉี่ยนก็ไม่พลาดที่จับสังเกตคุณยายตรงหน้าโดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว

 

“คุณย่า เป็นยังไงบ้าง?”

 

ยายคนนั้นชี้ไปที่รถของพวกเธอ “แม่หนูมีตารึเปล่า ไม่เห็นรึไง?”

 

หลินเฉี่ยนแสร้งทำเป็นงุนงง “หา? เห็นอะไรเหรอย่า?”

 

คนแก่ชี้ให้ดูตรงที่เธอเจ็บ“รถของเธอชนฉันน่ะสิ กระดูกฉันหักแน่ๆเลย คงอยู่ไม่พ้นคืนนี้แน่ๆเลย โอ้ยยยย”

 

หลินเฉี่ยนย่อตัวลงพร้อมกับยิ้ม “ย่า รถพวกหนูขับผ่านไปข้างหน้าแล้วนะ จะไปชนย่าที่เดินอยู่ด้านหลังได้ไงอ่ะ?”

 

แม้ว่าผมบนหัวของคุณยายตรงหน้าจะเป็นสีเทาจนหมดแล้วแต่แววตาทั้งคู่ก็ยังดูแจ่มใสและเป็นประกาย ในแวบแรกที่เห็นหญิงชราคนนี้หลินเฉี่ยนก็นึกถึงย่าของตัวเองขึ้นมาทันที และยิ่งได้มองใกล้ๆเธอก็ยิ่งทำให้เธออดคิดถึงย่าของตัวเองไม่ได้

 

“ฉันก็เดินอยู่บนถนนอยู่ดีๆ แต่รถพวกเธอผ่านมาเร็ว ลมมันก็ปะทะเข้ากับตัวฉันจนล้มลงไปน่ะสิ ยังไงเรื่องนี้เธอก็ต้องรับผิดชอบ”

 

หลินเฉี่ยนได้ยินแบบนั้นก็รู้ทันทีว่าเป็นแผน แต่เธอก็ยังคงเออออกลับไป “โอเคได้ๆ เดี๋ยวหนูรับผิดชอบเอง งั้นหนูพาย่าไปหาหมอแล้วกันนะ”

 

ยายแก่คนนั้นรีบโบกไม้โบกมือเป็นพัลวันเพื่อห้ามปราม “ไม่ไม่ไม่ ฉันไม่ไปโรงพยาบาลนะ ไม่เอาโรง’บาล เข้าไปแล้วออกไม่ได้”

 

“แล้วย่าจะเอายังไงอ่ะ?”

 

“แม่หนูฉันอยากจะไปข้างหน้านู้นนนนน่ะ เธอช่วยพาฉันไปส่งหน่อยได้ไหมล่ะ?”

 

“ย่าจะไปข้างหน้านั่นเหรอ? แต่เมื่อกี้ย่ากำลังเดินข้ามถนนไปอีกฝั่งไม่ใช่เหรอ?”

 

หลังจากได้ยินหลินเฉี่ยนพูดคุณยายผมขาวก็เกิดอาการอ้ำอึ้งขึ้นมา หลินเฉี่ยนได้แต่ยิ้มขำก่อนจะตอบกลับไป “เอาสิย่า ว่าแต่ย่าจะไปไหนล่ะ?”

 

“พูดจริงเหรอ?”

 

“จริงสิ”

 

“ดีจริงๆเลย ขอบใจมากนะแม่หนู”

 

“หนูชื่อหลินเฉี่ยนนะ มา...เดี๋ยวหนูช่วยประคองนะย่า”

 

“อื้อ...ขอบใจมากนะเสี่ยวเฉี่ยน”

 

หลินเฉี่ยนประคองคุณยายผมขาวขึ้นมา เมื่อเห็นภาพแบบนั้น จางคายที่เฝ้าดูก็รีบเข้ามาห้าม “คุณผู้หญิง ก็เห็นอยู่ว่าอีกฝ่ายจงใจล้มเอง ทำไมคุณผู้หญิงถึง.......”

 

“จงใจก็จงใจไปสิ จะไปใส่ใจทำไมนักหนากับอีแค่แผนคนแก่ล่ะพี่ชาย”

 

“คุณผู้หญิง.....”

 

“พอๆ ไปเถอะขับรถไปส่งย่าก่อนแล้วกัน” พูดจบหลินเฉี่ยนก็ประคองร่างของคุณยายคนนั้นไว้ด้วยความระมัดระวัง “ย่าค่อยๆก้าวเท้านะ ระวังหัวด้วย”

.

.

.

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จบบทที่ ตอนที่ 15 ยัยนั่นแค่ขี้มโนเท่านั้นเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว